INICIAR SESIÓNความเงียบสงัดทิ้งตัวลงครอบคลุมห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับวีไอพีทันทีที่ประโยคเชือดเฉือนอันแสนเย็นชาของภคินสิ้นสุดลง
กฤตยืนนิ่งค้าง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มหยิ่งยโสบัดนี้เจื่อนสนิท สลับกับแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกพนักงานระดับหัวหน้าแผนกหักหน้าอย่างไม่ไยดี แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยกเอาเรื่องพื้นที่ส่วนตัวและการตรวจสอบอุปกรณ์มาอ้างอย่างเป็นทางการในสถานที่ทำงาน เขาในฐานะลูกค้าจึงไม่สามารถทำอาละวาดหรือแสดงความกักขฬะออกมาได้
“ก็แค่ช่างคอมฯ”
กฤตสบถเบา ๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด เขาตวัดสายตามองใบหน้าเรียบนิ่งของภคินด้วยความอาฆาต ก่อนจะหันไปส่งยิ้มมุมปากให้ลลิตาที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม
“แล้วเจอกันนะลิตา ผมมีเรื่อง ‘ส่วนตัว’ ที่ต้องคุยกับคุณอีกเยอะเลย หวังว่าครั้งหน้าเราคงได้คุยกันแบบไม่มีคนนอกมาขัดจังหวะ”
พูดจบ อดีตคนรักที่แสนเห็นแก่ตัวก็หมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้บรรยากาศที่หนักอึ้งเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายตัวลง
บานประตูห้องประชุมปิดสนิทลงแล้ว ภายในห้องกว้างขวางเหลือเพียงคนสองคน ลลิตายืนนิ่งงันราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ลมหายใจของเธอหอบสะท้าน มือเรียวทั้งสองข้างที่ซ่อนอยู่ด้านหลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตที่เธอถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี ตีกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกดเล่นซ้ำ
ทำไม... ทำไมหมอนั่นถึงต้องกลับมาในเวลานี้ด้วย!
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามเรียกสติและชุดเกราะแห่งความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมา เธอต้องเป็นลลิตา ปรีดากุล พีอาร์สาวสุดฮอตที่ไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายความรู้สึกได้อีกต่อไป
ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ขยับตัว เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคนตรงหน้าก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
“จะยืนสั่นเป็นลูกนกตกน้ำอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมครับ หรือต้องให้ผมเขียนโค้ดสั่งการให้คุณขยับตัว”
ลลิตาสะดุ้งเฮือก เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของภคินที่ค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสจดจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ได้มีความสงสาร ไม่ได้มีความเห็นใจ แต่เป็นความดุดันบางอย่างที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
“ลิตาไม่ได้สั่นสักหน่อย!” หญิงสาวเถียงคอเป็นเอ็น พยายามเชิดหน้าขึ้นและฝืนยิ้มตามสไตล์สาวจอมยั่ว “ลิตาแค่... แค่เหนื่อยจากการพรีเซนต์งานต่างหาก แล้วเมื่อกี้ ขอบคุณนะคะที่คุณหัวหน้าไอทีอุตส่าห์ออกโรงปกป้อง แหม... ทำเป็นปากแข็งว่ารำคาญลิตา แต่ที่แท้ก็ทนเห็นผู้ชายคนอื่นมาเข้าใกล้ลิตาไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ”
เธอจงใจพูดแหย่ หวังจะใช้มุกแบบเดิม ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ และคาดหวังว่าเขาจะพ่นลมหายใจแรง ๆ ใส่หน้าเธอแล้วเดินหนีไปเหมือนทุกครั้ง
แต่คราวนี้ภคินไม่ได้เดินหนี
ชายหนุ่มขยับตัวก้าวเข้าหาเธอหนึ่งก้าว ลลิตาผงะถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะประชุมโดยอัตโนมัติ
“ผมไม่ได้ปกป้องคุณ” ภคินเอ่ยเสียงเรียบ “ผมแค่รำคาญที่เห็นพนักงานบริษัทตัวเองยืนนิ่งเป็นหุ่นกระบอก ปล่อยให้ลูกค้าลวนลามทางสายตาและการกระทำโดยไม่รู้จักปัดป้อง ทีกับผมล่ะเก่งนัก ทีกับไอ้หมอนั่น ทำไมถึงปล่อยให้มันจับมือถือแขนง่าย ๆ”
คำพูดที่แทงตรงจุดอย่างไม่อ้อมค้อมทำเอาลลิตาหน้าชาดิก ความรู้สึกโกรธตัวเองที่เผลอแสดงความอ่อนแอออกมาผสมปนเปกับความน้อยใจที่ถูกเขาต่อว่า หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างแน่น รีบกวาดอุปกรณ์และแล็ปท็อปของตัวเองลงกระเป๋าอย่างลวก ๆ
“มันเรื่องส่วนตัวของลิตาค่ะ คุณเป็นแค่หัวหน้าไอที มีหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของลิตา!”
