LOGIN"ถ้าฉันไม่มีเงินคืนคุณ ทางออกที่คุณว่า... คืออะไรเหรอคะ?" เธอถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ผู้ชายตรงหน้า ถึงจะหน้าตาดี ภูมิฐานดูดีเหมือนดารานายแบบ แต่สายตาก็น่ากลัวเอาเรื่องอยู่ไม่น้อยเลยเหมือนกัน
"แน่ใจเหรอ ว่าจะให้ฉันพูดตรงๆ" ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้ามาจนเธอรีบหลบตาด้วยความกลัว
"ค่ะ"
"ขายตัวใช้หนี้ไง"
" !!!! "
นี่แหละคำพูดตรงๆ ที่เขาพูดว่าเธอจะรับได้เหรอถ้าให้เขาพูดตรงๆ น่ะ และมันก็เรื่องจริงที่เธอจะต้องตกใจมากๆ เพราะในความคิดของเธอคือ เขาให้เธอขายตัวเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้กับเขา เพราะมันเป็นวิธีที่ได้เงินเร็วและเยอะที่สุดแล้ว
"พรุ่งนี้มาที่คลับของฉัน แล้วฉันจะบอกรายละเอียดเอง"
นามบัตรถูกยื่นใส่มือของเธออย่างตั้งใจ ก่อนที่เจ้าหนี้หน้าดุจะเดินออกไปพร้อมกับบอดี้การ์ดของเขา
ส้มโอเข่าแทบทรุดเลย ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำเวรกรรมอะไรไว้นักหนา ชีวิตมันถึงได้ตกฮวบหนักขนาดนี้ ไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัวด้วยซ้ำไป
.....
@วันถัดมา
มหาวิทยาลัยแห่งนึง
"ส้มโอ เป็นอะไรหรือเปล่า"
"เปล่าหรอก"
"เห็นนั่งเงียบๆ ข้าวก็ไม่กิน"
"แกโอเคใช่ไหมส้มโอ"
เพื่อนๆ ต่างพากันสอบถามด้วยความเป็นห่วง เพราะไม่เคยเห็นส้มโอเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย แม้ปกติเธอจะไม่ใช่คนยิ้มเก่งอะไรนัก แต่การใช้ชีวิตประจำวันของเธอก็ไม่ใช่แบบนี้
"อื้ม โอเคดี"
"มีอะไรก็บอกพวกเราได้นะ เผื่อพวกเราจะช่วยได้"
"ขอบใจมากนะทุกคน"
หญิงสาวหันไปตอบกลับพร้อมกับความรู้สึกที่ซาบซึ้งใจ แต่ที่เธอไม่บอก ไม่ใช่ว่าไม่เห็นเพื่อนสำคัญหรอกนะ แต่เรื่องที่เธอเผชิญอยู่มันซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก มันเป็นเรื่องในครอบครัวด้วย ถึงตอนนี้จะไม่มีครอบครัวแล้วก็เถอะ
ยังดีที่เธอก็ยังพอจะมีเพื่อนอยู่บ้าง การเรียนก็เลยไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ อีกปีเดียวก็จะจบแล้ว กัดฟันอดทนสู้อีกหน่อย ฟ้าหลังฝนต่อจากนี้มันอาจจะดีกว่าเดิมก็ได้
ตู๊ด ~
>> เฮียเจ้าของร้าน
( ฮัลโหล ส้มโอเหรอ )
"สวัสดีค่ะเฮีย วันนี้ส้มโอขอลางานวันนึงนะคะ"
( โอเค )
"ขอบคุณมากๆ ค่ะเฮีย"
.......
