LOGINเขาคว้าคนตัวบางเข้าสู่อ้อมกอด มือใหญ่สอดล็อกท้ายทอยเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนีแล้วโน้มลงไปบดจูบเร่าร้อนอย่างต้องการลงโทษ
คนตัวบางลืมตัวปล่อยมือออกจากหน้าอก ทุบตีดิ้นรนเอาตัวรอด ชุดที่ยังไม่ทันได้รูดซิปหล่นลงมากองแทบเท้า เขาจึงสวมกอดเธอแน่นขึ้นเพื่อบดบังเรือนร่างงดงามเปลือยเปล่าที่มีเพียงกางเกงซับในขาสั้นกันโป๊เท่านั้น
“อื้อ อื้อ”
ลิ้นสากสอดเข้าไปกวาดต้อนความหวานในโพรงปากอุ่น มันเกี่ยวพันไล้เลียจนเธอร้องครางประท้วงในลำคอ แต่กลับค่อย ๆ ยื่นลิ้นเล็กออกมาให้เขาดูดดึงอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว
ปัณณธีครางฮือในลำคอด้วยความชอบใจ ความดุดันป่าเถื่อนแปลเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวล ริมฝีปากร้อนรุ่มบดเบียดเคล้าคลึงความนุ่มนิ่มสีสดในจังหวะเนิบนาบฉ่ำหวานจนคนตัวบางหลับตาพริ้ม ขยับปาดจูบเขากลับไปอย่างล่องลอย
ปากร้อนละออกมาช้า ๆ มันสัมผัสแผ่วเบาราวกับแสนเสียดาย ก่อนจะจูบเธออีกครั้งเนิ่นนานหลายนาทีจนร่างบางแทบหลอมละลายลงกองบนพื้น
เขาละริมฝีปากออกมามองสบตาปรือปรอย นิ้วหัวแม่มือบดคลึงริมฝีปากบวมเจ่ออย่างหลงใหล ลูกกระเดือกใหญ่ขยับขึ้นลงแรง ๆ จากการกลืนน้ำลายดับความร้อนรุ่มในจิตใจ
“ไง โดนหมาในปากฉันกัด ดีไหม”
“อะ ไอ้บ้า”
เสียงหวานสั่นเทาทั้งที่เธอตั้งใจตวาดเสียงดัง มือใหญ่ร้อนผ่าวลูบไล้บีบขยำแผ่นหลังบอบบางขาวผ่องจนขนอ่อนในกายสาวลุกซู่ไปทั่วร่าง
“ปากร้าย”
“ไม่เท่าคุณหรอก”
“อืม ยอมรับ”
“เอามือออกไปจากหลังฉันนะ แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้ว จะมายืนกอดอยู่ทำไม ไอ้คนฉวยโอกาส”
“ถ้าฉันขยับตัวออกมาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันเห็นนมเธอเลยนะ”
ดวงตากลมเบิกกว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจ จริงสิ ตอนนี้ชุดของเธอมันลงไปกองอยู่แทบเท้าแล้ว และหน้าอกของเธอเปลือยเปล่ามีเพียงซิลิโคนปิดจุกเท่านั้น
“อะ ไอ้บ้า อย่าขยับนะ”
“อ้าว แล้วจะให้ฉันทำยังไงกันแน่ เดี๋ยวบอกให้ถอย เดี๋ยวบอกไม่ต้อง”
“หลับตาสิ จะมองทำไมล่ะ เป็นโรคจิตหรือไง”
“ก็คงไม่เท่าเธอหรอก ไม่รู้ที่ชุดหลุดนี่เพราะตั้งใจอ่อยฉันหรือเปล่า”
“แหวะ อย่าคิดว่ามีสาว ๆ ชอบคุณเยอะแล้วฉันจะเป็นหนึ่งในนั้นนะ ต่อให้เหลือคุณเป็นผู้ชายคนเดียวในโลก ฉันใช้ดิลโด้ดีกว่า”
“ดูถูกจัง มาลองกันไหมล่ะ ว่าระหว่างดิลโด้อันโปรดของเธอกับท่อนของฉัน อันไหนมันทำให้เธอเสร็จก่อนกัน”
“ทุเรศ โรคจิต หื่น วิตถาร หลับตาสิ มองอยู่ได้”
