로그인"เมื่อดวงชะตาเล่นตลก แต่ความรักดันตกฟากมาที่เธอ" "จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อบอสที่ไม่เชื่อเรื่องดวงต้องมาติดหนึบกับเจ้าแม่สายมู...ในร่างเดียวกัน"
더 보기เสียงนาฬิกาปลุกดังแว่วมาจากใต้กองหมอนทรงยันต์กันฝันร้าย โลมา หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยคมสะดุดตา แต่ขอบตาคล้ำเล็กลงจากการนั่งเช็กตารางสีมงคลจนดึกดื่น สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการลุกลี้ลุกลน สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่การบิดขี้เกียจ แต่คือการหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชัน “เช็กดวงรายวัน”
“วันนี้ชาววันพฤหัสบดี... ทิศมงคลคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ"
“สีนำโชคคือสีส้มอิฐและเขียวเหนี่ยวทรัพย์ สีต้องห้ามคือสีม่วง”
"ระวังวิบากกรรมจากของมีคมและวาจาเชือดเฉือน”
โลมาพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบดีดตัวลงจากเตียง สายตาเธอกวาดมองรอบห้องพักขนาดรูหนูที่ผนังเต็มไปด้วยโปสเตอร์ดาราเกาหลีที่แปะทับด้วยผ้ายันต์จากวัดดังทั่วสารทิศ บนหัวเตียงมีหินนำโชคเรียงรายประหนึ่งคลังแสงอัญมณี เธอกวาดตามองชุดที่เตรียมไว้ตั้งแต่วันก่อน
วันนี้คือวันสำคัญ... วันที่เธอต้องไปสัมภาษณ์งานหลังจากตกงานติดต่อกันมาแล้ว 3 เดือน
เธอก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการแต่งตัวที่ประณีตยิ่งกว่าการประกอบพิธีกรรม โลมาเลือกชุดสไตล์ Bohemian ที่เธอเชื่อว่าช่วยเสริมพลังงานธาตุลมเพื่อให้หยิบจับอะไรก็คล่องแคล่ว เสื้อผ้าฝ้ายสีส้มอิฐปักลายดอกไม้ประดับด้วยพู่ห้อยระย้า กระโปรงยาวชายบานพลิ้วสีเขียวเข้มเข้าชุด เธอม้วนผมลอนคลาย ๆ แล้วประโคมเครื่องประดับไม้และหินสีมงคลเต็มข้อมือ เสียงลูกปัดกระทบกันดังกริ๊งกร๊างทุกครั้งที่ขยับตัว
“สาธุ... วันนี้ขอให้ลูกช้างได้งานเถอะนะคะ หลวงพ่อช่วย โลมาจะแก้บนด้วยไข่ต้มร้อยฟองเลย”
เธอยกมือท่วมหัวหน้าโต๊ะเครื่องหมู่บูชาจิ๋ว ก่อนจะหยิบ “ตะกรุดสาริกาลิ้นทอง” มาพกติดตัวเพื่อช่วยเรื่องการเจรจา แล้วก้าวเท้าซ้ายออกจากห้องตามเคล็ดลับโบราณ
แต่โลกความเป็นจริง... มักไม่ปรานีสายมู