โทรศัพท์เครื่องเก่าถูกเก็บเข้ากระเป๋าสะพายไหล่ของตัวเอง ส้มโอโทรบอกเฮียเจ้าของร้านตั้งแต่บ่ายๆ เพราะเฮียแกจะได้หาคนมาแทนได้ทันเวลา ความจริงเธอก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก แต่ทางเลือกมันไม่มีอีกแล้ว
ส้มโอหันไปมองชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอยังจำวันแรกที่ได้เจอเขาได้ดี ผู้ชายที่เข้ามาทวงหนี้ ผู้ชายที่เธอเคยหวาดกลัว ผู้ชายที่คิดว่าจะไม่มีวันยิ้มแต่สุดท้าย...กลับกลายเป็นคนที่รักเธอมากที่สุดในชีวิต หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอก็คงไม่มีวันเชื่อว่า หนี้ก้อนมหาศาลในวันนั้น จะพาเธอมาเจอกับความรักที่มีค่ามากกว่าสิ่งใด"คิดอะไรอยู่" เสียงทุ้มของเสี่ยดอร์ดังขึ้น"คิดถึงวันแรกที่เราเจอกัน" ส้มโอหันมายิ้ม"วันที่เสี่ยมาตามทวงหนี้ฉันถึงที่ร้าน บอกให้ฉันจ่ายหนี้ให้ครบ ตามกำหนดเวลา แล้วก็ตามฉันมาถึงห้องพักอีกรอบ""งั้น...ฉันคงต้องขอบคุณโชคชะตา" เสี่ยดอร์หัวเราะเบาๆ เขาก้มลงจูบหน้าผากภรรยาอย่างอ่อนโยน"ที่พาเธอเข้ามาในชีวิต""...." ส้มโอยิ้มเขินเหมือนวันแรกๆแม้จะเป็นสามีภรรยากันมานานแล้วก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เขาแสดงความรัก มันก็อดไม่ได้ที่เธอจะเขิน....."ป๊า!" เสียงของไอรีนดังขึ้น เด็กหญิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา พร้อมถังใส่เปลือกหอยในมือ"ดูสิคะ! ไอรีนเก็บได้เยอะเลย""เก่งมาก" เสี่ยดอร์ย่อตัวลงรับลูกสาวเข้ามากอด ธีโอเองก็วิ่งตามมาพร้อมรอยยิ้ม"ป๊าครับ เดี๋ยวผมจะพาน้องไปสร้างปราสาททรายให้ใหญ่ที่สุดเลย""แต่ห้าม
@เวลาผ่านไปฤดูกาลต่างๆ หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านครั้งแล้วครั้งเล่า ต้นไม้ที่เคยเป็นเพียงต้นอ่อนเติบโตสูงใหญ่ เช่นเดียวกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับความรัก ความเข้าใจ และช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันณ ที่จอดรถคอนโดเช้าวันนี้ในช่วงปิดเทอม...บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยความวุ่นวายตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดีไอรีนในชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้ วิ่งถือหมวกฟางใบเล็กไปทั่วบ้าน พลางร้องถามแม่ทุกๆ นาทีว่าถึงเวลาหรือยังส่วนธีโอที่โตขึ้นกว่าเดิมมาก กำลังช่วยขนของยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ เพราะเจ้าตัวประกาศว่าตอนนี้เป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว และจะช่วยป๊าดูแลทุกคนเอง ( จริงๆ แค่เรียนประถม ที่โตเกินวัย )ส้มโอมองภาพลูกทั้งสองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะหันไปมองเสี่ยดอร์ที่กำลังตรวจดูสัมภาระรอบสุดท้ายแม้เวลาจะผ่านมาหลายปี...ผู้ชายคนนี้ก็ยังคงเป็นคนเดิม ยังคงละเอียดรอบคอบ ยังคงคอยดูแลเธอและลูกทุกคนไม่เคยเปลี่ยน"ครบหรือยังเสี่ย" ส้มโอถามพลางเดินเข้าไปหาเสี่ยดอร์ก้มมองรายการในโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนพยักหน้าตอบรับ"ครบ... ของลูกครบ ของเธอครบ ของฉันก็ครบ ไปกันได้""ไปกัน" หญิงสาวหัวเราะเบาๆ"เย้
