Masuk4
เหตุผลที่เลือก “ฝันดีนะคะคุณเซริน” ผู้ดูแลโรสบอกลา ก่อนจะปิดประตูห้องแต่ไม่ลงกลอน เธอส่งเซรินเข้านอนเป็นคนสุดท้ายของคำคืนนี้และอยู่เป็นเพื่อนคุยกับเธอนานที่สุดจนยาออกฤทธิ์ ข้าวของที่ขนยกใส่ลังก่อนหน้า กลับมาอยู่ที่มุมห้องและถูกจัดเรียงไว้ในตำแหน่งเดิมไม่มีผิดพลาดแม้แต่องศาเดียว แน่นอนว่าคนที่จัดการคือตัวเซรินเอง เพราะเหนื่อยมาแล้วทั้งวัน แต่ถึงอย่างนั้นแม้กระทั่งตอนนอนยังมีน้ำตา พ่อและแม่ชอบมาหาเธอในความฝัน ทำทีว่าจะชวนไปอยู่ด้วยกัน แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็เดินหนีไปจากเธอ พร่ำพูดเรื่องบ้าๆบอๆอย่างเช่น ‘รักลูก’ แบบนั้นแบบนี้ คิดว่าถึงตอนนี้แล้วเธอจะเชื่อคำพูดจอมปลอมพวกนั้นหรือไง เป็นแบบนี้ทุกคราว เธอเลยไม่ชอบการฝันถึงบรรพบุรุษซะเท่าไหร่ เพราะนอกจากตายไปอยู่ด้วยไม่ได้ เธอก็ไม่คิดจะทิ้งชีวิตและสมบัติมากมายที่เหลืออยู่เพื่อไปตอกย้ำให้วิญญาณคนเป็นพ่อนั้นรู้สึกผิด เซรินนอนห่อตัว กอดตุ๊กตาฉลามยักษ์แบบทุกคืน เธอหลับได้เพราะฉลามยักษ์ตัวนี้ “..ฉันอยากให้แก คลอดลูกให้เต็มห้องฉันเลย ..ฉันคงต้อง หาเมียให้แกหรือเปล่า ฟัฟฟี่~” ฟัฟฟี่คือชื่อของฉลามตัวนี้ แกร๊ก.. เสียงประตูดังเล็กน้อย “ฉันหลับปุ๋ยแล้วค่ะ หลับแบบไม่รู้สึกเลยว่ามีคนเข้ามา ไม่ต้องเอายาให้ฉันแล้วนะ แค่นี้ก็ง่วงจนตาจะปิด..” “คุณเซรินครับ” แต่เพราะเป็นเสียงของผู้ชาย เซรินที่หลับตาพูดเบิกตาโพลง สอดมือเข้าที่ใต้หมอนหยิบมีดปากกาที่เธอซ่อนผู้ดูแลเอาไว้หวังทิ่มแทงถ้ามีคนเข้ามาทำร้ายเธอ “..คนโง่น่าจะเป็นแกนะ เข้ามาตอนที่ฉันได้รับยาไปเต็มสูบสติดีพร้อมทุกอย่างเลยแบบนี้ แม้ว่าฉันจะง่วงแล้วก็ต้องการไออุ่นจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายก็เถอะ” เซรินพูดกับตัวเองก่อนจะนับหนึ่งถึงสามในใจ ผู้ช่วยโรสกลับไปแล้วและเธอจะไม่วนกลับมาที่นี่อีกสองชั่วโมง คนที่เพิ่งเข้ามายืนงง เธอสวดมนต์อะไรของเธอหงุบหงิบงึมงำ แต่ทันใดนั้นเอง เซรินลุกพรวดยกมือหยิบปากกาที่ซุกซ้อนเอาไว้อย่างดี ยกมันง้างเหนือหัวแล้วกำลังจะปักเข้าให้ที่ไหล่ของคนแปลกหน้า “ผมเองครับ!” “อย่ามาลูกไม้! ชีวิตฉันรู้จักผู้ชายอยู่แค่ไม่กี่คน อย่ามาหลอกกันให้.. ยาก ยาก.. อุ้ย!” นั่นมันคนขับรถของมาเฟียบารอนนี่นา!! มือที่ค้างหดต่ำ ดีดตัวนั่งคุกเข่าดวงตาใสแป๋วมองคนที่ว่า “คุณต้องไปกับผม” “แอชตันส่งนายมาเหรอ*0*” คงอยากจะได้นายท่านจนตัวสั่นเลยสิท่า อีรอนคิดพึมพำในใจ ท่าทางของเธอไม่ได้เพี้ยนน้อยลงไปจากเดิม ได้ยาแล้วก็ไม่ต่างไปจากเดิมอยู่ดี ที่อีรอนรู้ว่าเธอกินยาไปแล้วคงจะเป็นเพราะถ้วยยาที่ว่างเปล่า “ครับ นายให้ผมมารับคุณตอนนี้เป็นกรณีเร่งด่วน ส่วนเรื่องย้ายคุณออกจากโรงพยาบาลทางเราจะดำเนินการให้ในวันพรุ่งนี้” “ว้าวว! ย้ายออกจากโรงพยาบาล! พร้อมรับเลี้ยงฉันแล้วสินะ ฉันเลี้ยงง่ายนะ เตรียมข้าวเตรียมน้ำให้ฉันครบทุกมื้อก็พอ แต่อ้อ!! ไม่ต้องจุดธูปนะเพราะฉันยังไม่ตาย^0^” “..เริงร่าสุดๆไปเลยสิหว่าาา ตกอยู่ในอันตรายแต่โลกยังสดใสได้ขนาดนี้น่าอิจฉาชะมัด” “เอาสิ! เอาสิ! ขอฉันเก็บของสักแปบนะ!” “ไม่ได้ครับ เราต้องไปกันตอนนี้ ส่วนเรื่องของ” ขวับ! สายตาอำมหิตหันขวับมอง อีรอนผงะจนถอยหลังก่อนจะพยักหน้าเพราะเขายังกลัวว่าคนบ้าอย่างเธอจะทำอะไรที่อยู่เหนือการควบคุม เขาไม่ถนัดใช้กำลังกับผู้หญิงซะด้วย ยิ่งเป็นหญิงสติไม่ดียิ่งแล้วใหญ่ “ฉันจะทิ้งเครื่องเพชรไว้ที่นี่ไม่ได้ นายเองก็มาช่วยกันหน่อยสิ มีตู้เซฟสองตู้ นายยกตู้นั้นแล้วฉันจะยกตู้นี้” มือขวามาเฟียเลิ่กลั่ก ก่อนจะทำตามคำสั่งของคนสติไม่ดี แต่แอบสงสัยเพราะตู้เซฟที่เขาหอบหิ้วมันเบาหว๋อง ดูเหมือนจะเบากว่าตู้ที่เธอพยายามจะหอบหิ้ว ตู้ใบนั้นดูหนักอึ้ง “..เอ่อ ให้ผมยกตู้นั้น” “ไม่ได้! ห้ามใครแตะต้อง ด้อนท์ทัช!” “..อ่า ครับ” อีรอนมองหน้าระวังหลัง งานง่ายๆอย่างพาคนบ้าออกจากโรงพยาบาลทำเขาเสียเซลฟ์อยู่ไม่ใช่น้อย ไม่ใช่อะไรนะ “คุณคนขับรถ” เสียงพูดในลำคอของเซรินพยายามกดต่ำ เธอส่งเสียง ‘ชู่ว์~’ เดินย่องเดินจนตัวงอ ปลายเท้าจิกพื้น ยก จ้วง จิก วาง ค่อยๆย่องไปตามกำแพงอย่างมีสเต็ป อีรอนคิ้วตก บ่นอุบในใจว่าทำไมแอชตันต้องสั่งให้เขามาทำอะไรที่ตกอยู่ในสภาพขโมยขโจรแบบนี้ “ชู่ว์~ ย่องๆค่ะ ตามฉันมานะ มันมีทางลัด” เธอยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเอง แต่ยังไม่ลดละท่าทางที่ว่า ..อยากจะบอกว่า กูเดินเข้ามาโทงๆเลยล่ะ ==^ อีรอนคิดในใจ แต่ก็ได้แต่ทำหน้าอยากจะร้องไห้ ขณะที่เดินราบระนาบไปกับกำแพงในท่า ปลายเท้าจิกพื้น ยก จ้วง จิก และวาง… สภาพกุ้งเต้นระบำชัดๆ==^ ••• “..