Mag-log in“เป็นอะไรของมึงวะ กูเห็นตั้งแต่มานั่งลง เอาแต่ก้มจ้องโทรศัพท์ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้กูฟังได้เลยนะเพื่อน”
“ไม่มี” เสือตอบกลับเพื่อนร่วมคณะไปแบบผ่าน ๆ ทั้งที่สายตายังไม่ทันละจากหน้าจอโทรศัพท์ นิ้วเรียวยังคงไถขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจล็อกจอแล้ววางเครื่องคว่ำลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงเอื้อมไปหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มกลบความรู้สึกว้าวุ่นในใจ
นับตั้งแต่คนตัวเล็กขึ้นรถออกไปกับพี่ชายของเธอ เขาก็ทั้งส่งข้อความ ทั้งกดโทรหาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทว่าอีกฝ่ายกลับเงียบหาย ไม่ยอมตอบแชต ไม่ยอมรับสาย และความเงียบนั้นเองที่ค่อย ๆ บีบหัวใจเขาให้กระสับกระส่ายอย่างห้ามไม่อยู่
เพราะหลังจากกิจกรรมรับน้องจบลง เขากับเพื่อน ๆ ก็นัดกันมานั่งดื่มต่อที่ผับของ สิงห์ พี่ชายของเขาเอง ซึ่งบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงคุย เสียงหัวเราะ และแก้วเครื่องดื่มที่ชนกันเป็นระยะ ทว่าเสือกลับนั่งเงียบกว่าปกติ ราวกับถูกตัดขาดออกจากความคึกคักเหล่านั้น สายตาเผลอเหลือบมองโทรศัพท์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่รู้ดีว่าหน้าจอยังคงว่างเปล่าเหมือนเดิม
“แล้วไอ้พายจะมาถึงตอนไหนวะ ดื่มกันมาจะชั่วโมงหนึ่งแล้วนะ” เสือเอ่ยพูด ขณะมือที่ขยับไปแตะโทรศัพท์อีกครั้งอย่างเคยชิน เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้ววางมันลงที่เดิมอีกครั้ง
“ใกล้ถึงแล้ว เมื่อกี้ฉันเพิ่งคุยกับพายมา” มาเฟีย ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นคนตอบแทน
“อ๋อ งั้นก็ดื่มกันต่อ”
ทุกคนยกแก้วขึ้นชนกัน เสือก็ยกดื่มตาม แต่ต่อให้แอลกอฮอล์ไหลผ่านลำคอ สายตาของเขาก็ยังเผลอเหลือบไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างมือเป็นระยะ ราวกับกำลังเฝ้ารอข้อความจากใครสักคนที่ยังเงียบหาย
ก๊อก! ก๊อก!
โดยเวลาผ่านไปเกือบสิบนาที เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น บานประตูที่ปิดอยู่ถูกเปิดเข้ามา พร้อมกับร่างพายุก็เดินแทรกเข้ามา
“กว่าจะมา”
“กูดูน้องกูอยู่” พายุตอบ แล้วเดินมานั่งลงที่วางด้านข้างแสนล้าน
“แล้วทำไมไม่ชวนน้องฟ้ามาด้วยล่ะ”
“ชวนแล้ว แต่ยัยน้องไม่อยากมา”
“น้องเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ยังอาการหนักอยู่ แต่พอกินยาไปแล้วก็ดีขึ้นมาหน่อย”
“อืม เอาไป” แสนล้านรับแก้วเครื่องดื่มที่คเชนทร์ชงเสร็จแล้วยื่นส่งต่อให้พายุ อีกฝ่ายรับไปดื่มเงียบ ๆ
“มึงเป็นอะไรของมึงวะไอ้เสือ ตั้งแต่กูนั่งลงมา เห็นมึงยุกยิกไม่หยุดเลย”
“มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่มาแล้ว กูก็เพิ่งถามมันไปเมื่อกี้ ยังโดนด่ากลับมาอีก”
“เอาแต่จ้องโทรศัพท์ขนาดนี้ ในนั้นมันมีอะไรน่าสนใจมากเหรอ หรือมึงมีแฟน”
“ถ้ามีแล้วจะทำไม”
“พูดจริงเหรอ มึงเนี่ยนะ มีแฟน”
“อืม คบกันมาได้สักพักใหญ่แล้ว”
“พวกมึงรู้เรื่องนี้กันไหม” พายุหันไปถามเพื่อนคนอื่น ๆ ที่นั่งล้อมวงอยู่ ซึ่งทุกคนต่างส่ายหน้าปฏิเสธกัน
