LOGIN“มาเป็นผู้หญิงของฉัน... เพื่อแลกกับเงินก้อนนั้น”
มาเฟียหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายอย่างผู้เหนือกว่า เขามั่นใจว่าข้อเสนอนี้ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอ เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธความสุขสบายที่หยิบยื่นให้ตรงหน้าได้ลง “...” พัชชาได้แต่ก้มหน้านิ่ง จมอยู่กับความคิดที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัว “เงินเกือบ 30 ล้านบาท แลกกับแค่ความต้องการของฉัน ซึ่งเธอมีหน้าที่แค่สนองมัน แค่นี้ไม่มีอะไรต้องคิดเยอะหรอกนะ” มือหนายกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบอย่างรื่นรมย์ สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างขาวเนียนไร้ที่ติของคนตรงหน้าอย่างจาบจ้วง “พายขอปฏิเสธค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างแน่วแน่ เรื่องนี้เธอทบทวนมาดีแล้ว หากไม่ถึงที่สุดจริง ๆ เธอจะไม่มีวันยอมทำเรื่องที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีตัวเองขนาดนี้เด็ดขาด “เธอว่าอะไรนะ!” เอเดนตวาดเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ นี่เธอเสนอหน้าปฏิเสธเขาอย่างนั้นหรือ “พายขอปฏิเสธข้อเสนอของคุณค่ะ พายอยากทำงานแลกเงินมากกว่าจะทำเรื่องแบบนี้ ต่อให้พายต้องอยู่ที่นี่อีก 10 ปี หรือ 20 ปี เพื่อชดใช้หนี้ให้คุณ พายก็ยอมค่ะ” “พัชชา!” คำพูดนั้นยิ่งทำให้เอเดนไม่พอใจมากขึ้น “พายไม่ได้อยากเอาตัวเข้าแลกค่ะ” เธอยืนยันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมเสน่ห์เพียงใด แต่หากต้องด้อยค่าชีวิตตัวเองเพื่อแลกกับเงิน เธอก็ไม่ต้องการ “นี่เธอกล้าดียังไงมาปฏิเสธคนอย่างฉัน!” “พายต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ พายเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการ แต่พายทำไม่ได้” เธอชัดเจนในจุดยืนของตัวเองจนวินาทีสุดท้าย “อวดเก่ง!” “พายขอทำงานนะคะ งานอะไรก็ได้ที่คุณจะให้พายทำ พายทำได้หมดเลย ยกเว้น...” เธอเม้มปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถึงสิ่งที่เขาต้องการออกมา “แล้วถ้าฉันไม่รับเธอเข้าทำงานล่ะ! เธอจะไปหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ฉัน! มิหนำซ้ำพี่ชายเธอก็ตกอยู่ในอันตราย ฉันจะฆ่ามันทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้!” เขาตวาดเสียงดัง “ขอร้องล่ะค่ะ ฮึก ๆ พายจะตั้งใจทำงานหาเงินมาชดใช้ให้คุณทุกบาททุกสตางค์ แต่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายพายเลยนะคะ” เธอสัญญากับตัวเองแล้ว ว่าเธอจะทำหน้าที่น้องสาว ให้กับพี่ชายผู้ไม่เอาไหน ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เธอก็อยากทำให้ถึงที่สุด “หน้าสมเพชที่สุด!” เอเดนมองภาพตรงหน้าด้วยความโมโห ที่ปนเปไปกับความหงุดหงิด เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่กล้าปฏิเสธเขา แถมยังยอมเหนื่อยยากเพื่อไอ้พี่ชายพรรค์นั้นอีก “นะคะ... ถ้าคุณไม่ให้พายทำงานที่นี่ พายก็จะออกไปหางานที่อื่นเพื่อหาเงินมาคืนคุณให้ได้ พายสัญญาค่ะ พายจะพยายามทำทุกทาง” คำอ้อนวอนพร้อมหยาดน้ำตาส่งไปถึงเขาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ สายตาเย็นชาของเขายิ่งตอกย้ำให้เธอรู้สึกแย่ลงไปอีก “เธอเลือกแบบนี้เองนะพัชชา” เขาพูดเสียงเย็น ลึก ๆ ในใจทั้งโมโหและเสียหน้าที่ถูกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไร้ทางสู้กล้าปฏิเสธข้อเสนอที่ใคร ๆ ต่างก็ถวิลหา “...” พัชชาขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาที่คลอหน่วยไหลอาบแก้มจนต้องก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าเงยขึ้นสบตาเขาอีกเลย หลังจากบทสนทนาจบลงด้วยความตึงเครียด เอเดนอาละวาดไล่ตะเพิดเธอออกจากห้องอย่างไม่ใยดี พัชชาเดินเหม่อลอยออกมาอย่างคนหลงทาง ที่นี่ช่างดูอันตรายและน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหว เธอตัวคนเดียวโดยไม่มีใครเห็นใจ แม้แต่พี่ชายแท้ ๆ ก็ยังไม่ติดต่อมา ทั้งที่เขารู้ดีว่าภัยร้ายกำลังจะมาถึงเธอ หญิงสาวตัดสินใจเลือกทางเดินที่ลำบากกว่า ออกมานั่งรอเซย่าอยู่ด้านนอกอย่างหมดหวัง เขาไม่ได้พูดอะไรทิ้งท้ายไว้ และเธอก็ไม่กล้าจะเอ่ยคำใดออกมาเช่นกัน “พาย” ผ่านไปกว่าชั่วโมง เซย่าก็กลับมาที่กาสิโน เธอมองร่างเล็กที่นั่งร้องไห้อย่างน่าสงสารก่อนจะเดินเข้าไปหา “คุณเซย่า... ฮึก...” เมื่อเห็นหน้าคนที่พอจะพึ่งพิงได้ พัชชาก็ปล่อยโฮออกมาหนักกว่าเดิม “เธอเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” เซย่าก็ถามอย่างเห็นใจ “พาย... ฮึก ๆ” ความจุกแน่นในอกทำให้เธอพูดไม่ออก “โอเค ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันเข้าไปคุยกับนายแล้วจะออกมาหาเธอ” พัชชาพยักหน้าพลันปาดน้ำตา อย่างน้อยในที่แห่งนี้ก็ยังมีเซย่าที่ใจดีกับเธอ ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาตค่ะนาย” “อืม” “นี่เอกสารค่ะ พรุ่งนี้นายมีนัดคุยงานกับคุณโรเบิร์ตตอนบ่ายโมงนะคะ ส่วนนัดอื่น ๆ เซย่าส่งเข้าอีเมลให้แล้ว นายจะตอบรับหรือปฏิเสธยังไงแจ้งได้เลยค่ะ” “อืม” เอเดนตอบรับส่ง ๆ เขาแทบไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้า เพราะอารมณ์ค้างจากคนที่เพิ่งเดินออกไปมันทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบคลั่ง “เรื่องงานที่ต้องจัดการมีแค่นี้ค่ะ...ว่าแต่นายมีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่าคะ?” “ไม่มี” “แล้วข้างนอกเกิดอะไรขึ้นคะ” เซย่าที่ไม่เข้าใจสถานการณ์เธอก็ถามต่อ “เด็กนั่นอวดเก่งมาก” “อ่อ...เรื่องนี้เอง” เซย่าลอบยิ้มบาง ๆ อย่างรู้ทัน “เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยโดนผู้หญิงคนไหนปฏิเสธมาก่อน แต่เด็กนั่นที่ไม่มีอะไรเลย กลับเป็นคนแรกที่กล้าทำ!” เอเดนเค้นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ ยิ่งนึกถึงคำปฏิเสธเขาก็ยิ่งโกรธลามไปถึงพี่ชายของเธอ “เซย่าเข้าใจค่ะ” เลขาสาวที่ทำงานร่วมกันมานานเข้าใจอารมณ์นี้ดี “ฉันควรจะทำยังไงกับเด็กนั่นดี” “แล้วนายต้องการแบบไหนคะ” “ทำยังไงก็ได้...ให้เด็กนั่นต้องมาขอร้องอ้อนวอน และสยบแทบเท้าฉันให้ได้!” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม สายตาคม จ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิด ในโทรศัพท์มือถือที่ฉายภาพพัชชากำลังนั่งร้องไห้อยู่ด้านนอก “รับทราบค่ะ” เซย่ารับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เซย่าทำงานกับเอเดนมานาน จนเห็นเขาเติบโตขึ้นเป็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาคือคนเหี้ยมโหดและไร้หัวใจ ความรักและความเห็นใจ เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งจากคนอย่างเขา เพราะคนอย่าง เอเดน เคอร์เลซ ถ้าต้องการอะไรแล้วต้องได้ทุกอย่างมาครอบครอง “พาย” “คุณเซย่า” “ตามฉันมาที่ห้องทำงาน” เซย่าเดินนำพัชชาเข้าไปข้างในห้องทำงานส่วนตัวของเธอ เมื่อได้อยู่ลำพังกับเซย่า พัชชาก็รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง ในเวลาที่มืดมนและไร้ที่ปรึกษาแบบนี้ เซย่าเปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวที่เธอมี “ฉันคุยกับนายแล้วนะ เธอแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะปฏิเสธข้อเสนอนั้น” “ค่ะ พายตั้งใจแบบนั้นมาตั้งแต่แรก พายมาที่นี่เพื่อสะสางเรื่องพี่ชาย แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้” “อืม...” “พายไม่รู้หรอกค่ะว่าจะหาเงินมหาศาลขนาดนั้นมาคืนคุณเอเดนยังไงไหว แต่พายไม่อยากเอาตัวเข้าแลกจริง ๆ ค่ะคุณเซย่า” “จุดยืนของเธอชัดเจนดีนะ” “ค่ะ เพราะพายทำแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ” “แต่ถ้าเป็นแบบนี้ เธอจะเอาเงินที่ไหนมาชดใช้ให้นายล่ะ” “พาย...พายก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ” เธอได้แต่ก้มหน้านิ่ง บีบมือตัวเองไว้แน่นอย่างใช้ความคิดจนมุม“แม่แค่จะคุยกับพายนิดหน่อยเท่านั้นเอง”“คุยเรื่องอะไรครับแม่ ถ้าแม่จะพูดจาไม่ดีใส่พายอีก เชิญแม่ออกไปจากบ้านพวกเราเดี๋ยวนี้เลย!” เอเดนตวาดเสียงดังลั่น“อะ...เอเดน” คนเป็นแม่ก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะรู้ดีว่าเรื่องในอดีต เธอก็ทำรุนแรงเกินไปจริง ๆ“เชิญครับแม่ ตอนนี้พายกำลังท้องอยู่ ผมไม่อยากให้ภรรยาต้องเครียดจนส่งผลเสียต่อลูกในท้อง”“ท้อง?”“...”“กะ...กี่เดือนแล้ว”“3 เดือนแล้วครับ เพิ่งไปตรวจมาอาทิตย์ที่แล้ว”“แล้วทำไมไม่บอกแม่ นี่มันเรื่องใหญ่ของตระกูลเราเลยนะ” คนเป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกชาย ด้วยความน้อยใจจนเสียงสั่น“ขอโทษค่ะ พายยังไม่ให้บอกเอง คิดว่าซัก 5 เดือนค่อยบอก”“ไม่ได้ เธอควรรีบบอกตั้งนานแล้ว แล้วนี่เป็นยังไงบ้างแพ้ท้องหรือเปล่า”“ค่ะ คลื่นไส้บ่อย ๆ ช่วงนี้พายเหนื่อยมาก ทานอะไรไม่ค่อยได้ ง่วงนอนตลอดเวลา”“เห็นไหมครับแม่ ถ้าแม่รู้แบบนี้แล้วผมต้องขอโทษด้วย ที่ต้องเชิญให้แม่กลับไปก่อน”“เอเดน! นี่แกถึงขั้นจะผลักไสไล่ส่งแม่เลยเหรอ”“แม่ครับ ผมไม่อยากพูดจาไม่ดีกับแม่เลย แต่ถ้าแม่ยังตั้งท่าจะหาเรื่องพาย ผมก็จำเป็นต้องทำแบบนี้”“แกคงเห็นว่าแม่เป็นนางยักษ์นางมาร คอยแต่จะรังแกเมียแกสินะ”“คร
หลังจากท่องเที่ยว และจัดการภารกิจจนเสร็จสิ้นเกือบทั้งหมด สองสามีภรรยาที่นอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงกว้าง ก็เริ่มบทสนทนาท่ามกลางความเงียบสงบ“ได้คุยกับคุณเซย่าแล้ว พายรู้สึกดีมากเลยค่ะ พายดีใจนะคะ ที่พี่เอเดนเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้”“คงเป็นเพราะตั้งแต่ได้รู้จักกับพาย พี่ก็เลยกลายเป็นคนใจเย็นขึ้นละมั้ง และปล่อยวางทุกอย่างได้มากกว่าเดิม” เอเดนตอบพลางนึกย้อนไปถึงตัวเองในอดีต หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจัดการทุกคนที่ทรยศอย่างเด็ดขาดไปแล้ว ทว่าตอนนี้เขากลับสามารถอโหสิกรรมให้เซย่าและคาลอส ได้อย่างสนิทใจจนน่าประหลาดใจแม้แต่เคน ลูกน้องคนสนิทที่หักหลังเขาได้อย่างเลือดเย็น