Mag-log in@วันถัดมา
ส้มโอลงจากรถประจำทางแล้วเดินเข้าซอยมาอีกนิดเดียวก็ถึงหน้าบ้านของตัวเอง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ บ้านที่เคยอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้มีป้ายสีแดงขนาดใหญ่ติดอยู่หน้ารั้ว ประกาศขาย ตัวหนังสือใหญ่ๆ ประกาศหราพร้อมเบอร์โทรติดต่อที่ไม่ใช่เบอร์ของพ่อแม่เธอ
"นะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" ส้มโอร้องอุทานออกมาทั้งน้ำตา เธออยากจะเข้าไปดูในตัวบ้านให้แน่ใจ แต่รั้วบ้านก็ถูกล็อคแม่กุญแจตัวใหม่เอาไว้อย่างแน่นหนา
เธอไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังขนาดนี้มาก่อนเลย การที่พ่อแม่ไม่ส่งเรียน ไม่เห็นด้วย เธอก็ไม่เคยคิดต่อว่าอะไรเลย หนำซ้ำยังย้ายออกไปทำงานส่งตัวเองเรียน แต่ทำไม... ถึงทำกันอย่างนี้
พรึ่บ !!
ร่างบางทรุดตัวนั่งลงบนพื้นปูนตรงหน้ารั้วบ้านอย่างอ่อนแรง น้ำตาแห่งความเสียใจ ความคับแค้นมันถาโถมเข้ามาจนกลายเป็นสายธารน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่ได้
"ฮึก ทำไมทำกับหนูแบบนี้ ฮืออ~"
ถึงแม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าพ่อแม่รักน้องสาวมากที่สุด แต่เธอก็เชื่อใจคนในครอบครัวมากที่สุด ไม่เคยนึกน้อยใจเลยด้วยซ้ำที่พ่อแม่ไม่รักเธอเท่าน้อง เพราะคิดว่าพ่อแม่ยังไงก็ต้องรักน้องที่ยังเด็กมากกว่า
แต่เพราะความเชื่อใจ ไว้ใจ กลับถูกหักหลัง! เอาชื่อของเธอไปกู้เงินมหาศาล แล้วพากันหนี ทิ้งให้เธอรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง
"แม่หนู แม่หนู"
เสียงของผู้ชายมีอายุคนนึงดังขึ้นจากข้างหลังของเธอ ก่อนที่เธอจะรีบเช็ดน้ำตาแล้วรีบลุกขึ้นหันไปคุยด้วย
"สวัสดีค่ะคุณลุง"
"หน้าไม่ค่อยคุ้นเลย มาทำอะไรแถวนี้"
"หนูมาหาญาติน่ะค่ะ เจ้าของบ้านหลังนี้ เขาไปไหนแล้วเหรอคะ?" ไหนๆ ก็เจอคนแถวนี้แล้ว ถือโอกาสถามไปเลยก็แล้วกัน อยากจะรู้เหมือนกันว่าพ่อแม่หนีไปตอนไหน
"ย้ายออกไปได้หลายเดือนแล้ว"
"อ๋อ.."
"บ้านหลังนี้ถูกยึดนะ ธนาคารเขาก็เลยมาติดป้ายประกาศขาย"
"....." ส้มโอพยักหน้าตอบรับคำพูดของคุณลุงที่มาคุยด้วย
เท่าที่เธอรู้บ้านหลังนี้คือบ้านที่ตกทอดมาจากรุ่นปู่ย่า ไม่ต้องผ่อนหรือส่งบ้าน มีที่ดิน มีเงินเก็บใช้ไม่ต้องลำบากด้วยซ้ำ แต่พ่อแม่ของเธอเอาเงินไปทำอะไรนักหนา ถึงได้ติดหนี้ธนาคารแล้วถูกยึดแบบนี้ ไหนจะเงินกู้ที่เป็นชื่อของเธออีก
"ญาติของหนูเขาคงไม่กลับมาที่นี่แล้ว ลองหาทางติดต่ออย่างอื่นเอา"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลุง"
หญิงสาวเดินออกไปนั่งรถประจำทางกลับ อยู่ตรงนั้นไปมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี อย่างที่คุณลุงบอก เธอต้องหาทางติดต่อเอาเองถ้าอยากเจอ คงไม่มีใครกลับมาที่บ้านอีกแล้ว
แล้วเธอจะไปติดต่อยังไงล่ะ ในเมื่อทุกคนตั้งใจที่จะหนีเธอไป
.....
@สามวันถัดมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ~
ทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก็พบชายรูปร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำยืนอยู่ด้านหน้า ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาราวกับไร้ความรู้สึก ด้านหลังเขามีบอดี้การ์ดยืนเรียงกันหลายคน ชายหนุ่มกวาดสายตามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"คุณรวินันท์.."
"คะ?" เธอยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ จะปิดประตูหนีก็เกร็งไปหมดเลย ราวกับถูกล็อคไว้ให้ยืนเฉยๆ
"ถึงครบกำหนดต้องจ่ายหนี้แล้วนะครับ"
"....." เธอเม้มริมฝีปากแน่น บอกตรงๆ ว่าตอนนี้เธอไม่พร้อมจ่ายเลย เงินที่มีอยู่ในตัวตอนนี้ทั้งหมด ยังไม่พอดอกเบี้ยด้วยซ้ำ
"ฉันชื่อธีโอดอร์ เป็นเจ้าหนี้ของเธอ"
"....." น้ำเสียงที่เอ่ยเรียบๆ มันทำเอาร่างกายของเธอชาวาบประหนึ่งต้องมนต์บางอย่าง เขาไม่ได้ดูโกรธแต่ทำไมถึงน่ากลัวขนาดนี้กันนะ
"ถ้าคิดจะผลัดอีก ดอกเบี้ยอาจจะขึ้นสูงกว่านี้"
"ฉะ ฉัน..."
"หรือไม่.. ถ้าไม่มีเงินจ่าย เราคงต้องคุยกันด้วยวิธีอื่น"
"วิธีอื่น?"
"ใช้อย่างอื่นจ่ายแทนเงิน"
" !!!! "
ส้มโอหันไปมองชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอยังจำวันแรกที่ได้เจอเขาได้ดี ผู้ชายที่เข้ามาทวงหนี้ ผู้ชายที่เธอเคยหวาดกลัว ผู้ชายที่คิดว่าจะไม่มีวันยิ้มแต่สุดท้าย...กลับกลายเป็นคนที่รักเธอมากที่สุดในชีวิต หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอก็คงไม่มีวันเชื่อว่า หนี้ก้อนมหาศาลในวันนั้น จะพาเธอมาเจอกับความรักที่มีค่ามากกว่าสิ่งใด"คิดอะไรอยู่" เสียงทุ้มของเสี่ยดอร์ดังขึ้น"คิดถึงวันแรกที่เราเจอกัน" ส้มโอหันมายิ้ม"วันที่เสี่ยมาตามทวงหนี้ฉันถึงที่ร้าน บอกให้ฉันจ่ายหนี้ให้ครบ ตามกำหนดเวลา แล้วก็ตามฉันมาถึงห้องพักอีกรอบ""งั้น...ฉันคงต้องขอบคุณโชคชะตา" เสี่ยดอร์หัวเราะเบาๆ เขาก้มลงจูบหน้าผากภรรยาอย่างอ่อนโยน"ที่พาเธอเข้ามาในชีวิต""...." ส้มโอยิ้มเขินเหมือนวันแรกๆแม้จะเป็นสามีภรรยากันมานานแล้วก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เขาแสดงความรัก มันก็อดไม่ได้ที่เธอจะเขิน....."ป๊า!" เสียงของไอรีนดังขึ้น เด็กหญิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา พร้อมถังใส่เปลือกหอยในมือ"ดูสิคะ! ไอรีนเก็บได้เยอะเลย""เก่งมาก" เสี่ยดอร์ย่อตัวลงรับลูกสาวเข้ามากอด ธีโอเองก็วิ่งตามมาพร้อมรอยยิ้ม"ป๊าครับ เดี๋ยวผมจะพาน้องไปสร้างปราสาททรายให้ใหญ่ที่สุดเลย""แต่ห้าม
@เวลาผ่านไปฤดูกาลต่างๆ หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านครั้งแล้วครั้งเล่า ต้นไม้ที่เคยเป็นเพียงต้นอ่อนเติบโตสูงใหญ่ เช่นเดียวกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับความรัก ความเข้าใจ และช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันณ ที่จอดรถคอนโดเช้าวันนี้ในช่วงปิดเทอม...บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยความวุ่นวายตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดีไอรีนในชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้ วิ่งถือหมวกฟางใบเล็กไปทั่วบ้าน พลางร้องถามแม่ทุกๆ นาทีว่าถึงเวลาหรือยังส่วนธีโอที่โตขึ้นกว่าเดิมมาก กำลังช่วยขนของยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ เพราะเจ้าตัวประกาศว่าตอนนี้เป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว และจะช่วยป๊าดูแลทุกคนเอง ( จริงๆ แค่เรียนประถม ที่โตเกินวัย )ส้มโอมองภาพลูกทั้งสองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะหันไปมองเสี่ยดอร์ที่กำลังตรวจดูสัมภาระรอบสุดท้ายแม้เวลาจะผ่านมาหลายปี...ผู้ชายคนนี้ก็ยังคงเป็นคนเดิม ยังคงละเอียดรอบคอบ ยังคงคอยดูแลเธอและลูกทุกคนไม่เคยเปลี่ยน"ครบหรือยังเสี่ย" ส้มโอถามพลางเดินเข้าไปหาเสี่ยดอร์ก้มมองรายการในโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนพยักหน้าตอบรับ"ครบ... ของลูกครบ ของเธอครบ ของฉันก็ครบ ไปกันได้""ไปกัน" หญิงสาวหัวเราะเบาๆ"เย้
"เพื่อนเหรอ""ครับ" ธีโอพยักหน้าทันทีแต่ยังไม่ทันที่ผู้เป็นพ่อจะถามอะไรต่อ...เด็กชายก็วิ่งตามปุยฝ้ายไปสองก้าว"ปุยฝ้าย!""??" เด็กหญิงหันกลับมา ธีโอยิ้มกว้าง ก่อนโน้มตัวลงไปหอมแก้มเธอฟอดหนึ่ง"เจอกันพรุ่งนี้นะ""อื้อ..." ปุยฝ้ายหน้าแดงทันที แล้วรีบวิ่งขึ้นรถอย่างเขินอายส่วนอีกฝั่งหนึ่ง...เสี่ยดอร์ยืนนิ่งไปแล้ว มือที่กำลังถือกุญแจรถแทบหลุดจากมือ เขาหันช้าๆ ไปมองส้มโอ สีหน้าราวกับเพิ่งถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ส้มโอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น"เสี่ย..ใจเย็นๆ นะ""ลูกชายฉัน..." เสี่ยดอร์ยกมือกุมหน้าอกตัวเอง ทำท่าเหมือนคนที่จะเป็นลม"หอมแก้มผู้หญิงต่อหน้าต่อตาเลยเหรอ""คิกคิกคิก" ส้มโอหัวเราะออกมาในที่สุด "ก็เด็กๆ น่า ไม่ต้องซีเรียส""ธรรมเนียมของฝรั่ง แบบนี้ก็ถือว่าปกติไม่ใช่เหรอ""......" เสี่ยดอร์ถอนหายใจยาว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงเดินขึ้นรถเงียบๆถ้าจะให้คิดอย่างที่ภรรยาว่า มันก็ไม่ผิดอะไร แต่นี่มันยังเด็กเกินไป และดูเหมือนไม่ใช่การทักทายด้วย นั่นมันคือการหอมแก้ม!!......ระหว่างทางกลับบ้านธีโอนั่งอยู่เบาะหลัง คุยไม่หยุดตลอดทาง เขาเล่าเรื่องโรงเรียน เล่าเรื่องคุณครู เล่าเรื่
หนึ่งปีผ่านไป ~ ธีโอในวันนี้ไม่ใช่เด็กชายตัวน้อยเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เขาเติบโตเป็นเด็กประถมที่ทั้งฉลาด สุภาพ และมีความรับผิดชอบสมวัย รูปร่างเริ่มสูงโปร่งเหมือนเสี่ยดอร์ โครงหน้าคมชัดขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อีกไม่กี่ปีก็คงหล่อไม่แพ้ผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน ( เผลอๆ อาจเจ้าชู้ด้วย )ส่วนไอรีนเองก็โตขึ้นจนกลายเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริง ช่างพูด และเป็นขวัญใจของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะเหล่าบรรดาลุงๆ บอดี้การ์ด ที่มองว่าไอรีนคือเจ้าหญิงตัวน้อยที่พวกเขาต้องปกป้องเท่าชีวิตบริษัทธีโอกรุ๊ป กึก ~ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ตามด้วยร่างสูงกำยำของเสี่ยดอร์ที่เดินตามออกมาติดๆ"ท่านประธานจะไปไหนครับ?" เลขาหนุ่มเอ่ยถามขึ้นเขาเข้ามาทำงานแทนส้มโอได้หลายปีแล้ว เพราะเธอจะได้มีเวลาดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ และเพื่อไม่ให้ส้มโอต้องคิดมาก เสี่ยดอร์จึงประกาศรับสมัครเลขาที่เป็นผู้ชายเท่านั้น"วันนี้ฉันมีไปรับลูกที่โรงเรียน""จะกลับเข้าบริษัทอีกไหมครับ?""คงไม่ จัดการเรื่องงานให้ด้วยก็แล้วกัน""รับทราบครับ""อืม..."เสี่ยดอร์รีบลงลิฟท์ไปยังด้านล่างทันที วันนี้เขาเลิกงานเร็วกว่าปกติ เพราะสัญญากับลูกชายเอ
