LOGINแค้น
By: Wayu
ฮึ ไม่เคยเชื่อสนิทใจเลยว่าโลกใบนี้กลม จนมาเจอเธอที่นี่ นึกไม่ถึงว่าผู้หญิงที่ทำมิดีมิร้ายกับรถสุดที่รักของผมจะเป็นลูกค้าของผมในค่ำคืนนี้
ดี ผมจะเอาคืนให้สาสม โทษฐานที่เธอใช้กุญแจขูดรถคู่ใจจนเป็นรอย อยากได้ประสบการณ์งั้นเหรอ ได้เดี๋ยวไอ้ลมจัดให้แจ่ม ๆ
“ฉ...ฉันไม่อยากฟังประสบการณ์อะไรจากนายแล้ว ฉันจะกลับหอ” กลัวจนปากสั่นตัวสั่น ทีเมื่อวานแทบจะตรงปรี่เข้ามาต่อยหน้าผมอยู่แล้ว
“เคยจูบรึยัง”
“ค...เคยแล้ว” คำตอบเธอดูเก้ ๆ กัง ๆ ไปนะ
“ถ้าเคยก็จูบฉันหน่อยสิ อยากรู้ว่าจูบดีมั้ย?”
“ประสาทรึไง ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย” เธอมองค้อนผม ทำหน้าตาอย่างกับผมเป็นตัวน่ารังเกียจ
“จะเขียนนิยายโรมานซ์ไม่ใช่รึไง อยากให้ผลงานออกมาสมจริง มันต้องผ่านประสบการณ์ตรง”
“ก็บอกว่าเคยแล้วไง อีกอย่างถึงไม่เคยจูบกับใคร ฉันก็หาประสบการณ์จากการดูและอ่านเองได้”
“แล้วจะมาที่นี่เพื่อ?”
“ไม่ได้อยากมานักหรอก พี่โมให้มาเป็นเพื่อน แต่ตอนนี้ทิ้งฉันไปกับผู้ชายแล้ว” เธอทำหน้างอ เมื่อพูดถึงพี่สาว
พี่โมเมเธอเป็นลูกค้าขาประจำของที่นี่ ผมสนิทกับพี่เขาพอสมควร เคยได้ยินเรื่องราวของผู้หญิงที่นั่งอยู่บนตัวมาผ่าน ๆ จากพี่เขานั่นแหละ รู้ว่าเธอเป็นนักเขียนไส้แห้ง หรือนักเขียนโนเนม พูดตามตรงคือ ไม่ดังและไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักอ่าน แต่ผมจำไม่ได้หรอกว่าเธอใช้นามปากกาอะไร เรื่องราวไม่ได้น่าจำจดอะไรขนาดนั้น จนเกิดเหตุการณ์เมื่อวานนี้เอง...
เมื่อวานหลังเลิกเรียน
‘แม่งเอ๊ย! รถกูเกือบล้ม ถ้าเป็นรอยนะมึง น่าดู’ ปกติผมไม่ใช่คนขับขี่รถประมาทและอ่อนหัด แต่ก่อนหน้านี้มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขี่มาตัดหน้า จึงทำให้เสียการทรงตัวกะทันหัน รถเซเข้าข้างทางเกือบจะชนนักศึกษาสาวคนหนึ่ง ดีที่หักหลบทันและดีที่ผมไม่ได้เร่งความเร็ว ไม่งั้นจบไม่สวยแน่
ผมเช็กสภาพรถเสร็จ กำลังจะบิดแฮนด์ขี่ต่อไป ทว่า...
‘นี่หยุดนะ!’ เสียงแหลมของใครบางคนตะโกนลั่น ผมหันกลับไปมอง ปรากฏร่างบอบบางของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินขากะเผลกตรงเข้ามาหาผม ผมตัดสินใจดับเครื่องยนต์คุยกับเธอ
‘มีอะไรอีก อย่าบอกนะว่าจะมาเรียกร้องค่ายา’ ผมรู้ว่าเธอต้องการอะไร
หญิงสาวพยักหน้าขึ้นลงด้วยท่าทางเอาเรื่อง ‘ใช่ คิดจะชนแล้วหนีเหรอ? ไอแพดฉันหน้าจอแตกก็เพราะนาย ดูสิ!’ เธอตะคอกใส่หน้าผมพร้อมกับยื่นไอแพดขนาดกลางให้ผมดู
ใช่มันแตก แต่รถผมไม่โดนตัวเธอด้วยซ้ำ
‘เดี๋ยวนะน้อง พี่ไม่ได้ชนน้องนะ’ ก็ผมไม่ได้ชนเธอจริง ๆ ไม่เฉียดเลยด้วยซ้ำ
‘นายอยู่ปีไหน’ จู่ ๆ มาถามเรื่องนี้ทำไม
‘ปีสาม’
‘เราอายุเท่ากัน อย่ามาเรียกฉันว่าน้อง’ อ๋อ...ไม่อยากเป็นรุ่นน้องนี่เอง
‘ปีสามเหรอ? ใครจะรู้ ตัวเล็กอย่างกับหมากระเป๋า ถ้าบอกว่าอยู่ป.หกก็เชื่อนะเนี่ย’
‘พูดจาหมาไม่รับประทาน’ ท่าทางจะโกรธ ดูตอบกลับมาสิ
‘ต้องการอะไรจากฉัน โน่น...ไอ้คนต้นเรื่องมันขี่ไปไหนต่อไหนแล้ว ฉันโดนตัดหน้าเลยเซไปหาเธอ นี่บุญแค่ไหนแล้วที่หักหลบทัน เธอต้องขอบคุณฉันมากกว่านะ’
‘นายจะเฉไฉใช่มั้ย’ เอาเข้าไป ก็คนไม่ได้ทำผิดจะให้รับผิดชอบให้ได้เลย
‘ไม่ได้เฉไฉ ฉันพูดความจริง’
‘…’ เธอไม่ตอบ แต่ลากสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า สงสัยหลงเสน่ห์ความหล่อของผมเข้าแล้ว ฮึ ๆ
‘จ้องอะไรขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าหลงเสน่ห์ความหล่อของฉันเข้าแล้ว’
‘นายชื่ออะไร อยู่คณะไหน?’ เธอไม่ได้สนใจคำถามผมสักนิด
‘หลอกถามชื่ออะดิ’
‘ตอบคำถามมาดี ๆ ได้มั้ย’
‘ชื่อวายุ อยู่ศิลปกรรมฯ แต่ไม่ต้องขอเบอร์นะ เธอไม่ใช่สเปกฉัน’ ต้องรีบปฏิเสธไว้ก่อน เพราะเจอมุกจีบจากสาว ๆ แบบนี้บ่อย พอดีเธอสวยไม่สะดุดตาผมสักเท่าไหร่ เลยไม่อยากให้ความหวัง แถมเนื้อตัวยังมอมแมม เสื้อนักศึกษาไปโดนอะไรล่ะนั่นมีแต่คราบโคลนสกปรก
‘นายเห็นนี่มั้ย?’ เธออ่อยผมอยู่เหรอ จู่ ๆ ก็แอ่นอกให้ดู
‘อะไร จะให้ดูชั้นในเหรอ? ใส่สีเนื้อหรือสีขาว?’
‘ไอ้บ้า! ทะลึ่ง ฉันให้นายดูคราบดำ ๆ ที่มันเปื้อนเสื้อสีขาวของฉันต่างหากล่ะ’
‘ทำไม? อย่าบอกว่าล้มลงเมื่อกี้นะ ฉันเห็นนะว่าเธอไม่ได้ล้มทั้งตัว’
‘ไม่ใช่เมื่อกี้ แต่คราบนี้ได้มาเมื่อตอนฝนตก ที่หน้ามอ นายซิ่งบิ๊กไบค์คันนี้เหยียบน้ำกระเด็นใส่ฉัน ตอนที่ฉันกำลังก้าวขาไปขึ้นรถโดยสาร แล้วก็ไม่คิดจะหยุดรถลงมาขอโทษขอโพย มาครั้งนี้นายยังจะเฉี่ยวฉันล้มแล้วคิดจะชิ่งไปอีก ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย’ เธอร่ายยาว แต่ผมจะเชื่อได้ยังไง คนขับบิ๊กไบค์ใช่ว่ามีแค่ผม
‘รู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน’
‘ฉันจำเสื้อคลุมที่นายใส่ได้ อีกอย่างก็มีคนบนรถโดยสารรู้จักนายด้วย’ แบบนี้นี่เอง การเป็นคนฮอตของมหา’ลัยมันก็ลำบากแบบนี้สินะ
‘แล้วจะให้รับผิดชอบยังไง’
‘แล้วนายคิดว่าควรทำยังไงล่ะ?’ เธอย้อนถามผม
‘ฉันไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสองเรื่องวันนี้คืออุบัติเหตุทั้งนั้น ไม่เห็นจำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรใคร เธอซวยเอง’
‘ตกลงจะไม่รับผิดชอบอะไรเลยว่างั้น?’ เธอถามย้ำ
‘อืม’ ผมพยักหน้าตอบกลับ ดูสีหน้าเธอคงไม่พอใจอยู่ไม่น้อย
‘หน้าตาก็ดี แต่มารยาทติดลบ’ เธอเอ่ยชมใบหน้าที่หล่อเหลาของผม ก่อนจะตรงปรี่เข้ามาใกล้มากขึ้น
‘จะทำอะไร?’ ท่าทางเหมือนจะเข้ามาต่อยหน้าผม ‘สู้นะโว้ย ผู้หญิงก็เถอะ’ ผมเตรียมจะลงจากรถเพื่อปกป้องตัวเอง ทว่า...เธอกลับก้มลงไปทำบางอย่างที่บังโคลนล้อหน้าของรถ จนมันเกิดรอยยาวประมาณสองนิ้วได้
‘เฮ้ย! ทำบ้าอะไรวะ’ ผมตกใจและโมโหจนหน้าสั่น เพราะคันนี้ผมรักมันมาก ใครก็ห้ามแตะ
ขนาดเพื่อนสนิทยังไม่กล้าให้จับคันนี้เลยนะ เธอช่างกล้า!
‘รถนายเปื้อนนายยังโกรธ เสื้อฉันเปื้อนฉันก็โกรธ ไอแพดฉันก็พัง ถือว่าหายกัน’ พูดจบเธอรีบสาวเท้าหนีเข้าหออย่างเร็ว ผมนี่อึ้งแดกไปหลายวินาที จะตามเข้าไปก็ห่วงรถ
ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่างน้อยก็รู้ว่าเธออยู่หอตรงข้ามกับคอนโดผม ไม่ช้าก็เร็วต้องได้เอาคืน
ก็ไม่คิดว่าจะได้คิดบัญชีเร็วขนาดนี้ กรรมทำงานเร็วดีนะ
“อยากให้ฉันปล่อยมั้ย?”
“อยากสิ” ดูเธอทำหน้าเข้าสิ ฮึ ๆ เอาซะใจอ่อนยวบ ที่บอกว่าเธอไม่ใช่สเปก บางทีอาจจะต้องทบทวนความคิดนี้เสียใหม่ พอดูหน้าใกล้ ๆ ใบหน้าขาวใสดูเรียบเนียนนี้ก็น่าหอมน่าฟัดเหมือนกันแฮะ แถมการแต่งตัวก็ยังดูน่ารักซ่อนเปรี้ยวนิด ๆ ยอมรับเลยว่าใจเต้นแรงขึ้น
“จูบฉันก่อน แล้วจะยอมปล่อย”
“ไม่มีทาง” เธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ฉันไม่น่าจูบขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมต้องทำหน้าทำตาเหมือนขยะแขยง”
“ปะ...เปล่านะ ก็เราไม่ได้เป็นแฟนกันนี่ จะให้จูบลงได้ยังไง จริงมั้ย?”
“ไม่จริง”
“ฮะ?”
“ฉันจูบได้หมดแหละถ้าสวยถูกใจ ไม่จำเป็นต้องคบกัน” แค่จูบทำไมเธอต้องคิดเยอะ หวงทำไมแค่ปากแตะปาก “ไม่มั่นใจในกลิ่นปากรึไง”
“บ้า ฉันมีกลิ่นปาก?” บางมุมมองดูเธอจะเป็นคนซื่อ ๆ นะ
“ไม่หรอก หอมดี กลิ่นตัวเธอก็หอม” นี่ผมไม่ได้ประชดนะ ตัวเธอหอมจริง ๆ ไม่รู้ใช้น้ำหอมกลิ่นอะไร แต่หอมละมุนมาก อยู่ใกล้แล้วรู้สึกมีแรงดึงดูดบางอย่าง
“...”
“เลือกเอาว่าจะจูบฉันหรือจะให้ฉันจูบเธอ”
“ไม่เลือกทั้งสองทางได้มั้ย?”
“ไม่ได้!” ผมแสร้งขึ้นเสียงดังใส่ จนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง ฮึ ถ้าไม่มีแสงไฟสีแดงสาดลงมากลบใบหน้าจิ้มลิ้มนี้ คงได้เห็นสีหน้าของเธอที่คงซีดเป็นไก่ต้ม ไม่รู้จะขำหรือเอ็นดูดี
เธอกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก “นี่แค่ให้จูบนะ ไม่ได้สั่งให้ไปตาย มันต้องคิดลึกคิดมากขนาดนั้นเชียว” ผมเริ่มหงุดหงิดนิด ๆ ละนะ ปากผมมันไม่น่าสัมผัสขนาดนั้นเลย?
“อืม ก็ได้ นายหลับตาไว้สิ”
แหม...กว่าจะยอม แถมยังมีข้อต่อรองอีก แต่ผมไม่ปฏิเสธหรอก หลับตาลงตามที่เธอขอ ดูสิ จะใจกล้าพอไหม
จุ๊บ!
“...?” เมื่อกี้อะไร
เธอเรียกมันว่าจูบแล้วเหรอ? แค่เอาปากมาแตะปากไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำแทบจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ผมลืมตามองคนตรงหน้าอย่างถอดใจ เธอเม้มริมฝีปากแน่นผินหน้าไปทางอื่น นี่อาการเขิน?
“นี่เธอจูบแล้วเหรอ?”
“อย่าบอกว่ายังไม่พอใจนะ” เธอหันกลับมาถามด้วยน้ำเสียงเคือง ๆ
“ใครมันจะไปพอใจล่ะ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนจูบปาก นึกว่าโดนกบตีปาก”
“แล้วต้องทำขนาดไหน ถึงจะเรียกว่าจูบ”
“ไม่เป็นงานเลย งั้นเดี๋ยวฉันจะสอนเธอเอง จำแล้วนำไปใช้กับแฟนในอนาคตของเธอด้วยล่ะ”
ก็เธอมาหาประสบการณ์ไม่ใช่เหรอ? ผมแค่สนองความต้องการของเธอมันก็แค่นั้น
บทส่งท้าย@คาเฟ่หนอนชอบจิบชาฝ่ามือเล็กผลักประตูเข้ามาในร้านคาเฟ่ขนาดกลางที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของนวนิยายแฟนตาซีที่นี่มีชั้นหนังสือที่มีหนังสือให้อ่านฟรีแบบจุใจ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางนวนิยายทุกหมวดหมู่ รวมถึงการ์ตูนทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นกึ่งคาเฟ่กึ่งห้องสมุดก็ว่าได้ต่างกันตรงที่ห้องสมุดจะเงียบสงบ แต่ที่นี่มีเพลงให้ฟังเบา ๆ พร้อมแอร์เย็นฉ่ำตลอดเวลาที่ให้บริการถึงคาเฟ่แห่งนี้จะพึ่งเปิดให้บริการได้เพียงสองเดือนเท่านั้น ทว่า...กลับได้รับการตอบรับที่ดีเกินที่คาดเอาไว้ ยอดขายเกินเป้าหมายไปมาก เจ้าของก็พลอยยิ้มร่าได้ทั้งวัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัย และอีกเหตุผลหนึ่ง คงเป็นเพราะเจ้าของคาเฟ่เป็นคนที่มีชื่อเสียงพอสมควร จึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง“วันนี้คนเยอะมั้ยเกล” น้อยหน่าเอ่ยถามพนักงานที่ประจำอยู่ตำแหน่งแคชเชียร์“พี่น้อยหน่าสวัสดีค่ะ เยอะมากค่ะ ตอนนี้มีอยู่สิบกว่าบิลค่ะ ยังมีออเดอร์ที่โทร.มาสั่งอีกนะคะ” พนักงานสาวพนมมือไหว้เจ้าของคาเฟ่ ก่อนจะหันไปชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าต่อ เธอดูเร่งรีบสุด ๆ“เดี๋ยวพี่ช่วย” เจ้าข
รักอีกครั้ง...มันดีมากBy: Wayuวันเวลาเดินเร็วมาก เร็วจนผมอยากจะกดหยุดมันเอาไว้ กลัวว่าความสุขที่มีเธออยู่ข้าง ๆ มันจะจางหายไปตลอดสามเดือนที่ผ่านมาผมได้พิสูจน์ตัวเองให้น้อยหน่าและคนรอบตัวที่รักเธอเห็นแล้วว่าผมจริงใจและรักเธอมากแค่ไหนผมลาออกจากการเป็นโฮสต์ก็เพราะเธอ แต่ยังคงหาเงินเอาไว้เปย์เธอได้อยู่เรื่อย ๆ จากการรับงานวาดปกนิยายของนักเขียนชื่อดังหลาย ๆ นามปากกา รวมถึงนักเขียนสุดที่รักของผมที่กำลังฮอตในกระแสอยู่ตอนนี้ อย่าง ‘พริ้มงาม’ นักเขียนหน้าใหม่ติดหนึ่งในมาแรงใช่ครับ ตอนนี้น้อยหน่าเปลี่ยนมาใช้นามปากกาใหม่แล้ว เดิมชื่อ ‘นาราเอล’ ที่เขียนนิยายแฟนตาซีเป็นหลัก พอได้ลองเปลี่ยนแนวเขียนใหม่ มันทำให้เธอค้นพบตัวเองและช่องทางทำเงินได้มากขึ้นกม่าเดิมหลายเท่าตัวน้อยหน่าจึงตัดสินใจหันหัวเรือไปอีกทาง เปลี่ยนมาเขียนแนวรักโรแมนติกแบบผู้ใหญ่ มีทั้งชายรักหญิง หญิงรักหญิง และชายรักชาย ใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็สามารถสร้างผลงานพร้อมฐานแฟนคลับได้มากมาย โดยมีผมที่เป็นทั้งแรงใจและแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังในทุกผลงานเพราะปกนิยายทุกเรื่องของ พริ้มงาม ผมในนามปากกา Win Kaze เป็นผู้วาดเองกับมือ ผมตั้งใจใ
รักหวนคืน“ว่าไง หรือไม่กล้า” วายุถามย้ำเมื่อเห็นว่าน้อยหน่ายังนั่งนิ่งไม่ยอมขยับตัว ลงมือจุมพิตแฟนใหม่ให้เขาดู“ผมจูบพี่เองดีกว่านะ” เอ็มบอกเธอ และกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว ทว่าจังหวะที่ปากหยักเกือบจะแนบชิดริมฝีปากของเธอ ชายหนุ่มต้องชะงักกลางคัน“มึงหยุดเลยนะ!” วายุตะคอกเสียงดังลั่นรถ พร้อมกับหันหลังมาทำตาดุใส่หนุ่มรุ่นน้อง ใจเขาแทบหล่นเกือบเห็นช็อตเด็ดเอ็มกระตุกยิ้มหนึ่งข้าง ก่อนจะผละตัวออกห่างกลับไปนั่งตัวตรง ทำให้หญิงสาวแอบถอนหายใจเบา ๆ ไปด้วย“มีอะไรอีกพี่ พี่ให้เราจูบกันให้ดู ผมกำลังจะรีบทำให้เสร็จ”“กูท้าน้อยหน่า ไม่ได้ท้ามึง อยู่เฉย ๆ อย่าสะเหล่อ” เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า อดที่จะเหวี่ยงใส่เอ็มไม่ได้“อ๋อครับ” เอ็มตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน ชายหนุ่มพอจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นแค่ส่วนเกินของอดีตคู่รักของรุ่นพี่ทั้งสอง แต่จะไหลตามน้ำไปก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าฝ่ายหญิงจะกล้าแลกไหมหากเธอกล้าจูบเขา ทั้งที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบเขา แสดงว่าเธอคงเกลียดวายุแล้วจริง ๆ แต่ถ้าไม่...“ดูให้เต็มสองตานายเลยนะ” น้อยหน่ายกสองมือขึ้นเข้าไปประคองกรอบหน้าหล่อของคนข้าง ๆ ให้หันมาสบตากันใจเธอเต้นโคร
รู้ทันเกมวันต่อมา@ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์“เฮ้ยไอ้เวรเดน มึงมีเรียนต่อรึเปล่าวะ?” วายุถามเพื่อน ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนรายวิชาแรกของวัน“มีอีกทีบ่ายสามโมง ทำไมวะ?”“กูมีเรื่องจะปรึกษา ไปคุยกันที่ห้องกูหน่อยสิวะ ซื้อข้าวไปกินด้วย”“ปรึกษาเรื่องอะไรวะ?”“เรื่องน้อยหน่า”เอเดนเลิกคิ้วขึ้นอย่างงง ๆ “ทำไม? มึงยังแก้แค้นเขาไม่สะใจอีกเหรอวะ” เพื่อนถามกลับอย่างยียวน วายุจึงตวัดหางตามองค้อนให้หนึ่งที“อย่ากวน กูจะง้อน้อยหน่าต่างหากล่ะ”“เฮอ” เพื่อนสนิทถอนหายใจแรง ท้อใจกับอาการไบโพลาร์ของเพื่อนรัก“กูจริงจังนะมึง ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น มึงน่าจะรู้จักนิสัยกูดี”“เพราะกูรู้ไง กูถึงหนักใจเนี่ย มึงมีนิสัยชอบเอาชนะและชอบเอาคืน” เอเดนกลัวว่าเพื่อนจะหลอกใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือทำร้ายใจคนอื่น เหมือนอย่างที่เขื่อนเคยเจอ“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง กูเป็นคนอย่างงั้นเหรอวะ?” เขาถึงกับหันกลับมาสงสัยในตัวเอง“เออดิวะ ไม่รู้ตัวอีก กับคนที่รักมากอย่างน้อยหน่ามึงยังทำเขาลง ไม่เรียกเจ้าคิดเจ้าแค้นให้เรียกอะไรวะ”วายุขมวดคิ้วมุ่น เขามองกลับมาดูตัวตนของตัวเองอีกครั้ง ยืนนิ่งนึกถึงวีรกรรมของตัวเองที่ทำไว้ในอดีตอยู่พักใ
เจ้าแผนการBy: Noina “ฉันคิดถึงเธอ”“เก็บคำนี้ไว้ใช้กับผู้หญิงของนายเถอะ ฉันสะอิดสะเอียนที่ได้ยินจากปากนาย” ฉันสะบัดมือเขาทิ้ง แล้วหยัดกายยืนให้มั่นเหมือนอุดมการณ์ที่ตั้งใจทำให้ได้ ‘เจ็บแล้วต้องจำ โอกาสของเขาใช้ไปหมดแล้ว’ ก่อนจะเดินจากเขาไปแม้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นแค่แผน แต่มันคือแผนที่เลือดเย็นมาก เขาคงหัวเราะเยาะฉันลับหลัง คงสะใจที่ได้เห็นน้ำตาของคนที่ยกใจให้เขาไปจนหมดฉันได้ยินเกือบทุกคำที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมา เพราะแบตเตอรี่ของหูฟังดันหมดพอดี ยอมรับว่าแอบโล่งใจที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แล้วไง? เจตนาก็เพื่อทำร้ายความรู้สึกกันอยู่ดีย้ายหนีให้ห่างกันแล้วแท้ ๆ ยังตามมากวนใจจนได้ เมื่อเช้าเขาน่าจะตั้งใจมาดักรอฉัน เพราะเช้านี้เขาไม่มีเรียน ต่อไปคงหาทางตามตื๊อฉันอีกแน่ เพราะตอนคบกันเขาเคยขอตารางเรียนทั้งหมดของฉันไป ตอนนั้นรักกันดี อยากได้อะไรฉันก็ยอมเขาหมดเหนื่อยแค่ไหนฉันก็ยอม...โง่จริง ๆ เพราะแบบนี้เขาถึงได้ใจ สมควรเจ็บแล้ว น้อยหน่า“เดี๋ยวสิน้อยหน่า ฟังกันก่อนได้มั้ย?” เขายังเดินตามมาหน้าด้าน ๆ“พอเถอะนะวายุ ระหว่างเราให้มันจบแค่นี้เถอะ ฉันเหนื่อย”“ฉันก็เหนื่อย
หมาโบ้หลายวันผ่านไปถึงเรื่องความรักจะทำให้ดิ่ง แต่เรื่องงานกลับปังขึ้นเรื่อย ๆจากนักเขียนโนเนม ‘นาราเอล’ ที่แทบจะไม่มีใครรู้จักชื่อ ผู้ติดตามไม่ถึงหลักร้อย ปัจจุบันตัวเลขดีดขึ้นมาเกือบแตะไปที่หลักพันต้องขอบคุณเขาใช่ไหม?เธอใช้ประสบการณ์มีความรักจริงจังครั้งแรกมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ แต่งนิยายรักต่ออีกเรื่องตามที่นักอ่านร้องขอถึงเรื่องต่อไปปกนิยายจะไม่ใช่ลายเส้นของวายุ แต่เธอเชื่อว่านักอ่านจะไม่ทิ้งเธอเหมือนอย่างเขาที่บอกว่าทิ้ง เพราะพอจะเดาออกว่า ชายหนุ่มกลับมาเพื่อทำให้เธอเจ็บอย่างที่เขาเคยเจ็บ หากไม่จริงเขาคงรั้งเธอไว้ตั้งแต่วันนั้น แต่เขาปล่อยให้เธอเดินออกไปจากชีวิตง่าย ๆ ไม่ง้อไม่ตามไม่ตื๊อ สุดท้ายก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลายวันมานี้น้อยหน่าพอที่จะทำใจได้บ้างแล้ว ทว่า...จะมองไปมุมไหนของห้อง เงาเขายังติดตาอยู่ทุกที่เธอจึงตัดสินใจย้ายออกจากที่นี่ รายได้จากการขายนิยายเรื่องล่าสุดก็พอได้จับเงินก้อนเหมือนคนอื่นอยู่บ้าง มีเงินพอค่ามัดจำห้องใหม่ไม่ได้อยู่ใกล้ก็ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก เธอต้องลืมเขาได้แน่ เพราะอยู่ที่นี่เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบขึ้นไปมองระเบียงห้องของเขา







