تسجيل الدخول20 เมษายน 🎂
เป็นวันคล้ายวันเกิดของเก็บดาวอายุครบสิบขวบ แล้วมากกว่านั้นยังเป็นการได้พบหน้ากันครั้งแรกของเธอกับสีน้ำ เพื่อนสนิทที่อยู่ข้างบ้าน เด็กทั้งสองคนพูดคุยกันผ่านกำแพงรั้วของบ้านมาตลอดสองเดือนเป็นช่วงที่ทั้งเขากับเธอปิดเทอมพอดี แล้วที่ไม่ได้ไปเจอหน้าเพราะว่าสีน้ำป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส ก่อนหน้านั้นก็เป็นไข้หวัดใหญ่เขาหายไปพักหนึ่งเลยตอนแรกกังวลว่าเขาเป็นอะไรถึงหายไป โชคดีที่ได้เจอพ่อแม่เขาตอนพวกท่านมางานฉลองตำแหน่งของคุณพ่อเธอ เก็บดาวถึงรู้ว่าเขาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ก็เลยได้คุยกันผ่านกำแพงมาตลอด ห้องแต่งตัว นรินดากำลังช่วยเลือกเสื้อผ้าให้ลูกสาวคนสวยในห้องแต่งตัวชั้นสอง เป็นห้องที่ทำเพิ่มขึ้นมาไว้เก็บเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับที่มีราคาแพงชุดหรูหราแบรนด์เนมของสามคนพ่อแม่ลูก แล้ววันนี้ลูกสาวดูจะใส่ใจกับวันเกิดปีที่ 10 ขวบมากกว่าปีที่ผ่านมาถึงกับตื่นมาเลือกตั้งแต่เช้า “วันนี้ลูกสาวแม่ดูตื่นเต้นเป็นพิเศษเลยนะคะ” “ค่ะ ตื่นเต้นสุด ๆ เลย” เก็บดาวตอบแม่มือก็เลือกสร้อยคอที่จะใส่ให้เข้ากับชุดกระโปรงสีฟ้าฟูฟ่อง “ตื่นเต้นที่อายุครบ 10 ขวบ หรือว่าตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนข้างบ้านเหรอคะ” นรินดาหยอกล้อลูกสาว “โถ่ คุณแม่” “ก็เราเล่นกันผ่านกำแพงมาตั้งสองเดือน หนูไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยนะคะ” “แค่เกือบได้เจอกันตอนงานงานฉลองตำแหน่งคุณพ่อ เขาก็ดันป่วยเข้าโรงพยาบาลเลยอดเจอ” “แล้วก็มาป่วยอีสุกอีใสอีก น่าสงสารสุด ๆ” เธอเม้มปากคิดสงสารเพื่อนข้างบ้านมาก ๆ แล้วก็น้อยใจนิดหน่อยที่การจะได้เจอกันดูมีอุปสรรคเยอะจังเลยนะ “หนูก็เลยเฝ้ารอจะได้เห็นหน้าเพื่อนเหรอคะคนสวย” “ใช่แล้วค่ะ มันตื่นเต้นออกนะคะ” “งั้นวันนี้มาแต่งตัวสวย ๆ กันนะคะ ไม่แน่ลูกชายตระกูลจักรศิลป์วานิชอาจจะหลงเสน่ห์ลูกสาวแม่จนตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นเลยก็ได้” นรินดาจิ้มไปที่แก้มลูกสาวตัวน้อยเบา ๆ (แค่ในสายตาแม่นัานแหละที่ยังมองลูกว่าเป็นเด็กตัวน้อยตลอดไป) “คุณแม่.. เพื่อนกันค่ะ แค่เพื่อนเท่านั้น..” “ค่ะ เพื่อนก็เพื่อน” ด้วยความที่นรินดาสนิทกับลูกสาวมากเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็พร้อมซัปพอร์ตลูกสาวคนสวยแสนดีของเธอเสมอ แล้วก็อยากให้ลูกไว้ใจมีเธอเป็นพื้นที่ปลอดภัยเล่าทุกเรื่องให้ฟังได้โดยไม่ต้องปิดบัง