ระหว่างทางไปสมัครงาน โลมาเผชิญกับ “บททดสอบดวงชะตา” อย่างหนักหน่วง เริ่มจากสายรถเมล์ที่ควรจะมาในทิศมงคลดันยางแตกต่อหน้าต่อตา เธอต้องวิ่งกระหืดกระหอบไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ที่ขับซิ่งจนพู่ที่เสื้อโบฮีเมียนของเธอไปพันเข้ากับแฮนด์รถข้าง ๆ จนเกือบเกิดอุบัติเหตุ พอไปถึงบริษัทแรกที่นัดสัมภาษณ์ เธอกลับพบว่าระบบไฟในอาคารขัดข้องจนยกเลิกการสัมภาษณ์ทั้งหมดในวันนั้น
“สีส้มอิฐไม่ช่วยเลยเหรอเนี่ย...” เธอพึมพำอย่างท้อแท้ ขณะยืนปาดเหงื่ออยู่ริมฟุตพาท
จนกระทั่งสายตาของเธอเหลือบไปเห็นป้ายประกาศรับสมัครพนักงานชั่วคราวเร่งด่วนที่สนามกอล์ฟสุดหรูแห่งหนึ่ง “The Peak Golf Club” ตำแหน่งพนักงานอำนวยความสะดวกในสนาม (แคดดี้เฉพาะกิจ)
“สนามกอล์ฟ... อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป๊ะ” โลมาตาเป็นประกาย เธอรีบบึ่งไปที่นั่นทันที
ณ สนามกอล์ฟ “The Peak Golf Club”
บรรยากาศในออฟฟิศสนามกอล์ฟกำลังเข้าขั้นวิกฤต เสียงวิทยุสื่อสารดังระงมสวนกับเสียงโทรศัพท์ที่แผดร้องไม่หยุด
“พี่ชัย แคดดี้กลุ่ม VIP ท้องเสียกะทันหันสามคน รถกอล์ฟขาดคนขับด่วน แขกกำลังจะถึงคลับเฮาส์แล้ว”
ชัย ผู้จัดการสนามวัยกลางคนที่เหงื่อท่วมหน้า หันมาเจอ โลมา ที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าประตูพอดี เขาไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า... แล้วก็ต้องชะงักกึก
หญิงสาวตรงหน้าสวมชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีชุดส้มอิฐ เขียว ปักลายเถาวัลย์พะรุงพะรัง ข้อมือเต็มไปด้วยกำไลหินสีนำโชคที่ส่งเสียง กรุ๊งกริ๊ง ทุกครั้งที่เธอขยับตัว ผมลอนเซอร์สไตล์โบฮีเมียนของเธอดูเหมือนหลุดออกมาจากงานเทศกาลดนตรีข้างเขาใหญ่ มากกว่าจะมาเดินอยู่บนกรีนหญ้าที่ตัดเรียบกริบระดับมิลลิเมตร
“มาสมัครงานแคดดี้ใช่ไหม” ชัยถามรัวเร็ว ไม่รอให้เธอทักทาย
“คะ อ๋อ... ใช่ค่ะ คือโลมาเช็กดวงมาแล้วว่า...”
“ไม่ต้องเช็กดวง ขับรถกอล์ฟเป็นไหม แบกถุงหนัก ๆ ไหวหรือเปล่า” เขาขัดจังหวะพลางยื่นใบสมัครแบบลวก ๆ ให้เธอเซ็น
“ขับได้ค่ะ แบกไหวค่ะ โลมาพลังธาตุไฟเยอะ...”
“เออ ๆ ดี พลังอะไรก็เอามาให้หมด” ชัยเซ็นชื่อกำกับในใบพนักงานทดลองงานทันทีโดยไม่ดูวุฒิการศึกษาด้วยซ้ำ ก่อนจะหันไปตะโกนสั่งลูกน้อง
“เฮ้ย เอาหมวกแคดดี้ให้ยัยหนูโบฮีเมียนนี่ใบหนึ่ง แล้วพาไปลงสนามหลุม 1 ด่วน แขก VIP กำลังจะออกรอบในอีก 5 นาที”
โลมายังไม่ทันได้ตั้งตัว หมวกปีกกว้างใบใหญ่ก็ถูกสวมทับลงบนหัวจนเกือบปิดตา พร้อมกับถุงกอล์ฟหนักอึ้งที่ถูกโยนมาพาดบ่า
“เดี๋ยวค่ะพี่ ไม่สัมภาษณ์ต่อเหรอคะ เรื่องทัศนคติ หรือ...”
“ทัศนคติเอาไว้ก่อน ตอนนี้เอาชีวิตรอดจากแขก VIP ให้ได้ก็พอ ไป”
“จำไว้นะ เธอต้องนิ่งมีสติห้ามไปรบกวนสมาธิลูกค้า ที่สนามห้ามซุ่มซ่ามและที่สำคัญ"
"วันนี้บอสใหญ่จะลงมาตรวจสนามด้วยตัวเอง ห้ามทำเรื่องขายหน้าเด็ดขาด!” ผู้จัดการกำชับเสียงเข้ม
ชัยโบกมือไล่ส่ง ๆ ทิ้งให้โลมายืนงงในชุดส้มเขียวสดใสท่ามกลางพนักงานคนอื่น ๆ ในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดตาที่มองเธอเป็นตาเดียว โลมารีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามพนักงานคนอื่นออกไป พู่ที่กระโปรงสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม พร้อมกับความมั่นใจเต็มร้อยว่าปาฏิหาริย์สายมูกำลังจะเริ่มต้นขึ้น…
โลมาประคองร่างในชุดโบฮีเมียนขึ้นนั่งบนรถกอล์ฟไฟฟ้า พู่ปักที่แขนเสื้อสะบัดพริ้วปะทะลมขณะที่เธอกำพวงมาลัยแน่น สายตาจับจ้องไปที่เส้นทางสีเขียวขจีมุ่งหน้าสู่หลุม 1 ด้วยหัวใจที่พองโต
“ทิศเหนือมงคล... ลมพัดจากขวาไปซ้าย ตำราว่าไว้จะได้รับทรัพย์!”
เธอพึมพำคาถาเรียกขวัญเบาๆ ขณะขับรถนำขบวนแขก VIP ระดับมหาเศรษฐีไปยังจุดทีออฟ (Tee-off) ท่ามกลางสายตาพนักงานคนอื่นที่มองชุด "ส้มอิฐ-เขียว" ของเธอด้วยความกังขา แต่โลมาหาได้แคร์ไม่ เธอเชื่อมั่นว่าออร่าของหินสีบนข้อมือจะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่น
เมื่อถึงหลุม 1 บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ แขก VIP ผู้ทรงอิทธิพลก้าวออกมายืนประจำจุด เตรียมพร้อมจะวาดวงสวิงเปิดเกมอย่างสง่างาม เขาจัดท่าทางอย่างพิถีพิถัน สูดลมหายใจเข้าลึก และเริ่มเงื้อไม้กอล์ฟขึ้นช้า ๆ ในจังหวะที่สมาธิของทุกคนจดจ่ออยู่บนปลายไม้
แต่แล้ว... "เคราะห์กรรม" ก็ทำงานเร็วกว่า "แต้มบุญ"
พู่ห้อยระย้าที่แขนเสื้อโบฮีเมียนของโลมาดันไปเกี่ยวเข้ากับหัวถุงกอล์ฟใบยักษ์ในจังหวะที่เธอพยายามจะก้มลงหยิบน้ำเย็นบริการลูกค้า เธอสะดุ้งสุดตัวและพยายามกระชากแขนออก แรงดึงนั้นมหาศาลพอที่จะทำให้ "สร้อยหินนำโชค 7 สี" เส้นเขื่องบนข้อมือของเธอขาดผึง
แกรก... แกรกๆๆๆ!
ลูกปัดหินสีนับร้อยเม็ด ทั้งหินตาแมว หินมงคล และลูกปัดไม้กระจายตัวออกจากเส้นเอ็น พุ่งลงกระทบพื้นปูนและพื้นหญ้าที่เงียบสงัดราวกับเสียงลูกระเบิดขนาดย่อม มันกระเด็นกระดอนไปทั่วทิศทาง บ้างก็กลิ้งไปหยุดอยู่แทบเท้าของลูกค้าในจังหวะที่เขากำลังจะฟาดไม้ลงมาพอดี
“เฮ้ย”
ลูกค้าชะงักกึกจนเสียขวัญ วงสวิงที่ควรจะสมบูรณ์แบบกลับกลายเป็นการ "ตีแป้ก" หัวไม้เฉี่ยวลูกกอล์ฟไปเพียงนิดเดียว ส่งผลให้ลูกกอล์ฟสีขาวนวลพุ่งกระเด็นออกไปในแนวราบแบบไร้ทิศทาง ก่อนจะตกลงสู่สระน้ำข้างกรีนด้วยเสียง “จ๋อม” ที่ดังบาดลึกเข้าไปในใจของทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมสนามหลุม 1 ทันที ลูกค้าหน้าถอดสี มือที่ถือไม้กอล์ฟสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ขณะที่โลมายืนตาค้างมองดูหินนำโชคของเธอที่บัดนี้กลายเป็น "หินนำซวย" กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นสนาม
“ขะ...ขอโทษค่ะท่าน พอดีหินมัน...มันอยากออกมาช่วยรับพลังงานลบแทนท่านค่ะ”
โลมาละล่ำละลักตอบพลางรีบก้มลงไปตะกุยเก็บหินบนพื้นอย่างลนลาน โดยไม่รู้เลยว่าสายตาคมกริบของใครบางคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ กำลังจ้องมองเธอเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
เหตุการณ์ที่สองหนักกว่าเดิม เมื่อเธอต้องส่งเหล็กเบอร์ 7 ให้ลูกค้า แต่ดันไปหยิบ “น้ำมนต์พกพา” ในกระเป๋าออกมาฉีดพ่นใส่ลูกกอล์ฟโดยพลการ
“ทำอะไรของเธอเนี่ย” ลูกค้าตวาด
“ฉีดน้ำมนต์เรียกพลังค่ะท่าน ลูกจะได้วิ่งลงหลุมเป๊ะ ๆ ไงคะ”
แต่ความซวยถึงขีดสุดเกิดขึ้นที่หลุม 9 ซึ่งเป็นหลุมพาร์ 5 ที่ยากที่สุด และที่นั่นเอง... เธอได้เผชิญหน้ากับ “บอสปราบ” เจ้าของสนามกอล์ฟผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบระดับไมโครเมตร
ปราบยืนอยู่วงนอกในชุดโปโลสีน้ำเงินเข้ม กางเกงสแล็คสีเทาไม่มีรอยยับแม้แต่นิดเดียว ผมเซตทรงเป๊ะสะอาดตา เขากำลังยืนคุยกับนักธุรกิจระดับประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและความกดดัน
โลมาที่พยายามจะกู้หน้า ดันรีบวิ่งเอาคูลลิ่งทาวเวอร์ (ผ้าเย็น) ไปบริการลูกค้าท่ามกลางแดดเปรี้ยง แต่เพราะกระโปรงโบฮีเมียนที่ยาวรุ่มร่ามดันไปเกี่ยวเข้ากับหัวสปริงเกอร์ฉีดน้ำอัตโนมัติที่เพิ่งซ่อมเสร็จ
แกรก... ตู้ม!
น้ำพุ่งกระฉูดขึ้นมาแรงอย่างกับน้ำพุเมืองนอก และมันพุ่งตรงไปที่กลุ่มของบอสปราบอย่างแม่นยำ ไม่ใช่แค่ตัวบอสที่เปียกโชก แต่นาฬิกาหรูและแท็บเล็ตที่มีข้อมูลสำคัญในมือของเขาก็อาบน้ำมนต์ธรรมชาติไปด้วย
“ว้ายยย โลมาขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะคุณลูกค้า” หญิงสาวรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปเอาผ้าปักพู่โบฮีเมียนของเธอเช็ดหน้าให้ปราบอย่างลนลาน แต่ยิ่งเช็ดพู่ที่เปียกน้ำก็ยิ่งฟาดหน้าปราบจนเขาต้องหลับตาปี๋
“หยุดเดี๋ยวนี้” เสียงกัมปนาทของปราบดังขึ้นจนนกที่เกาะต้นไม้แถวนั้นบินหนีกันกระเจิง
ปราบลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ น้ำจากสปริงเกอร์หยดลงจากปลายจมูกโด่งคมสัน สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปยังหญิงสาวในชุดสีส้มอิฐปักพู่ระย้าที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากเทศกาลดนตรีมากกว่าจะเป็นแคดดี้ ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่พยายามสะกดกลั้นไว้ เขาหยิบผ้าเย็นที่เปียกชุ่มและเต็มไปด้วยลูกปัดไม้ของเธอโยนทิ้งลงบนพื้นหญ้าอย่างไม่ไยดี
“คุณเป็นใคร ใครรับคุณเข้ามาทำงานในสภาพที่ชุดเลอะเทอะแบบนี้” ปราบถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้าง
“คือ... โลมาเป็นพนักงานใหม่ค่ะ เพิ่งมาเมื่อสักครู่คะ” หญิงสาวตอบเสียงสั่นเครือ มือไม้สั่นพยายามลูบกำไลหินที่เหลืออยู่บนข้อมือเพื่อเรียกสติ
“วันนี้ดวงมัน... ดวงมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ แต่อย่าเพิ่งวีนเลยนะคะ เดี๋ยวโลมาไปเอาน้ำมนต์ในรถมาพรมแก้เคล็ดให้...”
“ดวง” ปราบทวนคำพร้อมแค่นยิ้มสมเพช
“ที่นี่คือสนามกอล์ฟระดับสากล ไม่ใช่สำนักร่างทรง"
"เราจ้างคนมาทำงานด้วยความสามารถ ไม่ใช่ดวงและความสามารถของคุณในวันนี้คือ... ทำผมเสียบุคลิก ทำลูกค้าของผมเสียหน้า และทำให้อุปกรณ์ของผมพัง”
“ผู้จัดการชัย มานี่” ปราบตวาดใส่วอร์เรียกเสียงดังลั่นสนามจนนกบินหนี
ชัย ผู้จัดการสนามขับรถกอล์ฟวิ่งหน้าตั้งเข้ามาทันที หน้าตาซีดเผือดจนแทบจะเป็นลมเมื่อเห็นสภาพเจ้านายเปียกปอนไปทั้งตัว
“คะ...ครับ บอส ผมขอโทษครับ พอดีคนขาดกะทันหันผมเลยต้องรีบรับ...”
โลมาหูผึ่งตาโตเท่าไข่ห่าน เธอหันไปมองผู้จัดการสลับกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยอาการช็อกซีนีม่า
“บอส... คนนี้คือ... เจ้าของที่นี่เหรอคะพี่ชัย”
“ก็เออน่ะสิ นี่ บอสปราบ เจ้าของสนามกอล์ฟและธุรกิจในเครือทั้งหมด” ชัยกระซิบดุพลางหันไปโค้งคำนับปราบปรกๆ
“บอสครับ ผมจะจัดการไล่ออกทันทีครับ ผมขอโทษจริงๆ ครับ”
ปราบก้าวเข้าไปใกล้จนโลมาต้องถอยหลังกรูด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงมหาศาลเจือกลิ่นดินหญ้าทำเอาเธอหายใจไม่ทั่วท้อง เขาชี้หน้าเธออย่างคาดโทษ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาของเธอ
“คุณรู้ไหมว่าเวลาของผมมีค่าแค่ไหน คำขอโทษโง่ๆ จากปากที่พูดแต่เรื่องไร้สาระของคุณมันชดใช้ไม่ได้หรอกนะ” ปราบสั่งเสียงเฉียบขาด
“ชัย อย่าให้ผมเห็นหน้าเธออีก ไม่ว่าดวงของเธอจะบอกให้เดินมาทิศไหนก็ตาม”
โลมายืนตัวสั่นเทิ้มท่ามกลางสายตาพนักงานคนอื่น ๆ ที่มองมาอย่างเวทนาผสมขำขัน เธอทั้งอาย ทั้งโกรธ และน้อยใจในโชคชะตา หญิงสาวหันหลังวิ่งหนีออกมาจากกรีนหลุม 9 ทันที พู่ที่กระโปรงโบฮีเมียนสะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่งเหมือนจะเยาะเย้ยความซวยซ้ำซากของเจ้าของ
“ทิศมงคลอะไรกัน... สีส้มอิฐอะไรกัน... บอสปราบคนนี้นี่แหละ คือเจ้ากรรมนายเวรตัวจริงของแท้”
บรรยากาศ ณ คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีในเช้าวันมงคลช่างดูราวกับสรวงสวรรค์บนดิน แสงทองอร่ามของอาทิตย์อุทัยอาบไล้ไปทั่วสนามกอล์ฟหมื่นล้านที่บัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความรักที่ผสานความเนี๊ยบระดับลักชูรีเข้ากับศาสตร์แห่งสิริมงคลอย่างลงตัว ตามคำสั่งของ ปราบ และการกำกับดูแลของ โลมา เลขาสาวที่บัดนี้กำลังจะก้าวขึ้นเป็น "นายหญิง" อย่างเต็มตัวพิธีเช้า: มงคลแฝดและด้ายสายสิญจน์แห่งโชคชะตาฤกษ์นพเก้า เวลา 09.09 น. คือเวลาที่ซินแสและหลวงตาเห็นพ้องว่าเป็น "ฤกษ์มังกรคาบแก้ว" ขบวนขันหมากของปราบเคลื่อนผ่านกรีนสนามกอล์ฟอย่างยิ่งใหญ่ เสียงกลองยาวประยุกต์ดังประสานไปกับเสียงลมหวีดหวิวที่พัดพาเอากลิ่นดอกมะขามหอมชื่นใจมาเป็นระยะปราบในชุดไทยประยุกต์สีเทาเงิน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมปักธงชัยชั้นเลิศ ดูสง่างามสมเป็นผู้นำทัพธุรกิจ เขาเดินผ่านประตูเงินประตูทองที่กั้นโดยเหล่าพนักงานสนามกอล์ฟที่ยิ้มแย้มแจ่มใส จนกระทั่งถึงประตูสุดท้ายที่ ชัย และคนสนิทกั้นไว้ด้วยสายสิญจน์ถักทอง"บอสครับ... อยากผ่านประตูนี้ ต้องบอกก่อนว่าต่อจากนี้ใครจะเป็นใหญ่ในบ้านครับ" ชัยเอ่ยเย้าปราบยิ้มมุมปาก แววตาคมกริบแต่เปี่ยมสุขมองไปที่ห้
ท่ามกลางสวนกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตัดกับไอเย็นยามเช้า ปราบ ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเนี้ยบกริบทุกระเบียดนิ้วยืนรอ โลมา อยู่ตรงซุ้มไม้เลื้อยที่เขาจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ แววตาที่เคยแข็งกร้าวในโลกธุรกิจบัดนี้อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อโลมาเดินเข้ามาในชุดเดรสสีครีมละมุนตา ยังมีสไตล์ของตัวเอง ห้อยสร้อยคอ แม้กระทั่งข้อมือ เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นบอสหนุ่มยืนนิ่งพร้อมรอยยิ้มที่เธอไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก"บอสจ๊ะ... เรียกหนูมาที่สวน มีงานด่วนอะไรหรือเปล่าจ๊ะ" โลมาถามพลางพยายามสังเกตทิศทางลมตามสัญชาตญาณ"ไม่มีงานด่วนครับ... แต่มีเรื่องสำคัญกว่างาน" ปราบเดินเข้ามากุมมือเล็กของเธอไว้ "โลมา... ที่ผ่านมาชีวิตผมเหมือนอยู่ในเขาวงกต ผมหลงทาง ผมสับสน และเกือบจะเสียศูนย์ไปหลายครั้ง""แต่เป็นคุณที่คอยดึงผมไว้ คอยเป็นแสงสว่าง... และเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตของผม"ปราบค่อย ๆ คุกเข่าลงข้างหนึ่งท่ามกลางความตกตะลึงของเลขาสาว เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงสดออกมา เปิดออกให้เห็นแหวนเพชรน้ำงามที่ล้อมด้วยทับทิมสีแดงเข้ม"ผมไม่ได้เลือกแหวนวงนี้เพียงเพราะมันสว
ปราบจอดรถตนเองทิ้งไว้ห่างจากจุดหมายร่วมร้อยเมตร เขาไม่ได้รอสัญญาณจากชัยหรือกำลังตำรวจที่กำลังตามมา เพราะทุกวินาทีที่เสียไปหมายถึงลมหายใจของโลมาที่สั้นลง ชายหนุ่มก้าวเดินฝ่าพงหญ้าท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านหมู่เมฆทึบ"ทางนี้... อ้อมไปทางซ้ายสิไอ้หนุ่ม อย่าเดินดุ่ม ๆ เข้าไปตรงกลาง มันตั้งศูนย์เล็งแกอยู่"เสียงกระซิบของ เจ้าแม่มะขามทอง ดังแว่วมากับสายลมเย็นเยียบ ปราบชะงักฝีเท้าแล้วหมอบตัวลงต่ำตามคำเตือนทันที ใจเขาเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก แต่ความเยือกเย็นที่ฝึกฝนมาทำให้เขายังคุมสติได้"ขอบพระคุณครับเจ้าแม่" ปราบพึมพำ ก่อนจะค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามแนวพุ่มไม้ขรุขระ จนกระทั่งเขาเห็นเงาตะคุ่มของโขดหินใหญ่และแสงไฟฉายที่วางทิ้งไว้บนพื้นดิน"อาขจร ผมมาแล้ว" ปราบตะโกนก้องพลางก้าวออกมาจากเงามืดอย่างองอาจ เขาชูมือขึ้นเหนือศีรษะเพื่อแสดงว่าเขาเดินเข้ามาเพียงคนเดียวและไม่มีอาวุธในมือ "ผมมาตัวเปล่า โลมา ปล่อยโลมาซะ"ขจร ที่นั่งพิงโขดหินอยู่สะดุ้งสุดตัว เขาใช้แขนล็อกคอ โลมา ให้ลุกขึ้นยืนพลางถอยหลังหนี กระบอกปืนในมือสั่นระริกแต่ยังคงกดแน่นอยู่ที่ขมับของหญิงสาว"มาคนเดียวจริง ๆ ด้
ท่ามกลางความมืดมิดของคืนที่ไร้ดาว ท้ายสนามกอล์ฟซึ่งเป็นเขตป่าละเมาะรอยต่อกับพื้นที่รกร้างกลายเป็นสมรภูมิแห่งความแค้น ขจร ในสภาพที่เหมือนคนเสียสติ ผมเผ้ายุ่งเหยิงและนัยน์ตาแดงก่ำจากการไม่ได้นอน นั่งกำปืนในมือแน่นอยู่ข้างหลังโขดหินใหญ่ เขาใช้โทรศัพท์ของลูกน้องคนสนิทส่งข้อความลวงหา โลมา โดยอ้างว่า “บอสปราบถูกจับตัวมาที่ท้ายสนามกอล์ฟ มีคนงานได้รับบาดเจ็บสาหัส รีบมาช่วยด่วน ห้ามแจ้งตำรวจไม่งั้นบอสไม่รอด”เสียงแจ้งเตือนข้อความที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องทำงาน ทำให้ โลมา สะดุ้งสุดตัว เธอรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง และเมื่อเห็นข้อความจากเบอร์แปลก ดวงตาจิ้มลิ้มก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ"บอส บอสจ๊ะ" โลมาอุทานเสียงสั่น มือเล็กๆ สั่นเทาขณะรัวนิ้วพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว'บอสเป็นยังไงบ้าง ใครจับไป ตอนนี้อยู่ที่ไหนจ๊ะ ตอบหนูหน่อย'เธอกดส่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่หน้าจอที่เงียบสนิทกลับไม่มีข้อความใดตอบกลับมา มีเพียงเครื่องหมายว่าข้อความถูกอ่านแล้ว ยิ่งทำให้ความกังวลทวีคูณจนแทบหายใจไม่ออก โลมาเดินวนเวียนอยู่กลางห้อง ใจหนึ่งอยากจะโทรแจ้งตำรวจ แต่อีกใจก็กลัวเหลือเกินว่า "ชีวิต" ของคนท