"เพื่อนเหรอ""ครับ" ธีโอพยักหน้าทันทีแต่ยังไม่ทันที่ผู้เป็นพ่อจะถามอะไรต่อ...เด็กชายก็วิ่งตามปุยฝ้ายไปสองก้าว"ปุยฝ้าย!""??" เด็กหญิงหันกลับมา ธีโอยิ้มกว้าง ก่อนโน้มตัวลงไปหอมแก้มเธอฟอดหนึ่ง"เจอกันพรุ่งนี้นะ""อื้อ..." ปุยฝ้ายหน้าแดงทันที แล้วรีบวิ่งขึ้นรถอย่างเขินอายส่วนอีกฝั่งหนึ่ง...เสี่ยดอร์ยืนนิ่งไปแล้ว มือที่กำลังถือกุญแจรถแทบหลุดจากมือ เขาหันช้าๆ ไปมองส้มโอ สีหน้าราวกับเพิ่งถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ส้มโอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น"เสี่ย..ใจเย็นๆ นะ""ลูกชายฉัน..." เสี่ยดอร์ยกมือกุมหน้าอกตัวเอง ทำท่าเหมือนคนที่จะเป็นลม"หอมแก้มผู้หญิงต่อหน้าต่อตาเลยเหรอ""คิกคิกคิก" ส้มโอหัวเราะออกมาในที่สุด "ก็เด็กๆ น่า ไม่ต้องซีเรียส""ธรรมเนียมของฝรั่ง แบบนี้ก็ถือว่าปกติไม่ใช่เหรอ""......" เสี่ยดอร์ถอนหายใจยาว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงเดินขึ้นรถเงียบๆถ้าจะให้คิดอย่างที่ภรรยาว่า มันก็ไม่ผิดอะไร แต่นี่มันยังเด็กเกินไป และดูเหมือนไม่ใช่การทักทายด้วย นั่นมันคือการหอมแก้ม!!......ระหว่างทางกลับบ้านธีโอนั่งอยู่เบาะหลัง คุยไม่หยุดตลอดทาง เขาเล่าเรื่องโรงเรียน เล่าเรื่องคุณครู เล่าเรื่
หนึ่งปีผ่านไป ~ ธีโอในวันนี้ไม่ใช่เด็กชายตัวน้อยเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เขาเติบโตเป็นเด็กประถมที่ทั้งฉลาด สุภาพ และมีความรับผิดชอบสมวัย รูปร่างเริ่มสูงโปร่งเหมือนเสี่ยดอร์ โครงหน้าคมชัดขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อีกไม่กี่ปีก็คงหล่อไม่แพ้ผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน ( เผลอๆ อาจเจ้าชู้ด้วย )ส่วนไอรีนเองก็โตขึ้นจนกลายเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริง ช่างพูด และเป็นขวัญใจของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะเหล่าบรรดาลุงๆ บอดี้การ์ด ที่มองว่าไอรีนคือเจ้าหญิงตัวน้อยที่พวกเขาต้องปกป้องเท่าชีวิตบริษัทธีโอกรุ๊ป กึก ~ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ตามด้วยร่างสูงกำยำของเสี่ยดอร์ที่เดินตามออกมาติดๆ"ท่านประธานจะไปไหนครับ?" เลขาหนุ่มเอ่ยถามขึ้นเขาเข้ามาทำงานแทนส้มโอได้หลายปีแล้ว เพราะเธอจะได้มีเวลาดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ และเพื่อไม่ให้ส้มโอต้องคิดมาก เสี่ยดอร์จึงประกาศรับสมัครเลขาที่เป็นผู้ชายเท่านั้น"วันนี้ฉันมีไปรับลูกที่โรงเรียน""จะกลับเข้าบริษัทอีกไหมครับ?""คงไม่ จัดการเรื่องงานให้ด้วยก็แล้วกัน""รับทราบครับ""อืม..."เสี่ยดอร์รีบลงลิฟท์ไปยังด้านล่างทันที วันนี้เขาเลิกงานเร็วกว่าปกติ เพราะสัญญากับลูกชายเอ
