LOGIN“มีอะไรก็รีบพูดมา”
เมษากระแทกเสียงใส่ด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าของเธอง้ำงอบ่งบอกถึงความอึดอัดที่ต้องอยู่กับอดีตคนรักสองต่อสอง ทั้งที่ตอนนี้ความรู้สึกของเธอที่มีให้กับอีกฝ่ายนั้นไม่เหมือนเดิม
“ไปถึงร้านอาหารก่อน แล้วค่อยคุยกัน เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ พี่จำได้ว่าเธอชอบกิน…”
สิงหาเอ่ยไม่ทันจบประโยค เมษาก็โพล่งขึ้น
“ก็พาผู้หญิงของพี่ไปสิ อย่าลืมว่าฉันบอกเลิกพี่แล้ว เราไม่ได้เป็นอะไรกันอีก”
“ได้ถามพี่รึยังว่าพี่ยอมเลิกกับเธอไหม ในเมื่อพี่ยังไม่ได้ตอบตกลงก็แปลว่าเรายังเหมือนเดิม”
“น่าด้าน”
เมษาถอนหายใจ ไม่คิดว่าเขาจะไร้ยางอายเช่นนี้ เธอเบี่ยงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรำคาญใจหันไปมองนอกกระจก วิวข้างทางยังน่ามองกว่าใบหน้าของสิงหาเสียอีก อากาศในรถก็เต็มไปด้วยมลพิษ แค่เธอยอมนั่งรถมาฟังเขาพูดพร่ำเรื่องไร้สาระ มันก็มากเกินทนแล้ว
“หึ เราก็สมกันดีนี่ เจอกันครั้งก่อนเธอก็ไปยืนจูบกับใครก็ไม่รู้ พี่ยังไม่ถือสาเลย เธอก็อย่าเก็บเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาใส่ใจเลยนะ แกล้งลืม ๆ มันไป แล้วเราก็มาเริ่มต้นกันใหม่”
เมษาหันไปเผชิญหน้ากับแฟนเก่า เธอเอ่ยเสียงเข้มอย่างหมดความอดทน
“เชิญคิดเองเออเองฝ่ายเดียวเถอะ ถ้ามีเรื่องจะพูดกับฉันแค่นี้ก็จอดรถ ฉันจะลง”
“พี่บอกแล้วไงว่าไปกินข้าวด้วยกันก่อน”
“ถ้าพี่ไม่จอด เพื่อนฉันได้แจ้งความแน่”
เมษายกโทรศัพท์หันหน้าจอที่มีตัวเลขแสดงการโทรปรากฏอยู่บนหน้าจอให้อีกฝ่ายดู
ตอนที่สิงหาพาเธอเข้ามานั่งในรถได้สำเร็จแล้วเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ เธอก็รีบโทรไปหามารีน ซึ่งเป็นชื่อที่ค้นหาเจอในเวลาเร่งด่วน
ทางด้านมารีนรับสายแล้วได้ยินบทสนทนาที่โต้กลับกันไปมา ก็รู้ได้ทันทีว่าเพื่อนกำลังอยู่กับแฟนเก่าตามลำพัง เธอจึงกดบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน แล้วฟังอยู่เงียบ ๆ
สิงหากัดกรามแน่นที่เสียรู้ให้กับเมษา จำใจต้องกระพริบไฟเลี้ยวหักพวงมาลัยไปทางซ้ายมือ
พอรถจอดสนิทเมษาก็เลื่อนมือปลดเข็มขัดนิรภัย เปิดประตูก้าวลงไปยืนอยู่บนพื้นถนนลาดยาง สิงหารีบกดปุ่มลดกระจกลงจนสุด
“ก่อนนอนพี่โทรหานะ”
“ไม่ต้อง ยังไงฉันก็ลบพี่ออกไปจากชีวิตแล้ว หวังว่าเราคงไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีก”
หญิงสาวเอ่ยประโยคส่งท้ายออกมา ส่งผลให้คิ้วเข้มของคนในรถขมวดเข้าหากันเป็นปม ยิ่งเห็นเมษามีความเด็ดเดี่ยว เขาก็ยิ่งอยากเอาชนะ
“พี่ไม่มีวันปล่อยเธอไปหรอก ยังไงเราก็ต้องกลับมารักกัน”
“หึ ไปนอนฝันเอาเถอะ”
หญิงสาวเอ่ยจบก็รีบเดินหนีออกไป ถ้าอีกฝ่ายอยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ มันไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวได้เลยสักนิด กลับกันมันยิ่งทำให้เธอรำคาญใจและเหม็นขี้หน้าเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
เมษาเดินห่างจากรถของแฟนเก่าได้ประมาณยี่สิบเมตร ขณะที่รถของเขายังจอดนิ่งคล้ายกับรอดูว่าเธอจะปากเก่งไปได้สักกี่น้ำ แต่แล้วก็มีรถหรูสีดำคันหนึ่งแล่นมาหยุดลงตรงที่เธอเดินอยู่พอดิบพอดี
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยมองเข้าไปในกระจกสีดำสนิทของที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง กระจกก็เลื่อนลงจนเห็นใบหน้าหล่อเข้ม เจ้าของรอยบากตรงคิ้วข้างขวาที่หันใบหน้าดุดันจ้องมาทางเธอเช่นกัน
“ขึ้นรถ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างออกคำสั่ง
“ทำไมฉันต้องไปกับคุณ”
“หรือว่าเธออยากจะไปกับรถคันนั้นก็ตามใจ”
คิงส์ตันพยักหน้าขึ้นใช้ปลายคางชี้ไปยังรถของสิงหาที่ยังจอดคล้ายกำลังเฝ้าดูเหตุการณ์ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยจบมือก็กดปุ่มเลื่อนกระจกขึ้นทันที
เมษาหันมองซ้ายมองขวาอย่างชั่งใจ แถวนี้ไม่มีที่นั่งรอรถโดยสารประจำทาง ไม่มีฟุตบาทให้ก้าวเดิน หากเดินริมถนนไปเรื่อย ๆ คงไม่ปลอดภัย อีกอย่างรถของอดีตคนรักก็ยังไม่ขับออกไปเสียที เธอจึงรีบตัดสินใจก่อนที่กระจกจะปิดสนิท
“ก็ได้ ๆ ฉันจะไปกับคุณ แต่ว่ารอเดี๋ยว”
เธอจ้ำอ้าวไปหยุดอยู่ที่ท้ายรถ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายแผ่นป้ายทะเบียน จากนั้นก็รีบเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านใน ก่อนจะถือวิสาสะถ่ายรูปของคนที่นั่งทำหน้าเคร่งขรึมอยู่ตรงเบาะหลัง แล้วเอ่ยเรียกคนที่นั่งเบาะคนขับ
“พี่คะ หันหน้ามาหน่อยค่ะ”
เพลิงหันใบหน้ามาตามเสียงเรียกของนักศึกษาสาว ก่อนจะถูกบันทึกภาพไปอีกคน สร้างความรำคาญใจให้กับเจ้านายที่นั่งเบาะด้านหลังไม่น้อย
“ทำอะไร”
คิงส์ตันเอ่ยถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาส่งรูปถ่ายไปให้ใครบางคน
“ฉันถ่ายป้ายทะเบียนกับใบหน้าของพวกคุณเอาไว้แล้ว ถ้าหากฉันเป็นอะไรขึ้นมาหรือว่าขาดการติดต่อนานกว่าหนึ่งชั่วโมง เพื่อนของฉันจะได้เอาหลักฐานไปแจ้งความ”
มาเฟียหนุ่มจ้องมองใบหน้าของเธอ ไม่คิดว่าเมษาจะรอบคอบขนาดนี้
ก่อนหน้านี้รถของคิงส์ตันได้ขับผ่านหน้ามหาวิทยาลัยที่เธอเรียน บังเอิญเห็นเมษาเข้าไปนั่งในรถของสิงหา เขาจึงสั่งให้เพลิงขับรถตามจนมาถึงที่นี่ เพราะอยากรู้ว่าคนพวกนั้นจะมาไม้ไหนกันแน่
