Masukลิตาหน้าชาดิก รู้สึกเหมือนโดนฝ่ามือล่องหนตบเข้าที่หน้าอย่างแรง กำหมัดแน่นจนเล็บเจลสีแดงสดจิกเข้าเนื้อแน่น
นี่เขากำลังหลอกด่าว่าเธอไม่มีสามัญสำนึกและไร้ความสามารถในการดูแลอุปกรณ์ไอทีขั้นพื้นฐานอยู่ใช่ไหม!
“โอเคค่ะ! ในเมื่อคุณหัวหน้าแผนกไอทีผู้ทรงเกียรติยึดมั่นในกฎระเบียบและคิวงานสากลโลกขนาดนั้น ลิตาก็จะไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณอีก!”
เธอกระแทกเสียงประชดประชัน คว้าแล็ปท็อปบนโต๊ะคืนมาถือไว้มั่นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังตึง
“ลิตาจะกลับขึ้นไปเปิดทิกเก็ตเดี๋ยวนี้ค่ะ! แล้วจะเขียนหมายเหตุตัวโต ๆ กำกับไว้เลยว่า ‘ด่วนที่สุด ด่วนจนไฟลุก!’ ดูสิว่าคิวงานอันทรงเกียรติของคุณจะเลื่อนมาถึงลิตาในชาติไหน!”
พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวกลับหลังหันแล้วเดินกระทืบส้นสูงปึงปังออกไปจากแผนกไอทีด้วยความฉุนเฉียว แผ่นหลังบางสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ ทิ้งให้บรรยากาศในห้องทำงานกลับคืนสู่ความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเซิร์ฟเวอร์ดังหึ่ง ๆ อีกครั้ง
ภคินจดจ้องมองตามแผ่นหลังบางที่เยื้องกรายออกไปจนกระทั่งบานประตูเปิดปิดอัตโนมัติปิดสนิทลง ลมหายใจอุ่น ๆ ถูกพรูออกจากจมูกโด่งเป็นสันเบา ๆ ชายหนุ่มยกมือขึ้นถอดแว่นตากรอบเงินออก วางมันลงบนโต๊ะ ก่อนจะยกนิ้วเรียวยาวขึ้นนวดคลึงตรงบริเวณหัวตาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
กลิ่นน้ำหอมที่ผสมผสานความหวานเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลลิตายังคงลอยอวลอยู่ตรงหน้า กลิ่นที่เขาจดจำได้ขึ้นใจ และเป็นกลิ่นที่มักจะลอยมาแตะจมูกของเขาก่อนที่ตัวเจ้าของจะปรากฏกายให้เห็นเสมอในระยะหลังมานี้
เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน และไม่ใช่หุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกอย่างที่ใคร ๆ ตราหน้า คิดว่าผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งจะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง เวลาที่มีผู้หญิงที่สวยสะกดสายตาและมีรูปร่างทรวดทรงองเอวเย้ายวนระดับท็อปของบริษัท จงใจเดินเข้ามาบดเบียด ก้มต่ำจนเผยเนินอกขาวผ่องให้เห็นในระยะประชิดขนาดนั้น กลิ่นกายสาวและสายตาแพรวพราวยามที่เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน มันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายของเขาให้ตื่นตัวจนแทบจะควบคุมไม่อยู่
แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิด ลลิตาเป็นผู้หญิงประเภทที่รู้ซึ้งถึงคุณค่าและความสวยของตัวเองดี เธอใช้เสน่ห์ทางเพศและจริตจะก้านเหล่านั้นเป็นอาวุธในการหว่านล้อมผู้ชายทุกคนรอบตัวเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอมักจะส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อยแจกจ่ายเรี่ยราดให้ผู้ชายทั้งบริษัท ไม่ว่าจะเป็นไอ้พวกหนุ่ม ๆ แผนกเซลส์จอมกะล่อน หรือพวกมาร์เก็ตติ้งที่คอยมาทำตัวเป็นแมลงวันตอมตื้อรอบตัวเธอ ซึ่งภาพเหล่านั้นมันขัดหูขัดตาและกวนอารมณ์ของเขาให้ขุ่นมัวอย่างรุนแรงทุกครั้งที่ได้เห็น
มันคือความหึงหวง ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่งชาเย็น
ภามยอมรับกับตัวเองเงียบ ๆ ในใจอย่างตรงไปตรงมา เขารู้สึกหงุดหงิดและไม่ชอบใจอย่างมากเวลาเห็นเธอไปโปรยเสน่ห์ให้คนอื่น และยิ่งเดือดปุด ๆ มากขึ้นไปอีก เมื่อเธอคิดจะใช้วิธีการตื้น ๆ แบบเดียวกันนั้นมาจัดการกับเขา ราวกับเขาเป็นเพียงผู้ชายไร้น้ำยาอีกคนที่เธอจะปั่นหัวอย่างไรก็ได้