พอแต่งตัวทำผมให้ลูกเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาคุยโทรศัพท์กับสามีเพราะเขาส่งข้อความมาบอกว่าอาจจะไม่ได้ไปร่วมงานฉลองวันเกิดลูกสาว มีงานด่วนต้องลงพื้นที่07:00 PMPivate Jat (เครื่องบินส่วนตัว)เก็บดาวเลือกมานั่งข้างสีน้ำ เพราะพริ้มฟ้าคงอยากจะนั่งกับภูเมฆมากกว่าด้วย เธอคอยสังเกตอาการสีน้ำรู้สึกได้ว่าตั้งแต่ช่วงเที่ยงเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป นิ่งขึ้นเหมือนมีเรื่องอะไรในใจ แถมยังเอาแต่กดโทรศัพท์เหมือนคุยกับใคร..‘คงไม่ใช่เพราะเรื่องยัยแฟนเก่าหรอกนะ’“สีน้ำกินขนมไหม”“ไม่เป็นไร”“อร่อยนะ ไม่กินก็ไม่กิน”เธอก็ไม่ได้อยากไปเซ้าซี้อะไรเขามาก คงมีเรื่องเครียด แต่ปกติเขาก็เล่าให้เธอฟังทุกอย่างนี่นา ทำไมคราวนี้ยังไม่ยอมเล่า“ยัยตัวเล็ก..”“ว่าไง อยากกินแล้วเหรอ”สงสัยจะอยากเล่าให้ฟังแล้ว ไหนดูซิว่าเรื่องอะไรที่ทำให้สีน้ำของเธอตึงเครียดมาดขนาดนี้“เราว่าจะลองกลับไปคุยกับเอม”คล้ายกับได้ยินเสียงวิ๊งวิ่งผ่านในหู พวกเขาเลิกกันมาตั้งเกือบปีแล้วนะจะกลับไปหาคนที่นอกใจตัวเองนี่นะ ไหนบอกว่าไม่จะไม่กลับไปแล้วไง ลืมความรู้สึกที่ถูกนอกใจไปแล้วเหรอ คำถามมากมายวิ่งแล่นเข้ามาในหัวของเก็บดาว‘ไอ้คนโกหก ไอ้คนโลเล ไอ้คนใจร้าย!’มีคำด่ามากมายที่อยากเอ่ยด่ากราดใส่หน้าสีน้ำแต่เธอก็เลือกจะตอบกลับไปเพียงคำว่า“อ๋อ..เหรอ ตัดสินใจแล้วเนอะ..” รอยยิ้มจางปรากฏบ
“ถ้ายังขอโทษไม่หยุดนี่แหละจะทำให้โกรธ” ตะวันเอ่ยเสียงนิ่งทำหน้าดุแต่เห็นพริ้มฟ้าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลยต้องรีบพูดอีกประโยคออกมา“ขาดใครคนใดคนหนึ่งไปมันจะไปสนุกอะไรล่ะ ต้องอยู่ครบทุกคน”ตะวันพูดทิ้งท้ายแล้วเดินไปขึ้นรถกอล์ฟคันที่สาม จอดเรียงรอรับพวกเขา“แล้วอีกอย่างนะพริ้ม”“ถึงจะต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน ก็ยังนัดมาเจอได้นะพริ้ม” พราวฝนเอ่ยต่อเดินมากอดแขนอีกข้างของพริ้มฟ้าซบหัวลงที่ไหล่บาง พราวฝนกลับไปนอนพักต่อที่บ้านสองแฝด บ้านเธอที่กรุงเทพยังสร้างไม่เสร็จระหว่างนี้เธอเลยต้องพักที่บ้านสองแฝด“จริง แล้วเราก็จะไม่หายไปไหนแล้วด้วย พวกเราจะอยู่ด้วยกันนะ” วาวรุ้งเข้าไปกอดทั้งสามคน ความสัมพันธ์ที่เหนี่ยวแน่นแม้จะแยกจากกันไปหลายปี แต่เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้งพวกเธอยังคงเป็นพื้นที่ความสบายใจให้กันและกันเหมือนเดิม“ยังไงตอนนี้พวกเราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนะ” ขอบฟ้าเอ่ยเสียงเรียบ ปลอบใจใครไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ ปกติเขาก็พูดน้อยกว่าเพื่อนทุกคนด้วยคำปลอบใจของเพื่อนทำให้พริ้มฟ้ายิ้มออกมาอย่างโล่งใจแล้วเดินต่อไปขึ้นเครื่อง ระหว่างที่พวกหนุ่ม ๆ รอสี่สาวเดินมาถึงรถกอล์ฟ จู่ ๆ ปลาบปลื้มก็ได้เอ่ยพูด