พูดจบเธอก็คว้ากระเป๋าแล้วเดินกระแทกส้นสูงหนีออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนจ้องมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยแววตาที่วาวโรจน์ขึ้นกว่าเดิม
************************************
ณ บริเวณบันไดหนีไฟ ชั้น 30 ลลิตาผลักบานประตูเหล็กหนักอึ้งของบันไดหนีไฟเข้าไป ก่อนจะปล่อยให้มันปิดลงตามเดิม เสียงสะท้อนของบานประตูที่กระทบวงกบดังก้องไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด แสงไฟสลัวสีส้มภายในช่องบันไดบวกกับอุณหภูมิที่เย็นเยียบ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่หลบภัยชั้นดีสำหรับคนที่ต้องการซ่อนตัวจากสายตาผู้คน
หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนขั้นบันไดอย่างหมดแรง แล็ปท็อปราคาแพงถูกวางทิ้งไว้ข้างกายอย่างไร้ความหมาย สองมือเรียวยกขึ้นปิดหน้าตัวเองแน่น ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นและความอับอายที่พยายามกลั้นไว้ตลอดการประชุมไหลรินลงมาเงียบ ๆ
‘คุณลลิตา... ดูสวยและโตขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะครับ’ ‘ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนคุณเป็นคนที่มีไอเดียสร้างสรรค์ และร้อนแรงกว่านี้นี่นา...’
ประโยคกวนประสาทและสายตาจาบจ้วงของกฤตยังคงตามหลอกหลอน เธอเกลียด เกลียดที่ตัวเองยังคงรู้สึกหวั่นไหวกับบาดแผลในอดีต เกลียดที่ต้องมาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เคยทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า และที่สำคัญที่สุด เธอเกลียดที่ผู้ชายหน้านิ่งอย่างภคินดันมาเห็นเธอในสภาพที่น่าสมเพชที่สุดแบบนี้
“คนบ้า ไอ้ช่างคอมฯ บ้า มาว่าฉันทำไม” เธอสะอื้นฮัก พึมพำด่าทอคนที่เพิ่งจะตอกหน้าเธอในห้องประชุมไปหมาด ๆ
แอ๊ด...