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอย่างแรง พร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กน้อย"แม่ฮื้อ...!""ป๊าขา...แงงง!"สองสามีภรรยาชะงักพร้อมกัน เสี่ยดอร์รีบลุกจากเตียง หยิบกางเกงที่วางอยู่ปลายเตียงขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็วส่วนส้มโอก็คว้าเสื้อคลุมมาสวม ก่อนรีบเดินตามออกไปทันทีที่เปิดประตู..ไอรีนก็โผเข้ากอดขาพ่อทันที ใบหน้าเล็กๆ เปื้อนน้ำตา ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้"เป็นอะไรครับไอรีน"เสี่ยดอร์รีบอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เด็กหญิงรีบซุกหน้าลงกับไหล่ของพ่อ ตัวสั่นเล็กน้อย"ผะ ผี...ฮึกฮือ หนูได้ยินเสียงผี" เธอพูดทั้งสะอื้น"ผีที่ไหนคะ" ส้มโอรีบลูบหลังลูกเบาๆ"มันร้อง..." ไอรีนสูดจมูกฟืด"ฮือ...อือ...อื้อ...ฮ๊า!" เด็กหญิงทำเสียงเลียนแบบอย่างตั้งใจ"หนูกลัว...มันร้องอยู่ในห้องป๊ากับแม่"พอได้ยินประโยคนั้น...ส้มโอกับเสี่ยดอร์ถึงกับนิ่งไปพร้อมกัน ทั้งคู่หันมาสบตา ก่อนจะเข้าใจทันทีว่าลูกสาวหมายถึงอะไรส้มโอรีบเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ส่วนเสี่ยดอร์ก็ไอเบาๆ พลางหลบสายตาภรรยา"ไม่มีผีหรอก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้"จริงเหรอคะ" ไอรีนเงยหน้ามองพ่อ"จริงค่ะ" ส้มโอพยักหน้
หลังจากที่มีลูกสองคน...คำว่า เวลาส่วนตัว ของส้มโอและเสี่ยดอร์แทบจะกลายเป็นเรื่องยาก กลางวันต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองเสี่ยดอร์ต้องดูแลบริษัท ประชุม และจัดการงานที่แทบไม่มีวันสิ้นสุด ส่วนส้มโอก็แบ่งเวลาไปดูแลครอบครัว คอยรับส่งลูก ทำกิจกรรมกับธีโอและไอรีน รวมถึงช่วยดูแลงานบางส่วนของบริษัทเท่าที่ทำได้พอตกกลางคืน...แทนที่จะได้นั่งพักนอนพักด้วยกัน ทั้งคู่กลับต้องผลัดกันกล่อมลูกเข้านอน บางคืนธีโอตื่นมาเข้าห้องน้ำ บางคืนไอรีนฝันร้าย บางคืนลูกทั้งสองคนพากันไม่ยอมนอนจนเกือบเที่ยงคืนสุดท้าย...สองสามีภรรยาก็หมดแรง หลับไปพร้อมกับลูกแทบทุกคืนจนกระทั่ง...ค่ำคืนหนึ่ง บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบ ธีโอหลับสนิทอยู่ในห้องของตัวเอง ส่วนไอรีนก็เพิ่งหลับไปได้ไม่นาน หลังจากส้มโออ่านนิทานเรื่องโปรดให้ฟังจนจบ เมื่อแน่ใจว่าลูกทั้งสองคนหลับแล้ว เสี่ยดอร์จึงเดินกลับเข้าห้องนอน พลางปิดประตูเบาๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังส้มโอที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหันมายิ้มให้สามี"วันนี้...เงียบดีนะ""ผิดปกติเหรอ" เสี่ยดอร์ตอบพร้อมหัวเราะเบาๆทั้งสองนั่งคุยกันอยู่พักใหญ่ เล่าเรื่องของลูก เรื่องงาน และเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ล