Last Day in Eterna Island 06:30 PMจากที่ต้องอยู่อีกสองวันแพลนถูกเปลี่ยนเพราะพ่อของพริ้มฟ้าเกิดอุบัติเหตุเข้าผ่าตัดด่วนอยู่ในอันตรายเธอต้องกลับไปจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนคนอื่นก็ไม่อยากอยู่ต่อ การได้รับรู้ข่าวร้ายเรื่องพ่อของเพื่อนทำให้อารมณ์ความสนุกของทุกคนก็หมดไปด้วย กลายเป็นความรู้สึกห่วงสภาพจิตใจพริ้มฟ้ามากกว่า ถึงเธอจะยิ้มทำตัวให้ปกติ แต่แววตากลับหลอกคนอื่นไม่ได้ มันชัดเจนว่าเธอวิตกกังวลปนเศร้า เพราะไม่อยากให้บรรยากาศแย่ลงกว่าเดิมจึงพยายามซ่อนความเศร้าเอาไว้“ขอโทษทุกคนจริง ๆ นะ เรื่องของพริ้มทำให้ทุกคนหมดสนุกกันหมดเลย” พริ้มฟ้าเอ่ยขอโทษขณะกำลังเดินไปรอรถที่จะมาส่งพวกเธอไปลานจอดเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่เตรียมมารับพวกเขากลับกรุงเทพ“ทุกคนอยู่ต่อกันก็ได้นะ ไม่ต้องแคร์แค่พริ้มแค่คนเดียวก็ได้” “พริ้มอยากให้สนุกต่อ กลับคนเดียวสบายมากเลย” เธอหยุดเดินระหว่างที่ออกจากเลานจ์ ความรู้สึกที่ไม่อยากกลายเป็นคนทำลายความสุขของเพื่อน ๆ ตีตื้นขึ้นมาจนแทบอยากร้องไห้“จะทำแบบนั้นได้ยังไง ดาวไม่ปล่อยให้พริ้มกลับไปคนเดียวหรอก” เก็บดาวรีบเดินเข้ามาคล้องแขน เธอเป็นคนชวนพริ้มฟ้ามาเที่ยวด้วย ถ
สีน้ำสับสนว่าตัวเองกำลังทำอะไร เขาไม่เคยคิดจะแตะต้องเก็บดาวเลย แต่พอเธอพูดว่าจะไปให้คนอื่นทำ เขากลับโกรธจนพูดออกไปว่าจะเป็นฝ่ายที่ทำเพื่อที่เธอจะไม่ไปยุ่งกับผู้ชายพวกนั้น เขาหวงเธอในฐานะเพื่อนหรือว่าเขามองเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มากกว่าเพื่อน..‘ไม่’‘มึงก็แค่หวงเพื่อน แล้วเก็บดาวก็บริสุทธิ์เกินจะให้ใครมาแตะต้อง’แจ๊ะ ๆ แจ๊ะ ๆ“อืม อ๊าส์ อื้ออ๊าส์ สีน้ำ เสียวมาก” เสียงหวานครางกระเส่า ร่างกายสั่นเทาจากความเสียวซ่านเมื่อถูกเขาสอดใส่นิ้วเข้ามา“อย่าครางดัง” สีน้ำยกมืออีกข้างมากอบกุมรอบลำคอร่างบาง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาตรงมาใช้นิ้วล้วงไปในปากของเธอพร้อมเร่งจังหวะนิ้วเรียวสอดใส่รูเล็กอันคับแคบที่คอยตอดรัดนิ้วของเขาการได้ยินเสียงหวานครางมันกำลังกระตุ้นบางอย่างให้ตื่นขึ้นมา เขาพยายามอดทนไม่เอาสันดานดิบเถื่อนออกมาใช้กับสาวตัวเล็กแจ๊ะ ๆ แจ๊ะ ๆ“สะสีน้ำ อ๊าส์”เธอรับรู้ได้ถึงบางอย่างใต้ก้นของเธอที่นั่งทับมันกำลังขยับขยายแข็งตัวขึ้น เขากำลังมีอารมณ์เหรอถ้าเขาอยากทำมากกว่านั้นเธอก็ยอมนะ เต็มใจให้เขาสัมผัสทุกส่วนในร่างกาย“มันเจ็บหน่อยนะ แต่หลังจากนี้จะสนุก” ชึบ! สีน้ำสอดนิ้วเรียวยาวเพิ่ม
“มาเริ่มกันเลย” ชึบ! สีน้ำใช้นิ้วชี้กับนิ้วนางแหวกกลีบอูมอ้าออกแล้วสอดนิ้วกลางเข้าไปในรู้เล็กแสนคับแคบ ควงนิ้วสำรวจด้านในอย่างชำนาญมือ“อ๊ะ” เก็บดาวยกมือขึ้นมาอุดปากเผลอร้องคราง รู้สึกร้อนวูบวาบทั่วท้องเผลอเกร็งนิ้วเท้าเล็กน้อย“เจ็บหรือเปล่า” น้ำเสียงแสนอบอุ่นเอ่ยถาม เขาหยุดขยับนิ้ว“ไม่.. แค่รู้สึกแปลก ๆ” เธอเอ่ยตอบเสียงหวาน ส่ายหน้าเบา ๆ“เคยลองทำเองไหม” สีน้ำเริ่มขยับนิ้วชักเขาชักออกอย่างเชื่องช้าเพื่อให้ด้านในของเธอชินกับนิ้วเรียว เขารู้ว่าเธอไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหน แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอเคยลองช่วยตัวเองไหม ด้านในเธอมันคับแคบมาก นี่แค่นิ้วเดียวเองนะ..“ไม่เคย..”“แล้วซ่าอยากจะลอง”“ให้หยุดไหม”“ไม่ สีน้ำทำต่อได้เลย”“เพราะดาวอยากทำ เราถึงยอมทำ”“อืม มันคือความต้องการของเรา”“แล้วอย่าให้ได้ยินว่าจะไปทำกับผู้ชายคนอื่นด้วย”“ทำไมล่ะ” เสียงหวานเอ่ยถามเพื่อนชายคนสนิท“ไม่มีคำตอบ แค่ไม่อยากให้ไปทำ”“รับปากเราสิ”“รู้แล้ว แต่ถ้ามีแฟนให้แฟนทำได้ไหม”“ถ้ามี? ให้มีก่อนแล้วจะบอก” ทำไมเขาถึงได้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมากันนะเวลาที่รับรู้ว่าวันหนึ่งเก็บก็ต้องมีแฟน แล้วไอ้ผู้ชายคนนั้นมัน
“ตรงนี้ที่เราต้องการให้ทำ..”พรึบ!สีน้ำดึงมือกลับด้วยความรู้สึกตกใจกับการกระทำของเพื่อนสาวตัวเล็กเธอจับ ที่จับมือเขาไปวางตรงกลางหว่างขาใกล้กับจุดสงวน สีน้ำที่ไม่เคยหวั่นไหวกับการสัมผัสเนื้อตัวผู้หญิงคนไหนเลย กระทั่งวันนี้ที่ยัยเพื่อนสาวตัวเล็กของเขาดึงมือเขาไปแตะสัมผัสส่วนนั้น ทำให้เขาเผลอใจเต้นแรง..“ยัยตัวเล็กเดี๋ยวนี้หัดใจแตกเหรอ” เขาใช้นิ้วดีดติ่งหูเธอเพื่อเรียกสติ เหล้าก็ไม่ดื่มทำไมเก็บดาวถึงทำแบบนี้กันนะ?“ก็เราอยากลองเรื่องนี้ ทำได้ไหม” เธอสวนกลับอย่าไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันคือการข้ามเส้นคำว่าเพื่อนสนิท เพราะเพื่อนกันจะไม่มีทางทำแบบนี้ “เฮ้อ! พูดอะไรออกมารู้ตัวปะ” ยัยตัวเล็กต้องประสาทกลับแล้วแน่นอน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ยังกล้ามาถามอีก“ยกเว้นเรื่องนี้ทำไม่ได้ เพื่อนกันจะทำแบบนี้ไม่ได้” เขาตอบกลับเสียงแข็ง พยายามจับเอวเล็กยกออกจากตักแต่ร่างบางแข็งขืนไม่ยอมจะลุกออก แล้วได้เอ่ยประโยคที่ทำให้สีน้ำฟิวส์ขาดหมดความอดทนกับนิสัยดื้อรั้นของเก็บดาว“ก็ไหนบอกว่าจะทำให้ทุกอย่าง”“บอกว่าไม่มีกฎ ทำอะไรก็ได้ แต่แค่นี้ยังทำให้ไม่ได้”“หรือเราควรไปขอให้คนอื่นทำให้? ก็ได้นะ” “งั้น