เขาแค่นยิ้มขำ ถอดเสื้อสูทคลุมด้านหน้าของร่างกายบอบบางเอาไว้ ก่อนจะก้มลงหยิบชุดเดรสขึ้นมาสวมให้ภายใต้เสื้อสูทตัวนั้น แล้วเอื้อมมือไปรูดซิปที่อยู่ด้านหลังให้เธออย่างคล่องแคล่วราวกับการใส่เสื้อผ้าให้ผู้หญิงเป็นเรื่องคุ้นเคย
“ขะ ขอบคุณ ทีหลังไม่ต้อง”
มือเล็กผลักอกแกร่งจนเขากระเด็นถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะโยนเสื้อสูทคืนให้แล้วเดินหนีออกจากห้องแต่งตัวเจ้าปัญหาในทันที ขืนให้ยืนมองหน้าหล่อ ๆ ของเขานานกว่านี้มีหวังได้วางมวย คนอะไร หน้ามึน ปล้ำจูบคนอื่นหน้าด้าน ๆ อย่างไม่รู้สึกผิด แบบนี้เองสินะ เขาถึงมีข่าวว่าทำผู้หญิงท้อง
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กเกเรปากร้าย จะโตมาแล้วทั้งหื่นทั้งโรคจิตได้ขนาดนี้
ปัณณธีเดินตามออกมาจากห้องแต่งตัว อมยิ้มชอบใจแล้วยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นปาดลิปสติกที่ติดอยู่บนริมฝีปากของตน ก่อนจะออกจากห้องนี้ด้วยอารมณ์ที่ต่างออกไป
ทันทีที่อยู่เพียงลำพัง ปลายฟ้าจึงออกมาจากที่ซ่อน มือเล็กกำโทรศัพท์ในมือแน่น ดวงตาแดงก่ำวาวโรจน์ นึกเจ็บใจที่กำลังจะโดนเขาเขี่ยทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่น
ตอนแรกที่เธอได้รับเลือกให้เล่นละครเรื่องนี้ที่มีเขาเป็นผู้กำกับการแสดง เธอดีใจมากเพราะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขามีส่วนช่วยให้เธอได้งาน และมั่นใจว่าความใกล้ชิดจะทำให้เขาไม่สามารถเขี่ยเธอทิ้งได้ง่าย ๆ
จึงไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าสาวสวยอย่างตนก็ไม่ได้มีความพิเศษต่างจากคนอื่น
สะใภ้ตระกูลอธิพัฒน์โภคิน ใครก็อยากเป็น ถ้าหากว่าเธอสามารถจับเขาได้อยู่หมัด จะกลายเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกและไม่จำเป็นต้องรับงานแสดงให้ลำบากอีก
น่าเจ็บใจที่นางแบบคนนั้นดันท้องเพื่อจับเขาเสียก่อน ยังไม่ทันที่เขาจะเคลียร์ตัวเองได้ ก็ดันแอบลักลอบกินกับนางเอกน้องใหม่เสียแล้ว
จากบทสนทนาที่เธอได้ยินก็พอจะเดาได้ว่าทั้งสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก และท่าทางจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไรนัก แต่น่าแปลกที่ปัณณธีกลับตอแยจับผู้หญิงคนนั้นปล้ำจูบทั้งที่คนอย่างเขาไม่ได้อดอยากปากแห้งจนต้องบังคับคนที่ไม่สมยอม
“พี่ปัณณ์คิดจะเขี่ยฟ้าทิ้งเหรอ มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก”
นางร้ายดาวรุ่งกัดกรามกำมือแน่น รู้สึกริษยาชิดจันทร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะความสวยและไฮโซของเจ้าหล่อนทำให้ผู้ใหญ่ในช่องเกรงใจจนมอบบทนางเอกให้อย่างง่ายดาย ต่างจากเธอที่ชวดบทนางเอกทั้งที่พยายามทำทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมนอนกับผู้บริหารบางคน แต่แล้วความทุ่มเทของเธอกลับสูญเปล่าเมื่อชิดจันทร์เข้าวงการ
ภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นสวยงามสมกับใบหน้าและชาติตระกูลของชิดจันทร์ เธอจะเป็นคนทำลายมันเอง
ผู้กำกับการแสดงหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตัว ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังนางเอกสาวที่กำลังต่อบทกับพระเอกชื่อดังโดยมีผู้ช่วยผู้กำกับและทีมงานยืนรายล้อม
ใบหน้าสวยส่งยิ้มให้กับทีมงาน ทั้งยังพูดจาเป็นกันเองกับทุกคน โดยเฉพาะพระเอกหนุ่มที่เอาแต่ลอบมองใบหน้างามแทบตลอดเวลา
มุมปากหยักยกยิ้มหยัน ส่ายหน้าสมเพชความโง่ของพระเอกหนุ่มและความสำส่อนของนางเอกสาวที่เอาแต่โปรยยิ้มหวานหว่านเสน่ห์
“หึ นี่เหรอ เด็กดีของแม่ ขี้อ่อยสุด ๆ กว่าจะถ่ายจบคงกวาดดาราทั้งเรื่อง”
“รวมทั้งผู้กำกับด้วยหรือเปล่าคะ”
ปลายฟ้าทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างกัน ยกแขนขึ้นกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างแง่งอน ตั้งใจให้เขาง้อ แต่เปล่าเลย นอกจากเขาจะไม่ง้อเธอแล้ว เขายังเลิกคิ้วมองหน้าเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ราวกับเรื่องราวร้อนแรงระหว่างเธอกับเขาไม่เคยเกิดขึ้น
“ฟ้า พูดอะไร”
“ล้อเล่นหรอกค่ะ เห็นพี่ปัณณ์มองน้องลูกจันแล้วบ่นอะไรงึมงำ หึงหรือเปล่าคะ เด็กใหม่เหรอ”
“ไร้สาระ พี่แค่มองว่านักแสดงพร้อมแค่ไหนแล้ว จะได้เริ่มถ่าย ลูกจันมีเวลาให้เราไม่มากเลยต้องเร่งหน่อย”
“น่าอิจฉาน้องลูกจันนะคะ ทั้งสวยทั้งไฮโซ ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เป็นนางเอก เรื่องนี้ก็ไม่ต้องแคสด้วย มีเทียบเชิญไปถึงหน้าบ้านเลย”
“เด็กนั่นมีอะไรน่าอิจฉาขนาดนั้นเสียเมื่อไหร่ สมัยนี้คนชอบเห่อดาราใหม่โปรไฟล์ดี ถ้าแสดงไม่ได้เรื่องก็ดังได้อีกไม่นานหรอก”
“พี่ปัณณ์คิดแบบนั้นเหรอคะ”
“อืม”
“แต่น้องสวยมากเลยนะ ไม่ชอบหรือคะ”
“ถามแบบนี้หมายความว่ายังไง”
คนหล่อกดหัวคิ้วเข้าหากัน มองนางร้ายสาวสวยสุดร้อนแรงที่เขาเคยควบขี่ด้วยสายตาไม่พอใจ นอกจากจะไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่คำถามนั้นมันดันจี้ใจดำอีกต่างหาก
“ก็พี่ปัณณ์ชอบคนสวยนี่ แล้วหลังจากวันนั้นพี่ปัณณ์ก็ไม่เห็นโทรหาฟ้าเลย ฟ้าก็คิดว่าพี่มีคนใหม่แล้ว ยิ่งเห็นพี่มองน้องลูกจันตาไม่กะพริบ ฟ้ายิ่งคิด”
“ไร้สาระ จะให้พี่โทรหาใคร แค่เรื่องข่าวพี่ก็เครียดจะแย่ ไม่มีอารมณ์เอาใครหรอก อย่ามาถามอะไรงี่เง่า พี่อึดอัด”
“พี่ปัณณ์...”
