ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย

ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย

last updateLast Updated : 2026-01-31
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
75Chapters
1.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เธอจากไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ในขณะที่เขากลับยังอยู่เพื่อเฝ้ารอด้วยความคะนึงหา เมื่อคนหนึ่งอยากลืม แต่อีกคนกลับจดจำทุกลมหายใจ แล้วจะมีหนทางไหมที่จะทำให้หัวใจของพวกเขากลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน “นี่ฉันหลุดมาอยู่ในยุคไหนวะเนี่ย บทจะข้ามภพก็ข้ามกันได้ง่ายๆ แบบนี้เลย? นี่ข้ามภพนะเว้ย ไม่ใช่ข้ามถนนหน้าปากซอย” “เจ้าเป็นตัวอะไร” คำถามโต้งๆ ทำเธอชะงัก ก่อนหันมาจ้องเขาตาขวางพลางบ่นงึมงำ “ถามแบบนี้ สู้ชี้หน้าด่ากันยังดูหยาบคายน้อยกว่า” “เป็นปิศาจรึ” คำถามนี้ทำเธอราวกับถูกตบหน้าอีกครั้ง

View More

Chapter 1

บทนำ

The roads were soaked. It had been raining for a whole day in Southbury.

Aria Carver's backpack was thrown out of the door by the butler in disdain.

"Mr. Kent doesn't want to see you, Ms. Carver. So, I have to say some words in his stead. Your birth parents are in the countryside. Your father's last name is Carver.

"The Kent family mistook you for their daughter in the past. But now that Ms. Lily has been found, I hope that you can do what's best for everyone and stop contacting the Kent family."

The butler, Alfred Dun, took out a card. "Here's 10,000 dollars. Mr. Kent instructed me to give it to you as compensation."

"No need."

Aria didn't even look at the card as she picked up her backpack.

Alfred looked at her in disdain. She didn't want the money? Was she acting tough?

She should really think about her circumstances. The Kents had found their real daughter. They wouldn't want a country bumpkin like her anymore. She was an embarrassment.

"As you wish, Ms. Carver." Alfred closed the door with a loud bang.

Aria paid him no mind. She only took a black backpack when she left the Kent Residence. She stood proud and tall. She left the Kent Residence without taking anything that didn't belong to her.

The rain falling on her made her look a little defeated. The people on the second floor saw her and started snickering. They didn't care if she could hear them.

"She's finally gone."

"I know right? I was so afraid that she might not want to go back to the countryside, and would try to stay with us."

Aria didn't respond, but a sneer appeared on her face.

Were the Kents ignorant? Yes, they were.

Aria chewed on a gummy absentmindedly. She had a head of long and glossy black hair. Her face was a little pale, but it didn't make her look weak. Instead, she looked quite mysterious.

…

At the same time, the Carver family was having an international meeting at their home in Janovin.

Warren Carver sat at the head of the table. He held a cane in his hands and looked really intimidating.

"It's been so many years. Is there still no leads on your sister?"

He was talking to his six grandsons.

The Carver family was the wealthiest in Janovin. The six scions of the family were all very remarkable people.

Any single one of them would cause a stir if they went out in the open.

At that moment, they all looked saddened. Longing and sorrow filled their eyes. They were the ones that lost their youngest sister back then.

She was only a baby when she went missing. She never caused a fuss and was always very adorable.

It had been 18 years. They had never stopped looking since. All the leads went cold at a secluded village in the mountains. They had no idea how many times the human traffickers moved their baby sister around.

"Grandpa, let's keep looking. We will definitely find her!"

Suddenly, a chubby man, Frank Levin, rushed into the room with some documents in his hand. He panted as he said, "Mr. Chairman! Little Ms. Carver has been found!"

Warren, who was usually composed, stood up immediately. He was so excited that his hands were shaking.

"Where is she? Send someone to pick her up right now!"

Frank handed the documents over. "She's in Southbury. We're still looking into her exact location."

"Then let's go to Southbury! Get a car ready!" Warren was very excited.

…

It was evening in Southbury. Aria, who had been kicked out of the Kent Residence, didn't go to the countryside.

She waited for the rain to stop before she headed back to the place she was staying at. It was a very insignificant neighborhood.

When she was parking her car, someone called out to her, "You're back, Aria."

"Yeah. I'm back." Aria smiled.

Maria Goode, a fruit vendor, handed her an apple. "I haven't seen you in two weeks. No one else could help me with my arthritis."

"Don't forget about me, Aria. My hand always trembles when I'm playing chess."

Everyone knew that Aria was a very beloved figure in the Elmer district. Some retired government officials loved to chat with her as she treated their conditions.

The place might look plain and simple on the surface, but there was more than met the eye.

The person who talked about his hand was Jasper Garland, a former national chess champion.

Aria didn't delve into the identities of the other residents. She chose to live in this neighborhood because it was a nice place.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
75 Chapters
บทนำ
กลางดึกที่เงียบสงัด เงียบจนทำให้เสียงบางอย่างดังเข้ามาในโสตประสาท ใช่! มันเป็นเสียงลมหายใจที่ดังสลับกับเสียงริมฝีปากที่กำลังดูดเม้มโรมรันเนินเนื้ออิสตรีเป็นเสียงจ๊วบๆ “……” ริมฝีปากที่กำลังดูดเม้ม อีกทั้งเรียวลิ้นที่กำลังตวัดเลียใจกลางความงามแห่งอิสตรี ทำเจ้าของร่างงามถึงกับแทบดีดดิ้น ส่งเสียงครางครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยิ่งเสียงดังมากเท่าไหร่ กลับยิ่งกระตุ้นให้เรียวลิ้นสัมผัสหนักหน่วงมากเท่านั้น ราวกับจะปลุกปั่นให้เจ้าของเนินทรมานจนต้องบิดกายเร่าๆ จะว่าไปมันก็คงเป็นความทรมานที่แสนหวาน เพราะยิ่งทรมานมากเท่าไหร่ สองขาเรียวก็ยิ่งถ่างอ้าโดยไม่รู้ตัว และนั่นก็ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายกระหน่ำโรมรันลึกซึ้งมากขึ้น “อ๊ะ…อื้อ…” เสียงหวานครางสะท้าน เมื่อไม่ใช่แค่ลิ้นที่กำลังคลุกเคล้าละเลียดชิมเนินเนื้อนั้น แต่ยังมีนิ้วเรียวที่ถูกส่งพรวดเข้าไปยังความนุ่มลึกภายใน กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังไม่เห็นหน้าคนที่กำลังรุกล้ำความสาวของตัวเอง ไม่แม้แต่จะได้ยินเสียงคนผู้นั้นด้วยซ้ำ มีเพียงเสียงจ๊วบๆ จากเรียวลิ้นและริมฝีปากที่กำลังกระหวัดเลียเนินสาวที่หยาดเยิ้มไปด้วยน
Read more
01
“ไม่…เดี๋ยว” เธอตะโกนขณะที่ผวาลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ตัว “ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย” ลูกหยี ลูกครึ่งสาวไทยจีนพึมพำพลางปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามขมับ จากที่เคยไปๆ มาๆ ระหว่างสองประเทศ ครั้นพอแม่เสียไป เธอจึงย้ายมาอยู่กับพ่อและพี่ชายที่แดนมังกรแห่งนี้เป็นการถาวร นี่ก็ไม่ใช่คืนแรกที่เธอฝันเช่นนี้ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เด่นชัดเท่าครั้งนี้มาก่อน ชัดจนเธอรู้สึกราวกับว่ามันไม่ใช่แค่ความฝัน โดยเฉพาะเมื่อเธอก้มมองตัวเอง “เฮ้ย!” เธอร้องอุทานพลางเอามือปิดปากด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าตัวเองไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้นเดียว “นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย ฝันลามกไม่พอ ยังละเมอลุกขึ้นมาถอดเสื้อผ้าอีก แต่ทำไมมันถึง…” เธอครางพลางลูบไล้ไปที่เนื้อตัวเบาๆ ใช่! เธอยังรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่อุ่นซ่านนั่น มันอุ่นแล้วมันก็… “ไม่ๆๆ เลิกคิดเดี๋ยวนี้ลูกหยี แกก็แค่ดูซีรีส์เยอะจนเก็บเอาไปฝัน ว่าแต่พระเอกจากเรื่องไหนวะ ทำไมมันถึงได้หล่อล่ำแล้วก็…ลามกขนาดนี้วะเนี่ย โอ๊ย! หล่อจนต้องเปลื้องผ้าพลีกาย บ้าชะมัด! เล่นเอาเกือบเสียตัวในฝัน” เธอบ่นพึมพำพลางหยิบชุดนอนที่ตกอ
Read more
02
“หนูรู้หรอกน่าว่าพี่ไม่ได้อยากพาหนูไปหาหมอจริงๆ หรอก ถ้าเลือกได้พี่ก็คงอยากไปกับสาวๆ ของพี่มากกว่า” “แสนรู้” พี่ชายว่าพลางขยี้หัวน้องแรงๆ “นี่ หนูไม่ใช่หมานะ” ลู่อวี๋ว่าพลางย่นจมูกให้ “แน่นอนแกไม่ใช่หมา แต่แกเป็นปลาต่างหาก ไม่งั้นพ่อจะตั้งชื่อแกว่าลู่อวี๋เหรอ เฮ้ย! หยกนี่ตรงกับชื่อแกเลยนี่ ลู่อวี๋ ที่แปลว่าหยกรูปปลา อย่าบอกนะว่าที่พ่อทุ่มสุดตัวเพื่อหยกเล็กๆ นี่เป็นเพราะแก” ลู่เมิ่งชี้ไปที่จี้หยกในมือน้องสาวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น กระทั่งเจ้าของชื่อเองก็ตกใจไม่ใช่น้อย แต่ก็พยายามเก็บอาการอย่างยิ่งยวด “ก็แค่เรื่องบังเอิญหรอก อวี๋มีตั้งหลายความหมาย ไม่ได้เจาะจงแค่ปลาสักหน่อย” “กับคนอื่นอาจใช่ แต่กับแกที่มีพ่อเป็นโรคคลั่งปลาขึ้นสมอง ยังไงก็ปลาแน่ๆ อะ…ในเมื่อพ่ออุตส่าห์ลงทุนเพื่อแกขนาดนี้ แกก็คงต้องรักษาเจ้าหยกนี่เท่าชีวิตแล้วล่ะ มานี่พี่ใส่ให้” พี่ชายว่าพลางดึงสร้อยจากมือน้องสาว แล้วนำมาสวมให้เธอแทน “ทำไมมันดูลงตัวจังวะ อย่างกับแกเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เลยว่ะ เอ๊ะ! หรือว่าสิ่งนี้มันเกิดมาเพื่อแกวะ” ลู่เมิ่งข
Read more
03
“เฮ้ย! ขืนชนเข้าไปหน้าฉันก็บุบบู้บี้ กลายเป็นปลาดุกชนเขื่อนน่ะสิ แล้วถ้าเกิดมันบุบไปจนถึงเบ้าหน้าจริงๆ ด้วยล่ะ โอวไม่! ถ้าฉันต้องกลับไปเป็นคนในสภาพหน้าหักๆ แบบนั้น ฉันจะทำยังไง ไม่…เราจะตายในสภาพหน้าหักไม่ได้” ในขณะที่เธอเปลี่ยนใจและขยับถอยออกมาด้วยความสยดสยอง ก็ดันเหลือบไปเห็นชายผู้หนึ่งกำลังเดินตรงมา ด้วยความดีใจเธอจึงรีบว่ายตรงไปหา “ปลาอะไรช่างงามนัก ดูเหมือนจะเชื่องด้วยนี่” ฝูฟาหยางนั่งลงข้างลำธารพลางยื่นมือลงไปวักน้ำเบาๆ อย่างหยอกเย้าเจ้าปลาตัวน้อย “ใช่ ฉันสวย แล้วฉันก็น่ากินมากด้วย เนี่ยๆๆ เนื้อแน่นขนาดนี้ อวบอัดขนาดนี้ จับฉันสิ กินฉันเลยสิ เนื้อฉันหวานนะ” เธอว่ายวนไปรอบๆ มือเขาอย่างพยายามจะยั่วยวน “เบื่อแล้วเป็นเสือ อยากเป็นเหยื่อให้เธอขย้ำ ขย้ำเลยสิ ตรงนี้ ตรงนี้ หรือจะตรงนี้ก็ได้” เธอพยายามอวดโฉมด้วยการหมุนตัวซ้ำๆ “ฮ่าๆๆ ปลาอะไรช่างแสนรู้นัก โชคดีที่เจ้าว่ายหลงมาอยู่ในที่ของข้า หาไม่แล้วปลาที่ไม่กลัวมนุษย์เช่นเจ้า คงไม่แคล้วต้องกลายเป็นอาหารของชาวบ้านแถวนี้เป็นแน่” ฝูฟาหยางมองปลาที่ว่ายวนไปมาด้วยความเอ็นดู
Read more
04
ครั้นพอเห็นคนไม่มีอาภรณ์ติดกายแม้เพียงสักชิ้นทำหน้าราวกับจะร่ำไห้ ชายหนุ่มจึงตวัดเสื้อที่ตัวเองถอดวางไว้คลุมร่างให้ แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ทั้งคู่สบตากัน แต่ครั้งนี้เขากลับดูหล่อเหลาราวเทพบุตรในสายตาเธอ และเพราะความหล่อและแสนดีนี้ คนที่พยายามสวมเสื้อตัวหลวมโคร่งก็เกิดอาการขวยเขิน พลางเม้มปาก เอาผมทัดหู ตามมาด้วยการชะม้อยชะม้ายชายตาทำท่าเอียงอาย ก่อนจะต้องตาโต เมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายกระตุกชายเสื้อจนเธอเซถลาไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขาในระยะประชิด ทำคนเหนียมอายก่อนหน้าทำท่ากระมิดกระเมี้ยนหลบหน้าหลบตาเป็นพัลวันอีกครั้ง “แค่ใส่เสื้อแค่นี้ เหตุใดจึงทำท่าเงอะงะ หรือเป็นเพราะเจ้าทำอะไรเยี่ยงที่มนุษย์เขาทำกันมิได้สินะ” เขาบ่นพลางผูกเชือกที่เสื้อให้ ทำเอาความกระมิดกระเมี้ยนก่อนหน้าถึงกับปลิดปลิว กลายเป็นความเขม่นเข่นเขี้ยวแทน ‘ไม่ได้เงอะงะ แต่เขินเว้ย แล้วนี่เสื้ออะไร ทำไมมันใส่ยากจังวะ’ เธอได้แต่เขม่นอีกฝ่ายในใจ “ตามข้ามา” หลังจากผูกเชือกเสื้อตัวหลวมโคร่งให้เธอแล้ว เขาจึงเดินนำเธอขึ้นไปด้านบน ในขณะที่เธอก็เดินตามไปอย่างไม่มีทางเลือก แต่ก็ไม่วายทำปากขมุบขมิบ กระทั่
Read more
05
“นี่คุณใช้สมองส่วนไหนคิดเนี่ย ฉันเนี่ยนะจะพิศวาสปลาพวกนั้น พระเจ้า! พูดไปจะหาว่าบูลลี่ปลาอีก แต่มันไม่ได้ไง มองมุมไหนก็ไม่ได้ ถ้าหล่อแบบหยางหยาง ก็ว่าไปอย่าง แบบนั้นค่อยน่าพิศวาสหน่อย อ้อ! แล้วเผื่อคุณจะจำไม่ได้ว่าฉันเป็นคน ไม่ใช่ปลา เพราะฉะนั้นฉันไม่มีวันพิศวาสปลาตัวผู้ ไม่ว่ามันจะดูดีมากแค่ไหนก็ตาม จบนะ” เธอพูดยืดยาว ในขณะที่เขากลับขมวดคิ้วครั้งแล้วครั้งเล่า “เจ้านี่พูดจาวกวน อีกทั้งวาจาก็ฟังดูพิลึกจนข้าสับสน” “ฉันลืมไปว่าฉันย้อนกลับมาหลายร้อยปี คำพูดยุคคุณกับยุคฉันก็คงไม่เหมือนกัน แล้วที่ต่างกันมากที่สุดคือ ยุคคุณไม่มีดาราหน้าตาดีๆ แบบหยางหยางด้วย แต่ช่างเรื่องนั้นเถอะ ตอนนี้คุณควรสนใจเรื่องปากท้องฉันก่อน ฉันหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว มีอะไรให้กินบ้างไหม” เธอโอดครวญพลางกุมที่ท้องเพื่อร้องขอความเห็นใจ “ใกล้มื้อกลางวันแล้ว อีกเดี๋ยวก็คงมีคนที่จวนเอาอาหารมาส่ง เจ้าเข้าไปรอข้างในก่อนเถอะ หากมีใครมาเห็นเจ้าในสภาพนี้ เกรงว่าจะดูไม่งาม อีกทั้งข้าเองก็อาจจะเสียหายได้” คนฟังหันขวับมามองคนพูดทันที “เดี๋ยวนะ ฉันว่าคุณต้องกำลังสับสนจนพูดผิดไ
Read more
06
“แต่วันนี้ข้าต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการให้ใครมารบกวน เจ้าวางสำรับไว้แล้วกลับไปเถอะ ข้าไม่มีอะไรจะต้องเรียกใช้อีก” เขาพยายามบ่ายเบี่ยง “หากทำเช่นนั้น อีอีจะมีหน้ากลับไปพบฮูหยินได้เยี่ยงไร ในเมื่อนางสั่งให้ข้าน้อยมาอยู่ปรนนิบัติรับใช้คุณชาย หากกลับไปตอนนี้เกรงว่าอีอีคงถูกสั่งโบย” สาวใช้พยายามขอความเห็นใจ “นั่นสิขอรับ ปกติท่านก็ไม่เคยจะสนใจว่าอีอีจะอยู่หรือจะไป เหตุใดวันนี้ถึงได้รบเร้าให้นางกลับนักล่ะขอรับ หรือว่า…ท่านมีอะไรที่ให้เราสองคนรู้ไม่ได้” หานเสี่ยวไป๋บ่าวคนสนิทที่เพิ่งกลับจากไปทำธุระให้เจ้านายมองมาอย่างกำลังจับผิด “หรือว่า…เฮ้ย!” ยังไม่ขาดคำ “ว้าย!” คนที่พยายามแง้มประตูเพื่อเงี่ยหูฟัง เสียหลักล้มคะมำอยู่หน้าประตู ทำเอาทั้งหมดถึงกับหันขวับไปมองเป็นตาเดียว“แฮ่…” คนที่ล้มคะมำค่อยๆ เงยหน้าขึ้นแล้วหันมาส่งยิ้มแหยๆ แก้เก้อ ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อหันไปสบกับนัยน์ตาดุๆ ของอีกคน“เจ้ากำลังทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากขึ้น” ฝูฟาหยางกระซิบเสียงเขียว ขณะช่วยพยุงเธอขึ้นมา “ขอโทษ แต่ความเผือกกับผู้หญิงมันเป็นของ
Read more
07
“โอ๊ย! อิ่มแปล้เลย ว่าแต่เราจะไปไหนกันต่อเหรอ” หลังจากออกจากโรงเตี๊ยมด้วยความอิ่มแปล้ อารมณ์เธอก็ดีขึ้น ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ซ้ำยังทำให้คนข้างๆ พลอยเปลี่ยนไปด้วย เมื่อเธอยื่นหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ “พาเจ้าไปซื้อเสื้อผ้า” เขาพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยดังเดิม ก่อนจะรีบเดินนำออกไปเร็วๆ กระทั่งเดินมาถึงร้านผ้าชื่อดังของเมืองนี้ “อีอีเจ้าพานางเข้าไปเลือกเถอะ ข้ากับเสี่ยวไป๋จะรออยู่ด้านนอก” เขาหันไปสั่งสาวใช้ พลางเดินไปยืนรออยู่หน้าร้าน “แล้วเอ่อ…จะให้เลือกเสื้อบุรุษหรือสตรีดีเจ้าคะ” ถงอีอีเดินกลับมากระซิบถามอีกครั้ง หลังเพิ่งนึกขึ้นได้ “ช่วงนี้คงต้องให้นางแต่งเป็นบุรุษไปก่อน ฝากเจ้าจัดการด้วยแล้วกัน เอานี่ไป” เขาบอกก่อนจะยื่นถุงเงินให้ “ทางนี้เจ้าค่ะ” สาวใช้รีบเข้ามาดึงแขนของคนที่กำลังเลือกให้เดินไปอีกทาง “แต่นี่มันเสื้อผ้าบุรุษนะ เจ้าต้องกำลังสับสนอยู่แน่ๆ ใช่ไหมอีอี ฮ่าๆๆ” คนที่ถูกลากจากมาจากฝั่งเสื้อผ้าสตรีมองคนข้างๆ พลางหัวเราะเสียงเจื่อน ครั้นพอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าเสริม เธอก็โวยวายทันที
Read more
08
“ต้องกระโดดขึ้นหลังม้าอีกแล้วเหรอ เฮ้อ! ไม่รู้จะสงสารม้าหรือสงสารตัวเองก่อนเลยเนี่ย” เธอพึมพำขณะมองม้าที่ถูกลากออกมาด้วยความท้อแท้ แน่นอนว่าขามาก็ทุลักทุเลแล้วหนหนึ่ง แต่เพราะหิว ทุกอย่างเลยผ่านพ้นไปโดยไร้ปัญหา แต่พอขากลับที่แน่นอนว่าเธออิ่มท้อง จึงเริ่มจะอิดออดที่จะขึ้นไปบนหลังม้า “คุณๆ ให้ฉันกับอีอีเดินกลับแทนได้ไหม” เธอขยับเข้าไปกระซิบถามใกล้ๆ “ทำไม” เขาหันมาถามเสียงเข้ม “ก็ฉันเอ่อข้าสงสารม้า ลำพังแค่ท่านคนเดียว มันก็หนักจะแย่ มีข้ามาเพิ่มอีก มันคงเดินแทบไม่ไหว” “ตอนมาก็ไม่เห็นเจ้าจะรู้สึกเช่นนั้น” “ก็ตอนมาท้องข้ามันโล่ง ไม่มีอะไรเลย แต่ตอนกลับเนี่ย ข้าซัดเข้าไปเต็มเหนี่ยวจนพุงกางแล้วไง เอ่อ…ข้าหมายถึงข้ากินเข้าไปเยอะ น้ำหนักย่อมต้องเพิ่มขึ้น เช่นนั้นภาระหนักก็จะตกไปอยู่ที่ม้าตัวนี้น่ะสิ ข้าสงสารมัน” เห็นอีกฝ่ายส่งสายตาดุๆ มาให้ เธอจึงรีบเรียบเรียงประโยคใหม่ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบต่อ “ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ…ข้าอิ่มจนกระโดดขึ้นหลังม้าไม่ไหว ข้าว่า…ว้าย!” เธอร้องเสียงหลง เมื่อจู่ๆ ตัวเธ
Read more
09
“สวย” เขาตอบราวคนละเมอ ขณะที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้างดงามไม่วางตา ปฏิเสธไม่ได้ว่าใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต แก้มสีชมพูระเรื่อ อีกทั้งปากกระจับอวบอิ่มกำลังตรึงสายตาเขาให้หยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น และมันก็คนถูกมองอดประหม่าไม่ได้ กระทั่งเสียงของสาวใช้ก็ดึงสติของทั้งคู่กลับมา “ฝีมือการตัดเย็บของคุณหนูประณีตมาก อีกทั้งรูปแบบก็ดูสวยแปลกตาไม่เหมือนใคร ข้าว่าต้องขายได้กำไรอย่างงามเลยเจ้าค่ะ” “ขาย?” คำว่าขายทำเขาเสียงเข้มขึ้นทันที “ใช่! ก็อย่างที่บอกว่าข้าจะนำผ้าที่ได้จากทุนของท่าน มาทำประโยชน์ให้มันงอกเงยขึ้นมา นี่แหละผลงานของข้า ไว้ถ้าข้าตัดได้หลายชุด ข้าจะเอาไปวางขายที่ตลาด” ลู่อวี๋บอกด้วยสีหน้าภาคภูมิ ก่อนจะต้องชะงักเพราะเสียงเข้มๆ ของเขา “ไม่ได้” “ทำไมล่ะ ถ้าติดปัญหาเรื่องการวางขายล่ะก็ ท่านไม่ต้องห่วงเลย ข้าคุยกับเถ้าแก่เจ้าของร้านเอาไว้แล้ว ไม่คิดจะรบกวนท่านแน่” “สกุลฝูมิได้ขาดแคลนถึงขนาดจะดูแลเจ้าไม่ได้ หากใครรู้เข้าว่าข้าปล่อยให้เจ้าทำเช่นนั้น ตระกูลของข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” “แต่ข้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status