นายครับ ทำไมถึงต้องเป็นเธอ” อีรอนเอ่ยถามหลังจากพาเซรินมาที่คอนโดที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงลิบ หูของเขายังแดงไม่หาย ขอบคุณอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้ไม่มีใครได้เห็นเขาในสภาพที่เกินจะอธิบายแบบนั้น “ผู้หญิงสติไม่ดี ญาติพี่น้องก็ไม่เคยเห็น พ่อแม่ก็ตายแบบนั้น เธอจะไหวเหรอครับ เป็นคนอื่นจะไม่ดีกว่าเหรอครับ แค่ให้เงินดูแลเพชรนั่นกับค่าจ้างเล่นละครตบตาสูงๆ” “ระหว่างจ้างคนอื่นมาดูแลของของคนอื่น กับให้เจ้าของดูแลของของตัวเอง อันไหนมันดีกว่ากันล่ะ” แอชตันพูดเรียบเฉย ที่เขาให้อีรอนพาตัวเซรินมา เขาไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยอะไรเธอสักนิด เขาก็แค่ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ตัดปัญหาที่จะทำให้บารอนวุ่นวายจากคำทำนายของหมอดูเฮงซวย แล้วก็ใช้เธอ.. เป็นไม้กันหมานิดหน่อย เธอมีประโยชน์อยู่สองสามเรื่อง “..นั่นหมายความว่า” “คนบ้าที่หวงสมบัติแบบนั้น จะกล้าปล่อยของสำคัญขนาดนั้นให้หลุดมือไปหรือไง ถึงจะสติไม่ดี แต่ก็ยังใส่ใจประโคมแบรนด์เนมเดินตากฝนเพื่อให้คนสนใจแบบนั้นได้ เธอจะต้องรู้อะไรบ้างไม่มากก็น้อย” “…แต่ถ้าเธอเป็นอันตราย พวกเซนทอร์มัน” “กูเลือกเซรินเพราะเหตุผลทั้งหมดที่มึงพูดมา” “…อะไรนะครับ?” อีรอนแค่นคิ้วถามกลับ ก่อนจะเข้าใจความหมายของคนเป็นนาย “ถ้าทุกอย่างมันผิดพลาด ถ้าเธอตายหรือหายไป” “..เลือดเย็นชะมัดเลยนะครับเนี่ย เธอร่าเริงมากนะครับที่รู้ว่านายส่งผมไปรับเธอ นี่ถ้ารู้ว่านายรับเธอมาอยู่ที่นี่อย่าไร้ความพิศวาสนี่ เธอได้พล่ามไม่หยุดแน่ๆ” อีรอนถอนหายใจ แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครเปลี่ยนใจแอชตันได้ “แล้วเครื่องเพชร” แอชตันตัดบทถาม อีรอนผายมือไปที่ตู้เซฟทั้งสองตู้ที่เซรินจัดมุมและตำแหน่งซ่อนมันให้ลับตาคน “เธอฉลาดใช่เล่น ตู้เซฟมีสองตู้ และดูเหมือนว่าตู้ที่ผมตั้งใจยกมันออกมาตามกระบวนท่าที่เธอทำอย่างเข้มงวด จะเป็นของเด็กเล่นทั้งนั้นเลย” “….” ตู้เซฟที่อีรอนหอบหิ้วออกมา เขาได้เห็นก็ตอนที่เซรินบรรจงหยิบเครื่องประดับออกมาจากตู้เซฟนั่นและกำลังจัดเรียงอยู่ในตอนนี้ “กิฟต์เซ็ตเจ้าหญิง” อีรอนพูดแล้วหน้าแดงไม่หาย ไม่อยากจะสาธยายว่าสิ่งที่ตัวเองปกปักษ์รักษาขนาดนั้น มันเป็นเพียงเครื่องเพชรเด็กเล็กที่หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่เพราะเหตุผลนั้น แอชตันรู้สึกว่าเซรินก็ยังฉลาดอยู่บ้างแม้จะสติไม่ดี เธอแยกแยะหลายๆอย่างออก อย่างเช่นวันนี้ที่ให้อีรอนยกเซฟที่มีแต่ของเล่นเครื่องประดับ แสดงว่าของจริงต้องอยู่อีกตู้ที่เธอไม่ให้อีรอนแตะ เธอมีคุณสมบัติหวงของใช่เล่น ร่างสูงให้ความสนใจกับร่างบางที่กำลังจัดเรียงข้าวของกิฟต์เซ็ตเครื่องประดับเด็กเล่นอย่างทะนุถนอม เขาถูกเธอมองในกระจกก่อนจะยิ้มหวานๆแบบแปลกๆให้กับเขา และค้นหาบางสิ่ง พร้อมดีดตัวดึ๋งขึ้นมายืนมองหน้าเขา “…” “ฉันมีของจะให้ รักษามันให้ดีล่ะ” แอชตันพยักหน้า ลองเออออด้วยสักหน่อยก็แล้วกัน หลังจากนั้นเธอก็ติดเข็มกลัดให้กับเขา เข็มกลัดเพชรเม็ดเป้งสีน้ำเงินครามทรงหยดน้ำ เสียงของอีรอนแอบขำ เซรินเอาของเล่นเด็กติดให้กับเจ้านายของเขา มาเฟียกับเพชรเด็กเล่น “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ” อีรอนไม่อาจทนมองภาพเจ้านายผู้เหี้ยมโหดกับของเล่นเด็กแบบนั้นได้ เลยรีบขอตัวกลับแม้ว่าสีหน้าของแอชตันจะมองตนแรงมากก็ตาม แอชตันจะแกะเข็มกลัดที่เซรินติดให้ “ไม่ได้นะ! มันจะปกป้องคุณ” “ของเล่นปกป้องฉันไม่ได้” “ไม่ใช่ ความห่วงใยของฉันจะปกป้องคุณ” “….” “ฉันอัดมันใส่เพชรเม็ดนี้ไปแล้ว” เธอว่างั้นนะ ก่อนจะเงยหน้า จัดท่าจัดทรงเสื้อและเนคไทให้กับเขาชะม้อยคล้อยตาหวานๆมองเขากลายๆ ก่อนจะซุกหัวที่อกแกร่ง แอชตันชะงักก่อนที่จะเข้าใจว่าเธอ จุ๊ฟ เธอจุ๊บเพชรของเล่นที่ติดอยู่ที่อกของเขา นิ้วเรียวเกลี่ยๆเสื้อให้เขาเล็กน้อย ไอ้สัสอารมณ์ผัวเมียเกินความจำเป็นจริงๆ “….” แอชตันมองการกระทำของคนสติไม่ดี ก่อนจะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองนั้นคิดผิด เซรินทำท่าทีขวยเขิน บิดตัวไปมา “ตั้งใจทำงานนะคะ สามี~” “..