ยังไม่ทันที่เธอจะตัดพ้ออะไรออกมา ผู้ช่วยผู้กำกับก็เดินกลับมานั่งด้านข้างของเขา
“เรียบร้อยแล้วครับพี่ปัณณ์ นักแสดงพร้อมแล้ว เราถ่ายกันเลยไหม”
“อืม เริ่มเลย”
“ไงวะ ไอ้ปัณณ์ แย่เลยเหรอ”ปุณณิธิเอ่ยแซวกลั้วเสียงหัวเราะ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นคนท่ามากปากเสียในสภาพแบบนี้ครั้งหนึ่งคนอย่างปัณณธีเคยหัวเราะเยาะที่ทั้งพ่อ เขา และพี่เขยแพ้ท้องแทนเมีย เคยพูดจาทับถมว่าพวกเขากลัวเมียมากจนน่าขำ และลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่มีวันปล่อยให้เมียอยู่เหนือการควบคุมและจะไม่มีวันหมดท่าถึงขนาดแพ้ท้องแทนผู้หญิงเด็ดขาดในตอนนั้นเขายังสาปแช่งน้องชายตัวดีให้แพ้ท้องแทนเมียหนักกว่าพวกเขาเป็นสามเท่า พอถึงวันนี้ ท่าทางว่าคำสาปแช่งนั้นจะเป็นจริงเสียแล้ว“แย่เลยพี่ปุณณ์ ไม่รู้ว่าไปกินอะไรมา สงสัยจะอาหารเป็นพิษ”ปัณณธียกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มจนหมด ก่อนยื่นแก้วนั้นขอเติมอีกครั้ง“อาหารไม่ได้เป็นพิษหรอก แต่น้ำแกมันทำฤทธิ์แล้ว”พี่ชายเอ่ยแซว ทุกคนในบ้านที่ผ่านประสบการณ์พวกนี้มาก่อนพากันนั่งขำ ผิดกับสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ยังนั่งงง“อะไร พี่ปุณณ์ ผมงงไปหมดแล้ว นี่น้องชายพี่คลานอ้วกตั้งแต่เช้าจนจะหมดแรงเดินอยู่แล้ว พี่ยังหัวเราะกันได้อีกเหรอ”“ใจเย็นสิวะ แกไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่กรรมตามสนอง อยากหัวเราะเยาะพวกฉันเอง ช่วยไม่ได้”“อะไรครับ”ปัณณธีมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที ก่อนพี่ชายจ
เสียงอาเจียนดังขึ้นปลุกร่างบางให้รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เธอหันมองที่นอนด้านข้างที่ว่างเปล่าแล้วรีบดีดตัวจากที่นอนตรงดิ่งไปยังห้องน้ำทันที“พี่ปัณณ์ เป็นอะไรคะ”ดวงตากลมเบิกโพลง ถลาเข้าไปลูบแผ่นหลังแกร่งของสามีที่นั่งคุกเข่าอาเจียนลงในชักโครกอย่างเอาเป็นเอาตายจนน่าสงสารไม่มีเสียงตอบรับ แต่เสียงอาเจียนยังดังต่อเนื่อง เธอจึงผละไปเปิดน้ำใส่แก้วมาส่งให้เมื่อเขาทิ้งตัวลงนั่งราบกับพื้น“บ้วนปากก่อนค่ะพี่ปัณณ์”ปัณณธีรับแก้วน้ำมาบ้วนปากจนรู้สึกดีขึ้น จึงจะลุกขึ้นยืน แต่ขาเจ้ากรรมกลับไร้เรี่ยวแรง แค่เพียงพยุงตัวขึ้นนิดเดียวก็ทรุดลงนั่งราบกับพื้นดังเดิม“พี่ปัณณ์ ลูกจันช่วยค่ะ”ชิดจันทร์ประคองสามีขึ้นยืน ก่อนบีบยาสีฟันใส่แปรงส่งให้“แปรงฟันหน่อยนะคะ จะได้ดีขึ้น”เขารับมาแปรงแต่โดยดี แต่เพียงแค่เกิดฟองในปากเล็กน้อย เขาก็ต้องรีบบ้วนทิ้งแล้วอาเจียนเอาน้ำใส ๆ ในกระเพาะอาหารออกมาอีกครั้ง“พี่ปัณณ์”“ลูกจัน พาพี่กลับไปนั่งที่เตียงที”“ค่ะ”ชิดจันทร์ประคองสามีมานั่งเอนหลังพิงหัวเตียง รินน้ำใส่แก้วส่งให้โดยที่เขาเองก็รับมาดื่มรวดเดียวหมด“เบา ๆ ค่ะพี่ปัณณ์ เดี๋ยวสำลักนะคะ”“อืม ได้น้ำเปล่าแล