ด้วยการขโมยความลับไปมอบให้คู่แข่ง จนธุรกิจเกือบพังทลาย เคราะห์ดีที่เขาไหวตัวทัน ทว่าแทนที่จะปลิดชีพมันเหมือนคนอื่น ๆ ที่เคยทรยศ เขากลับเลือกที่จะปล่อยมันไป เพียงเพราะนึกถึงใบหน้าของพัชชา ที่คอยเตือนสติเขาอยู่เสมอ ความรักที่มีต่อเธอทำให้เขา ไม่อยากทำเรื่องรุนแรงเช่นนั้นอีก“พายดีใจจริงๆ ค่ะ พายภูมิใจในตัวพี่เอเดนที่สุดเลย”“ก็เพราะพี่รักพายไงครับ พี่ถึงอยากเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อพายกับลูก”“ค่ะ พายก็รักพี่เอเดน” หญิงสาวกระชับอ้อมกอดแน่น
ณ ลาสเวกัสหลังจากเสร็จสิ้นพิธีวิวาห์อันแสนหวาน ช่วงเวลาแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก็เริ่มต้นขึ้นลาสเวกัสคือจุดหมายปลายทางที่พัชชาปรารถนาจะกลับมา เพราะที่แห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความทรงจำมากมาย ที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจยามที่เธอมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เคยตกระกำลำบาก จนกระทั่งได้เรียนรู้จักความรัก และต้องหอบหิ้วหยาดเลือดเนื้อเชื้อไขในท้อง ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง มันคือบททดสอบอันหนักหน่วงที่สุดสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแต่ในวันนี้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นชีวิตรักใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ทุกวันของเธออบอวลไปด้วยความสุข จนแทบไม่อยากจะแยกห่างจากชายคนรัก แม้เพียงวินาทีเดียวทางด้านเอเดนเอง ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างกัน นับตั้งแต่พรากจากเธอไป หัวใจของเขาก็แห้งเหือดไร้ซึ่งความสุข จนกระทั่งได้เธอกลับคืนมาเติมเต็ม คำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์อีกครั้ง เขาจึงได้สัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงที่โหยหามาตลอด 5 ปีร่างสูงโน้มตัวลงสวมกอดภรรยาสาว ที่ตีตราจองตามกฎหมายอย่างทะนุถนอม ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่อลอย ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง“คิดอะไรอยู่”“เปล่าค่ะ พายแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนิดหน่อย ไม่สำคัญหรอกค่ะ” ทว่าแ
ภายในห้องรับรองบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบขรึม เมื่อสมาชิกตระกูลเคอร์เลซมาอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งคุณหญิงพิมพาและคุณแดเนียล ที่เพิ่งเดินทางมาถึง ต่างจ้องมองเด็กชายตัวน้อยตรงหน้า สลับกับใบหน้าของลูกชายคนโต ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามขวัญลดาได้แต่ลอบมองหน้าอาเดม ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ เธอเองก็คาดไม่ถึงว่าพรหมลิขิตจะเล่นตลกให้เรื่องราวบังเอิญได้ถึงเพียงนี้เอเดนกับพัชชารวมถึงวิกเตอร์ ที่นั่งอยู่ข้างกันพัชชาพยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับพิมพา เพราะลึก ๆ ในใจเธอยังคงเจ็บปวดกับคำดูถูกเหยียดหยาม ที่เคยได้รับมาโดยตลอด“นี่มันเรื่องอะไรกัน ช่วยอธิบายให้แด๊ดฟังที” แดเนียล ประมุขของบ้านเอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรก“นี่พาย ภรรยาของผมครับแด๊ด” เอเดนแนะนำหญิงสาวข้างกาย“สวัสดีค่ะ” พัชชายกมือไหว้ด้วยความสุภาพ“ส่วนนี่ก็ลูกชายผมครับ ชื่อวิกเตอร์ หลานชายของแด๊ด” เอเดนแนะนำลูกชายให้พ่อรู้จัก โดยที่เขายังคงทำตัวมึนตึงและเมินเฉยต่อผู้เป็นแม่“...” คุณหญิงพิมพาได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก เธอไม่นึกเลยว่า เด็กชายที่เธอรู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูตั้งแต่แรกเห็น จะกลายเป็นหลานชายแท้ ๆ เลือดเนื้อเชื่อไขของตัวเอง“หลานปู่เหรอ
ด้วยความที่ไม่เคยต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อก้าวออกมาพบกับฝูงชนจำนวนมาก วิกเตอร์ก็เริ่มมีอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่เล็กกวาดมองไปรอบตัว ด้วยความสับสนเพราะมองไปทางไหนก็ไม่พบใบหน้าที่คุ้นเคย ไม่เห็นทั้งพ่อ แม่ หรือแม้แต่แม่ขวัญ เด็กน้อยที่ไม่เคยชินกับสังคมเช่นนี้ จึงหยุดชะงักอยู่กับที่ ไม่กล้าก้าวเดินต่อแม้แต่ก้าวเดียว“วิกเตอร์” พัชชาอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นลูกชายยืนนิ่งหน้าเสียอยู่บนเวที“พาย ลูกเราเป็นอะไรหรือเปล่า” เอเดนรีบถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“น่าจะไม่ชินค่ะ วันนี้คนเยอะมากจริง ๆ ขวัญบอกว่าตอนซ้อมมีแค่เด็ก ๆ กับคนดูแล พอมาเจอสถานการณ์จริงแบบนี้ แกคงตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก”“เราไปพาลูกกลับตอนนี้เลยดีไหมพาย พี่สงสารลูก” คนเป็นพ่อมองดูหยาดน้ำตา ที่จวนจะหยดของลูกชายด้วยความเวทนา“รออีกสักนิดเถอะค่ะ วิกเตอร์ยังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ถือเป็นโอกาสให้แกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในเมื่ออุตส่าห์พาแกมาอยู่ตรงนี้แล้ว ลองให้แกได้สู้อีกหน่อยนะคะ”“ก็ได้ แต่ถ้าลูกดูอึดอัดมากกว่านี้ พี่จะพาลูกกลับทันที” เอเดนยอมผ่อนปรน แต่ก็ยังกำมือภรรยาไว้แน่นด้วยความกังวล“ขวัญ หลานคุณเป็
คู่รักที่เพิ่งกลับมาปรับความเข้าใจกัน ตอนนี้อบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทั้งคู่ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เริ่มจากการอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกชายตัวน้อย เพื่อเตรียมตัวไปส่งที่โรงเรียนวิกเตอร์ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของคำว่าครอบครัว ที่มีทั้งพ่อและแม่พร้อมหน้าเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ มิหนำซ้ำวันนี้ยังมีพ่อไปส่งถึงหน้าโรงเรียนด้วยตัวเอง ไม่มีอะไรที่จะน่าดีใจไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับเด็กชายเมื่อส่งลูกเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปส่งขนมตามออเดอร์ที่ค้างไว้ โดยมีเอเดนคอยตามติดไม่ห่าง เพราะเขาตั้งใจ จะให้เธอแจ้งแก่ลูกค้าทุกคน ว่าจะเลิกทำขนมขายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป“ส่งขนมเสร็จแล้วเข้าไปที่โรงแรมกับพี่นะ”“บ้า พูดอะไรแบบนั้นคะ” พัชชาหน้าแดงซ่านเมื่อเห็นเขาพูดจาสองแง่สองง่าม ต่อหน้าลูกน้อง“คิดอะไรลามก พี่เป็นเจ้าของโรงแรมนะลืมไปแล้วหรือไง”“ก็ใครจะไปรู้ล่ะเล่นพูดมาแบบนี้”“หึ แต่พี่ก็ให้คนเปิดห้องสูทส่วนตัว เตรียมไว้แล้วนะ เผื่อว่าเราสองคนอยากจะพักผ่อนกันเป็นการส่วนตัว”“บ้า” หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพื่อซ่อนความเขินอายที่ปิดไม่มิดขนมที่เธอมาส่งในวั