Masuk“คุณภามคะ...”
น้ำเสียงหวานใสถูกดัดให้ฟังดูนุ่มนวลและออดอ้อนกว่าปกติหลายเท่า ลิตาวางแล็ปท็อปเจ้าปัญหาลงบนขอบโต๊ะทำงานของเขาอย่างเบามือ พร้อมกับจงใจท้าวแขนเรียวลงบนพาร์ทิชันกั้นโต๊ะ เอนกายไปข้างหน้าเล็กน้อย
ท่าทางนั้นทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอและเขาลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสองฟุต และเป็นมุมที่จงใจเปิดเผยคอระหงรวมถึงเนินเนื้อขาวนวลเนียนใต้คอเสื้อเชิ้ตอย่างมีจริตจะก้าน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมแนวฟลอรัลฟรุตตี้ที่ผสมผสานความหวานของมวลดอกไม้และความเย้ายวนของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่โชยฟุ้งกระจายไปในอากาศ ปะทะเข้ากับระบบรับกลิ่นของคนหน้านิ่งอย่างจัง
นิ้วยาวที่กำลังรัวเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดชะงักไปเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาที ทว่าภามกลับไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองร่างอวบอิ่มที่พยายามทอดสะพานอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องอยู่บนบรรทัดโค้ดภาษาอังกฤษยาวเหยียดบนหน้าจอหลัก
“มีอะไรครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำ ราบเรียบ และไร้ซึ้งคลื่นอารมณ์ใดๆ เอ่ยถามออกไป โดยที่มือหนายังคงขยับพิมพ์งานต่อหลังจากหยุดชะงักไปครู่เดียว
“คือว่า... โน้ตบุ๊กของลิตามันดับไปเฉย ๆ เลยค่ะคุณภาม ดับไปตอนที่ลิตากำลังจะเซฟไฟล์งานพรีเซนต์สำคัญมากด้วยค่ะ ลิตาพยายามเปิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ติด คุณภามช่วยสละเวลาอันมีค่าดูให้ลิตาด่วนที่สุดเลยได้ไหมคะ ลิตาต้องใช้เข้าประชุมตอนบ่ายสามโมงนี้แล้ว ถ้าส่งงานไม่ทัน ลิตาต้องแย่แน่ ๆ เลยค่ะ”
ลิตาแสร้งทำเสียงสั่นเครือ ช้อนดวงตากลมโตที่ล้อมกรอบด้วยขนตาหนางอนงามขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาไร้ที่ติของผู้ชายตรงหน้าอย่างน่าสงสาร มือเรียวแกล้งขยับไปแตะใกล้ ๆ กับท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างแผ่วเบาราวกับไม่ได้ตั้งใจ หวังจะใช้ความใกล้ชิดทางกายภาพทำลายกำแพงน้ำแข็งของหัวหน้าไอทีคนนี้ทิ้งเสีย
ทว่าปฏิกิริยาตอบรับจากภคินกลับมีเพียงความเงียบงันที่ยาวนานจนน่าอึดอัด
ชายหนุ่มละมือออกจากคีย์บอร์ดช้า ๆ ก่อนจะหมุนเก้าอี้ทำงานหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรง ๆ เขาเอื้อมมือขึ้นไปจับขาแว่นตาขยับเล็กน้อย
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจดจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวและไล่สายตาลงมามองการแต่งกายของลิตาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มันนิ่งสนิท ทว่าลึกซึ้งและเฉียบขาดจนลิตารู้สึกเหมือนกำลังถูกรังสีเอกซ์เรย์ตรวจจับพฤติกรรม มันไม่ใช่สายตาหื่นกระหายแบบที่เธอเคยเห็นจากผู้ชายคนอื่น แต่มันคือสายตาของ ‘ผู้คุมระบบ’ ที่กำลังมองตรวจหาจุดบกพร่อง
“เปิดทิกเก็ตในระบบแจ้งซ่อมหรือยังครับ”
ประโยคคำถามสั้น ๆ ห้วน ๆ และแสนจะเย็นชาหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ทำเอาลิตาที่กำลังส่งยิ้มหวานถึงกับหน้าตึงไปในทันที