เสียงออดหน้าห้องของคอนโดมิเนียมราคาแพงดังขึ้นหลายครั้ง เจ้าของห้องที่หน้าท้องนูนเด่นในชุดคลุมท้องเดินมาส่องดูช่องตาแมวก่อนถอนใจพรืดเมื่อคืนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่แวะเวียนมาหาเธอเสมอ แม้เธอจะไม่เคยต้อนรับเขาด้วยไมตรีเลยก็ตามทีแต่สุดท้ายก็ต้องเปิดประตูให้เมื่อเขาไม่ยอมถอยกลับ ยังคงปักหลักยืนกดออดอยู่หลายครั้งจนน่ารำคาญ“ทิพย์”ทันทีที่ประตูเปิดออก แขกผู้มาเยือนก็ร้องทักเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้ม ในมือถือข้าวของพะรุงพะรังเช่นเดิม“คุณจะมาทำไมทุกวันคะคุณรัฐ”ปกติเขาจะมาหาเธอทุกวันหลังเลิกงาน ซื้ออาหารเย็นและของบำรุงมาให้ ดูแลจนเธอจะเข้านอนจึงยอมกลับ แต่ถ้าเป็นวันหยุดอย่างเช่นวันนี้ เขาจะมาหาเธอตั้งแต่ไก่โห่และกลับอีกทีเมื่อเธอกำลังจะเข้านอนแล้วเท่านั้น“ผมก็มาดูแลคุณไง ซื้ออาหารบำรุงมาให้ด้วย ลูกเราจะได้แข็งแรง”“ฉันมีทุกอย่างที่คุณซื้อมา อีกอย่างที่คุณประโคมซื้อมาทุกวันฉันก็กินยันคลอดยังไม่หมดเลย ห้องฉันจะไม่มีที่เก็บแล้ว คุณเลิกซื้อมาให้เสียทีเถอะ”รัฐปกยื่นหน้าเข้าไปมองในโซนห้องครัว ของที่เขาซื้อให้วางตั้งเรียงกันจนเต็มพื้นที่ ไม่รู้ว่าเธอกินไม่ทันหรือไม่ยอมแตะต้องกั
“คุณหมอ...”“ไม่ต้องตกใจแล้ว ผมรักคุณจริง ๆ ไม่ได้เพิ่งรักเพื่อจะรับผิดชอบเรื่องลูก”“แต่ว่าเรา...”“ผมว่าความรู้สึกเราตรงกันนะ คนดื้ออย่างคุณแคร์ด้วยเหรอถ้าผมจะเอาเรื่องเราไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ ก็แค่พลาดนอนด้วยกันครั้งเดียว คนอย่างคุณคิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ”ก็...ไม่ เธอไม่ใช่คนคิดมากกับเรื่องพวกนี้ และไม่ได้สนใจด้วยว่าตัวเองจะมีรอยราคีแค่ไหน แต่ที่ยอมให้เขาเอาเรื่องนี้มาขู่ก็เพราะเธอเองอยากที่จะใกล้ชิดกับเขาเช่นกัน“เอ่อ ฉัน...”