Home / โรแมนติก / Sweetest lies สัญญารักลวงตา / ตอนที่ 8 - [ หัวใจที่หยุดเต้น ]

Share

ตอนที่ 8 - [ หัวใจที่หยุดเต้น ]

last update publish date: 2026-02-03 13:39:14

ท่ามกลางความเงียบสงบที่ดูจะเปราะบางกว่าทุกวัน ท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอกเริ่มถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนสีเทาหม่น เสียงฟ้าร้องครวญครางแผ่วเบามาจากที่ไกลๆ ลมเย็นที่พัดลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาทำให้น้ำชาที่ยังคงนั่งตรวจทานแบบงานอยู่ที่โต๊ะทานข้าวต้องกระชับเสื้อคลุมไหล่ไว้แน่น กลิ่นหอมของกาแฟที่เริ่มเย็นชืดคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นฝนที่กำลังจะตกลงมาในไม่ช้า

เมษนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของเขาจ้องมองหนังสือในมือ แต่ทว่าหัวใจของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวอักษรเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่น้ำชาขยับตัว หรือทุกครั้งที่เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น ความรู้สึกที่เหมือนมีเข็มแหลม ๆ ทิ่มแทงกลางอกก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที

"งานยังไม่เสร็จอีกเหรอชา ดึกมากแล้วนะ" เมษเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังอธิบายไม่ได้ว่ามันคือความห่วงใยหรือความหึงหวงที่กำลังพยายามสะกดกลั้นไว้

"อีกนิดเดียวค่ะป๊า… ชาอยากส่งไฟล์สรุปให้คิมก่อนนอน พรุ่งนี้เขาต้องเอาไปเสนอทีมงานฝ่ายผลิตน่ะค่ะ" น้ำชาตอบโดยไม่ได้เงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวยังคงกดคีย์บอร์ดรัวๆ อย่างตั้งใจ

คำว่า 'คิม' ที่หลุดออกมาจากปากของเธอนั้น ทำเอาเมษต้องวางหนังสือลงบนโต๊ะเสียงดังกึกจนน้ำชาสะดุ้งเล็กน้อย ชายหนุ่มขบกรามแน่น ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งดูจะหนักอึ้งขึ้นมาฉับพลัน

"ป๊าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" น้ำชาเงยหน้าขึ้นมอง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย

เมษจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น ดวงตาที่เขาเห็นมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กน้อย และตอนนี้ดวงตาคู่นี้กลับมีประกายความมุ่งมั่นเพื่อ 'ใครคนอื่น' ที่ไม่ใช่เขา 

"ป๊าแค่รู้สึกว่า… ชาให้ความสำคัญกับคิมคนนั้นมากเกินไปหรือเปล่า"

"คะ?" น้ำชาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา  "ป๊าคิดมากไปแล้วค่ะ คิมเขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก เขาช่วยชามาตลอดตั้งแต่เข้าทำงานวันแรก ถ้าไม่มีเขา ชาคงไม่ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าดีไซเนอร์หรอกค่ะ"

"แต่นี่มันเวลาส่วนตัว" เมษลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าของเขาบดบังแสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะจนเกิดเงาทอดยาวไปถึงตัวน้ำชา 

"เขาสมควรจะรู้ขอบเขตว่าเวลาไหนควรคุยงาน เวลาไหนควรปล่อยให้คนอื่นพักผ่อน"

น้ำชาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ความอบอุ่นที่เคยมีเมื่อช่วงบ่ายในห้างสรรพสินค้าดูจะหายวับไปกับตา 

"ชาเป็นคนอนุญาตให้เขาติดต่อมาเองค่ะป๊า ชาไม่อยากให้งานมีปัญหา ป๊าก็รู้ว่าโปรเจกต์กุหลาบสีน้ำเงินนี้สำคัญกับชาแค่ไหน"

"กุหลาบสีน้ำเงิน…" เมษพึมพำชื่อนั้นออกมา แววตาของเขาหม่นแสงลง "สิ่งที่ไม่มีอยู่จริง..และสิ่งที่ไม่อาจเอื้อมถึงสินะ"

เขาก้าวเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังเก้าอี้ของน้ำชา มือหนาวางลงบนบ่าของเธอเบาๆ แต่สัมผัสนั้นกลับให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม มันรุนแรงและแสดงความเป็นเจ้าของจนน้ำชารู้สึกขนลุกซ่านไปทั่วแผ่นหลัง 

"ชา… ป๊าไม่ชอบที่เขามาใกล้ชิดชาแบบนั้น ป๊าไม่ชอบเวลาที่ชาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแบบนั้น"

น้ำชานิ่งค้าง ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด 

"ป๊า… หมายความว่ายังไงคะ? คิมเขาก็แค่เพื่อน…"

"เพื่อนเหรอ?" เมษโน้มตัวลงมาใกล้จนน้ำชาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขาที่รดอยู่ข้างใบหู กลิ่นสบู่และกลิ่นกายที่คุ้นเคยกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำด้วยความประหม่าและความรู้สึกที่ผิดแปลก "เพื่อนแบบไหนที่อาสามาส่งบ้านทุกวัน? เพื่อนแบบไหนที่โทรหาตอนเที่ยงคืนแบบนี้?"

ครืด… ครืด…

ราวกับโชคชะตากำลังเล่นตลก โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง หน้าจอสว่างวาบพร้อมชื่อ 'คิม' ที่ปรากฏหราอยู่ท่ามกลางความมืด เมษมองหน้าจอนั้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป เขาคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นมาไว้ในมือทันทีก่อนที่น้ำชาจะทันได้ห้าม

"ป๊า! ส่งมาให้ชานะคะ! ป๊าจะทำอะไร!" น้ำชารีบลุกขึ้นยืนเพื่อจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่เมษกลับใช้ความได้เปรียบทางสรีระกันเธอไว้ด้วยวงแขนแข็งแรง

"ป๊าจะคุยกับเขาเอง" เมษกดรับสายด้วยใบหน้าเย็นเยียบ เสียงทุ้มต่ำของเขาที่เอ่ยออกไปนั้นแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้น้ำชาต้องหยุดนิ่งด้วยความหวาดเกรง

"ฮัลโหล คิมเหรอ? ผมเมษ พ่อของน้ำชา"

ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงของคิมจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจะตกใจไม่น้อย 

"อ อ้อ สวัสดีครับคุณอา ผมขอโทษด้วยครับที่โทรมาดึกขนาดนี้ พอดีผมลืมแจ้งเรื่อง-"

"เรื่องงานเก็บไว้คุยที่ออฟฟิศวันพรุ่งนี้เถอะคิม" เมษตัดบทอย่างไร้เยื่อใย 

"ตอนนี้ลูกสาวผมต้องการพักผ่อน และผมก็ไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาในบ้านของเรา… หวังว่าคุณคงเข้าใจ"

"ค- ครับคุณอา ขอโทษด้วยครับ" เมษกดวางสายทันทีพลางวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแรงๆ น้ำชามองการกระทำนั้นด้วยความอึ้ง เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางอากาศ ความโกรธเคืองแล่นริ้วขึ้นมาจนน้ำตาคลอเบ้า 

"ป๊าทำแบบนี้ทำไมคะ! ป๊ารู้ไหมว่ามันน่าเกลียดแค่ไหนที่ทำตัวแบบนี้กับเพื่อนร่วมงานของชา!"

"น่าเกลียดเหรอ?" เมษหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แสนลึกซึ้ง 

"ที่ป๊าทำไปทั้งหมดเพราะป๊าเป็นห่วงชา เพราะป๊าไม่อยากให้ใครมาถือโอกาสกับลูก!"

"ชาไม่ใช่เด็กแล้วนะคะป๊า! ชามีสิทธิ์ที่จะมีเพื่อน มีสังคม มีคนที่คุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ป๊าไม่มีสิทธิ์มาทำตัวเป็นเจ้าชีวิตชาแบบนี้!" น้ำชาตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้น น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่เริ่มตกลงมากระทบหน้าต่างดัง ซ่า ซ่า ราวกับจะตอกย้ำความร้าวรานระหว่างคนทั้งคู่ เมษมองดูร่างบางที่กำลังสั่นเทาเพราะแรงอารมณ์ หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบจนแหลกละเอียด ความจริงที่เขาพยายามซ่อนไว้บัดนี้มันกำลังจะพังทลายลงมา

"สบายใจงั้นเหรอ…" เมษแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น "อยู่กับเขาแล้วสบายใจกว่าอยู่กับป๊างั้นสิ?"

เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้น้ำชาถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะ เมษใช้มือกุมแขนทั้งสองของน้ำชาแล้วยันโต๊ะไว้ กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนที่ไร้ทางออก กลิ่นฝนด้านนอกกับบรรยากาศที่อึมครึมภายในบ้านสร้างความรู้สึกที่บีบคั้นจนน้ำชาแทบหายใจไม่ออก

"ป๊า..ปล่อยชาเถอะค่ะ" เธอพึมพัมเสียงสั่นพร่า หลบสายตาคมกล้าที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

"ทำไมต้องปล่อย?" เมษโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกของเขาเกือบจะชนกับจมูกของเธอ 

"เพราะป๊าไม่ใช่ 'เพื่อน' แบบคิมงั้นเหรอ? หรือเพราะป๊าเป็นแค่ 'ป๊า' ที่ชาไม่อยากจะสนใจอีกต่อไปแล้ว?"

"มันไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ-"

เธอมองสบตาผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า ผู้ชายที่เธอเรียกว่า 'ป๊า' มาตลอดชีวิต แต่ในวินาทีนี้แววตาของเมษกลับไม่ได้มีความใจดีหรือความอ่อนโยนที่เธอคุ้นเคยเหลืออยู่เลย มันมีแต่ความร้อนแรงของกองไฟที่สุมไปด้วยความหึงหวงและความต้องการครอบครองที่เธอไม่เคยกล้าจะจินตนาการถึง สัมผัสจากมือหนาที่ตรึงแขนเธอไว้กับขอบโต๊ะนั้นมั่นคงและรุนแรงจนเธอรู้สึกเจ็บ แต่ความเจ็บทางกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความสับสนที่กำลังกัดกินใจ

"แล้วมันเป็นอย่างไหน?" เมษเค้นเสียงถาม เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ 

"บอกป๊าสิชา บอกมาว่าความสบายใจที่ชาว่าน่ะ มันหาไม่ได้จากบ้านหลังนี้แล้วใช่ไหม?"

เมษขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของเขาแทบจะสัมผัสกับพวงแก้มที่ชื้นไปด้วยน้ำตาของเธอ เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูที่เธอใช้ ผสมกับกลิ่นกายจางๆ ที่ทำให้สติของเขาเริ่มจะพังทลายลง ความเงียบที่ขวางกั้นระหว่างคำพูดถูกทำลายลงด้วยเสียงฟ้าที่ผ่าลงมาดัง เปรี้ยง! แสงสว่างวาบจากสายฟ้าสะท้อนในดวงตาของเมษ ทำให้เขาดูเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังจนมุม

"ชาแค่- ชาแค่ทำงานค่ะป๊า" น้ำชาพยายามรวบรวมความกล้าพูดออกมา แม้เสียงจะยังคงสั่นเครือ 

"คิมเขาช่วยชาจริงๆ และชาก็แค่ไม่อยากให้ป๊าต้องมาลำบากเพราะงานของชา ป๊าทำแบบนี้ ป๊ากำลังทำให้น้ำชาอึดอัดนะคะ"

"อึดอัดงั้นเหรอ?" เมษแค่นหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น เขาปล่อยมือจากแขนของเธอ แต่กลับเลื่อนขึ้นมาเชยคางของเธอให้เงยขึ้นสบตาเขาแทน นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปตามริมฝีปากบางของเธออย่างแผ่วเบาแต่กลับให้ความรู้สึกที่คุกคามจนน้ำชาต้องกลั้นหายใจ 

"ที่ป๊าพยายามทำทุกอย่างเพื่อชา ที่ป๊ารอชาทุกคืนจนดึกดื่น มันกลายเป็นความอึดอัดสำหรับชาไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"

ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อกของน้ำชา เธอเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเขา ความเจ็บปวดของคนที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป

"ป๊าคะ.. ชาขอล่ะ ปล่อยชาเถอะค่ะ" เธออ้อนวอนด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว 

เมษผละใบหน้าออกมาเล็กน้อย เขามองดูผลงานของตัวเอง ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและริมฝีปากที่สั่นระริกของน้ำชา เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำลงไปมันได้ทำลายกำแพงความเชื่อใจระหว่างเขากับเธอลงอย่างย่อยยับ แต่เขาก็ไม่อาจหยุดยั้งตัวเองได้อีกต่อไป ความหึงหวงมันทำให้เขากลายเป็นคนบ้า คนบ้าที่หลงรักลูกสาวตัวเองจนหมดหัวใจ

"นอนซะนะน้ำชา" เมษเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง แต่แววตายังคงวาวโรจน์ 

"เรื่องงานวันพรุ่งนี้.. ป๊าจะไปส่งชาที่ออฟฟิศเอง และป๊าไม่อนุญาตให้คิมมาส่งชาที่บ้านอีก เข้าใจที่ป๊าพูดใช่ไหม?"