เขาเป็นคนประเภทที่เกลียดความวุ่นวาย เกลียดการสูญเสียการควบคุม และลลิตาก็คือตัวแทนของความวุ่นวายเหล่านั้นทั้งหมด เธอเปรียบเสมือนไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์อันตรายที่ระบุตัวตนไม่ได้ ซึ่งพร้อมจะเจาะทะลวงผ่านไฟร์วอลล์ระบบรักษาความปลอดภัยอันหนาแน่นของหัวใจเขาให้พังทลายลงได้ในพริบตา
ชายหนุ่มหยิบแว่นตากลับมาสวมตามเดิม ดวงตาคมกริบปรับเปลี่ยนเป็นความราบเรียบเฉียบคม นำมือหนาไปจับเมาส์แล้วคลิกเปิดหน้าต่างระบบรับแจ้งซ่อมส่วนกลางขึ้นมาบนหน้าจอหลักขนาดใหญ่
ไม่ถึงห้านาทีตามคาด รายชื่อผู้แจ้งซ่อมที่ชื่อ ‘Lalita P.’ ก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับแถบสีแดงกระพริบถี่ ๆ ระบุสถานะความสำคัญระดับสูงสุด พร้อมข้อความบรรยายอาการที่พิมพ์ปิดท้ายด้วยเครื่องหมายตกใจติด ๆ กัน ราวกับเจ้าตัวกำลังตะโกนใส่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความอัดอั้น
‘เครื่องดับสนิท เปิดไม่ติด! งานด่วนที่สุดระดับพันล้านต้องส่งลูกค้าบ่ายสามโมงนี้! ถ้าฝ่ายไอทีซ่อมไม่ทันและทำระบบล่าช้า ลิตาจะเดินไปฟ้องท่านประธานบริหารโดยตรงแน่นอนค่ะ!!!’
มุมปากหยักลึกที่มักจะเหยียดตรงอยู่เสมอ บัดนี้ค่อย ๆ กระตุกขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุดันและแฝงไปด้วยความอันตรายอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีพนักงานคนไหนในแผนกไอทีเคยมีโอกาสได้เห็นมาก่อนเลยในชีวิต
“ดื้อรั้น ขี้โวยวาย แล้วก็ชอบเอาชนะไม่มีเปลี่ยน” เขาส่งเสียงพึมพำในลำคอเบา ๆ
มือหนาบังคับเมาส์ลากเคอร์เซอร์ไปวางไว้เหนือชื่อทิกเก็ตของลิตา ก่อนจะกดคลิกเมาส์รัว ๆ เพื่อเปลี่ยนสถานะผู้รับผิดชอบงานจากช่อง ‘รอการมอบหมาย’ ให้กลายเป็นชื่อของเขาเองในทันที
‘Bhakin S.’ เขาใช้อำนาจหัวหน้าแผนกสั่งข้ามคิวงานอื่น ๆ ที่ค้างอยู่ในระบบทั้งหมดอย่างหน้าตาเฉย โดยไม่สนใจกฎเกณฑ์ที่ตัวเองเพิ่งจะใช้สั่งสอนหญิงสาวไปเมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย
“อยากได้คิวเร่งด่วน ผมก็จะจัดให้ด่วนสมใจ” แววตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นส่องประกายวาวโรจน์ “จะซ่อมตัวเครื่อง แล้วก็ซ่อม ‘เด็กดื้อ’ ให้เข็ดหลาบ จนไม่มีแรงลุกเดินไปโปรยเสน่ห์ให้ผู้ชายคนไหนได้อีกเลยคอยดู”
ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดการกลัดกระดุมเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อให้เข้าที่ หยิบกล่องเครื่องมือขนาดเล็กและอุปกรณ์ตรวจสอบระบบเฉพาะทางขึ้นมาถือไว้มั่น ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ ออกจากอาณาเขตแผนกไอที มุ่งตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นยี่สิบแปด สมรภูมิรบที่พีอาร์สาวจอมยั่วกำลังยืนรอคอยเขาอยู่ด้วยความเดือดดาล โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า การไปจงใจท้าทายระบบและกวนตะกอนความหวงก้างของผู้ชายหน้านิ่งอย่างภคินนั้น มันคือการเปิดประตูรับมหันตภัยความเร่าร้อนที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้หลอมละลายจนไม่เหลือชิ้นดี
สงครามประสาทและความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ซ่อนเร้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และระบบรักษาความปลอดภัยของเขา ก็ไม่เคยปล่อยให้ไวรัสตัวป่วนตัวไหนรอดพ้นเงื้อมมือไปได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะไวรัสที่แสนเซ็กซี่และน่าขย้ำอย่าง ‘ลลิตา’ !
