Masukอยากขึ้นเป็นผู้หญิงของทัพเพียงคนเดียว ก็ต้องทำให้เขาหลงจนเหลียวหลังไปมองหญิงอื่นอีกไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรอยู่ เป็นต้องนึกถึงหน้าเธอเพียงคนเดียว คนรอบข้างเตือนแล้วว่าอย่าได้เข้าใกล้ผู้ชายที่ชื่อกองทัพ แต่เหมือนว่าความอยากรู้อยากลองและกล้าดีจะตะโกนดังกว่าเสียงเหล่านี้ เขาเหมือนสารเสพติด ชนิดที่เสพเพียงหนึ่งครั้งจะต้องเสพมันตลอดไป ขาดหายไปหนึ่งวันก็ไม่ต่างจากขาดอากาศหายใจ เจอหน้าเป็นต้องโถมใส่กันราวกับแม่เหล็ก ถ้าหากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของทัพแล้ว ไม่ว่าจะอยากได้อะไรเขาจะสรรหามาให้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาเบื่อที่จะเล่นกับเหยื่อ ก็ขอแค่ต้องยอมรับความจริงให้ได้เท่านั้นเอง "พี่ทัพเบื่อจีนหรือยัง" "เล่นไปไม่กี่ครั้งจะเอาอะไรไปเบื่อ" "งั้นพี่ทัพมีจีนแค่คนเดียวใช่มั้ย" "ก็ต้องเล่นคนเดียวจนกว่าจะเบื่อสิ.." บางครั้งคำพูดหวานลิ้มก็ไม่ต่างอะไรจากน้ำผึ้งอาบยาพิษ ภายใต้ใบหน้าคมคายและรอยยิ้มร้ายกาจ มันคาดเดาได้ยากว่าเขาคิดอะไรอยู่
Lihat lebih banyakเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนที่มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ฉันสะลืมสะลือแล้วเหลือบมองนาฬิกาหัวเตียง ก่อนจะก้าวเท้าตรงไปยังประตู แอบส่องตาแมวห้องมองออกไปถึงได้รู้ว่าไม่ใช่คนไกลเลยที่มารบกวนกันเวลานี้
“พี่ทัพ” ฉันเอ่ยชื่อคนตรงหน้า ขณะเดียวกันก็เปิดประตูอ้ารับเขาแล้ว
“ขอนอนด้วยดิ”
“ห้องพี่ทัพก็..”
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เขาก็แทรกตัวเข้าไปในห้องด้วยความคุ้นชิน เพราะว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาห้องฉัน เจ้าตัวมาจนแทบจะเป็นบ้านหลังที่สอง แต่ว่ามาในยามวิกาลอาจจะยังไม่เคย นอกจากดื่มเหล้าสังสรรค์กันจนเมาก็มีบ้างที่นอนเรี่ยราดบนพื้นห้อง
แล้ววันนี้เขามาทำไม..
“ทะเลาะกับแฟนหรอ มานอนห้องหนูเดี๋ยวแฟนพี่ก็ตามมาหาเรื่องอีก”
“เลิกแล้ว”
“เมื่อไหร่..”
“อาทิตย์ก่อน”
“อย่าโกหก” ฉันโพล่งถามออกไปอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง จากตอนแรกที่งัวเงียก็ตื่นเต็มตา มองผู้ชายที่มีรอยสักบริเวณแขนข้างขวาอย่างลืมตัว
“คิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นหรือไง” เขาตอบกลับสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะถอดกางเกงยีนส์ตัวเองพาดไว้บนเก้าอี้ เสื้อยืดตัวนอกจนเปลือยเปล่า เหลือไว้เพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวบาง
“แล้วทำไมถึงเลิก..” ฉันมุ่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย มือก็ขยำกางเกงขาสั้นอย่างลืมตัว
ดวงตาคู่คมเปรยมองมาแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก มันไม่ใช่สายตาที่เขาเคยมองกัน ทว่ามันกลับแปรเปลี่ยนเหมือนแม่เหล็กที่พลิกขั้ว คล้ายกับหมาป่าที่จ้องจะขย้ำกระต่าย
ฉันรีบยกมือขึ้นกอดอก เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองใส่เพียงเสื้อยืดสายเดี่ยวแล้วก็โนบรา รวมถึงกางเกงขาสั้นจนเสมอแก้มก้นอีกต่างหาก
“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ไปนอนต่อเถอะ”
“แต่ว่า..”