“เก็บความลับเก่งฉิบหาย แล้วใครวะแฟนมึง กูรู้จักไหม”
“รู้จัก”
“รุ่นเดียวกัน รุ่นพี่ หรือรุ่นน้อง”
“น้องมึง”
“ฮะ!” พายุอุทานออกมาเสียงหลง “มึงพูดหมายความว่ายังไง ช่วยอธิบายให้กูเข้าใจหน่อยดิ”
“รุ่นน้องมึง” เสือตอกย้ำเสียงเรียบ
“กูตกใจหมด นึกว่ามึงหมายถึงน้ำฟ้าน้องกู” พายุติดตลกพร้อมกับหัวเราะ
“ทำไม ถ้ากูคบกับน้องมึงแล้วมันจะยังไง”
“กูก็ไม่ให้คบไง”
“ทำไมถึงไม่ให้กูคบ”
“แล้วมึงจะอยากรู้ไปทำไม ในเมื่อมึงไม่ได้คบกับน้องกูสักหน่อย” พายุพูดจบก็ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม “ว่าง ๆ ก็พามาให้พวกกูรู้จักบ้างสิ”
“เอาไว้ถ้าน้องมันพร้อม เดี๋ยวกูจะพามา”
“พร้อม? ทําไมต้องรอพร้อม”
“น้องมันไม่อยากให้ใครรู้ว่าคบกับกู”
“ชักอยากรู้แล้วสิว่าแฟนมึงคือใคร ต้องสวยมากแน่ มึงถึงยอมขนาดนี้”
“กูพูดมากไม่ได้ บอกได้แค่ว่าถ้ามึงรู้ว่าเป็นใคร มึงต้องตกใจมากแน่”
“ไอ้ห่า อยากรู้ฉิบหาย” พายุหัวเราะออกมา ก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มต่อ “วันนี้กูอยู่ดึกไม่ได้นะ สักห้าทุ่มขอกลับก่อน”
“ทำไมวะ”
“พ่อแม่กูไม่อยู่บ้านนะสิ ต้องรีบกลับไปอยู่กับน้อง ไม่อยากให้ยัยน้องอยู่คนเดียว”
“น้องมึงอยู่ลำพังเหรอ”
“อืม” พายุพยักหน้า ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นต่อเหมือนไม่มีอะไร
แต่คำพูดนั้นกลับทำให้เสือเผลอนิ่งไป มือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่คว่ำอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอีกครั้ง กดส่งข้อความหาคนตัวเล็กซ้ำ ๆ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าคงไม่ได้คำตอบ
หน้าจอยังคงเงียบ ไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีแม้แต่สถานะว่าอีกฝ่ายเปิดอ่าน
“หรือว่าหลับไปแล้ว” ความคิดนั้นผุดขึ้นมา พร้อมกับความกระสับกระส่ายที่ค่อย ๆ บีบหัวใจเขาอย่างช้า ๆ
หลายชั่วโมงต่อมา...
“ดูท่าทางไอ้พายจะไม่ไหวแล้วว่ะ ให้มันนอนที่นี่ไปเลยแล้วกัน”
“แต่มันบอกให้ไอ้แสนพามันกลับนะเว้ย น้องมันอยู่บ้านคนเดียว มันเป็นห่วง”
“คงไม่เป็นไรหรอก น้องฟ้าก็ไม่ได้อยู่บ้านคนเดียวครั้งแรกสักหน่อย”
“ก็จริง งั้นกูพามันเข้าไปนอนก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะตามออกไปทีหลัง”
“อืม” เสือตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามแสนล้านกับมาเฟีย รวมถึงเพื่อนคนอื่น ๆ ออกมาจากห้องรับรองของผับพี่ชายเขา เพื่อมุ่งลงไปยังชั้นล่าง
“พวกกูกลับก่อนนะเว้ย ไว้วันจันทร์เจอกัน”
“อืม ๆ”
พอลงมาถึงด้านล่างแล้ว เพื่อน ๆ ต่างแยกย้ายไปยังรถของใครของมัน จนตอนนี้ก็เหลือเพียงแสนล้าน เสือ และมาเฟีย ที่ยืนอยู่ด้วยกันแค่สามคน
“แล้วมึงไหวไหมเนี่ย ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวกูขับไปส่งเอง” แสนล้านเอ่ยถาม
“ไม่เป็นไร มึงไปส่งมาเฟียเถอะ ง่วงมากแล้วนั่น” เสือพูดพลางเหลือบมองไปทางมาเฟีย ที่กำลังเกาะแขนแสนล้านไว้แน่น ราวกับว่าถ้าเผลอปล่อยมือเมื่อไหร่ ร่างบางนั้นคงทรุดลงพื้นทันที
“เฟีย เข้าไปรอในรถก่อน พอดีแสนมีเรื่องจะคุยกับไอ้เสือแป๊บหนึ่ง”
“อืม รีบคุยนะ” มาเฟียพยักหน้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถของเพื่อนแล้วเข้าไปนั่งรอเงียบ ๆ
โดยทันทีที่อีกฝ่ายลับสายตา แสนล้านก็หันกลับมาจ้องหน้าเสือจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“มึงจะไปหาน้องน้ำฟ้าใช่ไหม”
“ใช่ กูไม่อยากให้น้องอยู่คนเดียว มันอันตราย”
“กูว่าอยู่กับมึงอันตรายมากกว่าอีก”
“พูดมาก ไปส่งมาเฟียได้แล้ว”
“เออ ๆ ขับรถระวัง ๆ ด้วยละอย่าขับเร็ว เดี๋ยวจะได้ไปนรกก่อนไปถึงบ้านน้อง”
“คxxแสน” เสือด่าเสียงเบาอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันหลังเดินไปที่รถของตัวเอง
เมื่อขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัย ชายหนุ่มก็สตาร์ตรถทันที พร้อมกับรถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากลานจอดใต้คอนโดมิเนียมด้วยความเร็วไม่มาก มุ่งตรงไปยังบ้านของคนตัวเล็ก ที่อยู่ไกลจากจุดที่เขาอยู่พอสมควร
แสนล้านรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ พร้อมกับใช้มือกวาดหาร่างที่ตัวเองกอดไว้ตลอดทั้งคืน แต่พอกวาดไปทางซ้ายที และกวาดไปทางขวาที กลับไม่พบใครอยู่ข้างกายเลยเขาจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะพบว่าพื้นที่บนเตียงด้านข้างว่างเปล่า“ไปไหนนะ...” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แล้วพยุงร่างลุกจากเตียง รีบเดินออกมาด้านนอกห้องนอน“ไม่เจอ... ไปไหน” เขาเดินหาจนทั่วห้อง แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของแฟนสาว สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินกลับเข้ามาในห้องนอน พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาเธอครืด! ครืด!ทว่าเสียงสั่นของโทรศัพท์กลับดังขึ้นจากโต๊ะข้างเตียง แสนล้านหันไปมองตาม ก่อนจะพบว่าโทรศัพท์ของโมนา วางอยู่บนหัวเตียงคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที ปกติแล้วโมนาเป็นคนติดโทรศัพท์มาก ไม่ว่าจะไปไหนก็มักจะพกติดตัวตลอด แต่ครั้งนี้เธอกลับทิ้งมันไว้“หรือจะยังงอนเรื่องที่ลงโทษเมื่อคืน” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบสวมเสื้อผ้าลวก ๆ ด้วยความร้อนใจทันทีที่แต่งตัวเสร็จ ขณะที่กำลังจะเดินไปเปิดประตูห้อง ประตูบานนั้นกลับถูกผลักเปิดเข้ามาจากด้านนอกเสียก่อนร่างเล็กของโมนาเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าบึ้งตึง ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างเห็นได้ชั
ภายในห้องนอนพลันปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันเร่าร้อนในชั่วพริบตา ร่างบอบบางของโมนานอนอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่างสูงของแสนล้าน ที่กำลังปลุกเร้าอารมณ์วาบหวิวอย่างเร่งรีบริมฝีปากหยักกดจูบไล่ลงมาตั้งแต่เนินอกอวบอิ่ม โดยไม่ลืมแวะปรนเปรอสองยอดถันจนมันชุ่มไปด้วยน้ำลายของเขา“อ๊ะ! อื้ออ แสนพอแล้ว” เสียงหวานของโมนาครางเบา ๆ ด้วยความกระสันดวงตากลมโตชื้นน้ำตาหลุบมองใบหน้าหล่อของชายหนุ่มที่กำลังซุกไซ้หน้าอกของเธอไปมาด้วยความรู้สึกปั่นป่วน ท้องน้อยบิดมวนวูบวาบอย่างคนเริ่มมีอารมณ์เสียงดูดดึงดังไม่ขาดสายจนโมนาแทบทนฟังไม่ไหวเพราะความอาย