Share

3 | มีอะไร

Penulis: B.crazy’
last update Tanggal publikasi: 2026-07-27 18:23:50

เสียงทุ้มเรียบนิ่งยิ่งกว่ากราฟเส้นตรงดังออกมาจากในแถว จนทุกสายตาจับจ้องมองไปที่เจ้าของเสียงเป็นตาเดียว แต่ดูเหมือนว่าคนถูกจับจ้องก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับภัยที่เหมือนกำลังจะมาเยือนเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าแต่อย่างใด เพราะเขาล้วงสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดปิดเครื่องหน้าตาเฉย สีหน้าท่าทีนิ่งๆนั้นยิ่งยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้มีความเกรงกลัว

“ทำไมไม่ปิดเสียงโทรศัพท์!!! ไม่รู้เหรอว่าเวลานี้เวลาอะไร!!!”

“ลืม” รุ่นพี่ตะโกนแทบตาย แต่เจ้าของสมาร์ทโฟนกลับตอบแค่นี้ แถมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบธรรมดา ไม่ได้มีเสียงสูงเสียงต่ำอย่างใครๆเขา

“ลืมเหรอ อืม ดี! ตอบได้ดี! หางเสียงก็ไม่มี! ดีมาก!!!” ไม่บอกก็รู้ว่ารุ่นพี่..นางประชด 

“ไหน!!! ออกมาตรงนี้ให้เพื่อนๆดูหน้าคนทำดีอย่างคุณหน่อยซิ!!!” นั่นปะไร ผลของการพูดไม่มีหางเสียง ไม่มีทั้งหางเสียง ไม่มีทั้งเสียงสูงเสียงต่ำ ใช่ ก็คือการต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจากนาตาชา ..โดนเรียกออกไปโชว์ตัว 

แต่ถึงจะอย่างนั้น คนถูกเรียกก็เหมือนจะยังไม่รู้สึกเกรงกลัวอีกตามเคย เขาถึงได้เดินออกไปด้วยท่าทีนิ่งๆไม่ต่างจากน้ำเสียงและสีหน้าแววตา จนกระทั่งถึงข้างหน้า

“ไปยืนใกล้เพื่อนคุณ!!!” 

โดนตะคอกให้ไปยืนใกล้ๆนาตาชา เขาก็เดินไป สีหน้าท่าทางก็ยังนิ่งๆอยู่ และนาตาชากำลังเหลือบมองเขาเล็กน้อย เพราะรู้สึกเป็นห่วง ห่วงตั้งแต่ที่เธอเห็นว่าเจ้าของเสียงสมาร์ทโฟนคือเขาแล้ว ในเมื่อเขาคือคนที่หยิบหัวใจเธอติดมือไป แล้วเธอจะไม่เป็นห่วงเขาได้ยังไง 

“ชื่ออะไร!!!” รุ่นพี่ตะคอกถามไม่ต่างจากที่ตะคอกถามนาตาชาก่อนหน้านี้ หลังจากที่เจ้าของร่างสูงเดินไปยืนข้างๆนาตาชาตามที่พวกรุ่นพี่สั่งเรียบร้อยแล้ว

“เกรย์!” 

คราวนี้เจ้าของเสียงเรียบกดเสียงต่ำ แต่น้ำเสียงก็ยังคงนิ่ง ดวงตาที่เอาแต่มองด้านหน้าไม่ได้หันมองใครตั้งแต่แรกที่เดินมาถึงตรงนี้ก็ยังคงเรียบนิ่ง เพราะงั้นไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าในดวงตาเขาไม่มีคนข้างๆอยู่ภายใน มีแต่คนข้างๆอย่างเธอ ที่นัยน์ตาทั้งสองข้างมีแต่เขา

“พูดให้ดังกว่านี้!!!”

“พูดได้แค่นี้” 

น้ำเสียงราบเรียบอย่างเดิมสวนกลับไปทันที หางเสียงและโทนเสียงก็ยังคงไม่มีเช่นเดิม

“ว่าไงนะ”

“…”

“ผมถามทำไมไม่ตอบ!!!”

“…”

“หึ กล้ามากที่ท้าทายผม!!! อ๋อ!!! สงสัยอยากเป็นพระเอกใช่มั้ย!!! คงอยากโชว์เดี่ยว!!! ได้! ได้เลย!! ถ้าต้องการแบบนั้น!! ผมจัดให้!!!” รุ่นพี่ตะคอกเองเออเองสรุปเองแล้วมองผ่านเกรย์ไปหานาตาชา

“คุณ!!! กลับเข้าไปในแถว!! เพราะดูเหมือนผมจะได้ตัวตายตัวแทนของคุณแล้ว!! เชิญ!!!”

“เอ่อ ตะ..แต่ว่า..”

“เชิญ!!!!!” เสียงตะคอกดังกว่าเดิม บ่งบอกว่านี่คือคำสั่ง!!! ถึงเธอจะไม่อยากทำตามแต่ก็ต้องทำ เพราะนี่คือคำสั่ง!!! ย้ำ! คำสั่ง!!!!!

“เอ่อ คา..ค่ะ” นาตาชาเลยจำใจเดินกลับเข้าไปในแถว แม้ว่ายังเป็นห่วงเกรย์และยังรู้สึกผิด ที่เหมือนว่าเขาจะต้องมาเดือดร้อนแทนเธออีกแล้ว 

..แล้วสรุปว่าวันนั้น เกรย์ก็ต้องรับโทษไปคนเดียวเต็มๆ ด้วยการวิดพื้นร้อยที หึ ฟังดูเหมือนเรื่องขี้ปะติ๋ว เรื่องเล็กน้อย ใช่ เล็กน้อยไปหมดเลย เหลือแต่ใหญ่ๆเอาไว้เพียบ! เล่นเอาเคล็ดขัดยอกข้ามคืนข้ามวันกันเลยทีเดียว

:

อาทิตย์ต่อมา

@ใต้ตึกวิศวะ

“เห้ย ที่โดนวิดพื้นวันนั้น มึงหายระบมรึยังวะสัส” เจไดถามเหมือนเป็นห่วง แต่ทำไมน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก็ไม่รู้ 

“เดี๋ยวนะไอ้เหี้ยสตาร์วอร์ แม่งที่ถามนี่คือ มึงเป็นห่วงไอ้เหี้ยเกรย์มันใช่มั้ย?” เกียร์เอียงหน้าขมวดคิ้ว ส่วนเกรย์ก็ยังคงไว้ซึ่งสันดานสงวนคำพูด

“ก็ห่วงไง”

“ห่วงกลัวมันยังเจ็บอยู่?”

“เปล่า ห่วงกลัวว่ามันจะหายแล้ว แล้วกูไม่รู้จะหัวเราะใคร ฮ่าๆๆ”

“ไอ้เลว กูว่าแล้วว่าสันดานอย่างมึงคงไม่คิดจะห่วงไอ้เกรย์มันจริงๆหรอก ..สัส แล้วมึงก็แม่ง ไม่คิดจะสวน?” เกียร์ด่าเจไดเสร็จแล้วก็หันไปขมวดคิ้วเอียงหน้าเป็นเชิงถามไอ้ผีดิบผสมผีน้ำแข็ง

“ไม่ กูขี้เกียจเสวนากับไอ้หมาฟันน้ำนม”

ฉึก!

คนโดนด่าว่าเป็นไอ้ลูกหมาทางอ้อมถึงกับเจ็บจุกราวกับโดนหอกแหลมทิ่มแทงทะลุตรงกลางอก ..นิ่งๆอย่างเกรย์ ไม่พูดก็คือไม่พูด แต่ถ้าพูด คนที่โดนสภาพก็จะเหมือนไอ้ลูกหมาสตาร์วอร์ตอนนี้นี่แหละ 

“หืมมม ไอ้เชี่ยเกรย์ แม่งจี๊ดเลยสัส” เจไดโอดครวญ แต่เหมือนจะไม่มีใครสงสาร มีแต่สมน้ำหน้า โดยเฉพาะเกียร์ที่กระตุกมุมปากมองเจไดอย่างไม่ปิดบังสิ่งที่กำลังคิด

“หึ ก็สมควร อยากเปิดฟาร์มหมาไว้ในปากเองทำไว้”

“เออ เอาเข้าไป รุมกูกันเข้าไปไอ้สัส กูมันหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่แล้วนี่หว่า” เจไดแกล้งตัดพ้อ 

“รู้ตัวก็ดี แต่จะดีกว่านี้ถ้ารู้จักอบรมหมาในปากให้ไม่ออกมาวิ่งเพ่นพ่าน” เกรย์บอกเสียงเรียบก่อนลุกขึ้นจากที่นั่งเอาซะเฉยๆ

“อ้าวเชี่ย ไปไหนวะ อยู่ๆก็ลุก” เจไดทักราวกับว่าเขาลืมเรื่องโดนด่าไปสนิท เพราะการที่เกรย์ลุกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยมันดึงดูดความสนใจมากกว่า

“…” แต่คำถามกลับไม่ได้คำตอบ หนักกว่านั้นคือเกรย์เดินไปเลย ปล่อยให้คนที่กำลังมองตามคิดได้เอง เมื่อเขาเดินตรงไปยังลิฟต์

“เห้ย ไปเรียนไงสัส นี่ใกล้ถึงคาบแล้วนี่หว่า บ้าน้ำลายเพลินจนเกือบลืมแล้วมั้ยล่ะ” เป็นเกียร์ที่เส้นหยักในสมองทำงานก่อน เขาถึงคิดได้ก่อนและพลันลุกขึ้น ก่อนเดินตามเกรย์ไปที่ลิฟต์อีกคน

“เออ แบบนี้ประจำ เทกูประจำไอ้พวกเพื่อนเวร” เจไดไม่วายบ่นตามหลังแล้วลุกขึ้นตามอีกคน แต่คนอย่างเขาไม่ได้ซีเรียสอะไรมากหรอก มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว.. เรื่องโดนเท!

ในเซควิชาเรียนรวมของนักศึกษาคณะวิศวะชั้นปี 1

“เวร ไม่มีที่นั่งเหลือให้นั่งด้วยกันสามคนแล้วว่ะ” 

เจไดบอกอย่างเซ็งๆ เพราะพอมาถึงในเซค สอดส่องสายตาดูแล้วก็เห็นมีแต่ที่นั่งแยกๆ เพราะพวกเขาเหมือนจะมาช้ากว่านักศึกษาคนอื่นๆ ที่นั่งดีๆเลยมีเจ้าของไปหมดแล้ว เหลือแต่ที่นั่งแยกๆและอยู่ห่างๆ กระจัดกระจายกันออกไป

“งั้นก็คงต้องนั่งแยกว่ะ จะให้ทำไง ก็มัวแต่โม้เพลินจนเกือบลืมเวลาเรียน” เกียร์พูดขึ้นมา

“เออ ตามนั้นว่ะ งั้นเจอกันเลิกเซค ว่าแต่พวกมึงไปนั่งตรงไหนกันวะ” เจไดบอกอีกคน ก่อนจะหันมองเกียร์สลับกับเกรย์

“กูตรงนั้นละกัน” เกียร์บอกแล้วเดินแยกไป

“มึงอ่ะ” พอเกียร์ไปแล้ว ก็เหลือแค่เกรย์ที่ยังยืนอยู่ให้เจไดถาม

“…” แต่เกรย์ไม่ตอบเป็นคำพูด หากแต่พยักพเยิดใบหน้าและสายตานิ่งๆไปยังที่นั่งที่หนึ่ง ก่อนจะเดินตรงไป