“ฉันนอนห้องนี้ละกัน จะได้ไม่รบกวนเธอ”
เขาไม่มีทางเลิกกับใครเพราะเบื่อหรอก ใครเขาก็รู้ว่าพี่ทัพเป็นคนคลั่งรักไม่ลืมหูลืมตา ขนาดที่แฟนของเขาทำให้เจ้าตัวเสียใจมีน้ำตามาหาเขาก็ยังยืนยันที่จะไม่เลิกเลย
แล้วทำไมถึงเลิกกันได้ล่ะ..
ฉันเผลอกำมือแน่น สับสนในตัวเองไปหมดที่ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี กับคนที่ฉันแอบชอบอกหักแล้วซมซานมาแบบนี้
เอาเข้าจริงแล้วฉันเสียใจ..
ไม่ได้อยากเห็นเขาเป็นแบบนี้เลยสักนิด
พอเห็นว่าเขาเดินหลบเข้าไปในห้องรับแขก ฉันก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ลดมือที่กอดปิดหน้าอกเอาไว้ลง
ห้องนอนสำหรับแขกมันถูกเตรียมเอาไว้สำหรับเพื่อนที่มาห้องฉัน หรือบางวันที่มีกลุ่มเพื่อนมาทำงานจนดึกดื่นกลัวจะขับรถไม่ไหว ห้องนั้นมันก็จะถูกเปิดใช้แล้วก็มีเตียงนอนเตรียมพร้อมให้แขกอยู่เสมอ
อยากถามเขาจังเลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันคิดว่าเขาคงไม่พร้อมจะเล่าตอนนี้
สุดท้ายแล้วฉันก็ทิ้งคำถามทั้งหมดให้มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ กลับมาล้มตัวนอนอยู่ที่เตียงด้วยทีท่าเหนื่อยอ่อนกับการหอบร่างไปเรียนในทุกวัน
ทว่าไม่ทันที่จะได้หลับตาลง ก็มีเรียวแขนของใครสักคนโอบกอดเข้ามาทางด้านหลัง
เตียงนุ่มยวบยามไปตามแรงของอีกฝ่ายที่ทิ้งตัวลงมา กว่าจะขัดขืนก็เล่นเอาเขาโผเข้ากอดฉันจนจมอกไปซะแล้ว
“ขอฉันนอนด้วย.. หลบไปหน่อย” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยข้างใบหู
มันเสียวแล้วก็รู้สึกจั๊กจี้อย่างบอกไม่ถูก แต่เหมือนพี่ทัพจะเป็นฝ่ายบุกรุกห้องฉันก่อนนะ
“ขยับสิ”
“.....”
“ขี้หวงแม้กระทั่งเตียงนอนหรอ”
เขาจับฉันให้พลิกตัวนอนหงาย แล้วเท้าแขนมองมาด้วยสายตาไม่ได้รู้สึกสำนึกเลยสักนิดที่ทำตัวเหมือนโจรบุกห้องแบบนี้
“เปล่า แค่งงว่าทำไมพี่เข้ามาในห้องฉันได้”
“เธอไม่ได้ล็อคห้อง”
“แล้วเข้ามาทำไมคะ”
“อยากนอนด้วย”
“นะ..นอนอะไร”
“มีนอนแบบอื่นด้วยหรอ”
ประโยคสนทนาระหว่างเราหยุดไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบภายในห้องอันมืดสลัว ทว่ายังคงมองเห็นใบหน้าคมคายของเขานั้นชัดเจน
พี่ทัพเป็นคนหล่อ.. เขาหล่อแบบไม่ต้องพยายามอะไรฉันก็ชอบ
ชอบมาก่อนที่เขาจะมีแฟนคนปัจจุบันซะอีก ชอบจนอยากจะเลิกชอบแต่ก็ทำไม่ได้
“นอนเอากัน”
“.....”
“อยากโดนหรือไง”
เขากระตุกยิ้มมุมปากให้ฉันที่เอาแต่นอนจ้องเขาไม่หยุด อกข้างซ้ายเต้นสั่นไหวกับรอยยิ้มขี้เล่น เขายกมือขึ้นทัดหูให้ ก่อนจะจับมือฉันไปแนบไว้ข้างแก้ม
“เธอชอบฉันหรอ”
“คะ”
“สมุดไดอารี่เธอในห้องนั้น.. เธอเป็นคนเขียนใช่มั้ย”
ฉันเบิกตาโพลงแก้มร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู เผลอไปลืมสมุดนั่นไว้ตั้งแต่ตอนไหน แล้วเขาเป็นใครถึงมีสิทธิ์มานั่งอ่านไดอารี่ของฉันล่ะเนี่ย
“ถ้าชอบทำไมไม่บอก..”
“ก็..ก็พี่ทัพมีแฟนแล้ว”
“ถ้าบอกชอบก่อน อาจจะขอเป็นแฟนก่อนก็ได้”
เรียวคิ้วฉันมุ่นเข้าหากันแน่น พลางกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่เพราะใบหน้าของเขาห่างจากฉันไม่ถึงคืบ
การที่พี่ทัพเอามือของฉันไปอังข้างแก้ม มันคือการมัดมือชกไม่ให้ฉันขัดขืดได้ แถมยังมานอนยิ้มใกล้ๆ แบบนี้จะให้ชักสีหน้าไปต่อถูกได้ยังไงกัน
อ่านไดอารี่ไปถึงตรงไหนแล้ว ฮือ
ใช่ ฉันแอบชอบเขามาสามปีกว่าแล้ว รอรวบรวมความกล้าจนเขาไปมีแฟนเป็นถึงสาวสวยของนิเทศ คบกันได้เกือบครึ่งปีหรือเปล่าฉันไม่แน่ใจ แต่ไหงพอฉันจะตัดใจเขาถึงได้วกกลับมาได้อีกนะ
“ไอ้เจย์ต่อยฉันแน่ถ้ารู้ว่ามาหาน้องมันถึงห้อง”
“พี่เจย์บอกว่าอย่าเข้าใกล้พี่ทัพค่ะ”
“ทำไมล่ะ ฉันดูอันตรายเหรอ”
อันตรายสิ..
อันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจไง
“แล้วถ้าฉันจูบเธอล่ะ ไอ้เจย์มันจะต่อยปากฉันมั้ย”
“.....”
“หรือเธอจะต่อยฉัน.. หลังจากที่ฉันจูบเธอ”
ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าเช็ดหัว หันซ้ายหันขวามองไปที่เตียงที่ว่างเปล่า ก่อนจะเลื่อนสายตามองไปยังระเบียง เห็นร่างสูงกำลังยืนเท้าแขนเหม่ออะไรไม่รู้อยู่คนเดียว พอสบโอกาสฉันก็เดินย่องเข้าไปหาเขา ก่อนที่จะโผเข้าสวมกอดจากด้านหลังพี่ทัพเอี่ยวใบหน้าหันมามอง พลางใช้ท่อนแขนพลิกฉันจากด้านหลังให้ไปอยู่ด้านหน้า เลยกลายเป็นว่าเจ้าตัวกำลังสวมกอดฉันแทน“คิดอะไรอยู่คะเนี่ย ทำไมถึงมายืนตรงนี้คนเดียว”“แค่ไม่ชอบความรู้สึกนี้”“รู้สึก.. รู้สึกอะไรหรอ”เสียงถอนหายใจดังขึ้น สักพักใบหน้าของพี่ทัพก็ซุกลงที่ข้างซอกคอ น้ำเสียงอู้อี้บอกเล่าสิ่งที่ทำให้เขามายืนเหม่อคนเดียวออกมา“รู้สึกผิดมั้ง พี่เคยมองว่าพ่อไม่เอาไหนอย่างที่แม่บอก.. แถมยังอยากจะแต่งงานใหม่อีก”“.....”“แต่พอมาคิดดูแล้ว พ่อพี่คงเหนื่อยจนอยากจะมีความสุขส่วนตัวบ้าง ก็แค่.. ต้องยอมรับมัน”“พี่ทัพยังมีจีนนะ.. แล้วก็เจ้าลอสด้วย”อีกฝ่ายแค่นหัวเราะในลำคอ กระชับอ้อมกอดแล้วใช้ปลายจมูกถูไถบนไหล่ฉันไปมาเขาดูสดใสขึ้นตั้งแต่ไปเจอแม่ แล้วก็เดินเลือกของขวัญด้วยความตั้งใจให้กับพ่อตัวเองมุมนี้ของพี่ทัพมันคงจะแรร์มากเลยทีเดียว“พี่รักเธอ”“คะ”ฉันเบิกตา
เมื่อได้เข้าใกล้ผู้ชายอย่างกองทัพ สิ่งแรกที่ฉันเพิ่งรู้เลยก็คือ ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหินเหมือนกรุงเทพกับเชียงใหม่เขาไม่ค่อยสนิทกับคนในครอบครัว รวมถึงพ่อเขาเองก็ด้วย ยิ่งพี่ทัพมาบอกว่าพ่อของเขากำลังจะเริ่มต้นรักใหม่ เจ้าตัวก็เลยยิ่งปิดกลั้นตัวเองออกมามากกว่าเดิมไม่ต้องพูดถึงบุคคลที่ทิ้งเด็กชายกองทัพเอาไว้ตั้งแต่เล็กเลย ถึงจะยอมรับสายแม่ตัวเอง ทว่าเขาก็ได้แต่เป็นฝ่ายรับฟังแล้วก็เงียบขรึม ไม่ต่างอะไรจากครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่ครั้งนี้พี่ทัพจะพาฉันไปเจอแม่ของเขาด้วยกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง แต่ฉันก็แค่หวังไว้ว่าคนที่ฉันรักจะเจ็บปวดน้อยที่สุด“ทัพ”“.....”“โทษทีนะลูก พอดีเท็นเท็นงอแงนิดหน่อย แม่ก็เลยต้องปลอบยาวกว่าจะยอมสงบ”เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังขึ้นข้างๆ หู พอเงยหน้าขึ้นมองฉันก็พบว่าเป็นหญิงสาวอายุประมาณเกือบห้าสิบปี แต่ผิวพรรณและใบหน้ายังดูเหมือนสี่สิบต้นๆ อยู่เลยดวงตาของผู้หญิงตรงหน้าฉัน เหมือนพี่ทัพไม่มีผิด“สวัสดีค่ะ..” ฉันยกมือขึ้นประนมไหว้ พลางค้อมศีรษะให้“สวัสดีจ้ะหนู” อีกฝ่ายรับไหว้พร้อมรอยยิ้ม เลยพลอยทำให้ฉันยิ้มตาม“แฟนผมเองครับ”“อ้อ ผู้ห
“จีน..” “ขา”ฉันที่ยืนล้างจานอยู่ในครัวขานรับ พลางชะเง้อหน้ามองหาเจ้าของเสียง แต่ก็ยังไม่พบเจ้าตัวอยู่ดี“จีน” เขาตะโกนเรียกชื่อฉันแล้วก็เงียบไปไม่ได้พูดอะไรต่อ“มีอะไรคะ” ฉันตะโกนตอบกลับแล้วไป มือก็ล้างจานด้วยน้ำสะอาดไปพลางไม่นานเสียงของพี่ทัพก็ดังขึ้นมาอีก จนฉันต้องล้างมือแล้วเดินโผล่หน้าออกไปจากห้องครัว มองหาเจ้าของเสียงที่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนอนของตัวเอง“จีน” พี่ทัพหันมามองฉันแล้วทำหน้าโล่งใจ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาดึงฉันเข้าไปกอดอย่างแนบแน่น เล่นเอางงเป็นไก่ตาแตกแต่หัววันเลย“จีนอยู่ในครัวค่ะ”พูดจบฉันก็เผลอขมวดคิ้ว เมื่ออีกฝ่ายนิ่งงันไปเขากระชับอ้อมกอดราวกับกลัวว่าฉันจะหายไป และหลายครั้งก็ผวาในตอนกลางคืน เหมือนกับว่าปมของเขายังคงสะกิดให้เจ้าตัวไม่ได้นอนเพิ่งรู้ว่าพี่ทัพเป็นพวกสะดุ้งตื่นตอนกลางคืน ก็ตอนที่เราอยู่ด้วยกันบ่อยขึ้นนี่แหละหลังจากวันนั้นลุงก็โทรมาเทศนาฉันยกใหญ่ อย่างกับกินรังแตนมา แถมยังบอกอีกว่าจะขอเจอหน้าพี่ทัพเป็นการส่วนตัวเสียวกระดูกสันหลังยิ่งกว่าตอนที่พี่เจย์โมโหซะอีก“ทำไมตื่นแล้วไม่ปลุกพี่” เขาผละออกเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองฉันด้วยสายตาออดอ้อน“ก็เห็นว่านอนอ
จีน พาร์ท ฉันระบายยิ้มบางๆ ให้คุณกรที่อุตส่าห์มายืนรอส่งฉันขึ้นเครื่อง พี่เจย์กับยัยลีนก็คอยช่วยถือกระเป๋ากับจัดการสัมภาระให้ตลอดทางแน่นอนว่าเมื่อตอนเช้ามืดฉันรีบโกยตัวเองออกจากห้องของพี่ทัพอย่างด่วนจี๋ รีบเร่งโดยที่ไม่ได้ปลุกหรือบอกเขาก่อนออกมาด้วยซ้ำ“ขอบคุณนะคะหมอกรที่อุตส่าห์มาส่ง”“ผมเพิ่งออกเวรพอดีน่ะครับ แล้วก็ไม่มีธุระหลังจากนี้แล้ว.. เดินทางปลอดภัยนะครับคุณจีน”“คุณกรก็ขับรถกลับดีๆ นะคะ""ครับผม ขอตัวนะครับ.."คนตัวสูงค้อมศีรษะด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มอบอุ่นประดับไว้เหมือนเคยฉันโค้งตัวลาอีกฝ่าย ก่อนที่สายตาจะเหลือบมองเห็นใครบางคน หลบอยู่หลังเสาที่มองเพียงแวบเดียวฉันก็รู้ว่าเป็นใครหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ มันวูบวาบไปทั่วท้องน้อย แววตาสั่นระริกมองเขาที่หายไปในฝูงคนแล้วเรียบร้อยทำไมกันนะ..วูบหนึ่งฉันเคยคิดว่าเรายังเด็กมีเวลาอีกมากมายให้เรียนรู้กับสิ่งที่เรียกว่าความรักฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผีเสื้ออยู่ในกรงขังมานานหลายปี มันไม่เคยมองดอกไม้ดอกอื่นเลยนอกจากดอกไม้ที่พันอยู่รอบกรงเพราะฉะนั้นผีเสื้อที่อยู่ในกรงคงจะไม่มีทางรู้ ว่าดอกไม้ภายนอกยังมีอีกเยอะแยะมากมาย