ใบหน้าสวยแดงซ่านจนเหมือนจะระเบิดออกมาแสนล้านเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวพร้อมทั้งกระตุกยิ้มออกมาด้วยความชอบใจที่เห็นเธอเขินหนัก เขาค่อย ๆ ยันตัวขึ้นนั่งแล้วจับเรียวขาสวยแยกออกกว้าง ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่กลางระหว่างกายสาว“อย่างอแง ทำตัวเองนะโมนา” เขากล่าวเสียงทุ้ม มองดูคนใต้ร่างที่กำลังแสดงสีหน้าเว้าวอนขอความเมตตาจากเขา“โมขอโทษ แสนแก้มัดให้โมเถอะนะ” โมนาขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ดวงตาฉายแววความอ้อนวอนอย่างถึงที่สุด ข้อมือเล็กพยายามบิดไปมาเบา ๆ เพราะเริ่มรู้สึกเจ็บแสนล้านเผลอใจอ่
ติ๊ง! ติ๊ง! (เสียงข้อความแชต)ขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในช่วงเวลาสองทุ่ม เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกายก็ดังขึ้น ชายหนุ่มเหลือบมอง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาเปิดดู และพบว่าเป็นข้อความจากมาเฟีย เพื่อนสาวของเขามาเฟีย : ไม่ยักจะรู้ เดี๋ยวนี้ยอมปล่อยแฟนไปถ่ายแบบด้วยมาเฟีย : ไม่ใช่ตาแก่ขี้หึงแล้วเหรอเนี่ยเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ แสนล้านก็ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง จึงพิมพ์ตอบกลับไปทันทีแสนล้าน : พิมพ์อะไรมา ส่งผิดหรือเปล่ามาเฟีย : ส่งผิดอะไร ฉันส่งให้นายนั่นแหละ แสนล้านมาเฟีย : นี่อย่าบอกนะว่าไม่รู้เรื่องแสนล้าน : เรื่องอะไรมาเฟีย : ก็ที่โมนาถ่ายแบบลงนิตยสารไงแสนล้าน : อันไหน ส่งมาให้ดูหน่อยมาเฟีย : เนี่ย โมนาหุ่นดีมากเลย ฉันอิจฉาสุด ๆมาเฟีย : (รูปถ่ายโมนาใส่ชุดว่ายน้ำในหนังสือนิตยสาร และป้ายบิลบอร์ดโฆษณา)ทันทีที่ภาพปรากฏบนหน้าจอ สีหน้าของแสนล้านก็เปลี่ยนไปในพริบตา หญิงสาวในภาพกำลังยืนโพสต์ท่าริมสระว่ายน้ำด้วยรอยยิ้มสดใส ชุดว่ายน้ำที่สวมใส่ขับเน้นรูปร่างได้อย่างลงตัว จนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภาพนี้ถึงถูกเลือกไปติดอยู่บนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่กลางเมืองแต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องนั้น
“ไปอาบน้ำให้สดชื่นหน่อยไหม แล้วค่อยกลับมานอนต่อ”“ไม่เอา ขี้เกียจอาบ”“งั้นเดี๋ยวเราอาบให้ก็ได้”“ไม่ เธอท้องอยู่”“ท้องแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการอาบน้ำล่ะ”“ก็เดี๋ยวอดใจเอาเธอไม่ได้ไง”โดยคำตอบของชายหนุ่มทำเอาวาดฝันถึงกลับไปไม่เป็น ความร้อนวูบหนึ่งแล่นขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่ได้“สภาพเป็นแบบนี้ยังจะคิดเรื่องนั้นอีกนะ”“......”“ตกลงไม่ดีขึ้นเลยเหรอ หรือแกล้งเราอยู่กันแน่ เบ๊บ” วาดฝันเอ่ยถามพลางมองสามีด้วยความเป็นห่วงหลังกลับมาจากห้างสรรพสินค้า อาการของอีกฝ่ายก็ยังไม่ดีขึ้นเลย ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ชายหนุ่มเอาแต่นอนซบเธออยู่แบบนั้นแทบไม่ห่างไคลน์ไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงขยับตัวมานอนหนุนตักของเธอ ก่อนซุกใบหน้าเข้ากับหน้าท้องที่นูนขึ้นอย่างออดอ้อนและใช่... ผู้ชายคนนี้คือสามีของเธอเราทั้งคู่แต่งงานกันตั้งแต่ช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นปีสี่ ตอนแรกวาดฝันก็รู้สึกว่ามันเร็วเกินไป เพราะพวกเขาเพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่ไคลน์กลับให้เหตุผลง่าย ๆ ว่าจะแต่งตอนนี้หรือตอนไหน สุดท้ายก็แต่งกับเธออยู่ดีสุดท้ายเธอจึงตอบตกลง และในวันแต่งงาน ครอบครัวฝ่ายเธอไม่มีใครมาร่วมงานเลยสักคนหลังจากวันนั้นที่
หนึ่งปีต่อมา...“คนสวย ทำอะไรอยู่เหรอคะ”“ทำแกงเผ็ดค่ะคุณแม่” ขณะที่เธอกําลังยืนชิมอาหารที่ตัวเองทําอยู่นั้น หญิงสาวหันไปตอบแม่ของแฟนหนุ่มด้วยรอยยิ้ม “คุณแม่อยากลองชิมฝีมือของโมไหมคะ”โดยวันนี้เธอมาที่บ้านนี้ตั้งแต่เช้าเพื่อเรียนทำอาหารกับป้าอุ่น แม่บ้านประจำบ้าน โดยตั้งใจจะหัดทำเมนูโปรดของแสนล้านให้เป็น เพราะช่วงนี้เป็นวันหยุดและเธอเองก็ไม่มีอะไรต้องทำมากนัก จึงอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพื่อไว้ฆ่าเวลา“ไหน แม่ขอลองชิมหน่อยสิ” คุณแม่ของแสนล้านเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะตักแกงเผ็ดขึ้นมาชิมเล็กน้อย พอได้ลิ้มรสแล้วก็หันมายิ้มให้เธออย่างพอใจ “รสชาติดีเลยลูก ทำเองหมดเลยเหรอ”“ทำเองค่ะ แต่ก็มีป้าอุ่นคอยช่วยแนะนำ”“เก่งจัง แล้วนี่จะเอาไปให้เจ้าตัวที่บริษัทไหม”ที่คุณแม่ถามแบบนั้นก็เพราะช่วงนี้แสนล้านกำลังฝึกงานอยู่ที่บริษัทของครอบครัว ส่วนโมนาเองก็เลือกฝึกงานที่บริษัทของครอบครัวตัวเองเช่นกัน เพียงแต่ช่วงสัปดาห์นี้เป็นวันหยุดยาวของบริษัท ทำให้เธอมีเวลาว่างมาเรียนทำอาหาร“โมว่าจะเอาไปฝากแสนค่ะ แต่คงไม่ได้ให้เจ้าตัวด้วยตัวเอง พอดีช่วงบ่ายโมมีนัดกับเพื่อนต่อด้วย”“อ๋อ งั้นแม่ไปก่อนนะ พอดีแม่ก็มีนั
“ครับแม่ ไว้วันหลังนะ” เขาเอ่ยตอบปลายสายพลางปิดประตูรถ ก่อนหน้านี้แม่ของเขาโทรมาชวนให้เขากับแฟนสาวแวะไปกินข้าวที่บ้านด้วยกัน แต่ช่วงนี้ทั้งคู่ค่อนข้างยุ่งจนแทบไม่มีเวลาว่าง เขาจึงจำใจปฏิเสธ พร้อมบอกเอาไว้ว่าหากวันไหนสะดวกเมื่อไร จะพาแฟนสาวไปเยี่ยมแน่นอนแม่ของเขาไม่ได้ว่าอะไร เพียงตอบรับด้วยน้ำเสียงเข้าใจ ก่อนจะวางสายไปเมื่อการสนทนาสิ้นสุดลง เขาก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วรีบเดินไปยังลิฟต์ เพื่อขึ้นไปยังห้องพักของตัวเองแกรก...ทันทีที่ใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามาในห้อง เขาก็พบแฟนสาวกำลังนอนหลับอยู่หน้าโทรทัศน์ เสียงจากหน้าจอดังลั่นไปทั่วห้องราวกับเจ้าตัวเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้นเขาเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปปิดโทรทัศน์ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนพรมข้างโซฟา แล้วทอดสายตามองใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังหลับสนิทอยู่เงียบ ๆ“แสน...” คนที่กำลังนอนหลับสบายค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกตัวตื่น แต่ก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นแฟนหนุ่มนั่งจ้องอยู่ไม่ไกล “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร”“สักพักแล้วครับ”“แล้วทำไมไม่ปลุก”“แล้วจะปลุกทำไมล่ะ นอนต่อเถอะ”“ไม่นอนแล้ว” หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะยื่นมือไปลูบแก้มของแฟนหนุ