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอย่างแรง พร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กน้อย"แม่ฮื้อ...!""ป๊าขา...แงงง!"สองสามีภรรยาชะงักพร้อมกัน เสี่ยดอร์รีบลุกจากเตียง หยิบกางเกงที่วางอยู่ปลายเตียงขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็วส่วนส้มโอก็คว้าเสื้อคลุมมาสวม ก่อนรีบเดินตามออกไปทันทีที่เปิดประตู..ไอรีนก็โผเข้ากอดขาพ่อทันที ใบหน้าเล็กๆ เปื้อนน้ำตา ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้"เป็นอะไรครับไอรีน"เสี่ยดอร์รีบอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เด็กหญิงรีบซุกหน้าลงกับไหล่ของพ่อ ตัวสั่นเล็กน้อย"ผะ ผี...ฮึกฮือ หนูได้ยินเสียงผี" เธอพูดทั้งสะอื้น"ผีที่ไหนคะ" ส้มโอรีบลูบหลังลูกเบาๆ"มันร้อง..." ไอรีนสูดจมูกฟืด"ฮือ...อือ...อื้อ...ฮ๊า!" เด็กหญิงทำเสียงเลียนแบบอย่างตั้งใจ"หนูกลัว...มันร้องอยู่ในห้องป๊ากับแม่"พอได้ยินประโยคนั้น...ส้มโอกับเสี่ยดอร์ถึงกับนิ่งไปพร้อมกัน ทั้งคู่หันมาสบตา ก่อนจะเข้าใจทันทีว่าลูกสาวหมายถึงอะไรส้มโอรีบเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ส่วนเสี่ยดอร์ก็ไอเบาๆ พลางหลบสายตาภรรยา"ไม่มีผีหรอก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้"จริงเหรอคะ" ไอรีนเงยหน้ามองพ่อ"จริงค่ะ" ส้มโอพยักหน้
หลังจากที่มีลูกสองคน...คำว่า เวลาส่วนตัว ของส้มโอและเสี่ยดอร์แทบจะกลายเป็นเรื่องยาก กลางวันต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองเสี่ยดอร์ต้องดูแลบริษัท ประชุม และจัดการงานที่แทบไม่มีวันสิ้นสุด ส่วนส้มโอก็แบ่งเวลาไปดูแลครอบครัว คอยรับส่งลูก ทำกิจกรรมกับธีโอและไอรีน รวมถึงช่วยดูแลงานบางส่วนของบริษัทเท่าที่ทำได้พอตกกลางคืน...แทนที่จะได้นั่งพักนอนพักด้วยกัน ทั้งคู่กลับต้องผลัดกันกล่อมลูกเข้านอน บางคืนธีโอตื่นมาเข้าห้องน้ำ บางคืนไอรีนฝันร้าย บางคืนลูกทั้งสองคนพากันไม่ยอมนอนจนเกือบเที่ยงคืนสุดท้าย...สองสามีภรรยาก็หมดแรง หลับไปพร้อมกับลูกแทบทุกคืนจนกระทั่ง...ค่ำคืนหนึ่ง บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบ ธีโอหลับสนิทอยู่ในห้องของตัวเอง ส่วนไอรีนก็เพิ่งหลับไปได้ไม่นาน หลังจากส้มโออ่านนิทานเรื่องโปรดให้ฟังจนจบ เมื่อแน่ใจว่าลูกทั้งสองคนหลับแล้ว เสี่ยดอร์จึงเดินกลับเข้าห้องนอน พลางปิดประตูเบาๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังส้มโอที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหันมายิ้มให้สามี"วันนี้...เงียบดีนะ""ผิดปกติเหรอ" เสี่ยดอร์ตอบพร้อมหัวเราะเบาๆทั้งสองนั่งคุยกันอยู่พักใหญ่ เล่าเรื่องของลูก เรื่องงาน และเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ล