หึ๊~” สุดท้ายแอชตันก็ดึงเข็มกลัดนั่นออก เขาทำให้เธอเห็นว่าเขาเอามันออก แล้วโยนทิ้งไปที่เตียง เขาเดินหนีเธอแม้ว่าเธอจะงอแงใส่เขาทันทีที่มาถึง ร่างสูงส่ายหัว เสียเวลาฉิบหายนึกว่าจะพ่นอะไรที่มันเป็นประโยชน์ออกมาบ้าง “ทำไมทำแบบนี้ล่ะ! จำไว้เลยนะ! อย่ามาขอให้ฉันทำการบ้านก็แล้วกัน!!” เธอสบัดบ๊อบใส่เขา ร่างสูงไม่ได้แยแส เขาเดินออกไปนอกห้อง สั่งการ์ดสองคนคุ้มกันหน้าห้องเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่นับกับการ์ดอีกสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าลิฟต์และบรรไดหนีไฟ ทั้งชั้นนี้เป็นของเขา และไม่ต้องห่วง จะไม่มีใครเข้าใกล้เซรินได้ นับจากนี้เป็นต้นไป.. แอชตันลงลิฟต์มาจนถึงล็อบบี้ เขาเดินตรงไปยังรถตู้สีทึบ พร้อมกับการ์ดนับสิบที่กระจายตัวอยู่รอบๆลอบบี้ พลันได้รับสายตรงจากคนไกล “..สำมะเรเทเมาหนำใจเลยสิท่า” [ได้ข่าวว่ารับสาวขึ้นคอนโด การคุ้มกันแน่นหนา การ์ดเป็นสิบไม่รวมอีกสี่คนที่ชั้นนั้น ไหนจะส่งคำขอเฮร่าเป็นการเร่งด่วน] “จะพูดอะไรก็ว่ามา” [สาวสวยสติไม่ดี] “….” [กูต้องเรียกว่าน้องสะไภ้สิแล้วมั้ง] “เลอะเทอะ” แอชตันตัดสายพี่ชายของเขาอย่าง แอสการ์ด พลันมองชั้นคอนโดที่เป็นของเขาทั้งชั้น “..เอาอยู่มั้ง ไอ้พวกนั้น” ﹎.εїз︷✿‧:﹎ กดเข้าชั้น กดใจ คอมเมนต์กันเนอะๆน๊าาาา เวลาคอมเมนต์น้อยนี่คนเขียนใจแป้วนะบอกก่อน อุตส่าห์เสริฟ์ให้นางเอกเป็นบ้าตั้งแต่ต้นเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ฟินกันนี่คนเขียนจะเป็นบ้าแทนแล้วนะ🤪 เมอิวอนนักอ่านที่น่ารักนะคะ กดใจวันละหนสองหนเป็นการระดมหัวจิตหัวใจให้กันสุดๆ กดเข้าชั้นด้วยนะคะ♥️🤏🏻ตอนพิเศษ3“เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อนะคะคุณ ที่สะไภ้อย่างเซรินเลี้ยงลูกได้ดีแบบนี้” วันเวลาผ่านมาสิบเจ็ดปี จริงอย่างที่หลายๆคนว่า อีกไม่กี่ปีก็ไม่เหลือใครอยู่ตรงนี้แล้ว.. ในห้องเรียบง่าย สะอาดสะอ้าน หญิงสาวแค่นไปทางสูงวัยจนใกล้ชรายืนมองรูปถ่ายรวมของครอบครัว..แต่ขอโทษที่ตาแก่ยายแก่อย่างฉันสองคนอายุยืนและยังไม่ตายไว ก็แค่ฉากๆนึงที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตได้ผ่านมาถึงจุดที่มองรูปถ่ายแล้วตกตะกอนกับอดีตนลินรัตน์เดินมาหาธวัชชัย สามีที่นั่งจิบกาแฟยามเช้าแบบทุกวัน แม้ร่างกายจะอ่อนแอลงแต่ยังไม่โรยรา สองตายายนั่งมองผ่านระเบียงที่เปิดอ้าซ่า ลมพัดในความสูงที่ชั้นสองของตัวบ้าน การเฝ้ามองเภริณและพิณวาถูกซ้อมอย่างหนักหน่วงเป็นเสมือนละครยามเช้าหลังลืมตาตื่นเห็นที่ว่าคนที่มีแววน่าจะฝากฝังกิจการบางภาคส่วนให้อย่างหมดห่วงน่าจะเป็นเภริณแฝดคนพี่ แม้จะอายุเพียงสิบเจ็ดปีแต่แฝดพี่คนนี้ได้พ่อมาเต็มๆ ป้องกันตัวดีเป็นที่หนึ่ง การตัดสินใจเด็ดขาด ไม่รักสวยรักงามทำทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ แข็งแกร่ง“ฟู้ว์~ เสียงลมหายใจผ่อนปรนหลังจากการต่อสู้ประชิดตัวจบลง วันนี้เภริณทำได้ดีและทุกครั้งที่ซ้อมเสร็จเธอมักจะมีรอ
ตอนพิเศษ217ปีต่อมา…‘บาดแผลในใจก็ต้องเผชิญหน้าสิ’‘การยึดติดนั้นงดงามและเลอค่าจะตายไป’‘ก็นะ ชีวิตเป็นอะไรที่ไม่เข้าใจบ้างก็ได้’ประโยคที่ฉันพูดออกจากปาก ฉันยังไม่ทิ้งมันไป บาดแผลในใจ การยึดติด และชีวิตก็เป็นอะไรที่ไม่ต้องเข้าใจบ้างก็ได้แบบนั้น ฉันว่ามันคือความจริงของมนุษย์เลยนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าประโยคง่ายๆที่เคยพูดออกไป กลับทำยากกว่าที่ผ่านมา หรือว่าเป็นเพราะฉันกำลังจะหายป่วยเหรอ?ไม่ชินเท่าไหร่เลยแฮะ ถ้าการที่อาการป่วยของฉันมันจะหายไปแล้วมันจะพรากความมั่นหน้ามั่นโหนกไปจากฉันด้วย ก็รู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่ การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังจนเข้าขั้นระแวงเนี่ย ไม่ใช่วิถีของฉันเลยจริงๆ เฮ้ออ.. ยุติการรักษาดีไหมนะ? การเป็นคนที่สติไม่ดี ไม่เห็นต้องคิดอะไรเยอะแยะขนาดนี้เลยมาจนถึงตอนนี้หุ่นฉันก็กลับมาสวยเช้งน่ากระเด๊ะ น่าเจี๊ยะเหมือนเดิม เพราะฉันได้คลอดลูกสาวที่ค่อนข้างแสนรู้มาถึงสองคน ใช่.. ฉันได้ลูกแฝด แฝดหญิง ถือเป็นข่าวที่ดีมากสำหรับฉัน แต่ชีวิตของลูกสาวทั้งสองคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่ๆ เพราะทันทีที่รู้ว่าได้ลูกแฝดสาวสองคน แอชตันก็ต้องเร่งเริ่มโปรแกรมการเรียนการ
ตอนพิเศษ1หลายเดือนต่อมาอย่าหวัง! ว่าฉันจะเล่าเรื่องท้องโตเป็นลูกบอลให้ฟัง บอกเลยว่าร่างกายเล็กๆของฉันที่ต้องแบกสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นชื่อว่าสายเลือดของตัวเองกับแอชตันมันหนักเอาการ จะกินจะนอนก็ลำบาก ไอ้เราก็วาดฝันแล้วว่าถ้าท้องจะมีชีวิตประดุจเจ้าหญิง ทั้งที่เกลียดทุกเรื่องเล่านิทานที่เกี่ยวกับเจ้าหญิงแต่ก็ไม่วายเสร่ออยากจะเป็น..เจ้าหญิง เขาไม่ได้ทำตัวขี้เดียจเกียจคร้าน นั่งกินนอนกินเสพภาษีประชาชนเฉยๆหรอกเหรอ นึกว่าชีวิตที่ฉันฝันจะใกล้เคียงกับสิ่งนั้นซะอีก เสียเวลาเคยอยากจะเป็นมาซะตั้งนาน แอชตันที่เพิ่งตื่นและหาเมียตัวเองไม่เจอเดินงัวเงียลงมาที่ชั้นล่าง ครัวที่เคยสะอาดสะอ้านเละเทะนิดหน่อย เศษขนมปังที่ตัดขอบไหม้ๆทิ้ง กับขนมปังปิ้งจนไหม้ที่ถูกทิ้งลงถังขยะอีกสามสี่แผ่น ไม่สิ.. เป็นสิบๆแผ่น เขายืนมองมันก่อนที่สมองแบลงค์ๆของเขาจะตื่นตัว“ขนมปังปิ้งไหม? ฉันปิ้งขนมปังไว้ให้แล้ว ซอสก็มีนะ ไข่ดาวทอดน้ำก็อยู่ตรงนู้น หยิบเอาเองแล้วกัน”“..ทำไมทำเยอะขนาดนี้”“เน้นบุฟเฟ่ต์จ่ะ^^” แอชตันถอนหายใจเล็กน้อย ใช่.. เธอทำทุกอย่างเหมือนเน้นให้อาหารเป็นบุฟเฟ่ต์ที่ตักเท่าไหร่ก็เติมได้ไม่อั้น.. หมายถึงของที่ทำเส
68 ปลดล็อค END“..ผมชอบเธอ~” ท่ามกลางความมืดหลังงานเเต่งเสร็จสิ้น เสียงละเมอของแอชตันปลุกให้ฉันตื่น ดูมีความสุขจนล้นอกเลยน๊าา เซรินพลิกตัวนอนคว่ำในชุดนอนแขนขายาว มองจ้องใบหน้าคมคายคาตาไม่ละไปไหน ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะสันจมูกโด่งจนอีกฝ่ายรู้สึกตัวเหล่มอง“ถึงขนาดสารภาพรักในฝันเลยนี่ แสดงว่าชอบเธอมากเลยสินะ?”“อืม ชอบมาก”“ระหว่างคนในฝันกับฉันคนนี้ชอบใครมากกว่ากัน?”“..ก็ต้องคนที่เก็บเอามาฝันสิ” เซรินจากที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเพราะกำลังคิดว่าคนคนนั้นคือตัวเอง ดึงตึงขมวดอารมณ์และรอยยิ้มหายไปฉันพลัน “ชิ๊ โยกจนเอวแทบหักนายบอกชอบคนในฝัน ให้ตายสิหย่ากันเลยไหม” มาเฟียหนุ่มแค่นขำสวมรั้งกอดเอวบางๆที่ต้องระวังเป็นพิเศษ หากเป็นแบบทุกทีเขาคงจะเติมเต็มคำรักจนฉ่ำแฉะ แต่ตอนนี้เห็นทีจะไม่ได้ “ฉันชอบเธอ”“….”“หมายความว่าฉันรักเธอ จะไปเก็บผู้หญิงที่ไหนมาฝันล่ะ” เซรินที่ทำทีงอแงเริ่มตระหนักนิ่ง“..ตาสว่างแล้วสิท่า”“ตาสว่าง?”“ก็ตระหนักถึงความเป็นจริงไง เหมือนฝันบ้าๆอยู่แต่แล้วก็ตื่นจากฝัน”“อื้มมม~”“เรื่องง่ายๆไม่เข้าใจได้ยังไง” แอชตันแค่นเสียงขำในลำคอ “มีนมให้จับมีตูดให้บีบ ถ้ายังเอาแต่ฝันถึงผ
67 ไม่ควรตาย ต๊อก แต๊ก ต๊อก แต๊ก.. เซรินก้าวเดินตามหมอทิวอย่างว่าง่าย “นี่ฉันเป็นโรคร้ายหรือเปล่าค๊ะ? แบบว่า จะตายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า?”“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น”“ก็ไม่รู้สิ ฉันไม่ใช่ลูกรักของสิ่งที่เรียกโชคชะตานี่ ที่ถามนี่จะได้เผื่อใจ พ่อแม่ตาย สมบัติก็ล้มละลายจนเป็นบ้าสุดท้ายตายเพราะมะเร็ง โศกนาถกรรมชีวิตสุดๆ”“….” และเพราะหมอทิวเอี้ยวมองคนที่เดินตามเล็กน้อย เซรินที่ยังตาแป๋วก็ตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ“ชีวิตบัดซบมักเกิดกับตระกูลที่มั่งคั่งค่ะ ไม่เคยได้ยินเหรอคะ ชีวิตคนรวยมักจะไม่มีความสุข เหมือนโดนกลั่นแกล้งเลยนะ เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง เงินทองก็ใช้ทั้งชาติไม่หมดซื้อได้ทุกอย่างที่ต้องการ แต่กลับซื้อความสุขไม่ได้ ต้องควานหาเอง” เซรินเต๊ะท่าคิดเล็กน้อยในขณะที่เดินตาม“ก็ถ้าให้เกิดมาเพรียบพร้อมขนาดนี้ ก็น่าจะเสริฟ์ความสุขให้ถึงที่แบบนั้นสิ ชีวิตรวยๆถึงจะมีค่า”“ฮ่า คุณนี่เข้าใจพูดจังนะครับ ไม่แปลกใจที่ไอ้แอชมันเลือกคุณ”“ก็นะไม่ใช่ว่าฉันเข้าใจพูดสักนิด ยัยนักเขียนนั่นแหละมั้งที่สั่งให้ฉันพูด”“ฮ่าๆ นี่ผมหลุดเข้ามาในนิยายที่มีคุณเป็นนางเอกสินะครับ”“จริงๆก็ไม่อยากจะเป็นนางเอกหรอกนะ เ
66อาการออกพิธีการแต่งงานยิ่งใหญ่แต่กลับมีความเรียบง่ายเกิดขึ้นแบบฉับพลัน เหมือนเซรินเธอต้องการความยิ่งใหญ่เพียงเพราะเธอกำลังปกปิดบาดแผลทางใจที่ตัวเองมีแบบไม่รู้ตัว ถือว่าเป็นบุญพาวาสนาส่งของเซรินจริงอย่างว่า เพราะถ้าคนที่แต่งงานด้วยเป็นคนปกติทั่วๆไป ต่อให้ขายบ้านขายรถ ก็เหมือนจะเนรมิตทางเข้างานที่อลังการแบบนี้ไม่ได้ แต่เบื้องหลังคือแอชตันเองก็คอยปรึกษาจิตแพทย์ที่ทำการรักษาเซรินอยู่เสมอเรื่องที่จนป่านนี้แล้ว อาการโอเวอร์แอคติ้งของเธอมันยังไม่หายไป และได้คำตอบที่เรียบง่ายแล้วเข้าใจได้ง่ายที่สุดกลับมา‘เข้าใจเธอหน่อยนะคะ มันเป็นการปกปิดบาดแผลในจิตใจของเธอในรูปแบบหนึ่งค่ะ’ใช่.. ใช้เงินเขาปกปิดบาดแผลทางใจไปเป็นล้านๆ อย่างว่า.. บาดแผลทางใจคนเรามีราคาไม่เท่ากันหลังจากที่ได้รู้เรื่องรู้ราวกันว่าที่ผ่านมา ที่อาการของเซรินรุ้มๆดอนๆมาตลอดก็เป็นเพราะโรสิตาหรือผู้ดูแลโรสด้วย ที่คอยให้ยากระตุ้นอาการอยู่เสมอ ทำให้อาการที่ควรจะหายไวกลับหายช้าแบบต้องรอคอยเวลา แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับแอชตันอีกแล้ว เขารู้แล้วว่าเขาควรสยบเธอด้วยวิธีไหน และควรทำยังไงให้เธอพอใจและไม่เสียใจกับเรื่องที่ละเอียดอ่อนอ