“เด็กปากแข็ง ทั้ง ๆ ที่ปากคุณนุ่มจะตาย แต่ทำไมชอบขี้โกหก”“คุณหมอชยุตม์”“ครับ เรียกเสียเต็มยศ กลัวจำชื่อสามีตัวเองไม่ได้หรือไง”พูดพลางประคองพาเธอเดินมานั่งข้างกันที่โต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่น“กินข้าวไปคุยกันไปดีไหม ผมหิวจะแย่แล้ว อีกอย่างเจ้าตัวเล็กในท้องก็คงจะหิวเหมือนกัน ทนกินเข้าไปหน่อยนะ ยังเหม็นอะไรอีกหรือเปล่า”เขาตักกับข้าวรสจัดที่ไม่ได้มีกุ้งเป็นส่วนประกอบสักอย่างใส่จานให้เธอ คนท้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ตักยำสีสันจัดจ้านเข้าปากทันที“กินได้ค่ะ ไม่เหม็น”“งั้นก็กินเยอะ ๆ”“แล้วเรื่องของเราล่ะคะ”คนที่ยังกังวลไม่วายถาม ทั้งที่ปากกำลังเคี้ยวอาหารตุ้ย ๆ
เพียงขิมมองจานอาหารที่ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะด้วยใบหน้าเหยเก กลิ่นเหม็นตีขึ้นจมูก น้ำลายมากมายเอ่อเต็มกระพุ้งแก้มแต่ก็ไม่อาจกลืนได้ ก่อนน้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะตีวนขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยจึงยกมือขึ้นปิดปากแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปโก่งคออาเจียนได้ทันท่วงทีหมอหนุ่มตกใจ วิ่งตามเธอไปติด ๆ แต่ก็ไม่อาจเข้าไปในห้องน้ำหญิงได้ มีนาที่เห็นท่าไม่ดีแล้ววิ่งตามมาจึงขันอาสาทันที“ยุตม์รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวมีนเข้าไปดูให้”“ขอบคุณมากนะมีน”แม้จะยังทำใจไม่ได้และไม่ได้ชอบขี้หน้าผู้หญิงคนนั้นนัก แต่วิชาชีพที่ร่ำเรียนมาก็ไม่อาจทำให้เธอใจดำทนดูอยู่ได้จึงรีบเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปช่วยลูบหลังคนที่กำลังอาเจียนอยู่ที่ชักโครก“ดีขึ้นไหมคะ ไปบ้วนปากก่อนค่ะ”เมื่อเพียงขิมอาเจียนเอาอาหารกลางวันออกมาจนเหลือแต่น้ำใส ๆ ก็รู้สึกดีขึ้น จึงเดินไปบ้วนปากที่อ่างล้างหน้าตามที่หมอสาวบอกมีนาส่งกระดาษทิชชูให้ เธอรับมาซับหน้าแล้วเอ่ยขอบคุณ“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ”“เป็นอะไรไปคะ ไม่ได้ทานข้าวเหรอ ถึงอาเจียนแบบนี้”“ทานแล้วค่ะ แต่เมื่อกี้มันเหม็นมากเลย ไม่รู้เขาเอากุ้งเน่ามาทำอาหารหรือเปล่า”หมอสาวย่นหัวคิ้ว มองคนที่อาเจียนจนหน้าซีดแล้วหัวใจ
“อยู่คนเดียวทั้งวัน เบื่อไหม”ชยุตม์เปิดประตูห้องพักสุดหรูของโรงแรมชื่อดังเข้ามาแล้วตรงดิ่งไปหอมแก้มคนที่ยังนอนเล่นบนเตียง ใบหน้าสวยบอกบุญไม่รับทั้งยังขยับตัวหนีราวกับเบื่อหน่ายเสียเต็มประดา ทั้งที่เมื่อเขาไลน์มาในช่วงบ่ายว่าจะพาเธอไปดินเนอร์หลังสัมมนาเสร็จ เธอก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวรอทันที“ไม่น่าถามนะคะ ไม่เข้าใจเลยว่าคุณจะลากฉันมาด้วยทำไม”“ก็พามาเที่ยวไง คุณอยากเที่ยวไม่ใช่เหรอ”“อยากเที่ยวแบบได้เที่ยวทั้งวัน ไม่ใช่นอนรอใครทั้งวันแบบนี้ค่ะ”“อดทนหน่อยสิ วันพฤหัสผมก็เสร็จแล้ว อย่างอแงเลยนะ”หมอหนุ่มจูบแก้มนวลอีกครั้งแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อผ้า ก่อนหันมองคนตัวบางแล้วอมยิ้มเมื่อเธออยู่ในชุดเดรสยาวกรุยกรายพร้อมสำหรับการดินเนอร์ แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากไปก็ตาม“รอผมเดี๋ยวนะ ขออาบน้ำก่อน คุณอาบน้ำรอผมแล้วนี่ ไม่ยอมรออาบพร้อมกันเลยนะ”“ไม่ได้อาบรอค่ะ แค่อาบน้ำตามปกติ แต่คุณบอกว่าจะพาไปดินเนอร์เลยเปลี่ยนชุดเฉย ๆ ไม่อยากให้คุณเสียเวลารอฉันแต่งตัว ขี้เกียจโดนบ่น”“ผมเคยบ่นคุณด้วยเหรอ รอคุณอาบน้ำแต่งตัวนานแค่ไหนก็ได้ แค่เก็บค่ารอนิดหน่อยเท่านั้น”พูดพร้อมถอดเสื้อแล้วก้าวขึ้นเตียงไปหอมแก้มนัวเนียคนที่
“นั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ออกไปดูข้างนอกก่อน ผู้ช่วยผู้กำกับกำลังบรีฟนักแสดงตามที่คุณปัณณ์สั่งไว้ ถ้าพร้อมเปิดกล้องเดี๋ยวพี่เข้ามาตามค่ะ”ต้อยติ่ง ผู้จัดการกองถ่ายซึ่งเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของบริษัทพาเขาเข้ามาส่งในห้อง แล้วรีบเปิดประตูออกไปจัดการทุกอย่างแทนอย่างรู้งานคนตัวโตทิ้งแผ่นหลังพิงพนักโซฟา เงย
มือใหญ่โยนโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูลงบนโซฟาทั้งที่หน้าจอยังมีข่าวฉาวของตนโชว์หราอยู่บนหน้าเพจข่าวบันเทิงมาร่วมสัปดาห์แล้วคิ้วเข้มขมวดมุ่น ดวงตาคมฉายแววยุ่งยากใจ ริมฝีปากหยักได้รูปสีสดแลดูสุขภาพดีเม้มแน่น ยกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ ระบายความหงุดหงิด“อะไรวะ ยังเล่นข่าวนี้กันไม่จบอีกหรือไง”ปัณณ์ ปัณณธี อธิ
“เรื่องงานหมั้นแม่จัดการเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ สองคนไม่ต้องกังวล เราจะจัดที่บ้านของลูกจัน เป็นงานแบบอบอุ่น เชิญแขกผู้ใหญ่ เพื่อนสนิทของสองคน ส่วนสื่อเราคงห้ามไม่ได้ แค่เตรียมตัวเอาไว้เผื่อมีการถ่ายรูปหรือสัมภาษณ์หลังจบงาน”อัณณา อดีตนักข่าวสายบันเทิงร่ายยาวให้ลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ฟังบนโต๊ะอาหารมื้อเย
แค่คำถามแรกก็เจอหมักฮุกทำเอามาลินแทบสลบกลางอากาศ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วเมื่อมันเป็นสาระสำคัญของเรื่องในวันนี้มาลิน : “ไม่จริงค่ะ หลินไม่ได้ท้อง ขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่หลินทำให้ตกใจ”เสียงนักข่าวคุยกันเซ็งแซ่ บ้างอุทานออกมาด้วยถ้อยคำหยาบคาย บ้างหันไปพยักพเยิดกับเพื่อนเพราะคิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นแ