“คะ? ทิกเก็ต... อ๋อ ระบบแจ้งซ่อมส่วนกลางน่ะเหรอคะ คือลิตารีบมากจริง ๆ ค่ะคุณภาม คอมฯ มันดับไปเลย หน้าจอมืดสนิท ลิตาเลยเปิดระบบเพื่อแจ้งซ่อมตามขั้นตอนปกติไม่ได้ ก็เลยต้องรีบวิ่งหอบเครื่องลงมาหาคุณภามที่นี่ด้วยตัวเองยังไงล่ะคะ” หญิงสาวยังคงไม่ยอมแพ้ เธอขยับยิ้มกว้างขึ้น ส่งสายตาอ้อนวอนระดับสูงสุด “ช่วยลิตาเป็นกรณีพิเศษหน่อยนะคะ แป๊บเดียวเอง น้า... นะคะคุณภามขา”
คำว่า ‘คุณภามขา’ พร้อมกับน้ำเสียงอ่อนหวานที่อาจทำให้ชายหนุ่มครึ่งค่อนบริษัท ยอมกระโดดลงไปในกองเพลิงแทนเธอได้ดื้อ ๆ กลับไม่สามารถสั่นคลอนปราการเหล็กของผู้ชายคนนี้ได้เลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
“กฎเกณฑ์ของบริษัทมีไว้เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามครับ คุณลลิตา” ภามตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและเด็ดขาดไร้เยื่อใย “แผนกไอทีมีขั้นตอนการทำงานและคิวงานที่ต้องจัดการตามลำดับความสำคัญของระบบเครือข่ายส่วนกลาง ถ้าพนักงานทุกคนในตึกเดินถือคอมพิวเตอร์ลงมาหาผมโดยตรงแล้วอ้างว่างานของตัวเองด่วนที่สุดทุกคน ระบบการบริหารจัดการของผมก็คงจะรวนไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์ของคุณ รบกวนคุณเดินไปใช้คอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่แผนกของคุณ ล็อกอินเข้าหน้าเว็บ แล้วเปิดทิกเก็ตแจ้งซ่อมเข้ามาตามระบบครับ เดี๋ยวผมจะจัดสรรงานให้เจ้าหน้าที่ในทีมไปดูแลให้ตามคิว”
ลิตาอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ
ผู้ชายคนนี้ปฏิเสธเธอ!
ปฏิเสธลลิตา ดาวเด่นจอมบริหารเสน่ห์ผู้ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากผู้ชายคนไหนแล้วไม่ได้อย่างหน้าตาเฉย!
ความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ตอนที่งานพังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทะลุปรอท ความมั่นใจในตัวเองที่เคยมีอยู่เต็มเปี่ยมถูกทุบทำลายจนป่นปี้ด้วยประโยคที่ยึดมั่นในกฎระเบียบราวกับหุ่นยนต์ของคนตรงหน้า ลิตาหุบยิ้มหวาน ๆ ลงทันควัน เปลี่ยนสลับโหมดมาเป็นเชิดหน้าขึ้นดื้อรั้น ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“แต่คิวงานของแผนกคุณมันยาวไปถึงชาติหน้าเลยนี่คะ! งานพรีเซนต์ของลิตามูลค่าความเสียหายหลายล้าน แล้วถ้าโปรเจกต์นี้ต้องหลุดมือไปเพียงเพราะฝ่ายไอทีซ่อมคอมฯ ให้ไม่ทันเวลา คุณหัวหน้าแผนกจะรับผิดชอบความเสียหายไหวไหมคะ”
“ผมรับผิดชอบระบบโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลความลับทั้งหมดของบริษัทครับ มูลค่ารวมและผลกระทบของมันมากกว่าโปรเจกต์ของคุณหลายเท่า”
ภามสวนกลับทันควันโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด น้ำเสียงของเขายังคงนิ่งสนิท ไม่มีความสะทกสะท้านหรือหวั่นเกรงต่ออารมณ์โกรธที่พร้อมจะระเบิดของหญิงสาวตรงหน้าเลยสักนิด
