LOGINพาร์ตริกะ และแล้วงานแต่งงานของเราก็ถูกจัดขึ้นในหนึ่งเดือนถัดมา เสียดายที่คุณย่าของฉันไม่ได้มาเพราะย้ายขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ตั้งแต่สองปีก่อน แต่ฉันเชื่อว่ายังไงคุณย่าก็ต้องเฝ้ามองฉันลงมาจากสวรรค์อยู่แล้ว ป่านนี้คงจะจับมือคุณแม่มาร้องไห้เพราะในที่สุดฉันก็แต่งงานละมั้ง “ทำไมนั่งเงียบเลยล่ะ เป็นเจ้าสาวทั้งทีก็ยิ้มหน่อยสิ” นดาว่าพลางจับแก้มให้ฉันยิ้ม ฉันเสหน้าหลบก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองเพื่อนสนิท “แกว่าพ่อฉันจะมาไหมอะ” “แกส่งบัตรเชิญไปแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาอยากมายินดีที่ลูกสาวคนเดียวของเขาแต่งงานเขาก็คงมาแหละ” “ถ้าเขาไม่มาแสดงว่าเขาคงไม่อยากมีฉันเป็นลูกแล้วจริง ๆ สินะ” ฉันได้แต่ถอนลมหายใจออกมาอย่างปลง ๆ พ่อฉันไม่คุยกับฉันเลยตั้งแต่ที่ฉันออกมา ตอนงานศพของคุณย่าเขาก็ไม่แม้แต่ที่จะชายตามองฉัน ให้ทนายของคุณย่ามาคุยกับฉันแทนอีก “เอาน่า ท่านอาจจะแค่ระอาใจที่ผ่านมาไม่ได้ทำตัวเป็นพ่อที่ดีก็ได้นะ” “เขาเป็นครอบครัวคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่นะ” ฉันว่าแต่ก็ไม่ได้เศร้านานมากน
พาร์ตธันวา ห้าปีผ่านไป “ที่นี่เป็นไงบ้าง” ผมเดินเข้ามาในตึกแถวห้องหนึ่งที่ผมเช่าเอาไว้เพื่อเป็นที่ตั้งของออฟฟิศธัญริกาที่ใหม่หลังจากที่ตัวเกมเริ่มมีชื่อเสียงบริษัทเองก็มีชื่อเสียงตามไปด้วย ผมเลยต้องการที่ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับพนักงานในการทำโพรเจกต์ใหม่ ๆ “ดีมากเลยค่ะบอส อยู่ใกล้รถไฟฟ้าด้วยเดินทางสะดวกมากเลยค่ะ” ต้นไทรว่าเสียงใสพลางกวาดสายตาไปมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น “บริษัทใหญ่ขึ้น ผู้บริหารก็เหนื่อยหน่อยนะ ฝากด้วยล่ะ” ผมหันไปพูดกับสาวรุ่นน้องก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับอย่างทันควัน “ได้ค่ะ หนูจะไม่ทำให้บอสผิดหวัง” ผมค่อนข้างจะเชื่อใจในตัวของต้นไทรอยู่แล้วว่าเธอต้องทำได้ดีผมเลยวางใจที่จะให้เธอขึ้นมาเป็นผู้บริหาร “นี่ ๆ จืดจางเอากระถางแจกันตั้งไว้ตรงนี้สิ” เธอรีบเข้าไปหาเพื่อนสนิทก่อนจะช่วยกันยืนจัดแจกันอยู่นานพลางถกเถียงกันอย่างเคย ตอนนี้คงจะไม่มีใครมากล้าเรียกจืดจางอีกแล้วเพราะจืดเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายผลิตและควบคุมไอทีทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นรองก็แค่ต้นไทรเท่านั้นเอง
นี่ก็ผ่านมาเกือบสามวันแล้ว แต่คุณโยก็ยังไม่ฟื้นแม้จะอาการคงที่แล้วก็ตาม หมอบอกว่าเธออาจจะตื่นมาพร้อมกับอาการความจำเสื่อมได้ ไฟล์เสียงคำรับสารภาพที่ฉันได้มาถูกยื่นเป็นหลักฐานที่เชื่อมโยงกับหลักฐานชิ้นอื่น ๆ ทำให้เราปิดคดีลงได้ เหลือแค่ให้คนร้ายตื่นขึ้นมารับผิด “คุณโยฟื้นแล้วค่ะ” พยาบาลสาวเดินมาเรียกฉันที่นั่งอยู่หน้าห้องพักคนไข้ สามวันมานี้ฉันแวะเวียนมาพูดคุยกับตำรวจเจ้าของคดีที่มาเฝ้าคุณโยอยู่ทุกวันเลยพอจะได้พูดคุยกันอยู่บ้าง คุณโยเคยมีประวัติรักษาโรคทางจิตเวชเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยโดยแจ้งความเรื่องที่ไปรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นอยู่ ไม่คิดว่าคราวนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ พวกเราเดินเข้าไปในห้องพัก ข้อมือทั้งสองข้างของคุณโยถูกกุญแจมือตรึงเอาไว้ ภาพตรงหน้าทำเอาฉันต้องรู้สึกสลดเมื่อได้เห็นใบหน้าที่ซูบผอมลงของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยการบอบช้ำจากอุบัติเหตุ “ปล่อยฉันไปนะ ปล่อยฉัน จะมามัดฉันไว้ทำไม ฉันทำอะไรผิด” หญิงสาวเริ่มโวยวายของที่แพทย์เจ้าของไข้จะมาตรวจอาการ “คุณจำได้ไหมครับว่าตัวเองชื่ออะไร” คุณหม
พาร์ตริกะ ฉันตัดสินใจขับรถของนดามาตามพิกัดที่ที่หนึ่งที่ถูกส่ง ผ่านมาทางข้อความของบุคคลปริศนา ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงกล้ามาน่ะเหรอ บอกตามตรงว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็นผสมกับความอวดดีของตัวเองล้วน ๆ ฉันเงยหน้ามองตึกร้างที่อยู่เบื้องหน้าแล้วเกิดรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา ฉันไม่เคยทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นขนาดนี้มาก่อนแต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ อาจจะเป็นเพราะเรื่องของพี่ธันวาฉันเลยได้ร้อนใจขึ้นมา มาที่นี่สิ แล้วเธอจะได้คำตอบของสิ่งที่เธออยากรู้ ป.ล.ห้ามบอกใครทั้งนั้นไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอไม่ได้เจอกับคุณดีเซมเบอร์อีก ฉันโทรหาพี่ธันวาเท่าไรเขาก็ไม่ยอมรับสายสักทีฉันถึงได้ร้อนใจอยู่ในตอนนี้เลยตัดสินใจเดินทางมาในทันที ฉันเดินเข้ามาในตัวตึก “ฉันมาแล้ว เธออยู่ไหน” เสียงของฉันก้องไปทั่วจนน่าขนลุกพลางกวาดสายตามองไปมาด้วยความหวาดระแวง ฉันพยายามควบคุมสติของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นสองฉันเลยก้าวขึ้นไปบนบันไดด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ สิ่งที่ฉันไม่อาจเชื่อเลยทันทีที่ก้าวขึ้นมาบนชั้นสองฉันจะต้องพบหน้า
พาร์ตริกะ ฉันเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันทีหลังจากที่ได้รับสายจากนดาเพื่อนสนิทว่ารถประสบอุบัติเหตุ ฉันเดินเข้าไปในห้อง พักคนไข้แล้วเห็นว่าหญิงสาวมีผ้าปิดแผลที่ข้างขมับแล้วมีแผลถลอกตามลำตัวแล้วก็ต้องตกตะลึง “ไปทำอีท่าไหนรถถึงได้ชนกองทรายข้างทางได้น่ะ” ฉันรีบเข้ามายืนข้างเตียง นดาจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาคาดโทษ “ไม่ต้องมาโกรธฉันเลยนะยะ ก็แกฝากให้ไปเอารถที่ร้าน อาหารที่แกไปฉลอง ฉันก็ไปเอาให้แต่รถแกมันเบรกไม่อยู่ ดีที่ฉันรู้ตัวก่อนแต่ดันมีรถมาตัดหน้าเลยต้องหักชนกองทรายอะ” “รถฉันมันเบรกไม่อยู่เหรอ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนกับแปลกใจ ตอนฉันขับก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรทำไมถึงได้มาเบรกแตกตอนที่นดาขับกันนะ “ริกะ” ฉันหันไปมองตามเสียงเรียก พี่ธันวาเดินเข้ามาในห้องพักด้วยสีหน้าตึงเครียด “คณธันวาสวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” พี่ธันวาพยักหน้ารับก่อนจะพูดต่อ “เมื่อกี้พี่คุยกับตำรวจมา เขาบอกว่าเอารถของริกะไปตรวจแล้ว สายเบรกโดนตัด” “อะไรนะ?” ฉันกับนดาประสานเสียงกันด้วยความตกตะลึง
“ทำตัวอวดเก่ง ดื้อด้านหัวแข็งแต่แกไปไกลได้แค่นี้น่ะเหรอฮะ” พ่อเหวี่ยงให้ฉันลงไปนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ฉันพยายามข่มตัวเองไม่ให้อารมณ์คุกรุ่นตามผู้เป็นพ่อ “พ่อคะ” ฉันเรียกชายหนุ่มอายุย่างห้าสิบ ด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเป็นปกติที่สุดก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองวัยกลางคน “พ่อไม่ฟังอะไรเลยแล้วก็เอาแต่มาด่าหนู พ่อฟังหนูอธิบายก่อนได้ไหมคะ” “อธิบายอะไร ฉันเองก็เห็นอยู่กับตาตัวเองตั้งแต่วันแรกที่คนอย่างแกคิดจะไปลงทุนกับธุรกิจเกมแล้ว คนอย่างแกเนี่ยนะจะไปสนใจอุตสาหกรรมเกมถ้าไม่โดนไอ้หมอนั่นมันหลอก” “พ่อไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าหนูชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรแล้วพ่อมาทำเป็นรู้ดีว่าคนอย่างหนูจะไม่สนใจอุตสาหกรรมเกมเหรอคะ” ผู้เป็นพ่อพ่นลมหายใจออกมาเมื่อถูกฉันยอกย้อนแล้วไม่รู้จะโต้เถียงให้กลายเป็นฝ่ายถูกอย่างไร “ไม่รู้แหละ ที่ผ่านมาฉันก็พยายามจะไม่สนใจเรื่องที่แกไปเอาไอ้หมอนั่น แต่นี่แกทำให้หมอพนัสต้องย้ายไป แล้วยังมีข่าวออกมาให้ตระกูลเราเสื่อมเสียอีก คิดดูสิทายาทโรงพยาบาลดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศมีลูกสาวไม่มีหัวคิดแบบนี้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ฉ







