Masuk“นี่คุณแฮ็กตารางงานลิตา แถมยังปั้นเรื่องหลอกลูกค้าวีไอพีเนี่ยนะคะ!”
ลลิตาแทบจะกรี๊ด นี่มันผิดจรรยาบรรณพนักงานขั้นรุนแรงเลยนะ!
“ถ้าบอสลิตารู้ ลิตาโดนด่าหูชาแน่ คุณทำแบบนี้ทำไมคะคุณภาม”
ภคินก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว ลลิตาผงะถอยหลังไปชนกับตู้เซิร์ฟเวอร์ด้านหลังโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปร่งขยับเข้ามาประชิดจนปลายรองเท้าหนังของเขาชนกับปลายส้นสูงของเธอ ชายหนุ่มยกแขนข้างหนึ่งขึ้นยันกับตู้เซิร์ฟเวอร์ กักขังเธอเอาไว้ในวงแขนกว้างอีกครั้ง
“ผมทำไปทำไมน่ะเหรอ?”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำลง ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันและหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
“เมื่อวานผมเพิ่งเตือนคุณไปหมาด ๆ ว่าอย่าปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแฮ็กระบบของคุณง่าย ๆ แล้ววันนี้คุณทำอะไร แค่เขาส่งดอกไม้โง่ ๆ มาช่อเดียว คุณก็แต่งตัวสวยหยดย้อยเตรียมจะออกไปกินข้าวกับมันสองต่อสองงั้นสิ”
“มันคืองานค่ะ บอสสั่งให้ลิตาไปเอนเตอร์เทนลูกค้า ลิตาขัดได้ที่ไหนล่ะ”
ลลิตาเถียงกลับเสียงสั่น พยายามควบคุมหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นมินต์เย็น ๆ ของเขาฟุ้งกระจายอยู่รอบตัวจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“เอนเตอร์เทนลูกค้า หรือตั้งใจจะไปรื้อฟื้นอดีตกันแน่”
คำพูดประชดประชันนั้นทำเอาลลิตาหน้าตึง ความโกรธตีตื้นขึ้นมาจนเธอลืมความกลัว หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเชิดคอใส่เขาทันที
“ใช่ค่ะ! แล้วถ้าลิตาจะไปรื้อฟื้นอดีตกับเขามันจะทำไมล่ะคะ! ในเมื่อเขาหล่อ รวย โปรไฟล์เริ่ด แถมยังเคยเป็นแฟนเก่าลิตาด้วย คุณเป็นแค่หัวหน้าไอที มีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของลิตาฮะ!”
ตึง!
ภคินทุบกำปั้นลงบนตู้เซิร์ฟเวอร์ด้านข้างศีรษะของหญิงสาวอย่างแรงจนเกิดเสียงดังลั่น ลลิตาสะดุ้งเฮือก หลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าเสียงทุบตู้ คือลมหายใจร้อนจัดที่รินรดอยู่บนพวงแก้มของเธอ
“สิทธิ์ของคนที่ไม่อยากเห็นคุณกลับไปโง่ให้มันหลอกซ้ำสองไงครับ ลลิตา”
เสียงทุ้มนั้นไม่ได้ตะคอก แต่มันเย็นเยียบและเต็มไปด้วยรังสีความโกรธจัดที่ถูกอัดแน่นอยู่ภายใน
ภคินก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนใสของเธอ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะมองให้ทะลุถึงวิญญาณ
“คุณเกลียดมัน สายตาคุณเมื่อวานในห้องประชุมมันฟ้องว่าคุณเจ็บปวดและขยะแขยงมันแค่ไหน อย่ามาปากดีแกล้งทำเป็นอยากรื้อฟื้นอดีตเพื่อประชดผม เพราะถ้าผมฟิวส์ขาดขึ้นมาจริง ๆ ...”
ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักลึกสัมผัสแผ่วเบาที่มุมปากของเธอ ลลิตากลั้นหายใจ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง
“คนที่คุณจะต้องร้องขอชีวิตเพื่อรื้อฟื้นความจำใหม่ทั้งหมด จะเป็นผม ไม่ใช่มัน”
บรรยากาศในห้องเซิร์ฟเวอร์ที่หนาวเหน็บ บัดนี้กลับร้อนระอุราวกับมีไฟกองใหญ่ลุกโชน ความตึงเครียดทางอารมณ์พุ่งปรี๊ดจนถึงขีดสุด ลลิตาได้แต่มองสบตากับผู้ชายหน้านิ่งที่กำลังเผยความดิบเถื่อนออกมาอย่างไม่อาจซ่อนเร้น หัวใจของเธอรวนจนประมวลผลไม่ทันแล้ว
โครก...คราก...!
ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความตึงเครียด เสียงท้องของลลิตากลับร้องโครกครากขึ้นมาขัดจังหวะอย่างน่าไม่อาย
ลลิตาหน้าแดงเถือก อยากจะแทรกแผ่นดินหนีลงไปชั้นใต้ดินให้รู้แล้วรู้รอด หญิงสาวยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองด้วยความอับอายสุดขีด
“ละ... ลิตายังไม่ได้กินข้าวเช้าค่ะ”
ภคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมดุที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธเมื่อครู่ ค่อย ๆ อ่อนแสงลง ความตึงเครียดมลายหายไปในพริบตา มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง ชายหนุ่มผละตัวออกห่างจากเธอช้า ๆ ก่อนจะเดินไปที่มุมห้อง แล้วหยิบถุงกระดาษจากร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าดังที่วางซ่อนไว้ออกมา
“ผมรู้ ว่าถ้าคุณลงไปเจอมัน คุณจะกินอะไรไม่ลง”
เขาวางกล่องเบนโตะแซลมอนย่างซีอิ๊ว เมนูโปรดที่ลลิตามักจะชอบสั่งมากินบ่อย ๆ ตอนทำโอที ลงบนโต๊ะเหล็กตรงหน้าเธอ
“กินซะ แล้วกักบริเวณตัวเองอยู่ในห้องนี้จนกว่าจะถึงบ่ายโมง ถ้าผมจับได้ว่าคุณแอบเปิดประตูออกไปหาไอ้เวรนั่นล่ะก็...”