“และถ้าจะให้พูดถึงสาเหตุที่คอมฯ ของคุณดับบ่อยจนเป็นเรื่องด่วนขนาดนี้ มันก็เป็นเพราะคุณชอบดาวน์โหลดไฟล์ภาพความละเอียดสูงที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานมาสุมไว้ในไดร์ฟเซ็ตอัพจนพื้นที่เต็ม แถมยังเปิดแท็บเบราว์เซอร์ทิ้งไว้พร้อม ๆ กันทีละสามสิบสี่สิบแท็บเพื่อดูของออนไลน์ ผมเคยส่งอีเมลแจ้งเตือนและอธิบายเรื่องนี้ให้คุณฟังไปไม่ต่ำกว่าสามรอบแล้วไม่ใช่เหรอครับ แต่คุณไม่เคยใส่ใจที่จะจัดการมันเลย”
หกเดือนผ่านไป การคบกันอย่างเปิดเผยและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดหรูของตั้ม ทำให้ความสัมพันธ์ของแป้งและตั้มราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข ทว่า... บ่ายวันศุกร์ที่แสนน่าเบื่อ ในขณะที่แป้งกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จู่ ๆ ความรู้สึกคิดถึงบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว การคบกันแบบไม่ต้องปิดบังมันก็ดีอยู่หรอก แต่เธอดันแอบคิดถึงความตื่นเต้น อาการใจเต้นตึกตักเวลาที่ต้องลักลอบส่งสายตากันใต้โต๊ะประชุม หรือความเสียวสันหลังวาบเวลาที่โดนไอ้พี่ตั้มดึงเข้าไปจูบในมุมมืดของบริษัทเสียแล้วสิ ติ๊ด! เสียงเครื่องปริ้นส่วนกลางของแผนกทำงาน ดึงสติของแป้งให้กลับมา หญิงสาวเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่พิมพ์อ
สองเดือนผ่านไป นับตั้งแต่วันที่แฮกเกอร์ร่างทองเปิดตัวประกาศกร้าวกลางออฟฟิศว่าพีอาร์สาวตัวท็อปคือ ‘เมีย’ ของเขา ชีวิตการทำงานของแป้งก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ หวาดระแวงว่าความลับจะแตก ตอนนี้เหรอ... “น้องแป้งครับ เอกสารเบิกงบพีอาร์เดือนนี้ พี่เซ็นอนุมัติให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ต้องเดินไปส่งเองหรอกครับ เดี๋ยวพี่ให้เด็กเดินเอกสารเอาไปส่งที่โต๊ะให้เลย” หัวหน้าแผนกบัญชีที่เคยเขี้ยวลากดิน เอ่ยบอกแป้งด้วยรอยยิ้มประจบประแจงสุดชีวิต “ขะ... ขอบคุณค่ะพี่” แป้งยิ้มแหย รับเอกสารมาแบบงง ๆ ไม่ใช่แค่แผนกบัญชี แต่หนุ่ม ๆ แผนกเซลส์ที่เคยชอบมาด้อม ๆ มอง ๆ หรือแจกขนมจีบเธอ ตอนนี้เวลาเดินผ่านโต๊ะแผนกพีอาร์ แต่ละคนแทบจะเดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเธอเลยสักคนเดียว
เช้าวันจันทร์ที่สดใส บรรยากาศหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าพนักงานออฟฟิศที่กำลังทยอยเดินเข้าตึก ทว่าความวุ่นวายเหล่านั้นกลับถูกหยุดชะงักลงชั่วคราว เมื่อเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ดังแหวกอากาศเข้ามาจอดเทียบที่จุดจอดหน้าประตูทางเข้าหลัก รถสปอร์ตปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า สีดำขลับเงางามสะท้อนแสงแดดยามเช้า ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว พนักงานหลายคนหยุดเดิน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายรูป คิดว่าเป็นซูเปอร์สตาร์หรือมหาเศรษฐีที่ไหนมาเยือนบริษัท ภายในห้องโดยสารสุดหรู แป้งนั่งตัวเกร็งเป็นหิน นัยน์ตากลมโตมองออกไปนอกกระจกรถที่แม้จะติดฟิล์มดำมืด แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา หญิงสาวหันขวับไปมองสารถีหนุ่มข้างกายที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี “พี่ตั้ม! แป้งบอกให้จอดส่งซอยข้างตึกไงคะ! มาจ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ







