Mag-log inคำตอบที่ได้ยินทำคนแกล้งทำใจแข็งถึงกับใจอ่อนยวบแทบจะทันที ก่อนแพทริเซียจะทำให้ใจเกียร์ที่อ่อนยวบอยู่แล้วคราวนี้ถึงกับหลอมละลาย เมื่อเธอพูดจบก็เขย่งปลายเท้าขึ้นพร้อมกับโอบรอบลำคอเขาให้โน้มลงมารับจูบของเธออย่างที่เกียร์เองก็ตั้งตัวไม่ทัน คล้ายกับว่าความตกใจเรื่องที่เปิดประตูมาก็เจอเข้ากับหน้าเธอเมื่อกี้ยังไม่ทันหาย เธอก็จงใจยัดเยียดความตกใจใหม่ให้เขาซะแล้ว
“…” เกียร์ถึงได้ยืนนิ่งตาเบิกโพลง ตกอยู่ในอาการสตั๊นท์ตัวแข็งทื่อไปอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ โดยปล่อยให้หน้าที่จูบ ขบเม้มริมฝีปากและพยายามดุนดันสอดแทรกลิ้นเล็กเข้าไปแตะปลายลิ้นเขาอย่างไม่ค่อยประสีประสาเป็นของเธอไปโดยปริยาย แพทริเซียพยายามง้อเกียร์ด้วยจูบอยู่สักพัก ถึงแม้เธอจะจูบไม่เก่ง แต่เธอก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เขาพอใจ โดยที่ไม่รู้เลย ว่าเกียร์ตกอยู่ในอาการที่แอดว๊านซ์ยิ่งกว่านั้นกับจูบของเธอ เพราะเธอทำให้เขารู้สึกราวกับเพิ่งโดนเปิดบริสุทธิ์ เพิ่งโดนสาวขโมยจูบแรก ทั้งๆที่ผ่านการจูบมาไม่รู้กี่สมรภูมิแล้ว ไม่คิดเลยว่าคนที่มากประสบการณ์เรื่องกอดจูบลูบคลำมานับไม่ถ้วนอย่างเขา กลับต้องมาตกม้าตายเอากับจูบง้อที่ไม่ประสีประสาของเมีย ทำให้ตอนนี้ถึงแพทริเซียจะค่อยๆละจูบออกมาแล้วมองหน้าเกียร์แล้ว แต่เกียร์ก็ยังยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่ มีแค่ดวงตาคมเข้มที่ยังคงค่อนข้างเบิกกว้างเท่านั้นที่จ้องมองเธออย่างคาดไม่ถึงในสิ่งที่เธอทำ ไม่คิดว่าเธอจะจูบเขา ไม่คิดว่าจูบของเธอจะทำให้เขาใจอ่อนได้ง่ายดายขนาดนี้ นี่เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือไงวะ ทั้งบ้าทั้งใจง่ายโคตรๆเลย “หายโกรธเรานะ เราผิดไปแล้ว” พอถอนจูบแพทริเซียก็กลับไปยืนตรงๆ แต่สองแขนยังโอบรอบลำคอเกียร์อยู่ ก่อนจะเอ่ยบอกเขาด้วยแววตาและน้ำเสียงออดอ้อนง้องอนแกมรู้สึกผิด และเขาอยากจะตะโกนบอกเธอกลับไปให้โคตรดังเหลือเกิน ว่า‘ฉันโกรธเธอที่ไหนวะยัยบื้อ! ก็แค่น้อยใจต่างหาก แต่ตอนนี้..ตอนนี้จูบของเธอมันทลายความรู้สึกพวกนั้นไปหมดแล้ว’ เอาตรงๆ คือเขายอมเธอตั้งแต่หน้าประตู เขาถึงได้บอกไง ว่าใจเขามันโคตรง่ายเลย แต่ถึงจะอย่างนั้น ถึงใจจะอ่อนยวบหลอมละลายกลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟไปเรียบร้อยแล้ว บวกกับใจจริงเกียร์อยากจะตะโกนบอกแพทริเซียออกไปมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังจะทำเป็นใจแข็ง ทำเป็นวางฟอร์มไม่ยอมรับกับเธอง่ายๆ ตอนนี้ก็เลยพยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาอยู่ในโหมดเดิม คือตีหน้านิ่ง ไม่ยอมพูดอะไร ราวกับจะแกล้งให้คนตรงหน้ารู้สึกหวั่นใจยิ่งกว่าเดิม “เกียร์ ยังไม่หายโกรธเหรอ” “ไม่ได้โกรธ” คราวนี้คนแกล้งงอนยอมพูด แต่ก็พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “งั้นก็น้อยใจ” “…” ความเงียบคือคำตอบที่ทำให้เธอรับรู้ว่า ‘ใช่! เธอเข้าใจถูกแล้ว’ “เราขอโทษ ต้องให้เราทำยังไงเหรอ นายถึงจะหาย บอกเรามาสิ เรายอมทำทุกอย่างเลย” “…” เขาเงียบอีกแล้ว และเธอก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ถึงได้ใจกล้าเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มเขาไปทีนึง ฟอดด “หายงอนยัง” แพทริเซียกลับมายืนตรงๆแล้วเงยหน้าขึ้นถามเกียร์ด้วยน้ำเสียงและแววตาอย่างเดิม เพิ่มเติมคือสีหน้าที่เป็นกังวลและหวาดหวั่นมากขึ้น กลัวว่าเขาจะไม่หายงอน ทั้งๆที่ก็อย่างที่บอก เขาหายตั้งนานแล้ว แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือแกล้งงอน ทั้งแกล้งงอนทั้งสตั๊นท์ไปอีกรอบ ที่โดนเมียฉกหอมแก้มแบบไม่ทันตั้งตัวหลังจากเมื่อกี้ก็เพิ่งจะเสียจูบให้เมียไปอย่างไม่ทันได้เตรียมใจ ก่อนที่อาการสตั๊นท์จะหาย แล้วความอยากแกล้งเมียก็กลับมาแทนที่อย่างเดิม ครั้งนี้เกียร์ถึงมองแพทริเซียนิ่งแกมเอาเรื่อง “นี่เห็นฉันเป็นอะไร เห็นฉันใจง่ายมากใช่มั้ย ถึงคิดว่าง้อแค่นี้ด้วยวิธีแบบนี้แล้วฉันจะหายง่ายๆ” เห็นท่าทีเขาเอาเรื่องแบบนั้น แพทริเซียก็ตกใจจนสองแขนที่โอบลำคอเขาอยู่รีบเอามาจับมือเขาแล้วรีบเอ่ยปฏิเสธเป็นพัลวัน “มะ..ไม่ ไม่ใช่นะเกียร์ เราเปล่า เราไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ ไม่เคยคิดเลยจริงๆ แต่เรา ฮึก เราไม่รู้จะง้อนายยังไง เราขอโทษ เรา ฮือ ฮึก เราผิดไปแล้ว เราผิดไปแล้วเกียร์ เราผิดไปแล้ว เราขอโทษ เราขอโทษ ฮือๆๆ” อยู่ๆน้ำตาคนที่เอาแต่พูดขอโทษรัวๆก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตกซะงั้น เหมือนว่าเธออัดอั้นและเจ็บปวดมาก รู้สึกผิดและเสียใจจนเกินบรรยาย และเธอไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เขาเข้าใจ เธอกลัวเขาไม่เชื่อ เธอกลัวเขาไม่หายงอน และเธอหมดสิ้นหนทาง ในที่สุดความกดดันทั้งหมดมันเลยปะทุ เธอถึงได้ร้องไห้ออกมา ขณะที่เกียร์ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้นที่เห็นน้ำตาแพทริเซีย เพราะทั้งรู้สึกผิดทั้งไม่คิดว่าเธอจะร้องไห้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอร้องไห้แบบนี้ ก็แค่อยากแกล้งเล่นตัวบ้าง เพื่อให้เธอเห็นว่าเขาไม่ได้ง่าย(ทั้งๆที่ความจริงง่าย)ก็เท่านั้น ใครจะไปคิดว่าเธอจะเล่นใหญ่กว่า ไม่คิดว่าเธอจะบ่อน้ำตาตื้น ดันร้องไห้ออกมาเป็นเด็กๆ แล้วทีนี้เขาจะทำยังไง ก็เขามันแพ้น้ำตาเธอซะด้วยสิ ..โธ่ ยัยขี้แย ก็ได้ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เกียร์บอกตัวเองในใจ ก่อนจะรีบเอาสองมือประคองหน้าแพทริเซียที่ตอนนี้ก้มหน้าร้องไห้อย่างหนักจนตัวโยน น้ำตานองหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาทั้งสองข้างให้เธอเบาๆ เสียงทุ้มก็พลางพูดปลอบอย่างอ่อนโยนไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ “เงียบได้แล้วยัยขี้แย ไม่เอา ไม่ร้องแล้ว ฉันไม่งอนแล้วก็ได้ หยุดร้องนะ นะ” เขายังคงยิ้มไปพร้อมกับใช้สองมืออุ่นซับน้ำตาที่อาบสองแก้มเธอ “จะ..จริงเหรอ นาย ฮึก ฮือ ฮึก นายหายงอนแล้วเหรอ” “อืม หายแล้ว” ฟึ่บบ!!! พอเกียร์ตอบรับ แพทริเซียก็ยิ้มกว้างทั้งน้ำตาก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดเกียร์แน่นด้วยความดีใจ น้ำตาถึงยิ่งไหลทะลักออกมา “ฮือๆ ขอบคุณนะ ขอบคุณนะเกียร์ ฮือๆๆ นึกว่านายจะไม่หายงอน ไม่สนใจ นึกว่านายไม่เอาเราแล้ว นึกว่านายจะทิ้งเราแล้ว ฮือ ฮึก ฮือๆๆๆๆ” แพทริเซียสารภาพความกลัวของเธอออกไป ในขณะที่เกียร์กอดตอบเธออย่างเต็มใจ และเต็มใจให้กล้ามอกเปลือยเปล่าไร้เนื้อผ้าของเขาแปลงร่างเป็นผ้าเช็ดหน้าคอยซับน้ำตาเธอ โดยที่มือเขาตอนนี้กำลังลูบเรือนผมนุ่มสลวยของเธอขึ้นลงไปมาอย่างปลอบประโลม ปากที่ยังมีรอยยิ้มอ่อนโยนก็พลางพูดพร้อมก้มหน้ามองคนในอ้อมอกด้วยความรัก “พูดอะไรของเธอ ฉันรักเธอมากขนาดนี้ ฉันจะทิ้งเธอลงได้ยังไง ทิ้งเธอไป ก็เท่ากับฆ่าตัวตายดิ ฉันจะอยู่ยังไง ถ้าฉันทิ้งคนที่เป็นเหมือนหัวใจฉันไปแล้ว” เกียร์ก้มหน้าบอกคนที่ยังคงร้องไห้กับแผ่นอกเขา ก่อนจะรับรู้ได้ถึงแรงกระชับกอดของเธอ “เกียร์ ฮือๆ เรารักนาย” เธอบอกทั้งที่ยังซุกอกเขาแล้วร้องไห้อยู่อย่างนั้น แรงกระชับกอดยังคงแน่นหนาราวกับกลัวว่าถ้าเธอเผลอเบาแรงแม้แต่เพียงนิด แล้วเขาจะหลุดลอยหนีเธอไป “ต่อไปนี้เราจะไม่เชื่อคำใครอีก เรา ฮึก เราจะทำตัวให้ฉลาดกว่านี้ จะไม่โง่ ไม่ทำตัวงี่เง่า ไม่คิดเองเออเอง แล้วก็จะไม่เชื่อคนง่ายอีกแล้วนะ มีอะไรเราจะถามนาย จะบอกนายทุกอย่าง เราจะเชื่อนายคนเดียว เราสัญญา ฮือ ฮึก เราสัญญา” “แน่? เธอสัญญาแล้วนะ” เขาถามย้ำทั้งๆที่พร้อมจะยอมเชื่อเธอหมดหัวใจ “อือ อืม” แพทริเซียพยักหน้าหงึกๆในอ้อมอก สองแขนเธอยังคงสวมกอดเขา เหมือนกับที่แขนของเขาก็กอดแผ่นหลังสั่นเทิ้มของเธออยู่ข้างนึง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งลูบหัวของเธออยู่อย่างโคตรรัก(เอ็งเลย) “ฉันก็สัญญา ว่าจะรักแค่เธอ แล้วก็มีแค่เธอคนเดียว” เขาบอกเธอตอบ และทั้งคู่ยังคงกอดกันอยู่อย่างนั้น จนผ่านไปสักพัก อ้อมกอดก็ค่อยๆคลายออกจากกัน โดยที่สองมือของเกียร์ตอนนี้จับอยู่ที่ไหล่แพทริเซีย และเขากับเธอยังสบตายิ้มบางๆให้กันอยู่ ก่อนมือข้างนึงของเกียร์จะเอื้อมไปซับคราบน้ำตาที่แก้มแพทริเซีย ระหว่างที่ซับคราบน้ำตา ปากก็ไม่วายพูดไปด้วยรอยยิ้ม “เธอนี่แผนสูงเหมือนกันนะ เล่นบีบน้ำตาใส่กันแบบนี้ จงใจตัดกำลังฉันชัดๆ เหมือนรู้อยู่แล้ว ว่าฉันมันไม่เคยใจแข็งกับเธอได้นานเลยจริงๆ” “เราไม่รู้ซะหน่อย” เธออมยิ้มตอบเขา หน้าเริ่มแดง เพราะเกียร์จ้องเธอด้วยแววตาหวานฉ่ำเชียว “เหรอ นึกว่ารู้ซะอีก เพราะความจริง เธอน่าจะรู้ไส้รู้พุงฉันหมดแล้วนะ เพราะว่าเธอ..กินฉันตั้งหลายรอบแล้ว” คราวนี้เขาเปลี่ยนมามองเธอด้วยสายตาปานจะกลืนกิน ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆด้วยสีหน้าแววตาและรอยยิ้มที่สื่อความหมายชัดเจนตามคำพูดเมื่อกี้นี้ “บ้า มาพูดอะไรตรงนี้” แพทริเซียหลบตาเล็กน้อย ..เขินนน และเกียร์ก็เหมือนจะรู้ว่าเมียเขิน แต่เขาก็อยากเห็นเธอเขินนี่นา ถึงได้จ้องอยู่นั่น ก่อนสายตาจะพลันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ข้างๆเธอ ซึ่งมันคงวางอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว แต่เขาเพิ่งจะสังเกตเห็น “แพทริเซีย” “หืม?” เธอเหลือบสายตาขึ้นมองเขา เมื่อเขาเรียกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย “นั่น.. กระเป๋าอะไร”แพทริคบอก ก่อนกรกันต์จะเสริม“ใช่คับ นี่คับ ที่พวกเราสัญญาว่าจะเอามาให้แดดดี๊กับหม่ามี้ดู” ทั้งคู่พูดจบก็พร้อมใจกันโชว์ภาพวาดครอบครัวให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ดู“โหหห สวยจังเลย กินกันไม่ลงเลยนะเนี่ย ทั้งสองคนเลยคับ” หม่ามี้แพทริเซียที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ยิ้มบอกคนแรก ตามด้วยเสียงเอ่ยชมของแดดดี๊เกียร์“นั่นสิครับ สวยทั้งสองคนเลย มะ แดดดี๊ให้รางวัล” เกียร์ไม่พูดเปล่า แต่หอมแก้มลูกชายทั้งสองคน คนละสองฟอดซ้ายขวา(ซ้าย 1 ฟอด ขวา 1 ฟอด = 2 ฟอด) แล้วแบบนี้คนเป็นแม่อย่างแพทริเซียจะยอมน้อยหน้าได้ไง ไม่มีทางหรอก“ได้รางวัลจากแดดดี๊แล้ว งั้นถึงตาหม่ามี้ให้รางวัลบ้างดีกว่า เอามั้ยคะ” ^^“เอาค้าบบ” สองหนุ่มพร้อมใจกันตอบ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปให้คนเป็นแม่หอมแก้มซ้ายขวาคนละสองฟอดเช่นเดียวกับคนเป็นพ่อ งานนี้ทำเอาสองหนุ่มน้อยยิ้มแก้มปริไม่ยอมหุบ แต่มีคนนึงที่เริ่มยิ้มไม่ออก เพราะเกิดอิจฉาลูกขึ้นมาซะงั้น“อือ ให้รางวัลคนลูกแล้ว ให้รางวัลคนพ่อบ้างสิครับหม่ามี้” เกียร์ยื่นหน้าเข้าไปอ้อนแพทริเซีย (เชื่อเค้าเลย กับลูกก็ไม่ยอมลงให้เลยจริงๆ)“โอ๋ๆๆ แดดดี๊น้อยใจเหรอคะ ไม่ต้องน้อยใจนะ มะๆ เดี๋ยวหม่ามี้ให้รางวัลแดดดี
@ลานจอดรถปึก!เกียร์จูงมือแพทริเซียมาถึงรถ ก่อนเขาจะเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง จากนั้นก็ปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งบ้าง และในขณะที่กำลังจะคาดเบลล์(แต่ยังไม่ทันคาด) เกียร์ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นแพทริเซียนั่งขยับไปขยับมาเหมือนกำลังนั่งไม่ติด หน้าก็นิ่วคิ้วก็ขมวด แถมเบลล์เธอเองก็ยังไม่ได้คาด แน่นอน อาการของเธอมันผิดปกติจนเกียร์รีบทิ้งการคาดเบลล์ของตัวเองแล้วหันไปถามแพทริเซียด้วยความเป็นห่วงทันที “เป็นอะไรเหรอ”“ไม่รู้สิ เหมือนเรานั่งทับอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ เหมือนมันทิ่มๆอยู่ตรงก้นเราอ่ะ เราก็เลยลองขยับดูให้แน่ใจว่ามันเหมือนมีอะไรอยู่จริงรึเปล่า หรือว่าเรารู้สึกไปเอง เพราะบนเบาะ ความจริงมันก็ไม่น่ามีอะไร เพราะเมื่อเช้าตอนมาก็ไม่เห็นจะรู้สึกว่ามีอะไรทิ่มๆเราเลย เมื่อตอนเที่ยงก็ไม่มี” แพทริเซียอธิบายยืดยาวด้วยอาการเดิม คือขยับไปขยับมาด้วยอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะกำลังครุ่นคิด กำลังพินิจพิจารณาว่าเธอรู้สึกไปเองหรือว่าบนเบาะมันมีอะไรทิ่มก้นเธออยู่จริงๆ“งั้นเหรอ งั้นมะ เดี๋ยวฉันดูให้” เกียร์ไม่พูดเปล่า และไม่คิดจะรอคำตอบด้วย เพราะเขาพูดจบปุ๊บก็โน้มตัวมาหาเธอปั๊บ
หลังเรียนจบโทกันทั้งคู่@Patrington MJ Thailand Co.,Ltd. (บริษัทแด๊ดของแพทริเซีย)..12:18 น.“รอเรานานมั้ย” แพทริเซียยิ้มหวานให้เกียร์ทันทีที่ลงมาถึงด้านล่างแล้วเห็นเกียร์นั่งรอเธออยู่ที่โซฟาตรงโซนรับแขกของบริษัทเหมือนทุกๆวัน ..เขามารอรับเธอไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันทุกวัน ด้วยเหตุผลเดิมๆเหมือนตอนสมัยเรียน คือทนไม่ไหวถ้าไม่ได้กินข้าวกับเมีย ทนไม่ได้จริงๆถ้าต้องทนจนกระทั่งถึงตอนเย็นทีเดียว กว่าจะได้เห็นหน้าเมีย“ไม่นาน..” เกียร์ที่ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาแพทริเซียทันทีที่เห็นเธอบอกพลางเดินมาเรื่อยๆจนมาเจอกันครึ่งทาง และเหมือนประโยคที่เขาบอกเธอ มันยังไม่จบ เขาถึงพูดต่อ“แต่ถ้าช้ากว่านี้ ฉันจะขึ้นไปตามแล้ว”“หืม? ทำไมต้องขึ้นไปตาม”“เพราะว่าทนคิดถึงไม่ไหว ใจจะขาด” เกียร์บอกอย่างไม่ปิดบังอาการ ว่าเขาใจจะขาดจริงๆกับการไม่ได้เห็นหน้าเธอแม้เพียงเสี้ยววินาที“เว่อร์รึเปล่า เมื่อเช้าก็เพิ่งเห็นไป” แถมเห็นทุกวัน ทั้งเช้าเที่ยงเย็น กลางคืนเขาก็นอนกอดเธอทุกคืนอีกต่างหาก เพราะถึงเรียนจบแล้ว ทำงานกันทั้งคู่แล้ว โดยที่แพทริเซียเรียนจบปุ๊บ แด๊ดกับมัมของเธอก็ให้เธอมาทำงานฝ่ายบริหารที่บริษัทปั๊บ ส่วนเกียร์ เข
คำตอบมาเร็วปานจรวด เมื่อเกียร์พุ่งจมูกเข้าไปกดกับแก้มแพทริเซียตั้งแต่เธอยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ ไม่งั้นเธอคงไม่ตกใจจนเผลออุทาน ตาก็โตจนแทบถลนออกนอกเบ้า“หอมแก้ม” :) หอมเสร็จแล้วเกียร์ถึงค่อยตอบ แถมยิ้มหวานให้อีกต่างหาก“นายนี่นะ” ..ฉวยโอกาสตลอด ประโยคหลังแพทริเซียต่อในใจ ก่อนจะนึกอะไรได้ เมื่อเห็นว่าเกียร์ยิ้มได้แล้ว (ฉวยโอกาสเธอได้แล้ว)“แล้วนี่นายหายโมโหเรื่องเมื่อกี้แล้วเหรอ” ที่นึกได้ขึ้นมาก็คือเรื่องนี้ ก่อนจะเพิ่งรู้ว่าเธอไม่น่าถามเลย เมื่อเกียร์พลันหุบยิ้ม สีหน้าแววตาก็เปลี่ยนทันที“ยัง”“อ้าว นึกว่าหายแล้วซะอีก” ก็เห็นฉวยโอกาสเราได้แล้ว.. เธอต่อในใจอีกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือครั้งนี้เกียร์เหมือนจะรู้ทัน ว่าเธอแอบนินทาเขาในใจ เขาถึงได้ตอบคำถามเธอให้“ที่หอมแก้มเธอได้ มันก็เรื่องนึง ส่วนเรื่องโมโหยัยนั่นมันก็เรื่องนึง และเธอพูดขึ้นมาก็ดีแล้ว ฉันจะได้ถือโอกาสพูดซะเลย”“พูดอะไรเหรอ”“ก็พูดเรื่องยัยนั่นไง ถ้าเธอยอมให้ฉันจัดการยัยนั่นตั้งแต่แรก ยัยนั่นก็คงไม่กล้ากลับมาหาเรื่องเธอแบบนี้ เห็นมั้ยว่าผลของการใจดีเกินไป มันก็ไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป โดยเฉพาะการใจดีกับคนที่ไม่สมควรได้รับมัน หรือพูด
เกียร์ถอนหายใจอย่างยอมจำนนแล้วบอก แต่ถึงจะยอมตามใจเมีย แต่เกียร์ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะอย่างนึกหมั่นไส้ยัยคนใจดีเกินไป“เพิ่งรู้นะ ว่าฉันมีเมียเป็นแม่พระ” “เราแค่ไม่อยากให้นายทำร้ายใคร มันเป็นเรื่องที่ไม่ดี”“เหรอ ถ้างั้นทำเรื่องดีๆต่อก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็กดเมียลงกับเตียงทันที ..คนเจ้าเล่ห์ประมาณว่าเปลี่ยนโหมดโคตรเร็ว เร็วจนคนโดนกดให้นอนราบลงกับเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัวถึงกับร้องประท้วงแทบไม่ทัน“ว้าย เกียร์ พอแล้ว ยังไม่อิ่มอีกเหรอ”“ไม่อิ่ม กับเธอ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม” เกียร์ยิ้มหวานสื่อความหมายชัดเจนถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งรวมถึงความต้องการและความหื่นกระหาย ก่อนจะก้มลงจูบคนใต้ร่างด้วยรสจูบหวานละมุน แล้วก็เหมือนอย่างเคย คือแพทริเซียไม่เคยต่อต้านเกียร์ได้ ถึงได้ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตาม เพราะความรักที่มีให้เขามันเต็มหัวใจ ไม่ต่างจากเขา ที่หัวใจทั้งสี่ห้อง มีแต่เธอ:วันต่อมา@1-J Brown University @2-Faculty of Engineering หลังจากขับรถไปส่งแพทริเซียที่คณะบริหารแล้ว เกียร์ก็ขับรถมาที่คณะวิศวะของตัวเอง และการที่เขาเดินควงกุญแจรถเข้ามาใต้ตึกอย่างอารมณ์ดีนั้นมันก็ทำให้เจไดกับคชาและสายฟ้าที่นั่งอย
“ฮึ?” แพทริเซียขมวดคิ้วแล้วหันมองตามสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเกียร์ไป“อุ๊ย จริงด้วยสิ เราลืมไปเลย” เธออุทานเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางของตัวเอง“ลืม? ลืมอะไร แล้วตกลงนั่นกระเป๋าอะไร” “กระเป๋าเสื้อผ้า”“กระเป๋าเสื้อผ้า?”“อืม”“แล้วเธอเอามาทำไม เธอจะไปไหน ฉันไม่ให้เธอไปนะ” เกียร์ตกใจขึ้นมา“เราก็ไม่ได้จะไปไหนซะหน่อย แต่ที่เราเอามาด้วย เพราะเรากะจะเก็บเสื้อผ้าหนีตามมาอยู่กับสามี”“สามี? หมายถึง..”“นายไง” เธอตอบแล้วยิ้มเขินๆ ความจริงก็อายอยู่หรอก แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่มีอะไรต้ององต้องอายกันแล้ว“เดี๋ยวนะแพทริเซีย คือฉันงงไปหมดแล้ว” เกียร์ทำหน้างงได้โคตรชัดเจน จนแพทริเซียหลุดหัวเราะเบาๆออกมา“เวลานายทำหน้างงแบบนี้ก็ดูเอ๋อดีนะ”“ไม่ขำครับเมีย อธิบายมาเลย อะไรยังไง” คนทำหน้าเอ๋อ ตอนนี้เข้าโหมดจริงจังซะงั้น“ก็ได้ เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง คือความจริงเรากะจะมาง้อนายด้วยการเก็บเสื้อผ้าหนีตามมาอยู่กับนายซะเลย แต่พอมาถึง เห็นหน้านายมันก็ทำอะไรไม่ถูก แล้วก็กลัวนายไม่หายงอนจนเผลอน้ำตาแตกซะก่อน เลยไม่ได้ใช้วิธีนี้ ก็ที่เราบอกว่าเราลืมไปเลยนั่นไง” พอเธออธิบาย เกียร์ก็ถึงบางอ้อ แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่เ