ภคินโน้มตัวลงมาใช้ปลายนิ้วชี้แตะเบา ๆ ที่ปลายจมูกรั้นของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ
“ผมจะล็อกพาสเวิร์ดชีวิตคุณจริง ๆ แน่ ลลิตา”
พูดจบ พ่อหัวหน้าไอทีมาดนิ่งก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องเซิร์ฟเวอร์ ทิ้งให้ลลิตายืนหน้าแดงก่ำ มองกล่องข้าวแซลมอนย่างซีอิ๊วสลับกับบานประตูที่เพิ่งปิดลง ด้วยความรู้สึกที่หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ไอ้ผู้ชายบ้า ดุเหมือนหมาหวงก้าง ข่มขู่สารพัด แต่สุดท้ายก็อุตส่าห์แฮ็กระบบ สกัดดาวรุ่งเพื่อดึงเธอออกมา และยังแอบสั่งของโปรดมาเตรียมไว้ให้เธออีก
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ
บ่ายวันพุธ บรรยากาศในแผนกพีอาร์ดูคึกคักเป็นพิเศษเมื่อมีแขกต่างแผนกมาเยือน วิน หนุ่มหล่อเดือนประจำแผนกเซลส์ ผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มละลายใจและคารมที่พลิ้วไหวดั่งสายน้ำ กำลังยืนเท้าแขนอยู่กับพาร์ทิชันกั้นโต๊ะทำงานของแป้ง ในมือของเขามีแก้วชาเขียวมัทฉะปั่นจากร้านคาเฟ่ชื่อดังแบรนด์เงือกเขียววางแหมะอยู่ตรงหน้าพีอาร์สาว “น้องแป้งครับ วันนี้พี่เห็นเราหน้าเครียด ๆ ตั้งแต่เช้า เลยแอบลงไปซื้อชาเขียวร้านโปรดมาให้ เติมน้ำตาลหน่อยจะได้สดชื่นนะครับ” วินส่งยิ้มหวานหยดย้อย นัยน์ตาแพรวพราวราวกับลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่กำลังออดอ้อนเจ้าของ แป้งชะงักมือที่กำลังรัวคีย์บอร์ด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแก้วชาเขียวสลับกับใบหน้าหล่อสไตล์โอปป้าของหนุ่มเซลส์ รอยยิ้มการค้าถูกงัดออกมาใช้อัตโนมัติ
“นี่มันบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริง ๆ” แป้งพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วขณะนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยดวงตาเหม่อลอย นัยน์ตากลมโตภายใต้การแต่งหน้าลุคเวิร์กกิ้งวูแมนสุดเนี้ยบกำลังสั่นระริก ผ่านมาแล้วสามวันเต็ม ๆ นับตั้งแต่เหตุการณ์สแกนลายนิ้วมือสุดวาบหวามในมุมมืดของห้องเซิร์ฟเวอร์ พีอาร์สาวตัวท็อปพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเวลาอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอท่องกฎเหล็ก ‘ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด’ เอาไว้ในใจเป็นร้อยรอบทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านหรือทำทีเป็นกะพริบตาทักทายเพื่อนร่วมงาน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ให้ความร่วมมือในการปกปิดความลับนี้เลยแม้แต่น้อย ไอ้พี่ไอทีหัวฟูนั่นกำลังทำให้ระบบประสาทของเธอรวนอย่างหนัก ตลอดสามวันที่ผ่านมา แป้งต้องเผชิญกับสารพัดวิธีจ
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านทึบแสงระบบอัตโนมัติ ปลุกให้ร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาค่อย ๆ ปรือตาขึ้น แป้งนิ่วหน้าเมื่อความรู้สึกปวดหนึบแล่นริ้วไปทั่วทั้งร่าง โดยเฉพาะบริเวณสะโพกและช่วงขาทั้งสองข้าง หญิงสาวพยายามขยับตัว แต่ความหนักอึ้งบริเวณเอวทำให้เธอต้องก้มลงมอง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังพาดทับอยู่บนตัวเธอ ความทรงจำอันเร่าร้อนเมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ทั้งฤทธิ์ยา รสจูบดุดัน เสียงคราง และจังหวะรักที่สั่นคลอนไปทั้งหัวใจ... พีอาร์สาวค่อย ๆ หันขวับไปมองคนข้างกายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ผู้ชายที่นอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ข้างเธอคือคนเดียวกับคนที่อุ้มเธอออกมาจากคลับเมื่อคืน ชายหนุ่มที่สลัดคราบไอทีสายเซอร์ กลายเป็นหนุ่มหล่อเนียบที่กระชากใจจนเธอเป็นฝ่ายกระโจนเข้าใส่เขาเอง&nbs