“พักอยู่ที่ไหน”
“คุณจะไปส่งฉันเหรอ ถ้างั้นส่งฉันลงที่หน้าคลินิกทันตกรรม บีเค เดนทัล สไมล์ ก็พอ”
เธอไม่อยากบอกที่อยู่คอนโดให้คนแปลกหน้าทราบ เขาไม่จำเป็นต้องไปส่งถึงที่ อีกอย่างก็ต้องแวะซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ติดกับคลินิกทำฟันที่ว่าพอดี ก็ให้ไปส่งตรงนั้นเลยแล้วกัน
เมื่อรถของมาเฟียหนุ่มเริ่มเคลื่อนตัวออกไป อดีตคนรักอย่างสิงหาที่เห็นว่าเมษาขึ้นรถไปกับใครไม่รู้ จึงคิดจะขับรถตามไปดูให้เห็นกับตา ทว่าจู่ ๆ ก็มีรถพุ่งชนท้ายกระโปรงหลังยุบเล็กน้อย ทำให้ต้องเสียเวลาเคลียร์เรื่องอุบัติเหตุแทน
หญิงสาวในชุดนักศึกษานั่งอยู่บนรถหรูไม่นานมือของเธอก็เย็นเฉียบ เริ่มรู้สึกหนาวไปทั้งตัวจนนั่งตัวเกร็ง
ชายที่นั่งข้างเธอเขาดูเหมือนมนุษย์ในคราบแวมไพร์ แม้ใบหน้าของเขาจะหล่อเหลา มาดนิ่งขรึม แต่ก็มีความดุดันในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นสเปกของผู้หญิงหลาย ๆ คน ทว่ากลับมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเขาเก็บซ่อนความโหดร้าย ความเจ้าเล่ห์ที่ยากเกินจะคาดเดา ทำให้รู้สึกว่าน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก
แม้ว่าเธอมีทางเลือกอื่นคือรอเรียกรถแท็กซี หรือเรียกรถรับจ้างในแอปพลิเคชัน แต่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรรถถึงจะมารับ ไม่แน่ว่าอาจจะถูกสิงหาบังคับให้นั่งไปกับเขาอีก เธอจึงเลือกมากับคนแปลกหน้าดีกว่า
ทว่าก็น่าแปลกกับการตัดสินใจของเธอ เพราะมันแปลว่าไว้ใจเขามากกว่าอดีตแฟนหนุ่มเสียอีก
แต่อย่างน้อยมารีนก็รู้แล้วว่าเธออยู่บนรถคันนี้กับผู้ชายสองคน หากขาดการติดต่อเพื่อนรักของเธอรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร
“คะ คุณจะทำอะไร”
คนที่นั่งข้างกันจู่ ๆ ก็ถอดเสื้อสูตสีดำที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวออก แววตาของเมษาฉายชัดถึงความตกใจ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเริ่มสั่นคล้ายกับแผ่นดินไหว คงไม่ได้คิดจะทำมิดีมิร้ายกับเธอบนรถหรอกใช่ไหม
เห็นเธอบอบบางแบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะยอมคน หากปลุกปล้ำเธอขึ้นมา ยัยเมษาคนนี้ก็จะสู้จนสุดแรงเกิดเลยคอยดู
เครื่องบินเคลื่อนตัวออกจากรันเวย์พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า บินผ่านกลุ่มเมฆและแสงแดดสดใส สองชั่วโมงห้าสิบนาทีต่อมา เครื่องก็ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงทั้งสองรับกระเป๋าเสร็จก็เดินออกมาขึ้นรถที่ผู้เป็นพ่อแม่ได้ส่งคนมารับ จากนั้นก็ออกจากสนามบินมุ่งหน้าไปยังบ้านเกิดของคิงส์ตัน“สวัสดีครับม้า”“สวัสดีค่ะ”หญิงสาวอยู่ในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันกับสามี ส่วนมารดาของเขานั่งอีกตัวที่อยู่ด้านข้างเมษาได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี แม่ของสามีได้นำขนมขึ้นชื่อมาให้ลองชิม อีกทั้งยังชวนคุยทำให้ไม่รู้สึกเบื่อ“พาหนูเมษาไปพักเถอะ ป๊าของลูกกว่าจะกลับก็คงเย็น”“ครับ”คิงส์ตันพาภรรยานำกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้อง เนื่องจากมาถึงกันในช่วงบ่าย ทั้งสองจึงรู้สึกเพลียเล็กน้อย พากันนอนพักจนกระทั่งช่วงเย็นก็ลงมาชั้นล่างแม่ของคิงส์ตันได้สั่งให้แม่ครัวจัดเตรียมอาหารหลากหลายเมนูเพื่อต้อนรับลูกสะใภ้ ทำกับข้าวเสร็จก็ยกขึ้นวางบนโต๊ะ“สวัสดีครับป๊า นี่เมษา ภรรยาของผม”“สวัสดีค่ะ”ช่วงเวลานี้หญิงสาวได้พบกับผู้เป็นพ่อของคิงส์ตันเป็นครั้งแรกจึงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ทั้งสี่คนพร้อมหน้ากันที่โต๊ะรับ
หญิงสาวสังเกตสีหน้าว่าอีกฝ่ายรู้สึกผิดและเสียใจกับเรื่องในอดีต หากมองย้อนกลับไปในวันที่ทั้งสองเปิดใจให้กันจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีวันไหนเลยที่ผู้ชายคนนี้จะทำไม่ดีกับเธอแล้วยิ่งมีเหตุการณ์เลวร้ายในวันนี้ ก็ทำให้เมษารู้ว่าคิงส์ตันรักเธอมากแค่ไหนแม้แต่เรื่องเสี่ยงชีวิตเพื่อไปช่วยเธอ เขาก็ยังตัดสินใจได้โดยง่ายมือเล็กเลื่อนเข้าไปจับมือของสามีเข้ามากอบกุม ช้อนดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความรัก ริมฝีปากมีรอยยิ้มส่งให้อีกฝ่าย“หนูไม่เคยโกรธเฮียเลยค่ะ หนูรักเฮียนะ เราอย่าเอาเรื่องในอดีตมาทำลายความสัมพันธ์ที่มันดีอยู่แล้วในตอนนี้เลยนะคะ ชีวิตของหนูยังอยากมีเฮียอยู่ ขอโทษด้วยที่ตอนโทรมาหนูพูดทำร้ายจิตใจ”“เฮียรู้ว่าคนพวกนั้นบังคับให้หนูต้องเลือก ขอบคุณนะเมษา เฮียก็รักหนูมากเหมือนกัน รักยิ่งกว่าชีวิตของเฮียซะอีก”สองร่างโผเข้าสวมกอดกันกลม หัวใจอิ่มเอมไปด้วยความรักที่ประเมินค่าไม่ได้วินาทีที่รู้ว่าเมษาอยู่ที่ท่าเรือของศัตรู เขาก็แทบไม่เป็นอันทำอะไร ในใจคิดแต่จะช่วยเธอออกมาให้ได้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม และนั่นก็ทำให้รู้ว่าเขารักหญิงสาวคนนี้มากแค่ไหนเขาไม่อาจสูญเสียเธอไปได้ และเธอเองก็อยากให้เขาอ
คำเตือน : เนื้อหาในตอนนี้มีฉากความรุนแรง คร่าชีวิตผู้อื่น เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด มาเฟียหนุ่มสั่งให้คนจับไอ้สิงหาไปมัดติดกับเก้าอี้ แบบที่มันทำกับเมียของเขา รอเวลาให้พี่ชายของมันมาเจอตัว จากนั้นค่อยจัดการพวกมันสองพี่น้องให้ตายไปพร้อมกันระหว่างนั้นลูกน้องของคิงส์ตันก็ลั่นไกปืน กระสุนเฉียดไปมาบังคับให้ตุลย์หนีตายไปทางอู่เรือปัง!มือข้างขวาถูกยิงเข้าอย่างจังจนปืนล่วงลงพื้น เจ้าของท่าเรือบีบข้อมือแน่นเจ็บปวดทรมาน ร่างเต็มไปด้วยคราบเหงื่อชะงักในทันที เมื่อภาพตรงหน้าคือน้องชายที่ถูกทำร้ายจนสะบักสะบอม หมดสติถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ บนพื้นมีถังน้ำมันวางอยู่ไม่ไกล“มาได้สักทีนะไอ้ตุลย์”เสียงทุ้มต่ำดังพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยไอสังหาร ลูกน้องของคิงส์ตันรีบวิ่งเข้ามาล้อมเจ้าของท่าเรือ ยกปืนจ่อไปยังเป้าหมายอย่างพร้อมเพรียงตุลย์ไร้หนทางหลบหนี ทำได้แค่เผชิญหน้า ก่อนจะเอ่ยความต้องการ“ปล่อยน้องกูเดี๋ยวนี้”“หึ สภาพอย่างมึงยังคิดจะต่อรองกับกูอีกเหรอ”“แล้วมึงต้องการอะไร อยากได้ท่าเรือใช่ไหม ถ้าอยากได้กูจะยกให้ กูจะไม่ทำธุรกิจแข่งกับมึงอีกแล้ว แต่ปล่อยกูกับน้องไปเถอะนะ ก
มุมปากหยักยกยิ้มพร้อมกับเสียงปรบมือของสิงหาดังขึ้นอย่างพึงพอใจ เมื่อครู่เขาได้กระซิบข้างหูว่าให้เธอเลือกระหว่างขอความช่วยเหลือ แล้วให้ไอ้คิงส์ตันมาตายที่นี่ กับบอกเลิกเพื่อให้มันปลอดภัยไม่คิดเลยว่าเมษาจะเลือกปกป้องไอ้มาเฟียที่เคยทำร้ายเขาหลายครั้ง“คงจะรักมันมากสินะ ถึงได้เลือกทางนี้”“ใช่ ฉันรักเขามาก”แม้จะโกรธกับสิ่งที่สามีเคยทำ แต่เรื่องนี้มันควรจะสะสางกันแค่สองคน ไม่ใช่ให้คนนอกอย่างสิงหามาคอยบงการตามใจชอบ อีกทั้งคำขู่ของอดีตคนรักก็ทำให้มองสถานการณ์ได้แจ่มแจ้ง ว่าสิงหาต้องการใช้เธอเป็นเหยื่อล่อเพื่อให้คิงส์ตันมาติดกับมือหนาเลื่อนขึ้นบีบปลายคางของหญิงสาว บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเขา“มันทำกับครอบครัวเธอขนาดนี้ ยังจะบอกว่ารักมันอีกเหรอ งั้นเธอก็รอดูมันตายต่อหน้าต่อตาเลยแล้วกัน”“อย่าทำอะไรเขานะ”“หึ ก็ขึ้นอยู่กับว่ามันจะรักเธอมากแค่ไหน แต่ถ้ามันกล้าโผล่หน้ามาที่นี่เมื่อไหร่ พี่ไม่เอามันไว้แน่”เอ่ยจบเขาก็สะบัดมือออกจากปลายคาง แล้วแย่งโทรศัพท์ในมือของเธอ หันหลังเดินออกจากห้องทันทีเมษารีบวิ่งตามหลัง หวังจะใช้โอกาสนี้หนีออกไป ทว่าอีกฝ่ายกลับปิดประตูไปเสียก่อน และดูเหมือนว่
มาเฟียหนุ่มประคองเมียรักเข้าไปนั่งพักที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน ก่อนจะสั่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารบำรุงร่างกายและต้องไม่ใช่ของแสลงให้กับเมษาในช่วงนี้เขาสั่งให้เพลิงดูแลงานที่ผับและท่าเรือไปก่อน ส่วนเขาจะตรวจดูเอกสารที่ลูกน้องเป็นคนนำมาให้ที่บ้าน จะได้อยู่เป็นเพื่อนคนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลจนกว่าเธอจะหายดีและกลับไปเรียนตามปกติ“ต่อไปเราอย่าทะเลาะกันอีกนะคะ หนูไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย”หญิงสาวได้รู้ความจริงทั้งหมดจากปากของสามี ก็รู้สึกสงสารเขาอยู่เหมือนกันที่ถูกคนรักบอกเลิกโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้ามัวแต่เอาความน้อยใจมาทำลายความสัมพันธ์และเข้าใจเขาผิด คงจะถูกเบลล่าเข้ามาแทรกกลางได้สำเร็จ“อื้ม เฮียสัญญาว่าต่อจากนี้จะไม่ปิดบังอะไรอีก”หญิงสาวขยับตัวอย่างระมัดระวังเข้าไปสวมกอดคนที่เธอรัก เธอเคยเสียใจกับอดีตมาแล้วหนหนึ่ง ความรักครั้งนี้จึงอยากรักษาเอาไว้นาน ๆ“เสียดายจังที่ทริปล่ม อดได้ไปฮ่องกงเลย”อุตส่าห์วางแผนร่วมกันเสียดิบดี นอกจากจะไปเยี่ยมพ่อแม่ของฝ่ายชายแล้ว ทั้งสองยังเลือกสถานที่ท่องเที่ยวเอาไว้อีกหลายแห่ง ทว่าเมษาไม่สบายเสียก่อน จากนี้ก็ต้องพักรักษาตัวอีกหลายวันกว่าจะหายดี“ไม่เป็นไร เร
คิงส์ตันนั่งอยู่ในรถระหว่างรอรับภรรยาหลังเลิกเรียน ทว่านั่งรอนานกว่าครึ่งชั่วโมงเธอก็ยังไม่ออกมา ทั้งที่บอกเอาไว้ก่อนออกจากบ้านว่าวันนี้เลิกเรียนบ่ายสามโมง“ปกติคุณเมษาไม่เคยปล่อยให้รอนานขนาดนี้นะครับ”เสียงของเพลิงบ่งบอกถึงความผิดปกติ ซึ่งคิงส์ตันเองก็คิดเช่นเดียวกันมือหนาหยิบโทรศัพท์ซึ่งถูกปิดเสียงการแจ้งเตือนออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วพบว่าเธอได้โทรมาหาหลายสาย และสายสุดท้ายโทรมาในช่วงที่เขาออกมาจากโรงพยาบาลเนื่องจากเบลล่าไม่มีญาติมาดูแล และวันนี้เธอก็ทำร้ายตัวเองด้วยการกรีดข้อมือตอนที่พยาบาลพิเศษไปเข้าห้องน้ำ ดีที่แผลไม่ลึกมาก เขาจึงเข้าไปเยี่ยมตามที่ทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้ง เพียงแค่ไม่นานก็ออกมาคิงส์ตันติดต่อเมษาไม่ได้ก็เกิดร้อนใจ รีบสั่งให้คนสืบหาข้อมูลของอบเชย พอได้มาก็รีบโทรไปสอบถามแล้วรู้ว่าเมษาออกจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่เที่ยงเพราะมีอาการปวดท้อง“สั่งให้คนของเราไปตามหาที่คลินิกและโรงพยาบาลแถวนี้ให้ทั่ว”“ครับนาย”เมษาได้รับการผ่าตัดไส้ติ่งเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวปรือดวงตาขึ้นมาอย่างงัวเงียเนื่องจากฤทธิ์ยาสลบเริ่มหมดลง บริเวณท้องรู้สึกปวดแผลจนดิ้นไม่ได้“เป็นยังไงบ้าง”เสียงทุ้มก้อง