เสียงบานประตูเหล็กของบันไดหนีไฟถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้า ลลิตาสะดุ้งเฮือก รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวก ๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ เตรียมพร้อมจะปั้นหน้าเหวี่ยงใส่ใครก็ตามที่บังอาจมาขัดจังหวะการทำอารมณ์ของเธอ
แต่แล้วดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อเห็นร่างสูงของคนที่เพิ่งอยู่ในห้วงความคิดก้าวเข้ามาภายในช่องบันไดหนีไฟ
ภคินยืนอยู่ตรงนั้น แสงสลัวสีส้มจากหลอดไฟสะท้อนลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ดูคมคายและมีมิติมากกว่าเดิมเมื่ออยู่ในที่มืด ชายหนุ่มยกมือขึ้นถอดแว่นตากรอบเงินออก พับมันเก็บลงในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตอย่างใจเย็น การถอดแว่นตาออกทำให้ดวงตาคมดุจพญาเหยี่ยวของเขาถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน มันไม่มีกระจกเลนส์มากั้นขวางความดุดันและรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายออกมารอบตัวเขาอีกต่อไป
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ
บ่ายวันพุธ บรรยากาศในแผนกพีอาร์ดูคึกคักเป็นพิเศษเมื่อมีแขกต่างแผนกมาเยือน วิน หนุ่มหล่อเดือนประจำแผนกเซลส์ ผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มละลายใจและคารมที่พลิ้วไหวดั่งสายน้ำ กำลังยืนเท้าแขนอยู่กับพาร์ทิชันกั้นโต๊ะทำงานของแป้ง ในมือของเขามีแก้วชาเขียวมัทฉะปั่นจากร้านคาเฟ่ชื่อดังแบรนด์เงือกเขียววางแหมะอยู่ตรงหน้าพีอาร์สาว “น้องแป้งครับ วันนี้พี่เห็นเราหน้าเครียด ๆ ตั้งแต่เช้า เลยแอบลงไปซื้อชาเขียวร้านโปรดมาให้ เติมน้ำตาลหน่อยจะได้สดชื่นนะครับ” วินส่งยิ้มหวานหยดย้อย นัยน์ตาแพรวพราวราวกับลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่กำลังออดอ้อนเจ้าของ แป้งชะงักมือที่กำลังรัวคีย์บอร์ด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแก้วชาเขียวสลับกับใบหน้าหล่อสไตล์โอปป้าของหนุ่มเซลส์ รอยยิ้มการค้าถูกงัดออกมาใช้อัตโนมัติ
“นี่มันบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริง ๆ” แป้งพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วขณะนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยดวงตาเหม่อลอย นัยน์ตากลมโตภายใต้การแต่งหน้าลุคเวิร์กกิ้งวูแมนสุดเนี้ยบกำลังสั่นระริก ผ่านมาแล้วสามวันเต็ม ๆ นับตั้งแต่เหตุการณ์สแกนลายนิ้วมือสุดวาบหวามในมุมมืดของห้องเซิร์ฟเวอร์ พีอาร์สาวตัวท็อปพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเวลาอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอท่องกฎเหล็ก ‘ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด’ เอาไว้ในใจเป็นร้อยรอบทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านหรือทำทีเป็นกะพริบตาทักทายเพื่อนร่วมงาน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ให้ความร่วมมือในการปกปิดความลับนี้เลยแม้แต่น้อย ไอ้พี่ไอทีหัวฟูนั่นกำลังทำให้ระบบประสาทของเธอรวนอย่างหนัก ตลอดสามวันที่ผ่านมา แป้งต้องเผชิญกับสารพัดวิธีจ
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านทึบแสงระบบอัตโนมัติ ปลุกให้ร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาค่อย ๆ ปรือตาขึ้น แป้งนิ่วหน้าเมื่อความรู้สึกปวดหนึบแล่นริ้วไปทั่วทั้งร่าง โดยเฉพาะบริเวณสะโพกและช่วงขาทั้งสองข้าง หญิงสาวพยายามขยับตัว แต่ความหนักอึ้งบริเวณเอวทำให้เธอต้องก้มลงมอง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังพาดทับอยู่บนตัวเธอ ความทรงจำอันเร่าร้อนเมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ทั้งฤทธิ์ยา รสจูบดุดัน เสียงคราง และจังหวะรักที่สั่นคลอนไปทั้งหัวใจ... พีอาร์สาวค่อย ๆ หันขวับไปมองคนข้างกายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ผู้ชายที่นอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ข้างเธอคือคนเดียวกับคนที่อุ้มเธอออกมาจากคลับเมื่อคืน ชายหนุ่มที่สลัดคราบไอทีสายเซอร์ กลายเป็นหนุ่มหล่อเนียบที่กระชากใจจนเธอเป็นฝ่ายกระโจนเข้าใส่เขาเอง&nbs







