Masuk3
เพชร สงคราม คำทำนาย ธุรกิจล้มละลาย พ่อขี้ขลาดหวังลากลูกและเมียตายตกไปตามกัน แต่แล้วชะตาก็เล่นตลก ดูเหมือนว่าสวรรค์จะยังไม่ต้องการชีวิตของเธอ เซริน.. หญิงสาวชีวิตรันทด รอดชีวิตเพียงลำพังหลังคนเป็นพ่อวางแผนจบชีวิตตายหมู่.. วิกฤตเศรษฐกิจ Siren Gems จิวเวลรี่ยักษ์ใหญ่ไปไม่รอด เรื่องจริงหรือฉากบังหน้า??? วงในเม้าท์ฉ่ำ ผู้บริหารซุกเมียน้อย ปัญหาภายในระอุ พ่อฆ่าแม่ฆ่าลูก สุดท้ายเมียน้อยชุบมือเปิป!! สวรรค์ยังไม่ต้องการนางฟ้าคืนสู่สรวงสววรค์ “พาดหัวข่าวซะเว่อร์วัง” แอชตันที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินออกมาจากห้องน้ำ ไรผมเปียกหมาดๆก็ใช้ผ้าเช็ดมันหยาบๆก่อนจะยืนอ่านข่าวใหญ่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ข่าวดังครึกโครมอยู่พักใหญ่ ทั้งผู้คนต่างพากันแสดงความเสียใจและเห็นใจเซริน แต่ก็ยังมีพวกที่คอยเหยียบย้ำซ้ำเติมว่าคนสันดานแย่อย่างเธอรอดตายมาได้ยังไง ก็อย่างว่า เป็นพวกที่ิอยู่สูงกว่าชาวบ้าน แต่ไม่หัดคิดถึงใจคนอื่นแบบนั้นก็สมควรถูกเกลียด ตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจอะไรคนสติไม่ดีเพราะมันเสียเวลา เเต่เพราะเห็นว่าเป็นเซรินที่ครั้งนึงแม่ของเขาเสียเงินหลายล้านซื้อเครื่องเพชรจากSiren Gemsของเธอ ก็ยิ่งใหญ่จนแทบจะสร้างอาณาจักรได้ ไม่เห็นว่าน่าจะมีเค้าโครงอะไรให้ล้มละลาย.. เห็นว่าตอนนั้นจะทำการตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศอีกมากมาย แต่สุดท้ายก็ร่วงแทนที่จะรอด ส่วนเบื้องลึกเบื้องหลังเขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น ไอแพดถูกโยนลงบนเตียงหนา คืนนี้เขาเสียเวลาอาบน้ำแทบจะนานที่สุดในชีวิตเพื่อล้างกลิ่นเหม็นๆจากน้ำเน่าๆออกไปจากตัว ก๊อก ก๊อก ก๊อก.. “ให้แม่เข้าไปได้ไหมแอช” “..ประตูไม่ได้ล็อค” เสียงห้วนตอบกลับไป แค่เพียงเห็นท่าทีของแม่ตัวเองกุรีกุจอเข้ามาในห้องในเวลาแบบนี้ ก็แทบไม่ต้องคาดเดา อีรอน ที่เป็นทั้งมือขวาและคนขับรถให้เขาในวันนี้ คงได้เล่าเรื่องวุ่นๆให้แม่เขาฟังจนหมดเปลือกแน่นอน “ทุกอย่างจบที่ผมไปส่งเธอที่โรงพยาบาล ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ เห็นทีจะไม่มีสิ่งที่แม่ต้องการ” เขาพูดจบแล้วเดินเบี่ยงหนี “ไม่ใช่ แม่แค่อยากรู้ว่าหนูเซรินมีชีวิตลำบากยังไง” “ก็น่าจะกินดีอยู่ดี ไม่ผอมกะหร่องแถมยังมีแรงอวดร่ำอวดรวยมั่วซั่ว” มาเฟียหนุ่มไม่ได้คิดตะหงิดติดใจอะไร นอกจากนมขาวๆใหญ่ๆที่ติดตา.. นอกนั้นก็ไม่มี “คืองี้นะแอช พ่อของลูกเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของพ่อหนูเซริน มันจะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอถ้าจะเมินน้องขนาดนั้น น้องต้องเจ็บปวดทางใจขนาดไหนกันถึงเสียสติจนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล.. โรงพยาบาลบ้านะแอช” “ผมพึ่งรู้ว่าแม่สนใจเธอ” “….” “ที่ผ่านมาก็เห็นสนใจแต่เพชรพลอยตลอด ยัยนั่นถึงจะดูสติไม่ดี แต่ก็ยังพอจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร ยังมีแรงประโคมแบรนด์เนมไปเดินตากฝนเพื่ออวดรวยแบบนั้น เลิกคิดจะฮุบสมบัติยัยนั่นเถอะน่า เธอไม่ยอมสละอะไรเพื่อให้ตัวเองดูต้อยต่ำไปมากกว่านี้แน่นอน” เขาโยนผ้าผืนที่เช็ดหัวลงตะกร้าผ้า ก่อนจะเปิดประตูห้อง เขาแทบจะเมินแม่ตัวเองด้วยซ้ำจนคนเป็นแม่ถอนหายใจ เธออยากได้เครื่องเพชรชุดนึงที่เซรินครอบครองอยู่ แม้แต่ตัวแอชตันก็รู้ดี เพราะฉะนั้นเธอแทบจะเป็นเจ๊ดันทำทุกอย่างให้แอชตันตกลงปลงใจกับเซรินครั้งตั้งแต่เธอยังสติดีทุกประการ แต่ก็เปล่าประโยชน์ เป็นลูกชายของตัวเองที่เมินเฉยกับเรื่องคู่ครอง ข่าวคาวซุกผู้หญิงก็ไม่เคยมี และเพราะอายุอานามก็มากขึ้นทุกวัน ผู้นำบารอนต้องเพรียบพร้อมทั้งตำแหน่ง อำนาจ และครอบครัว แต่ถึงแม้ตอนนี้เซรินจะป่วยทางจิต แต่ความจริงคือนลินรัตน์ ก็ไม่เคยรังเกียจเดียดฉันท์ ด้วยความที่ช่วงเวลาหนึ่ง สองครอบครัวเคยสนิทกัน ก่อนจะค่อยๆห่างกันไปก่อนเกิดเรื่องเกิดราว “แอช มันไม่ใช่แค่เครื่องเพชรไง” “สาบานให้ผมหงอกทั้งหัวสิ” ร่างสูงที่เดินหนีหันกลับไปพูดกับแม่ตัวเอง นลินรัตน์เลิ่กลั่ก เธอหวงสวยจะตายไป แม้จะอายุปูนนี้หากไม่ใช่สามีก็ไม่มีใครได้เห็นผมหงอกของเธอ “แม่ไม่เข้าใจ ทำไมแอชไม่สนใจหนูเซรินสักนิดเลยล่ะ น้องก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร โปรไฟล์ดีไม่มีที่ติ สักวันก็ต้องมีผู้หญิงสักคนมาอยู่เคียงข้างกายลูกนะแอช” “ผู้หญิงที่ขอนอนกับผู้ชายไปทั่วแบบนั้น ผมจะสนใจทำไม คุณหนูเซรินที่เเสนดีของแม่ ชวนลูกชายแม่มีเซ็กส์ทันทีที่เจอหน้ากันครั้งแรก” “….” “ไม่ใช่ว่าสติเพี้ยนแล้วจะทำอะไรก็ได้“ ให้ตายเถอะ เพราะมัวแต่งมหาเข็มในมหาสมุทร อายุก็ปาไปสามสิบหกแต่ยังไม่มีเมียเป็นตัวเป็นตน เนื้อหอมไม่พักเเต่เหมือนลูกชายสุดที่รักจะไม่แยแสคิดจะหาเมียจริงๆ “..งั้นเปลี่ยนเรื่อง ไม่คุยเรื่องเครื่องเพชรก็ได้ไม่เป็นไร ไม่สนใจหนูเซรินก็ได้ไม่เป็นไร” “….” แอชตันยืนมองแม่ตัวเองนิ่งๆ “พรุ่งนี้ไม่ลืมใช่ไหมว่าต้องทำอะไร แม่รู้ว่าลูกไม่ชอบเรื่องแบบนี้ แต่มันถึงเวลาแล้วนะที่ผู้นำอย่างลูกจะต้องมีคู่คิดคู่ชีวิตได้แล้ว พรุ่งนี้เรามีนัดกับหนูราเชล เพราะฉะนั้น ช่วยทำตัวให้ว่าง” เสียงถอนหายใจไม่หลบซ่อน “ธุรกิจบางอย่างเราต้องการพันธมิตรนะแอช” “..ถ้าเซนทอร์ซื่อตรงกับเราหน่ะนะ” ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตอบๆให้ดุนกลมเป็นลูกมะนาว พร้อมกับยืนเท้าเอวในท่าครุ่นคิด เพราะเขาไม่มั่นใจและไม่เคยเชื่อใจพวกเซนทอร์ ทันทีที่ผู้นำคนเก่าอำลาตำแหน่ง พวกเซนทอร์ก็เริ่มทำตัวเป็นหมาล่าถิ่น กวาดล้างคนทำมาหากินให้ได้ทุกข์ได้ยากกันเป็นว่าเล่น เก็บส่วยบำเรอพวกมันเองจนพวกพ่อค้าแม่ขายตั้งหลักกันแทบไม่ได้ “แอช..” “..แค่กินข้าวใช่ไหม?” คนเป็นแม่พยักหน้าหลังถูกตัดบท “..รักษาสัญญาด้วยก็แล้วกัน” มาเฟียหนุ่มเดินลงบรรไดไปยังชั้นหนึ่ง แม่บ้านที่เดินมาขวางทางอย่างไม่ได้ตั้งใจต้องรีบหลบหลีก คนเป็นแม่มองลูกชายเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่สบอารมณ์ ติ๊ด~ รีโมทรถถูกเปิด อีรอนรีบพุ่งตรงประจำตำแหน่งคนขับ แต่แอชตันใช้แขนดันประตูรถฝั่งคนขับปิดเอาไว้ คนสนิทก้มหัวแล้วถอยหลัง “กูมีเรื่องให้มึงทำ” “ครับนาย” “ไปเอาตัวเซรินมา” “ครับ? หญิงบ้าคนนั้นนะเหรอครับ!” ตาคมมองคนสนิทที่ริอาจขึ้นเสียงสูงนับครั้งไม่ถ้วนในวันนี้ ก่อนที่อีรอนจะรู้สึกตัวและสำรวมกับคนเป็นนาย “นายครับ วันพรุ่งนี้มัน.. คือเธอจะไม่ทำให้เราวุ่นวายไปกันใหญ่เหรอครับ ดีไม่ดีจะเป็นปัญหาที่” “พวกเซนทอร์คิดไม่ซื่อกับเราอยู่แล้ว พรุ่งนี้มีนัดกับราเชล คงไม่ต้องพูดอะไรมาก” “….” “ไปพาเธอมา เซรินอาจจะมีประโยชน์กับบารอน” “แต่เธอสติไม่ดีนะครับนาย นายจะฝากความหวังของทุกคนเอาไว้ กับผู้หญิงเสียสติ ที่มีดีแค่เป็นทายาทของ Siren Gems เนี่ยนะครับ?” “….” เขามองลูกน้องคนสนิท “..ครับนาย” มือขวาได้แต่ตอบรับคำสั่ง แม้จะไม่เห็นด้วยกับการดึงหญิงสติฟั่นเฟือนมาในเส้นทางนี้ก็ตาม แอชตันขึ้นรถ ระหว่างทางเขาก็ใช้ความคิดว่าจะจัดการยังไงกับเรื่องนี้ดี เขาไม่ได้สติเพี้ยนที่จะเล่นคว้าเอาคนบ้าอย่างเซรินมาใช้ประโยชน์แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่เพราะเธออาจจะมีประโยชน์กับเขาขึ้นมาจริงๆก็ได้ ดูเหมือนว่าสำนักข่าวจะไม่ได้เล่นข่าวที่เธอสติฟั่นเฟือนจนต้องรักษาตัว คงไม่มีใครรู้ถ้าเจ้าตัวไม่แสดงอาการออกมา รถหรูขับตรงไปตามเส้นทางถนน มุ่งตรงออกสู่เขตนอกเมือง รั้วทึบเปิดออกเมื่อกล้องวงจรจับภาพรถคันที่คุ้นชิน แอชตันตรงเข้าไปในถิ่นของตัวเอง เขาคือผู้นำของแก๊งบารอนคนใหม่ เพิ่งนั่งตำแหน่งได้หมาดๆ แต่ดันเเหมือนมีเรื่องคลุมเครือกับเซนทอร์ ที่เคยจับมือเป็นพันธมิตรกันเพราะเอื้อประโยชน์แก่กันตั้งแต่สมัยสุไหโกลกรุ่นพ่อ “สวัสดีครับนาย” แอชตันยกมือรับคำทักจาก ธาน ทันทีที่มาถึง เขาถลกแขนเสื้อเล็กน้อยก่อนจะนั่งยองๆตรงหน้าของผู้ก่อการร้ายที่หวังสร้างความปั่นป่วนให้กับบารอน เป็นพวกหนูที่ควรกำจัดให้สิ้นซาก สภาพของหนูที่เขากำลังจะกำจัดยับเยินใช่เล่น “อื้ออออออ อื้ออออออ” แอชตันบีบคางของมันพร้อมกับรับฟังทุกๆรายงานที่ธานรายงานเขาจนหมดเปลือกอยู่ข้างๆ “ใครส่งมึงมา ชิมาร่า?” “อื้อออ!!” ปฎิเสธ “คิวริน?” “อื้ออออ!!”ก็ยังปฎิเสธ แอชตันเงียบไปครู่ เขาพอจะรู้ซะแล้ว “เซนทอร์” รีบพยักหน้าตกปากรับคำ เขาเปิดปากออก และเสียงที่ขอร้องอ้อนวอนก็สั่นสะท้านไม่เป็นคำ “พวกเซนทอร์จะยึดอำนาจบารอนเพราะคำทำนาย! พวกมันอยากจะได้ บลูไดมอนด์ไดซ์ เหมือนว่าเพชรเม็ดนั้นจะมีส่วนช่วยให้พวกมันขึ้นใหญ่กว่าทุกแก๊ง!!” ไอ้พวกเวรตะไลนี่คิดจะเปิดสงครามเพราะคำทำนายกับเพชรเม็ดเดียวเนี่ยนะ แอชตันขมวดคิ้วเป็นปมยุ่งก่อนจะหันกลับไปหาเจ้าของเสียง “มันบอกว่าเพชรนั่นเป็นเพชรในตำนาน มีอำนาจส่งเสริมบารมีให้กับผู้ที่ครอบครอบ ตอนนี้มันกำลังตามหาเพชรที่ว่าจากบริษัทที่ยังดำเนินกิจการรวมไปถึงบริษัทเพชรที่ล้มละลายไป พวกมันบอกว่าเพชรต้องอยู่ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งแน่นอน! ส่วนบารอน เป็นแก๊งที่เปลี่ยนผู้นำใหม่ เพราะภักดีกันมานานเลยรู้เรื่องระบบภายใน มันต้องการกำราบบารอนก่อนแก๊งอื่นๆ หลังจากนั้นพวกมันจะเริ่มล่าอาณานิคม!” แอชตันเลิ่กคิ้ว ล่าอาณานิคม? นี่พวกมันคิดจะควบคุม ยึดครองดินแดนในและนอกประเทศเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจและทางการเมืองเลยว่างั้นเถอะ แต่อีกสิ่งที่เขาได้ยินก็น่าสนใจไม่เบา “…บริษัทเพชรที่ล้มละลาย” “ครับ! แต่พวกมันยังหาไม่เจอ” ร่างสูงลุกขึ้นยืน รีบคว้ามือถือต่อสายตรงถึงอีรอน เพื่อเปลี่ยนแปลงคำสั่งอีกครั้ง ติ๊ด~ [ครับนาย] “หนึ่งชั่วโมง” [ครับ?] “เซรินต้องอยู่กับกู” แม้จะยังไม่มั่นใจนักแต่เพราะเขาเจอเซรินก่อน จากที่ต้องใช้ประโยชน์จากตัวเธอเพื่อกันราเชล แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้ คงได้ใช้ประโยชน์จากเธอยาวๆ เขาอาจจะยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว แอชตันวางสายก่อนจะหันไปหาแหล่งข้อมูลที่มี “ที่แรกที่พวกมันจะไป?” “..คาด คาดว่า S Siren Gem ค ครับ” “..โป๊ะเช๊ะเลยมึง” ﹎.εїз︷✿‧:﹎ กดเข้าชั้น กดใจ คอมเมนต์กันเนอะๆน๊าาาา เวลาคอมเมนต์น้อยนี่คนเขียนใจแป้วนะบอกก่อน อุตส่าห์เสริฟ์ให้นางเอกเป็นบ้าตั้งแต่ต้นเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ฟินกันนี่คนเขียนจะเป็นบ้าแทนแล้วนะ🤪 เมอิวอนนักอ่านที่น่ารักนะคะ กดใจวันละหนสองหนเป็นการระดมหัวจิตหัวใจให้กันสุดๆ กดเข้าชั้นด้วยนะคะ♥️🤏🏻ตอนพิเศษ3“เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อนะคะคุณ ที่สะไภ้อย่างเซรินเลี้ยงลูกได้ดีแบบนี้” วันเวลาผ่านมาสิบเจ็ดปี จริงอย่างที่หลายๆคนว่า อีกไม่กี่ปีก็ไม่เหลือใครอยู่ตรงนี้แล้ว.. ในห้องเรียบง่าย สะอาดสะอ้าน หญิงสาวแค่นไปทางสูงวัยจนใกล้ชรายืนมองรูปถ่ายรวมของครอบครัว..แต่ขอโทษที่ตาแก่ยายแก่อย่างฉันสองคนอายุยืนและยังไม่ตายไว ก็แค่ฉากๆนึงที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตได้ผ่านมาถึงจุดที่มองรูปถ่ายแล้วตกตะกอนกับอดีตนลินรัตน์เดินมาหาธวัชชัย สามีที่นั่งจิบกาแฟยามเช้าแบบทุกวัน แม้ร่างกายจะอ่อนแอลงแต่ยังไม่โรยรา สองตายายนั่งมองผ่านระเบียงที่เปิดอ้าซ่า ลมพัดในความสูงที่ชั้นสองของตัวบ้าน การเฝ้ามองเภริณและพิณวาถูกซ้อมอย่างหนักหน่วงเป็นเสมือนละครยามเช้าหลังลืมตาตื่นเห็นที่ว่าคนที่มีแววน่าจะฝากฝังกิจการบางภาคส่วนให้อย่างหมดห่วงน่าจะเป็นเภริณแฝดคนพี่ แม้จะอายุเพียงสิบเจ็ดปีแต่แฝดพี่คนนี้ได้พ่อมาเต็มๆ ป้องกันตัวดีเป็นที่หนึ่ง การตัดสินใจเด็ดขาด ไม่รักสวยรักงามทำทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ แข็งแกร่ง“ฟู้ว์~ เสียงลมหายใจผ่อนปรนหลังจากการต่อสู้ประชิดตัวจบลง วันนี้เภริณทำได้ดีและทุกครั้งที่ซ้อมเสร็จเธอมักจะมีรอ
ตอนพิเศษ217ปีต่อมา…‘บาดแผลในใจก็ต้องเผชิญหน้าสิ’‘การยึดติดนั้นงดงามและเลอค่าจะตายไป’‘ก็นะ ชีวิตเป็นอะไรที่ไม่เข้าใจบ้างก็ได้’ประโยคที่ฉันพูดออกจากปาก ฉันยังไม่ทิ้งมันไป บาดแผลในใจ การยึดติด และชีวิตก็เป็นอะไรที่ไม่ต้องเข้าใจบ้างก็ได้แบบนั้น ฉันว่ามันคือความจริงของมนุษย์เลยนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าประโยคง่ายๆที่เคยพูดออกไป กลับทำยากกว่าที่ผ่านมา หรือว่าเป็นเพราะฉันกำลังจะหายป่วยเหรอ?ไม่ชินเท่าไหร่เลยแฮะ ถ้าการที่อาการป่วยของฉันมันจะหายไปแล้วมันจะพรากความมั่นหน้ามั่นโหนกไปจากฉันด้วย ก็รู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่ การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังจนเข้าขั้นระแวงเนี่ย ไม่ใช่วิถีของฉันเลยจริงๆ เฮ้ออ.. ยุติการรักษาดีไหมนะ? การเป็นคนที่สติไม่ดี ไม่เห็นต้องคิดอะไรเยอะแยะขนาดนี้เลยมาจนถึงตอนนี้หุ่นฉันก็กลับมาสวยเช้งน่ากระเด๊ะ น่าเจี๊ยะเหมือนเดิม เพราะฉันได้คลอดลูกสาวที่ค่อนข้างแสนรู้มาถึงสองคน ใช่.. ฉันได้ลูกแฝด แฝดหญิง ถือเป็นข่าวที่ดีมากสำหรับฉัน แต่ชีวิตของลูกสาวทั้งสองคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่ๆ เพราะทันทีที่รู้ว่าได้ลูกแฝดสาวสองคน แอชตันก็ต้องเร่งเริ่มโปรแกรมการเรียนการ
ตอนพิเศษ1หลายเดือนต่อมาอย่าหวัง! ว่าฉันจะเล่าเรื่องท้องโตเป็นลูกบอลให้ฟัง บอกเลยว่าร่างกายเล็กๆของฉันที่ต้องแบกสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นชื่อว่าสายเลือดของตัวเองกับแอชตันมันหนักเอาการ จะกินจะนอนก็ลำบาก ไอ้เราก็วาดฝันแล้วว่าถ้าท้องจะมีชีวิตประดุจเจ้าหญิง ทั้งที่เกลียดทุกเรื่องเล่านิทานที่เกี่ยวกับเจ้าหญิงแต่ก็ไม่วายเสร่ออยากจะเป็น..เจ้าหญิง เขาไม่ได้ทำตัวขี้เดียจเกียจคร้าน นั่งกินนอนกินเสพภาษีประชาชนเฉยๆหรอกเหรอ นึกว่าชีวิตที่ฉันฝันจะใกล้เคียงกับสิ่งนั้นซะอีก เสียเวลาเคยอยากจะเป็นมาซะตั้งนาน แอชตันที่เพิ่งตื่นและหาเมียตัวเองไม่เจอเดินงัวเงียลงมาที่ชั้นล่าง ครัวที่เคยสะอาดสะอ้านเละเทะนิดหน่อย เศษขนมปังที่ตัดขอบไหม้ๆทิ้ง กับขนมปังปิ้งจนไหม้ที่ถูกทิ้งลงถังขยะอีกสามสี่แผ่น ไม่สิ.. เป็นสิบๆแผ่น เขายืนมองมันก่อนที่สมองแบลงค์ๆของเขาจะตื่นตัว“ขนมปังปิ้งไหม? ฉันปิ้งขนมปังไว้ให้แล้ว ซอสก็มีนะ ไข่ดาวทอดน้ำก็อยู่ตรงนู้น หยิบเอาเองแล้วกัน”“..ทำไมทำเยอะขนาดนี้”“เน้นบุฟเฟ่ต์จ่ะ^^” แอชตันถอนหายใจเล็กน้อย ใช่.. เธอทำทุกอย่างเหมือนเน้นให้อาหารเป็นบุฟเฟ่ต์ที่ตักเท่าไหร่ก็เติมได้ไม่อั้น.. หมายถึงของที่ทำเส
68 ปลดล็อค END“..ผมชอบเธอ~” ท่ามกลางความมืดหลังงานเเต่งเสร็จสิ้น เสียงละเมอของแอชตันปลุกให้ฉันตื่น ดูมีความสุขจนล้นอกเลยน๊าา เซรินพลิกตัวนอนคว่ำในชุดนอนแขนขายาว มองจ้องใบหน้าคมคายคาตาไม่ละไปไหน ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะสันจมูกโด่งจนอีกฝ่ายรู้สึกตัวเหล่มอง“ถึงขนาดสารภาพรักในฝันเลยนี่ แสดงว่าชอบเธอมากเลยสินะ?”“อืม ชอบมาก”“ระหว่างคนในฝันกับฉันคนนี้ชอบใครมากกว่ากัน?”“..ก็ต้องคนที่เก็บเอามาฝันสิ” เซรินจากที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเพราะกำลังคิดว่าคนคนนั้นคือตัวเอง ดึงตึงขมวดอารมณ์และรอยยิ้มหายไปฉันพลัน “ชิ๊ โยกจนเอวแทบหักนายบอกชอบคนในฝัน ให้ตายสิหย่ากันเลยไหม” มาเฟียหนุ่มแค่นขำสวมรั้งกอดเอวบางๆที่ต้องระวังเป็นพิเศษ หากเป็นแบบทุกทีเขาคงจะเติมเต็มคำรักจนฉ่ำแฉะ แต่ตอนนี้เห็นทีจะไม่ได้ “ฉันชอบเธอ”“….”“หมายความว่าฉันรักเธอ จะไปเก็บผู้หญิงที่ไหนมาฝันล่ะ” เซรินที่ทำทีงอแงเริ่มตระหนักนิ่ง“..ตาสว่างแล้วสิท่า”“ตาสว่าง?”“ก็ตระหนักถึงความเป็นจริงไง เหมือนฝันบ้าๆอยู่แต่แล้วก็ตื่นจากฝัน”“อื้มมม~”“เรื่องง่ายๆไม่เข้าใจได้ยังไง” แอชตันแค่นเสียงขำในลำคอ “มีนมให้จับมีตูดให้บีบ ถ้ายังเอาแต่ฝันถึงผ
67 ไม่ควรตาย ต๊อก แต๊ก ต๊อก แต๊ก.. เซรินก้าวเดินตามหมอทิวอย่างว่าง่าย “นี่ฉันเป็นโรคร้ายหรือเปล่าค๊ะ? แบบว่า จะตายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า?”“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น”“ก็ไม่รู้สิ ฉันไม่ใช่ลูกรักของสิ่งที่เรียกโชคชะตานี่ ที่ถามนี่จะได้เผื่อใจ พ่อแม่ตาย สมบัติก็ล้มละลายจนเป็นบ้าสุดท้ายตายเพราะมะเร็ง โศกนาถกรรมชีวิตสุดๆ”“….” และเพราะหมอทิวเอี้ยวมองคนที่เดินตามเล็กน้อย เซรินที่ยังตาแป๋วก็ตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ“ชีวิตบัดซบมักเกิดกับตระกูลที่มั่งคั่งค่ะ ไม่เคยได้ยินเหรอคะ ชีวิตคนรวยมักจะไม่มีความสุข เหมือนโดนกลั่นแกล้งเลยนะ เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง เงินทองก็ใช้ทั้งชาติไม่หมดซื้อได้ทุกอย่างที่ต้องการ แต่กลับซื้อความสุขไม่ได้ ต้องควานหาเอง” เซรินเต๊ะท่าคิดเล็กน้อยในขณะที่เดินตาม“ก็ถ้าให้เกิดมาเพรียบพร้อมขนาดนี้ ก็น่าจะเสริฟ์ความสุขให้ถึงที่แบบนั้นสิ ชีวิตรวยๆถึงจะมีค่า”“ฮ่า คุณนี่เข้าใจพูดจังนะครับ ไม่แปลกใจที่ไอ้แอชมันเลือกคุณ”“ก็นะไม่ใช่ว่าฉันเข้าใจพูดสักนิด ยัยนักเขียนนั่นแหละมั้งที่สั่งให้ฉันพูด”“ฮ่าๆ นี่ผมหลุดเข้ามาในนิยายที่มีคุณเป็นนางเอกสินะครับ”“จริงๆก็ไม่อยากจะเป็นนางเอกหรอกนะ เ
66อาการออกพิธีการแต่งงานยิ่งใหญ่แต่กลับมีความเรียบง่ายเกิดขึ้นแบบฉับพลัน เหมือนเซรินเธอต้องการความยิ่งใหญ่เพียงเพราะเธอกำลังปกปิดบาดแผลทางใจที่ตัวเองมีแบบไม่รู้ตัว ถือว่าเป็นบุญพาวาสนาส่งของเซรินจริงอย่างว่า เพราะถ้าคนที่แต่งงานด้วยเป็นคนปกติทั่วๆไป ต่อให้ขายบ้านขายรถ ก็เหมือนจะเนรมิตทางเข้างานที่อลังการแบบนี้ไม่ได้ แต่เบื้องหลังคือแอชตันเองก็คอยปรึกษาจิตแพทย์ที่ทำการรักษาเซรินอยู่เสมอเรื่องที่จนป่านนี้แล้ว อาการโอเวอร์แอคติ้งของเธอมันยังไม่หายไป และได้คำตอบที่เรียบง่ายแล้วเข้าใจได้ง่ายที่สุดกลับมา‘เข้าใจเธอหน่อยนะคะ มันเป็นการปกปิดบาดแผลในจิตใจของเธอในรูปแบบหนึ่งค่ะ’ใช่.. ใช้เงินเขาปกปิดบาดแผลทางใจไปเป็นล้านๆ อย่างว่า.. บาดแผลทางใจคนเรามีราคาไม่เท่ากันหลังจากที่ได้รู้เรื่องรู้ราวกันว่าที่ผ่านมา ที่อาการของเซรินรุ้มๆดอนๆมาตลอดก็เป็นเพราะโรสิตาหรือผู้ดูแลโรสด้วย ที่คอยให้ยากระตุ้นอาการอยู่เสมอ ทำให้อาการที่ควรจะหายไวกลับหายช้าแบบต้องรอคอยเวลา แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับแอชตันอีกแล้ว เขารู้แล้วว่าเขาควรสยบเธอด้วยวิธีไหน และควรทำยังไงให้เธอพอใจและไม่เสียใจกับเรื่องที่ละเอียดอ่อนอ