น้ำชาไม่ได้ตอบ เธอเพียงแต่พยักหน้าช้า ๆ อย่างจำยอม ความเหนื่อยล้าทางกายและใจถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เมษปล่อยมือจากเธอและเดินออกจากห้องครัวไป ทิ้งให้เธอยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางเสียงฝนและความมืดมิดที่เริ่มกัดกินหัวใจทีละน้อย

'กุหลาบสีน้ำเงิน… คือสิ่งที่ไม่อาจเอื้อมถึง'

น้ำชานึกถึงคำพูดนั้นพลางหัวใจบีบรัด บางที… คนที่ไม่อาจเอื้อมถึงในที่นี้อาจไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่มันคือตัวเธอเองที่กำลังขังตัวเองอยู่ในกรงทองที่สวยงามแห่งนี้ และกุหลาบสีน้ำเงินที่เธอพยายามจะออกแบบให้สวยงามที่สุดนั้น บางทีมันอาจจะเบ่งบานเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเจ็บปวดที่เธอได้รับในทุกค่ำคืน..

น้ำชาพยายามอดกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายมันก็้มเหลว เธอใช้มือทั้งสองข้างเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าราวกับเด็กน้อยที่ใจสลาย 

นี่คือสิ่งที่ตัวเธอต้องการไม่ใช่เหรอ? การที่อยากให้ป๊าดุเธอบ้าง การที่อยากจะลืมเขา หรือไม่ก็เกลียดเขาไปเลย เพื่อที่จะได้กลบฝังความรู้สึกของตัวเองไปจนหมดสิ้น? แต่ทำไมกัน ทำไมหัวใจของเธอยังคงบีบรัดและทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้กัน 

ณ คืนนี้ ฝนยังคงตกลงมาอย่างโหมกระหน่ำ เฉกเช่นเดียวกับน้ำตาของน้ำชาที่ยังลงไหลรินอาบข้างแก้มไม่หยุดหย่อน 

TBC.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 20 - [ จุดจบ ]

    แสงแดดรำไรยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกทรงสูงของคฤหาสน์หลังงามที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่จนดูโอ่อ่ากว่าที่เคยเป็นมา ความเงียบเชียบภายในบ้านไม่ได้ทำให้รู้สึกอ้างว้างอีกต่อไปนับตั้งแต่ ‘เขา’ กลับมา น้ำชาขยับกายภายใต้ผ้าห่มขนสัตว์เนื้อนุ่มที่โอบล้อมร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอไว้ แผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและรอยแผลเป็นจางๆ หลักฐานของการถูกจองจำในอดีตที่คอยย้ำเตือนถึงความเสียสละอันบิดเบี้ยวของชายผู้เป็นเจ้าของลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่เหนือลาดไหล่ของเธอในเวลานี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโซ่ตรวนผูกมัดหัวใจของเธอไว้ บัดนี้ถูกเผาทำลายไปจนหมดสิ้นด้วยเปลวไฟแห่งความโหยหาตลอดสี่ปีเต็มที่ผ่านมา น้ำชาหลับตาลงรับสัมผัสจากวงแขนแกร่งที่กระชับโอบกอดเธอไว้แน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปเป็นเพียงภาพฝันยามเช้า เธอแอบหลงรักผู้ชายคนที่คนทั้งโลกประณามว่าปีศาจมาเนิ่นนาน และยิ่งนานไปความรักนั้นก็ยิ่งหยั่งรากลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ ความรักที่สังคมมองว่าวิปริตและเป็นพิษร้าย แต่สำหรับเธอมันคือหยาดน้ำที่หล่อเลี้ยงกุหลาบสีน้ำเงินให้ยังคงเบ่งบานอย่างสง่างามท่าม

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 19 - [ กรงขัง ]

    แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัววูบวาบสะท้อนกับผนังกระจกของอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่น้ำชาสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเศษเสี้ยวของหัวใจที่แตกสลายเมื่อสี่ปีก่อน กลิ่นอายของความสำเร็จที่ฉาบไว้ด้วยน้ำหอมราคาแพงและดอกกุหลาบสีน้ำเงินสายพันธุ์พิเศษที่ส่งกลิ่นหอมเย็นยะเยือกตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องจัดแสดง เสียงรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังกระทบพื้นหินอ่อนดัง ตึก ตึก เป็นจังหวะที่หนักแน่นและมั่นคง ต่างจากเด็กสาวที่เคยเดินตัวสั่นเทาอยู่หลังม่านเวทีเดินแบบในอดีตอย่างสิ้นเชิงน้ำชายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักข่าวและนักลงทุนในชุดราตรีสีน้ำเงินมิดไนท์บลูที่ตัดเย็บอย่างประณีต ดีไซน์ของมันยังคงเน้นความแข็งแกร่งของโครงสร้างแต่กลับซ่อนความพริ้วไหวที่ดูเยือกเย็นไว้ภายใน มันคือเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบปี ใบหน้าของเธอที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างดีดูไร้ที่ติ แต่ทว่าดวงตาคู่สวยที่เคยมีประกายความหวังบัดนี้กลับดูเรียบเฉยและลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะอ่านออก“คุณน้ำชาคะ การเปิดตัวคอลเลคชั่น ‘อิสระที่ถวิลหา’ ในครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ในอดีตหรือเปล่าคะ?” นักข่าวสาวคนหนึ่งยื่นไมโครโฟนเข้ามาถามด้วยส

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 18 - [ โซ่ที่ถูกตัดขาด ]

    สิงห์ขยับเข้ามาใกล้เมษทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เขามองดูเพื่อนเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยสง่างามและเป็นที่ยอมรับของสังคม บัดนี้กลับดูแตกสลายและยอมสยบต่อข้อเสนอที่ไร้มนุษยธรรมที่สุด“ถ้านายตกลงตามนี้ ฉันจะลบคลิปนั่นทิ้ง และชีวิตของน้ำชาก็จะราบรื่นอย่างที่นายต้องการ” สิงห์พูดพลางพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นนิโคตินใส่หน้าเมษ “แต่นายต้องเล่นบทบาทนี้ให้สมบูรณ์แบบนะเมษ นายต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่านายคือปีศาจที่กักขังและครอบงำเด็กสาวคนหนึ่งไว้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”เมษขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดกำแน่นอยู่ข้างลำตัว เขารู้ดีว่าข้อเสนอของสิงห์คือการฆ่าตัวตายทางสังคม แต่นี่คือทางเดียวที่น้ำชาของเขาจะยังคงเบ่งบานได้อย่างงดงามในโลกภายนอก เขาไม่อาจปล่อยให้น้ำชาต้องมาจมปลักอยู่ในนรกที่เขาสร้างขึ้น หากความลับเรื่องความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวถูกเปิดเผยออกไป น้ำชาจะถูกตราหน้าและหมดอนาคตทันที ซึ่งเขาไม่อยากเห็นภาพนั้นมากที่สุด ภาพที่อนาคตของคนที่เขารักพังทลายไปเพราะตัวเขา “ฉันจะทำ” เมษเค้นเสียงพูดออกมา น้ำเสียงของเขามั่นคงอย่า

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 17 - [ กรงที่พังทลาย ]

    เสียงเคาะคีย์บอร์ดในออฟฟิศของเมษวันนี้ดูจะหนักอึ้งเป็นพิเศษ หลังจากสิ่งที่เมษเจอเมื่อวานมันทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจเอาเสียเลย วันเวลาที่ผ่านไปทุกนาทีคือความกลัวที่ว่าสิงฆ์จะเล่นสกปรกใส่เขากับน้ำชาตอนไหน นิ้วมือที่เริ่มชากดแป้นพิมพ์บนดัง แต่ก แต่ก อย่างเชื่องช้ากว่าทุกวัน เสียงนาฬิกาบนผนังออฟฟิศส่งเสียงฟังดูดังกว่าทุกทีแม้มันจะเสียงเบาเท่าเดิม เมษถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมใช้มือเสยผมขึ้น เจ้าตัวเอนพิงไปกับเก้าอี้ เงยหน้ามองเพดานสีขาวด้วยแววตาที่ไร้จุดหมาย เขาต้องคิดหาทางปกป้องน้ำชาสักทางไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าทำอะไรผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียว ความสัมพันธ์ของเขาและน้ำชาที่ปกปิดเป็นความลับมาตลอดอาจตกอยู่ในอันตรายได้ และนั่นก็รวมถึงอนาคตของตัวของน้ำชาเองดด้วย.. เขาน่ะไม่เป็นอะไรหรอก เพราะอย่างน้อยสังคมก็อาจมองเขาเป็นพ่อโหดเหี้ยมที่คุกคามลูกสาวของตนเอง แต่น้ำชา..หากน้ำชายืนกรานจะยืนข้างเขาต่อไป มันจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเธอเลยแม้แต่น้อย "เฮ้อ..ฉันจะทำยังไงดี.."ทำไมสิงฆ์ต้องมาปรากฏตัวที่งานของน้ำชาด้วย ทำไมหมอนั่นถึงไม่ยอมปล่อยเขาไปสักทีเสียงแจ้งเตือนของมือถือที่ถูกวางไว้บนโต