“เหลือกูอีกตามเคย” เจไดพูดกับตัวเอง ในเมื่อไม่เหลือใครให้พูดด้วยแล้วนี่หว่า ก่อนเขาจะเดินล้วงกระเป๋าไปนั่งตรงที่ที่เล็งไว้อีกคน

ฝั่งหนึ่งของเซค

“นักศึกษาโคตรเยอะเลยเนอะ” เอลีนพูดขึ้นมา สายตาก็พลางกวาดมองไปรอบๆเซค ยังรู้สึกไม่ชินที่นักศึกษาเยอะแบบนี้ ทั้งๆที่วันนี้ไม่ได้เป็นวันแรกที่เข้าเรียน

“ก็ธรรมดานี่ยะ ปี 1 คณะเราเรียนรวมนี่นา นี่ดีนะพวกเรามาเร็ว เลยได้นั่งด้วยกัน ไม่งั้นคงต้องนั่งแยกอ่ะ” ลูกกอล์ฟเสริมขึ้นมา ก่อนเซลีนจะออกความเห็นอีกคน

“เออ ก็จริงของมึง แต่ก็นะ ถ้าได้นั่งกับคนอื่นบ้าง มันก็ดีอีกแบบนะ จะได้รู้จักกันมากขึ้นไง บอกตามตรง ตอนรับน้อง กูยังจำเพื่อนได้ไม่หมดทุกคนเลย ขนาดรับน้องมาอาทิตย์นึงเต็มๆแล้วนะ” 

“โอ๊ยย มึงจะซีเรียสอะไรยะอีเซ พูดอย่างกะรับน้องจะจบแค่อาทิตย์เดียวงั้นแหละ”

“นั่นดิ ยังมีเวลาให้มึงจำชื่อเพื่อนในคณะอีกเป็นเดือนค่ะ เออ ว่าแต่ พูดถึงรับน้อง นาตาชา หลังจากวันนั้นมึงได้คุยกับหนุ่มหน้านิ่งที่อุตส่าห์เป็นตัวตายตัวแทนให้มึงวันนั้นยัง ที่ชื่อ เอ่อ เดี๋ยวนะ ชื่ออะไรแล้วอ่ะ ติดอยู่ที่ลิ้น”

“เกรย์” นาตาชาตอบให้ เพราะตั้งแต่วันนั้นที่เขาตอบชื่อเขากับรุ่นพี่ เธอก็จำชื่อเขาได้ไม่เคยลืม 

“เออใช่ เกรย์ เกรย์นั่นแหละ ได้คุยบ้างยัง”

“ยังเลย” ทั้งๆที่เธอก็อยากจะคุยอยู่เหมือนกัน อยากขอบคุณเขา ที่เขาเหมือนรับกรรมแทนเธอตั้งสองครั้งสองครา เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสก็เท่านั้น แม้หลังจากวันนั้นก็ยังต้องโดนรับน้องทุกวัน แต่เธอก็หาโอกาสเหมาะๆไม่ได้เลย

ปึก!

จู่ๆที่นั่งว่างข้างๆเธอก็มีคนมานั่งลง ที่นั่งที่มันว่างอยู่ที่เดียว และมันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่นาตาชากับกลุ่มเพื่อนของเธอจะไม่หันไปมองผู้มาใหม่

“นาย” ถ้าเป็นคนอื่น คงคิดว่าคนที่กำลังอยู่ในหัวข้อสนทนาของพวกนาตาชานั้นช่างตายยาก เพราะพูดถึงเขาปุ๊บ เขาก็มานั่งข้างนาตาชาปั๊บ ใช่ คนที่มานั่งข้างนาตาชาคือเกรย์ แต่นาตาชาไม่คิดอย่างนั้น เธอไม่อยากจะใช้คำว่าตายยาก เพราะเธอไม่ได้อยากให้เขาตาย 

“…” เกรย์ปรายสายตานิ่งๆมามองตามเสียงนาตาชาเล็กน้อย ก่อนหันกลับไปมองตรงโดยไม่ได้พูดอะไรอีกเหมือนเคย เหมือนเขาไม่ได้สนใจ เหมือนเขาแค่มานั่งตรงนี้แก้ขัดให้มันพอพ้นๆเซคนี้ไปเฉยๆ และที่เลือกมานั่งตรงนี้เพราะที่นั่งมันว่าง และไม่ต้องเดินไกลมาก ก็แค่นั้น

“เอ่อ นาย คือฉัน เอ่อ มีอะไรอยากจะคุยด้วยหน่อย” นาตาชาพยายามเข้าหาด้วยการชวนเกรย์คุย เพราะตั้งใจว่า ในเมื่ออุตส่าห์มีโอกาสแล้ว เขาอุตส่าห์มาอยู่ใกล้ๆเธอแล้วทั้งที เธอก็ควรจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการพูดในสิ่งที่อยากจะพูดกับเขาซะเลย

“มีอะไร” 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • TOXIC BOYFRIEND แฟนเลว   3 | มีอะไร

    เสียงทุ้มเรียบนิ่งยิ่งกว่ากราฟเส้นตรงดังออกมาจากในแถว จนทุกสายตาจับจ้องมองไปที่เจ้าของเสียงเป็นตาเดียว แต่ดูเหมือนว่าคนถูกจับจ้องก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับภัยที่เหมือนกำลังจะมาเยือนเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าแต่อย่างใด เพราะเขาล้วงสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดปิดเครื่องหน้าตาเฉย สีหน้าท่าทีนิ่งๆนั้นยิ่งยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้มีความเกรงกลัว“ทำไมไม่ปิดเสียงโทรศัพท์!!! ไม่รู้เหรอว่าเวลานี้เวลาอะไร!!!”“ลืม” รุ่นพี่ตะโกนแทบตาย แต่เจ้าของสมาร์ทโฟนกลับตอบแค่นี้ แถมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบธรรมดา ไม่ได้มีเสียงสูงเสียงต่ำอย่างใครๆเขา“ลืมเหรอ อืม ดี! ตอบได้ดี! หางเสียงก็ไม่มี! ดีมาก!!!” ไม่บอกก็รู้ว่ารุ่นพี่..นางประชด “ไหน!!! ออกมาตรงนี้ให้เพื่อนๆดูหน้าคนทำดีอย่างคุณหน่อยซิ!!!” นั่นปะไร ผลของการพูดไม่มีหางเสียง ไม่มีทั้งหางเสียง ไม่มีทั้งเสียงสูงเสียงต่ำ ใช่ ก็คือการต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจากนาตาชา ..โดนเรียกออกไปโชว์ตัว แต่ถึงจะอย่างนั้น คนถูกเรียกก็เหมือนจะยังไม่รู้สึกเกรงกลัวอีกตามเคย เขาถึงได้เดินออกไปด้วยท่าทีนิ่งๆไม่ต่างจากน้ำเสียงและสีหน้าแววตา จนกระทั่งถึงข้างหน้า“ไปยืนใกล้เพื่อนค

  • TOXIC BOYFRIEND แฟนเลว   2 | ของผม

    “อีสองตัวนั้นอ่ะ มานานละ แต่กูเพิ่งมาถึงก่อนมึงแค่สองวิ อิอิ”คำถามของนาตาชา เอลีนเพื่อนอีกคนนึงในกลุ่มเป็นคนตอบให้พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เป็นการแสดงออกว่าเธอไม่ได้ซีเรียสอะไรเลยกับการมาหลังแล้วปล่อยให้เพื่อนสองคนที่มาก่อนอย่างเซลีนและลูกกอล์ฟต้องยืนรอ ทั้งๆที่ตกลงกันไว้ดิบดีว่านัดเจอกันตรงนี้ เวลากี่โมง“อีดอก ยังมีหน้ามายิ้ม มึงนี่ไม่ได้สำนึกเลยใช่มั้ยยะอีชะนีเอ ว่าปล่อยให้กูกับอีเซยืนรอเป็นชาติเนี่ย”“ไม่”“อีถนนคอนกรีต!”“ก็โอนะ แข็งแรงดี”“อีสัส หน้าโคตรหนา”“กูจะรับไว้พิจารณาว่าเป็นคำชม”“อีสารเลว”“นั่นคุณสมบัติพิเศษของกูค่ะ”“ค่ะ!! กูยอมแล้วค่ะ! กูยอม!!!” ลูกกอล์ฟกระแทกเสียงตอบอย่างไม่เต็มใจนัก แต่เพราะไม่อยากจะเถียงกับอีพวกแถเก่งอย่างกะชาตินี้ชิงปลาไหลมาเกิดอย่างเอลีน“ดีค่ะ กูจะได้ไม่เปลืองน้ำลายไปมากกว่านี้”“อืม บวกหนึ่ง กูเองก็จะได้ไม่ต้องฟังพวกมึงฟัดกันต่อให้เป็นภัยกับแก้วหูไปมากกว่านี้ เพราะแค่ที่ฟังมาตั้งแต่ม.ปลายก็เป็นอันตรายกับประสาทหูกูมากพออยู่แล้ว อย่าให้ประสาทหูกูต้องมาเสื่อมประสิทธิภาพไปมากกว่านี้เลย”เซลีนที่เงียบอยู่นานถึงคราวพูดขึ้นมาบ้าง และแน่นอนว่าสบโอกาสไ

  • TOXIC BOYFRIEND แฟนเลว   1 | ผีดิบหล่อ+++

    DM (Direct Message)Celine: มึงงงงงCeline: อยู่ไหนCeline: กูกับอีลูกกอล์ฟถึงแล้วนะCeline: เหลือมึงกับอีเอลีนระหว่างที่กำลังรีบสุดฤทธิ์ สมาร์ทโฟนที่กำแน่นอยู่ในมือก็สั่นเนื่องจากการแจ้งเตือนของแชทไอจี คนที่กำลังเดินอย่างรีบเร่งก็เลยจำต้องทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน คือเดินไปด้วย ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอไปด้วย ถึงได้รู้ว่าเป็นเซลีน เพื่อนของเธอที่แชทมา“รู้แล้วน่า รู้แล้ว กำลังไปๆ”ที่พูดอยู่ตอนนี้ แน่นอนว่าเจ้าของสมาร์ทโฟนอย่าง ‘นาตาชา’ ตั้งใจตอบคำถามคนในแชท หากแต่คนได้ยินก็คงมีแค่เธอคนเดียว ในเมื่อคนรีบยังเดินไม่ถึงลานรับน้องเลย..วันนี้เป็นวันรับน้องปีหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจบราวน์ (Faculty of Engineering / J Brown University)“โทษคับๆ”ปึก!“โอ๊ย!”ระหว่างที่กำลังเดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน (เร็วๆ) สงสัยฟ้าคงหมั่นไส้ ถึงได้สั่งให้ใครก็ไม่รู้วิ่งสวนเธอมาแล้วชนไหล่เธอไปอย่างแรงเพราะความรีบร้อน จนเธอเซ และตอนนี้เหมือนไม่ใช่แค่เซอย่างเดียว แต่ทำท่าเหมือนจะเซแล้วหงายหลังด้วย เพราะเสียหลัก ทรงตัวไม่อยู่..ซวยแล้วนาตาชา แบบนี้หงายหลังกระแทกพื้นแน่ๆ เลย!ปึก!หลังเธอกระแทกจริ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status