หกเดือนผ่านไป การคบกันอย่างเปิดเผยและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดหรูของตั้ม ทำให้ความสัมพันธ์ของแป้งและตั้มราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข ทว่า... บ่ายวันศุกร์ที่แสนน่าเบื่อ ในขณะที่แป้งกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จู่ ๆ ความรู้สึกคิดถึงบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว การคบกันแบบไม่ต้องปิดบังมันก็ดีอยู่หรอก แต่เธอดันแอบคิดถึงความตื่นเต้น อาการใจเต้นตึกตักเวลาที่ต้องลักลอบส่งสายตากันใต้โต๊ะประชุม หรือความเสียวสันหลังวาบเวลาที่โดนไอ้พี่ตั้มดึงเข้าไปจูบในมุมมืดของบริษัทเสียแล้วสิ ติ๊ด! เสียงเครื่องปริ้นส่วนกลางของแผนกทำงาน ดึงสติของแป้งให้กลับมา หญิงสาวเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่พิมพ์อ
สองเดือนผ่านไป นับตั้งแต่วันที่แฮกเกอร์ร่างทองเปิดตัวประกาศกร้าวกลางออฟฟิศว่าพีอาร์สาวตัวท็อปคือ ‘เมีย’ ของเขา ชีวิตการทำงานของแป้งก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ หวาดระแวงว่าความลับจะแตก ตอนนี้เหรอ... “น้องแป้งครับ เอกสารเบิกงบพีอาร์เดือนนี้ พี่เซ็นอนุมัติให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ต้องเดินไปส่งเองหรอกครับ เดี๋ยวพี่ให้เด็กเดินเอกสารเอาไปส่งที่โต๊ะให้เลย” หัวหน้าแผนกบัญชีที่เคยเขี้ยวลากดิน เอ่ยบอกแป้งด้วยรอยยิ้มประจบประแจงสุดชีวิต “ขะ... ขอบคุณค่ะพี่” แป้งยิ้มแหย รับเอกสารมาแบบงง ๆ ไม่ใช่แค่แผนกบัญชี แต่หนุ่ม ๆ แผนกเซลส์ที่เคยชอบมาด้อม ๆ มอง ๆ หรือแจกขนมจีบเธอ ตอนนี้เวลาเดินผ่านโต๊ะแผนกพีอาร์ แต่ละคนแทบจะเดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเธอเลยสักคนเดียว
เช้าวันจันทร์ที่สดใส บรรยากาศหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าพนักงานออฟฟิศที่กำลังทยอยเดินเข้าตึก ทว่าความวุ่นวายเหล่านั้นกลับถูกหยุดชะงักลงชั่วคราว เมื่อเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ดังแหวกอากาศเข้ามาจอดเทียบที่จุดจอดหน้าประตูทางเข้าหลัก รถสปอร์ตปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า สีดำขลับเงางามสะท้อนแสงแดดยามเช้า ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว พนักงานหลายคนหยุดเดิน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายรูป คิดว่าเป็นซูเปอร์สตาร์หรือมหาเศรษฐีที่ไหนมาเยือนบริษัท ภายในห้องโดยสารสุดหรู แป้งนั่งตัวเกร็งเป็นหิน นัยน์ตากลมโตมองออกไปนอกกระจกรถที่แม้จะติดฟิล์มดำมืด แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา หญิงสาวหันขวับไปมองสารถีหนุ่มข้างกายที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี “พี่ตั้ม! แป้งบอกให้จอดส่งซอยข้างตึกไงคะ! มาจ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ







