LOGINเธอมาทำให้ใจสั่น
“นายมีเรื่องกลุ้มใจ?” น้อยหน่าเอ่ยถามวายุ เธอสังเกตเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของเขามาได้สักพัก หลังจากที่นั่งกินไก่ทอดหมดไปแล้วสองชิ้น
วายุนั่งดื่มเบียร์เงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา เอาแต่ทำตาเหม่อลอย เหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่างที่คิดไม่ตก
“ดูออกเหรอ?”
“อืม”
“เธอเชื่อเรื่องบุพเพฯ หรือว่ารักแรกพบ อะไรพวกนี้รึเปล่า”
“เชื่อสิ”
“ไหนบอกไม่เคยมีแฟน”
“ไม่เคยคบใคร ไม่ได้แปลว่าไม่เคยรักใครนี่ ฉันเคยแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง”
“อ๋อ...เหรอ” เขาตอบรับเสียงแข็ง ก่อนจะบีบกระป๋องเบียร์เปล่าที่อยู่ในมือจนมันบู้บี้คามือ “ผู้ชายที่เธอชอบเป็นคนยังไง?” ถามเธอโดยที่สายตายังจ้องของในมือ
“ก็...ตรงข้ามกับนายอะ”
“ฮึ” เขาแค่นขำในลำคอตวัดหางตามองคนข้าง ๆ ด้วยสายตาคาดโทษเล็กน้อย “งั้นคงเป็นคนที่ไม่หล่อ ไม่รวย ไม่เท่ เอาใจไม่เก่งและคงเอาไม่เก่งเหมือนฉันสินะ น่าจะเป็นผู้ชายที่น่าเบื่อโคตร ๆ อะ”
“จะบ้าเหรอ ฉันหมายถึงความเป็นสุภาพบุรุษต่างหากล่ะ เขาอบอุ่น ใจดี ไม่ข่มเหงใคร”
“เออ...ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละ แล้วจะไม่เปลี่ยนเพื่อใครด้วย แต่จะทำให้คนคนนั้นยอมรับในสไตล์ที่ฉันเป็นให้ได้”
“ทำไม? ไปตกหลุมรักใครมา ถึงถามแบบนี้”
เขาผินหน้ามาสบตากับเธอ นิ่งไปราวกับคนมีคำถามอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าเอ่ยปากถาม
“อะไร?” ถูกจ้องนานจนทำตัวไม่ถูก เลยแก้เขินด้วยการยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นดื่ม
“ตกหลุมรัก? ไม่มีทาง ฉันเนี่ยนะตกหลุมรัก” อยู่ใกล้เธอใจเขาก็พลันเต้นแรงผิดปกติ สายตาจดจ้องริมฝีปากชมพูมันวาวจากคราบมันของไก่ทอด เหมือนคนถูกสะกดจิต น้อยหน่าดื่มน้ำด้วยความรีบร้อนจนหกเลอะขอบปาก ใช้นิ้วโป้งเช็ดคราบน้ำที่ริมฝีปากอมชมพูออก นั่นยิ่งทำให้คนที่มองตาไม่กะพริบร้อนวูบวาบอย่างห้ามใจไม่ได้
“ทำไม หน้าฉันมีอะไรติดงั้นเหรอ?” เธอหันกลับมาสบตาคู่คมอีกรอบ เล่นจ้องกันไม่ละสายตาไปไหน ใครจะไม่เขิน ตอนนี้หน้าเธอเห่อร้อนพลางแดงก่ำ
“เธอเช็ดคราบไม่หมด” เขาเอ่ยพร้อมกับยื่นมือทำท่าเหมือนว่าจะมาเช็ดปากให้เธอ
“นายจะทำอะไร ฉันเช็ดเองได้” เธอถอยหน้าออกห่างไปเล็กน้อย แล้วยกมือลูบปากอีกรอบ
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากจาง ๆ ให้กับความระมัดระวังตัวของเธอ คงกลัวเขาจู่โจมจริง ๆ
“โอ๊ย!” จู่ ๆ เขาก็ร้องลั่นออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาขยี้ตาข้างขวา
“เป็นอะไร?” เธอตกใจก้ม ๆ ส่อง ๆ ดูหน้าเขาด้วยความเป็นห่วง
“เมื่อกี้มีแมลงอะไรไม่รู้บินเข้าตาอะ แสบมากเลย โอ๊ย...เธอช่วยเอามันออกให้หน่อยสิ”
“ไหน ขอดูหน่อย” เธอดึงมือเขาออก เพ่งมองเข้าไปในดวงตาข้างที่เจ็บ “ไม่เห็นแมลงเลยนะ”
“ฮึ” วายุแค่นขำพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนตรงหน้า แววตาเหมือนเสือที่รอตะปบเหยื่อ
“นายหลอกฉัน?” เธอรู้ตัวช้าไปหน่อย “ว้าย!” เขากระโจนใส่เธอราวกับสิงโตตะครุบกระต่ายน้อย
ร่างสูงคร่อมอยู่บนตัวเธอแนบชิด ปากหยักประกบเข้าที่ริมฝีปากอิ่มโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว
“อื้อ...อื้อ”
เขาฉวยโอกาสกับเธออีกแล้ว ชายหนุ่มหลับตาพริ้มขณะที่ได้ครอบครองกลีบปากเรียวอย่างดูดดื่ม จูบราวกับจะสูบวิญญาณเธอออกจากร่าง ไม่พอยังส่งลิ้นร้อนเข้าไปตวัดกลืนกินน้ำหวานภายในปากของเธออย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ใช้มือทุบอกเขาให้หยุด ทันทีที่เขาผละจูบออก เธอรีบสูดอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนที่เขาจะก้มลงจูบเธออีกรอบ หญิงสาวรีบเอ่ยออกมาว่า
“ถ้านายยังไม่หยุด ฉันจะไม่กลับมาทำงานให้นายแล้ว”
“...” เขาชะงักงัน สบตาคู่สวยด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะหยุดหรือจะทำต่อไปดี สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะลุกออกจากตัวเธอ “ฉันคงเห็นหน้าเธอเป็นคนอื่นน่ะ เธอกลับไปได้แล้ว” เขาพูดโดยไม่ยอมมองหน้าเธอ
“อืม” น้อยหน่ารีบเผ่นหนีออกจากห้อง ถ้าชักช้ากลัวว่าชายหนุ่มอาจจะเปลี่ยนใจได้
“เฮอ...ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ” วายุเอ่ยหลังจากหญิงสาวออกไปแล้ว “เป็นบ้าอะไรของมึงวะไอ้ลม” ยีผมตัวเองแรง ๆ หลายที ก่อนจะเอื้อมมือหยิบกระป๋องเบียร์มาเปิดแล้วกระดกดื่มไปเกือบครึ่งกระป๋อง จิตใจเขาว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ถึงกับต้องโทรไปลางานที่คลับ เพราะไม่มีอารมณ์ไปเอาใจใคร
เวลา 23.20 น.
ครืด...ครืด...ครืด
น้อยหน่าละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่วางอยู่บนตัก หันไปสนใจสมาร์ตโฟนที่สั่นครืดอยู่บนเตียง
“เบอร์ใคร? ไม่คุ้นเลย” พูดพร้อมกับกดรับสาย
“หวัดดีค่ะ”
(ยังไม่นอนอีกเหรอ?) เสียงทุ้มจากคนในสายเอ่ยถามเธอ รู้ในทันทีว่าคนโทรมาเป็นใคร
“นายรู้เบอร์ฉันได้ไง?”
(ถามพี่โม ฉันลืมแอดเพื่อนกับเธอ)
“ไม่จำเป็น”
(จำเป็นสิ เผื่อมีอะไรจะสั่งงานเพิ่ม จะได้ไม่ต้องลำบาก)
“สั่งงานอะไรอีก”
(เธอทำอาหารเป็นรึเปล่า?)
“เป็น...บางอย่าง ถามทำไม อย่าบอกนะว่าจะให้ทำอาหารด้วย”
(ถูกต้อง)
“พันเดียวจะชะ...”
(ให้เพิ่มอีกห้าร้อย ไม่รวมค่าวัตถุดิบ) เขารู้ว่าเธอจะเคี่ยว ไม่ยอมง่าย ๆ จึงเสนอค่าเหนื่อยเพิ่มให้
“ก็โอเค แล้วนายจะกินอะไร?” ถ้าเขาใจป้ำ เธอก็ใจอ่อนได้
(ส้มตำ พรุ่งนี้ฉันหยุด ตอนเย็นอยากกินส้มตำกับปลาเผา)
“ส้มตำ? ง่าย ๆ แค่เนี้ย”
(อืม)
“นายไม่ทำงานเหรอ?”
(ฉันลาสามวัน ช่วงนี้เหนื่อย ไม่อยากเอาใจใคร)
“โอเค ตามนั้น”
(ทำอะไรอยู่ทำไมไม่หลับไม่นอน?)
“แต่งนิยาย”
(เขียนถึงฉากไหนแล้ว ถึงตอนพระเอกนางเอกนัวกันรึยัง ติดขัดตรงไหนบอกฉันได้นะ เดี๋ยวไปติวให้พิเศษ)
“ทะลึ่ง ในหัวนายมีแต่เรื่องลามกสินะ เฮอ” เธอถอนหายใจแรง
(ฮ่า ๆ แกล้งเธอสนุกดี อยากเห็นหน้าเธอตอนนี้จัง ทำปากคว่ำอยู่รึเปล่า) น้ำเสียงเขาดูมีความสุขมากที่ได้ยียวนเธอ
“แล้วนายล่ะ ทำไมยังไม่นอน” เธอเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น
(ดูหนังโป๊อยู่ สนใจมาดูด้วยกันมั้ย?) ก็ยังไม่พ้นเรื่องลามกอยู่ดี
“ไอ้บ้า ฉันไม่พูดกับนายแล้ว แค่นี้นะ”
น้อยหน่าต้องมาอารมณ์เสียและสะดุดกลางคันก็เพราะเขา สมองกำลังไหลลื่นอยู่แล้วเชียว ต้องมาชะงักเพราะคนบ้ากามอย่างเขา
ในขณะที่เธอหงุดหงิด คนในอาคารตรงข้ามที่อาศัยอยู่ชั้นเจ็ดกลับอารมณ์ดี ยิ้มไม่หุบเมื่อนึกถึงหน้าหวาน ๆ ของแม่บ้านจำเป็น
วายุไม่ได้ดูหนังหรือทำเรื่องลามกอะไรอยู่ หากแต่กำลังขะมักเขม้นวาดรูปบางอย่างบนไอแพดในห้องทำงานส่วนตัว รอบตัวเต็มไปด้วยกรอบรูปที่มีผลงานของเขา ชายหนุ่มใช้เวลาว่างทำสิ่งที่ชอบที่สุด นั่นคือการวาดรูป และนอกจากจะทำให้ผ่อนคลายมันยังสร้างรายรับให้เขาอีกทาง
เขารับงานคอมมิชชั่นปกนิยายกับนักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายคน ลายเส้นของเขาคมชัด สวยเสมือนจริง โดดเด่นจนนักอ่านสะดุดตา ยอมควักเงินจ่ายเพียงแค่ได้เห็นหน้าปกของนิยาย ใคร ๆ ก็อยากให้เขาวาดให้ แต่คิวงานนั้นแน่นขนัด เดือนหนึ่งรับแค่งานเดียว
คืนนี้เขามีเวลาจับปากกา จึงอยากสร้างสรรค์ผลงานพิเศษ เขาลงมือร่างภาพให้เป็นรูปเป็นร่างเสียก่อน
งานชิ้นนี้ดูเขาตั้งใจทำมันจริง ๆ แค่การร่างภาพ กลับใช้เวลาค่อนข้างมากพอสมควร เจ้าของผลงานที่ได้ไปครอบครองคงปลื้มใจไม่น้อย
เป็นอีกมุมหนึ่งของเขาที่เธอยังไม่เห็น ถ้าได้เห็นมุมนี้เธออาจจะมองเขาใหม่ก็ได้
บทส่งท้าย@คาเฟ่หนอนชอบจิบชาฝ่ามือเล็กผลักประตูเข้ามาในร้านคาเฟ่ขนาดกลางที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของนวนิยายแฟนตาซีที่นี่มีชั้นหนังสือที่มีหนังสือให้อ่านฟรีแบบจุใจ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางนวนิยายทุกหมวดหมู่ รวมถึงการ์ตูนทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นกึ่งคาเฟ่กึ่งห้องสมุดก็ว่าได้ต่างกันตรงที่ห้องสมุดจะเงียบสงบ แต่ที่นี่มีเพลงให้ฟังเบา ๆ พร้อมแอร์เย็นฉ่ำตลอดเวลาที่ให้บริการถึงคาเฟ่แห่งนี้จะพึ่งเปิดให้บริการได้เพียงสองเดือนเท่านั้น ทว่า...กลับได้รับการตอบรับที่ดีเกินที่คาดเอาไว้ ยอดขายเกินเป้าหมายไปมาก เจ้าของก็พลอยยิ้มร่าได้ทั้งวัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัย และอีกเหตุผลหนึ่ง คงเป็นเพราะเจ้าของคาเฟ่เป็นคนที่มีชื่อเสียงพอสมควร จึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง“วันนี้คนเยอะมั้ยเกล” น้อยหน่าเอ่ยถามพนักงานที่ประจำอยู่ตำแหน่งแคชเชียร์“พี่น้อยหน่าสวัสดีค่ะ เยอะมากค่ะ ตอนนี้มีอยู่สิบกว่าบิลค่ะ ยังมีออเดอร์ที่โทร.มาสั่งอีกนะคะ” พนักงานสาวพนมมือไหว้เจ้าของคาเฟ่ ก่อนจะหันไปชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าต่อ เธอดูเร่งรีบสุด ๆ“เดี๋ยวพี่ช่วย” เจ้าข
รักอีกครั้ง...มันดีมากBy: Wayuวันเวลาเดินเร็วมาก เร็วจนผมอยากจะกดหยุดมันเอาไว้ กลัวว่าความสุขที่มีเธออยู่ข้าง ๆ มันจะจางหายไปตลอดสามเดือนที่ผ่านมาผมได้พิสูจน์ตัวเองให้น้อยหน่าและคนรอบตัวที่รักเธอเห็นแล้วว่าผมจริงใจและรักเธอมากแค่ไหนผมลาออกจากการเป็นโฮสต์ก็เพราะเธอ แต่ยังคงหาเงินเอาไว้เปย์เธอได้อยู่เรื่อย ๆ จากการรับงานวาดปกนิยายของนักเขียนชื่อดังหลาย ๆ นามปากกา รวมถึงนักเขียนสุดที่รักของผมที่กำลังฮอตในกระแสอยู่ตอนนี้ อย่าง ‘พริ้มงาม’ นักเขียนหน้าใหม่ติดหนึ่งในมาแรงใช่ครับ ตอนนี้น้อยหน่าเปลี่ยนมาใช้นามปากกาใหม่แล้ว เดิมชื่อ ‘นาราเอล’ ที่เขียนนิยายแฟนตาซีเป็นหลัก พอได้ลองเปลี่ยนแนวเขียนใหม่ มันทำให้เธอค้นพบตัวเองและช่องทางทำเงินได้มากขึ้นกม่าเดิมหลายเท่าตัวน้อยหน่าจึงตัดสินใจหันหัวเรือไปอีกทาง เปลี่ยนมาเขียนแนวรักโรแมนติกแบบผู้ใหญ่ มีทั้งชายรักหญิง หญิงรักหญิง และชายรักชาย ใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็สามารถสร้างผลงานพร้อมฐานแฟนคลับได้มากมาย โดยมีผมที่เป็นทั้งแรงใจและแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังในทุกผลงานเพราะปกนิยายทุกเรื่องของ พริ้มงาม ผมในนามปากกา Win Kaze เป็นผู้วาดเองกับมือ ผมตั้งใจใ
รักหวนคืน“ว่าไง หรือไม่กล้า” วายุถามย้ำเมื่อเห็นว่าน้อยหน่ายังนั่งนิ่งไม่ยอมขยับตัว ลงมือจุมพิตแฟนใหม่ให้เขาดู“ผมจูบพี่เองดีกว่านะ” เอ็มบอกเธอ และกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว ทว่าจังหวะที่ปากหยักเกือบจะแนบชิดริมฝีปากของเธอ ชายหนุ่มต้องชะงักกลางคัน“มึงหยุดเลยนะ!” วายุตะคอกเสียงดังลั่นรถ พร้อมกับหันหลังมาทำตาดุใส่หนุ่มรุ่นน้อง ใจเขาแทบหล่นเกือบเห็นช็อตเด็ดเอ็มกระตุกยิ้มหนึ่งข้าง ก่อนจะผละตัวออกห่างกลับไปนั่งตัวตรง ทำให้หญิงสาวแอบถอนหายใจเบา ๆ ไปด้วย“มีอะไรอีกพี่ พี่ให้เราจูบกันให้ดู ผมกำลังจะรีบทำให้เสร็จ”“กูท้าน้อยหน่า ไม่ได้ท้ามึง อยู่เฉย ๆ อย่าสะเหล่อ” เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า อดที่จะเหวี่ยงใส่เอ็มไม่ได้“อ๋อครับ” เอ็มตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน ชายหนุ่มพอจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นแค่ส่วนเกินของอดีตคู่รักของรุ่นพี่ทั้งสอง แต่จะไหลตามน้ำไปก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าฝ่ายหญิงจะกล้าแลกไหมหากเธอกล้าจูบเขา ทั้งที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบเขา แสดงว่าเธอคงเกลียดวายุแล้วจริง ๆ แต่ถ้าไม่...“ดูให้เต็มสองตานายเลยนะ” น้อยหน่ายกสองมือขึ้นเข้าไปประคองกรอบหน้าหล่อของคนข้าง ๆ ให้หันมาสบตากันใจเธอเต้นโคร
รู้ทันเกมวันต่อมา@ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์“เฮ้ยไอ้เวรเดน มึงมีเรียนต่อรึเปล่าวะ?” วายุถามเพื่อน ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนรายวิชาแรกของวัน“มีอีกทีบ่ายสามโมง ทำไมวะ?”“กูมีเรื่องจะปรึกษา ไปคุยกันที่ห้องกูหน่อยสิวะ ซื้อข้าวไปกินด้วย”“ปรึกษาเรื่องอะไรวะ?”“เรื่องน้อยหน่า”เอเดนเลิกคิ้วขึ้นอย่างงง ๆ “ทำไม? มึงยังแก้แค้นเขาไม่สะใจอีกเหรอวะ” เพื่อนถามกลับอย่างยียวน วายุจึงตวัดหางตามองค้อนให้หนึ่งที“อย่ากวน กูจะง้อน้อยหน่าต่างหากล่ะ”“เฮอ” เพื่อนสนิทถอนหายใจแรง ท้อใจกับอาการไบโพลาร์ของเพื่อนรัก“กูจริงจังนะมึง ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น มึงน่าจะรู้จักนิสัยกูดี”“เพราะกูรู้ไง กูถึงหนักใจเนี่ย มึงมีนิสัยชอบเอาชนะและชอบเอาคืน” เอเดนกลัวว่าเพื่อนจะหลอกใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือทำร้ายใจคนอื่น เหมือนอย่างที่เขื่อนเคยเจอ“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง กูเป็นคนอย่างงั้นเหรอวะ?” เขาถึงกับหันกลับมาสงสัยในตัวเอง“เออดิวะ ไม่รู้ตัวอีก กับคนที่รักมากอย่างน้อยหน่ามึงยังทำเขาลง ไม่เรียกเจ้าคิดเจ้าแค้นให้เรียกอะไรวะ”วายุขมวดคิ้วมุ่น เขามองกลับมาดูตัวตนของตัวเองอีกครั้ง ยืนนิ่งนึกถึงวีรกรรมของตัวเองที่ทำไว้ในอดีตอยู่พักใ
เจ้าแผนการBy: Noina “ฉันคิดถึงเธอ”“เก็บคำนี้ไว้ใช้กับผู้หญิงของนายเถอะ ฉันสะอิดสะเอียนที่ได้ยินจากปากนาย” ฉันสะบัดมือเขาทิ้ง แล้วหยัดกายยืนให้มั่นเหมือนอุดมการณ์ที่ตั้งใจทำให้ได้ ‘เจ็บแล้วต้องจำ โอกาสของเขาใช้ไปหมดแล้ว’ ก่อนจะเดินจากเขาไปแม้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นแค่แผน แต่มันคือแผนที่เลือดเย็นมาก เขาคงหัวเราะเยาะฉันลับหลัง คงสะใจที่ได้เห็นน้ำตาของคนที่ยกใจให้เขาไปจนหมดฉันได้ยินเกือบทุกคำที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมา เพราะแบตเตอรี่ของหูฟังดันหมดพอดี ยอมรับว่าแอบโล่งใจที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แล้วไง? เจตนาก็เพื่อทำร้ายความรู้สึกกันอยู่ดีย้ายหนีให้ห่างกันแล้วแท้ ๆ ยังตามมากวนใจจนได้ เมื่อเช้าเขาน่าจะตั้งใจมาดักรอฉัน เพราะเช้านี้เขาไม่มีเรียน ต่อไปคงหาทางตามตื๊อฉันอีกแน่ เพราะตอนคบกันเขาเคยขอตารางเรียนทั้งหมดของฉันไป ตอนนั้นรักกันดี อยากได้อะไรฉันก็ยอมเขาหมดเหนื่อยแค่ไหนฉันก็ยอม...โง่จริง ๆ เพราะแบบนี้เขาถึงได้ใจ สมควรเจ็บแล้ว น้อยหน่า“เดี๋ยวสิน้อยหน่า ฟังกันก่อนได้มั้ย?” เขายังเดินตามมาหน้าด้าน ๆ“พอเถอะนะวายุ ระหว่างเราให้มันจบแค่นี้เถอะ ฉันเหนื่อย”“ฉันก็เหนื่อย
หมาโบ้หลายวันผ่านไปถึงเรื่องความรักจะทำให้ดิ่ง แต่เรื่องงานกลับปังขึ้นเรื่อย ๆจากนักเขียนโนเนม ‘นาราเอล’ ที่แทบจะไม่มีใครรู้จักชื่อ ผู้ติดตามไม่ถึงหลักร้อย ปัจจุบันตัวเลขดีดขึ้นมาเกือบแตะไปที่หลักพันต้องขอบคุณเขาใช่ไหม?เธอใช้ประสบการณ์มีความรักจริงจังครั้งแรกมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ แต่งนิยายรักต่ออีกเรื่องตามที่นักอ่านร้องขอถึงเรื่องต่อไปปกนิยายจะไม่ใช่ลายเส้นของวายุ แต่เธอเชื่อว่านักอ่านจะไม่ทิ้งเธอเหมือนอย่างเขาที่บอกว่าทิ้ง เพราะพอจะเดาออกว่า ชายหนุ่มกลับมาเพื่อทำให้เธอเจ็บอย่างที่เขาเคยเจ็บ หากไม่จริงเขาคงรั้งเธอไว้ตั้งแต่วันนั้น แต่เขาปล่อยให้เธอเดินออกไปจากชีวิตง่าย ๆ ไม่ง้อไม่ตามไม่ตื๊อ สุดท้ายก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลายวันมานี้น้อยหน่าพอที่จะทำใจได้บ้างแล้ว ทว่า...จะมองไปมุมไหนของห้อง เงาเขายังติดตาอยู่ทุกที่เธอจึงตัดสินใจย้ายออกจากที่นี่ รายได้จากการขายนิยายเรื่องล่าสุดก็พอได้จับเงินก้อนเหมือนคนอื่นอยู่บ้าง มีเงินพอค่ามัดจำห้องใหม่ไม่ได้อยู่ใกล้ก็ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก เธอต้องลืมเขาได้แน่ เพราะอยู่ที่นี่เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบขึ้นไปมองระเบียงห้องของเขา