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 16 - [ บาดแผล ]

    เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดภายในโรงรถของบ้านที่เงียบสงัด น้ำชาดับเครื่องยนต์แต่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในความมืด แสงไฟอัตโนมัติหน้าบ้านส่องเข้ามาจางๆ ทำให้เห็นคราบเลือดที่แห้งกรังบนใบหน้าของเขา น้ำชาเปิดประตูลงจากรถและเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่เมษนั่งอยู่ เธอประคองเมษให้ลงจากรถและพาเขาเดินเข้าบ้านอย่างระมัดระวังกลิ่นสบู่และน้ำหอมจาง ๆ จากตัวน้ำชาที่อบอวลอยู่ในบ้านที่คุ้นเคยทำให้เมษรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในกรงขังที่สวยงาม เขาถูกพานั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น น้ำชาวิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มลงมือทำแผลให้เขาด้วยความชำนาญ มือเรียวที่หยิบจับสำลีชุบแอลกอฮอล์สัมผัสลงบนบาดแผลของเขาอย่างแผ่วเบาจนเขารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ"เจ็บหน่อยนะคะป๊า" น้ำชาพูดพลางเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นเมษขมวดคิ้วด้วยความแสบ"ป๊าเจ็บที่ใจมากกว่าชา" เมษคว้าข้อมือของน้ำชาไว้ขณะที่เธอจะผละออกไปทิ้งสำลี เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาในตอนนี้ไม่ได้มีความเกรงใจในฐานะพ่อลูกเหลืออยู่อีกต่อไป "สิงห์มันจะทำลายชา มันจะแฉทุกอย่าง ป๊าควรจะทำยังไงดี"น้ำชาวางกล่องปฐมพยาบาลลงแล้วขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 15 - [ การตัดสินใจอันเจ็บปวด ]

    คำพูดของสิงห์เหมือนคีมเหล็กที่คอยคีบเอาความทรงจำที่เมษอยากจะฝังกลบไว้ให้ลึกที่สุดย้อนกลับมา ความทรงจำเมื่อสิบห้าปีก่อนในรั้วมหาวิทยาลัยเซนต์เกรกอรี สถานที่ที่ความทะเยอทะยานของชายหนุ่มสองคนเริ่มต้นขึ้น เมษและสิงห์เคยเป็นเพื่อนที่เดินเคียงข้างกันในฐานะนักศึกษาดาวรุ่งของคณะบริหารธุรกิจ แต่ความแตกต่างเพียงหนึ่งเดียวคือ เมษมักจะได้ในสิ่งที่สิงห์ปรารถนาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบที่เหนือกว่าเพียงเสี้ยวคะแนน ทุนการศึกษาที่ถูกหยิบยื่นให้ หรือแม้แต่คำชื่นชมจากอาจารย์ที่สิงห์เคารพรักแต่จุดแตกหักที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องการเรียน แต่มันคือโปรเจกต์ระดมทุนครั้งใหญ่ของนักศึกษาที่สิงห์เป็นคนริเริ่มและทุ่มเททุกอย่างลงไป ทว่าในวันที่โปรเจกต์กำลังจะประสบความสำเร็จ เมษกลับมองเห็นช่องโหว่ร้ายแรงทางกฎหมายที่อาจทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน เขาตัดสินใจเข้าแจ้งความและระงับทุกอย่างโดยไม่บอกกล่าวสิงห์ล่วงหน้า ผลลัพธ์ในครั้งนั้นทำให้สิงห์ถูกตราหน้าว่าเป็นคนฉ้อโกงและต้องพ้นสภาพนักศึกษา ในขณะที่เมษได้รับคำชมว่าเป็นผู้ผดุงความถูกต้องและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสโมสรนักศึกษาแทน“แกพังชีวิตฉันในตอนนั้น แกทำให้บริษัท เอส เอ็น แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status