Masuk“นั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ออกไปดูข้างนอกก่อน ผู้ช่วยผู้กำกับกำลังบรีฟนักแสดงตามที่คุณปัณณ์สั่งไว้ ถ้าพร้อมเปิดกล้องเดี๋ยวพี่เข้ามาตามค่ะ”
ต้อยติ่ง ผู้จัดการกองถ่ายซึ่งเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของบริษัทพาเขาเข้ามาส่งในห้อง แล้วรีบเปิดประตูออกไปจัดการทุกอย่างแทนอย่างรู้งาน
คนตัวโตทิ้งแผ่นหลังพิงพนักโซฟา เงยหน้าหลับตาใช้มือกดหัวคิ้วไล่อาการปวดตุบ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ ๆ ห้องที่ว่างเปล่าไร้เงาผู้คนก็มีอะไรบางอย่างตกเสียงดังอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งกั้นโซนเอาไว้ด้านในสุด
“อุ๊ย พี่รส เข้ามาหาลูกจันหน่อยค่ะ”
มือใหญ่ที่กำลังจะจับลูกบิดประตูห้องเจ้าปัญหาชะงักเมื่อมีเสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านใน
“พี่รส อยู่ไหมคะ พี่รส”
เสียงเรียกชื่อผู้จัดการส่วนตัวดังขึ้นหน้าประตู ฉับพลันประตูบานนั้นก็เปิดออกพร้อมกับนางเอกสาวในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเพราะไม่สามารถรูดซิปซึ่งอยู่ด้านหลังได้
หนุ่มสาวชะงักเบิกตาโพลง ก่อนที่เธอจะถูกดันเข้าไปในห้องแต่งตัวเมื่อมีเสียงพูดคุยของชายหญิงกลุ่มใหญ่ดังขึ้นด้านนอกแล้วประตูห้องพักผ่อนก็เปิดออกในเสี้ยววินาทีนั้น
“อื้อ”
มือใหญ่ปิดปากนางเอกสาว แขนแกร่งกอดรั้งร่างบางเข้าหาตัวแล้วกดล็อกประตูทันที ดวงตากลมเบิกกว้างตกใจแทบสิ้นสติแต่ก็ยังกอดเสื้อผ้าให้ปิดบังร่างกายโดยเฉพาะช่วงหน้าอกเอาไว้
“ชู่ว”
เขาก้มมองร่างบางที่ยืนสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอด ม่านตาขยายฉับพลันเมื่อความอวบอิ่มครัดเคร่งของวัยสาวเบียดกันจนชิดภายใต้เสื้อผ้าหลุดลุ่ย
แววตาสั่นระริกด้วยความตกใจกลัวนั้นทำเอาคนตัวโตกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่จนลูกกระเดือกขยับขึ้นลงแรง ๆ
“อื้อ...”
“เงียบ ๆ อยากให้ทุกคนรู้หรือไงว่าเธออยู่กับฉันในสภาพนี้”
ลมหายใจสาวหอบสะท้านทำให้ความอวบอิ่มขยับขึ้นลงล่อตา ทั้งกลัว ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย อยากจะทุบเขาแรง ๆ แล้วดิ้นรนออกจากอ้อมกอด แต่ถ้าทำอย่างนั้น เสื้อผ้าที่ยังไม่ทันได้รูดซิปต้องหล่นลงไปกองแทบเท้าอย่างไม่ต้องสงสัย
เขายังคงเป็นคนเดิมและเธอยังจำความรู้สึกตอนโดนเขารังแกเมื่อครั้งยังเป็นเด็กได้ดีไม่มีลืม
แม่ของเธอกับแม่ของเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน ทุกครั้งที่แม่ไปหาป้าอัณณาก็มักจะพาเธอไปด้วยเสมอ ทำให้เธอได้เจอกับเขา ลูกชายคนเล็กที่มีอายุห่างจากเธอถึงเจ็ดปีแต่มีนิสัยเกเรผิดพี่ผิดน้อง
เขามีหน้าที่พาเธอออกมาเล่นนอกบ้าน แต่เขามักจะหาเรื่องทะเลาะกับเธอ ทั้งยังชอบต่อว่าว่าเธอเป็นเด็กดื้อเอาแต่ใจและถือวิสาสะลงโทษด้วยการดึงผมแกละทั้งสองข้างเป็นประจำ
“ไม่เอา ลูกจันไม่เล่นขายขนมแล้ว ลูกจันจะเล่นพ่อแม่ลูก พี่ปัณณ์ต้องเล่นกับลูกจัน”
เด็กผู้หญิงตัวเล็กในชุดเดรสกระโปรงบานราวเจ้าหญิง มัดผมแกละทั้งสองข้างแล้วผูกโบชิ้นใหญ่สีเดียวกับชุดผลักของเล่นพลาสติกอย่างเอาแต่ใจ
“ไม่เล่น พี่จะเล่นเกม เบื่อจะแย่แล้วยัยเปี๊ยก มาทีไรก็ชวนเล่นแต่อะไรน่าเบื่อ”
ปัณณธีเดินหนีเพราะเบื่อเต็มทีที่ต้องตามใจเด็กนิสัยไม่ดี ด้วยตนเป็นน้องชายคนเล็ก มีแต่คนยอมและตามใจ แต่อยู่มาวันหนึ่งกลับต้องมาคอยตามใจลูกสาวของเพื่อนแม่ น่าเบื่อจนอยากไล่ตะเพิดกลับบ้านทุกครั้ง
“ไม่ได้ พี่ต้องเล่นกับลูกจัน”
คนตัวเล็กวิ่งไปดักหน้า แล้วดึงเขากลับมานั่งเล่นกับตนบนเสื่อซึ่งปูอยู่ในสนามหญ้าข้างบ้าน แต่เขากลับสะบัดมือเล็กออกแล้วดึงผมแกละทั้งสองข้างของเด็กขี้วีนอย่างแรงจนเธอร้องไห้จ้า
แม้ว่าเธอจะตัวเล็กกว่าเขามาก แต่ก็สู้สุดใจ มือเล็กป้อมและแขนสั้น ๆ ของเธอพยายามปัดป่ายทุบตีเขาเท่าที่ทำได้ น่าแปลกที่เขากลับหัวเราะร่าราวกับไม่รู้สึกรู้สาแม้แต่น้อย
มันเป็นอยู่แบบนี้จนเธอเติบโตขึ้น ก็เลือกที่จะไม่ตามแม่ไปที่บ้านหลังนั้นอีกเพราะเกลียดขี้หน้าเด็กเกเรปากร้าย จนขึ้นชั้นมัธยม เธอก็สอบชิงทุนได้ไปเรียนต่างประเทศจนถึงระดับปริญญาตรี เพิ่งจะกลับมาประเทศไทยหลังจากเรียนจบเมื่อไม่นานมานี้เอง
แค่เธอเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยได้ไม่นานก็มีแมวมองเข้ามาทาบทามให้เธอเป็นดารา ด้วยความที่เป็นคนชอบแสดงออกและชอบความท้าทายจึงตอบตกลงแล้วก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงทันที
แต่ใครจะคิด ว่าการที่เธอได้เป็นดารา จะทำให้เธอวนกลับมาเจอพี่ชายปากร้ายจอมเกเรคนนั้นอีก
ครั้งแรกที่เจอหน้ากันในตึกของบริษัท เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเป็นเขาจริง ๆ เพราะเด็กเกเรผอมกะหร่องคนนั้น แม้จะมีเค้าโครงความหล่อ แต่เมื่อโตมากลับเป็นชายหนุ่มเพอร์เฟคมากเสน่ห์จนเธอตกตะลึง แทบจะไม่สามารถละสายตาไปจากใบหน้าหล่อเหลาของเขาได้เลย
แต่ก็เท่านั้นแหละ เพราะคนอย่างเขามันมีดีแค่เปลือกนอก เมื่อเขาทักทายเธอด้วยถ้อยคำร้าย ๆ เหมือนตอนเด็กไม่มีผิด และมันทำให้เธอได้รู้ว่าถึงแม้เวลาจะเปลี่ยน แต่คนร้ายกาจอย่างเขาไม่เคยเปลี่ยน
และสิ่งที่ทำให้เธอลำบากใจก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อแม่ของเขามาทาบทามให้เธอรับงานแสดงของบริษัท ในขณะที่มีบริษัทละครมากมายมาทาบทามเธอ แต่เธอต้องเลือกรับละครที่มีเขาเป็นผู้กำกับการแสดงด้วยความจำใจเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ใหญ่
สุดท้าย แค่มาทำงานวันแรก เธอก็โดนเขากลั่นแกล้งอีกจนได้ ผู้ชายเฮงซวย ขนาดมีข่าวฉาวจนอับอายไปทั้งตระกูลยังไม่สลด ไม่รู้ใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาฉาบรองพื้นไว้หนาขนาดไหนกันแน่
เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ด้านนอกยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง ประตูห้องแต่งตัวด้านข้างถูกปิดอย่างแรงจนผนังที่ใช้เพียงไม้อัดกั้นเอาไว้สั่นสะเทือน
ปลายฟ้า นางร้ายหน้าใหม่ที่เพิ่งเป็นข่าวกับปัณณธีก่อนที่เขาจะตกเป็นจำเลยสังคมด้วยข่าวฉาววางเสื้อผ้าลงบนโต๊ะตัวเล็กริมผนัง เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแข่งกับเวลาจนเสร็จ แต่เมื่อกำลังรวบเก็บของบนโต๊ะกลับต้องเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อผนังห้องที่เคยมีปฏิทินแขวนอยู่กลับว่างเปล่าเพราะตอนนี้ปฏิทินชิ้นนั้นตกลงไปบนพื้นจากการกระแทกประตูจนผนังสั่นสะเทือนเมื่อครู่
จึงก้มเก็บปฏิทินชิ้นนั้นจะนำมาแขวนที่เดิมเพราะเข้าใจเหตุผลแล้วที่ทำไมต้องมีปฏิทินแขวนอยู่ เนื่องจากผนังเป็นรูขนาดใหญ่จนมองทะลุเห็นห้องแต่งตัวที่อยู่ข้างกันนี่เอง
แต่ยังไม่ทันที่จะแขวนปฏิทินคืนที่เดิม ดวงตาก็ดันมองเข้าไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งยืนกอดกันอยู่ที่บริเวณประตูห้อง เธอจะไม่สนใจเลยถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ปัณณธี ผู้ชายที่เพิ่งลากเธอขึ้นเตียงเมื่ออาทิตย์ก่อน
มือเล็กกำแน่นจนตัวสั่น เธอกดส่งข้อความบอกให้เพื่อนที่มาด้วยกันออกไปก่อน เดี๋ยวเธอจะตามออกไปเอง แล้วทำทีเปิดและปิดประตูให้เหมือนว่าคนที่เข้ามาใช้บริการห้องนี้ออกไปแล้วทั้งที่เธอยังยืนแอบอยู่จุดเดิม
เสียงพูดคุยของดาราและทีมงานกลุ่มใหญ่เงียบลงพร้อมกับเสียงปิดประตูดังแว่ว เขาจึงปล่อยมือที่ปิดปากนางเอกสาวเอาไว้ทันที
“คุณเข้ามาทำไม”
ตอนเด็กเธอเรียกเขาว่าพี่ปัณณ์ แม้จะไม่เต็มใจและใส่อารมณ์ทุกครั้งในการเรียกเพราะโดนบังคับก็ตาม แต่จากกันไปไม่กี่ปีก็ทำตัวห่างเหิน ไหนจะใบหน้าสวย ๆ ที่ทำเอาเขาตกตะลึงจนแทบลืมหายใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอนั่นอีก ตอนนี้มันเชิดสูงจนน่าหมั่นไส้
“คุณงั้นเหรอ”
“ใช่”
“เมื่อก่อนเรียกฉันว่าพี่ ลืมแล้วเหรอ”
“ไม่ได้ลืม แต่สะดวกเรียกแบบนี้”
“เหอะ”
“ตอบมา ว่าคุณเข้ามาทำไม จะมาแกล้งอะไรกันอีก”
“เป็นเด็กหรือไง ถึงคิดว่าคนอื่นจะเข้ามาแกล้ง ฉันเข้ามานั่งในนี้ พอดีได้ยินเสียงใครโวยวายในห้อง นึกว่าลื่นล้มคอหักตายเลยเข้ามาดู ใครจะคิดว่ามีผู้หญิงไม่รู้จักโตแก้ผ้าอยู่”
เขากวาดมองร่างบางขาวผ่องแต่อวบอิ่มไปด้วยวัยสาวแล้วก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อีกครั้ง แต่แล้วดวงตาคมกลับวาบขึ้นเมื่อเด็กเอาแต่ใจตอกกลับมา
“ก็เห็นนี่ว่าโตแล้ว ที่เข้ามาในนี้เพราะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ใครจะไปคิดว่ามีคนไม่เอาไหนหนีนักข่าวเข้ามาในห้องนี้ล่ะ คิดว่าพี่รสยังอยู่ เลยจะเรียกมาช่วยรูดซิปให้หน่อย”
เสียงเถียงกันแม้จะไม่ดังนักแต่คนที่ยืนแอบอยู่ห้องข้าง ๆ ก็ได้ยินชัดเจน คิ้วที่กันแต่งเป็นทรงสวยขมวดเข้าหากัน จากบทสนทนาที่เรียกว่าเถียงกันน่าจะเหมาะกว่า คาดเดาว่าทั้งคู่คงรู้จักกันมาก่อน
“ลูกจัน...”
เสียงทุ้มกดต่ำ กรามแกร่งขบแน่นด้วยความไม่พอใจที่เธอพูดแทงใจดำ
ใช่ เขาหนีนักข่าวเข้ามาหลบในนี้ เพียงแค่เพราะผู้หญิงคนเดียวทำเอาชีวิตเขารวนได้ขนาดนี้เชียวเหรอ น่าเจ็บใจชะมัด
ความหงุดหงิดที่มีทำเอาเขาคว้าแขนเรียวแล้วกำแน่น เธอเจ็บจนเบ้หน้าร้องออกมาเบา ๆ แต่กลับเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีเหมือนเมื่อตอนเด็ก ๆ ต่างกันนิดหน่อยที่ถ้าเป็นตอนนั้น ถึงแม้เธอจะสู้ แต่ก็ร้องไห้แหกปากเสียงดังจนเขาโดนแม่ทำโทษทุกครั้ง
แต่คราวนี้ เธอจะร้องไห้เรียกหาใครล่ะ ใครจะช่วยเธอได้ และใครจะมาทำโทษเขา
“ปล่อยนะ ฉันเจ็บ”
“เหอะ ฉันงั้นเหรอ”
“ใช่ จะทำไม จะให้แทนตัวว่าลูกจันเหมือนเมื่อก่อนเหรอ ไม่เอาอะ ไม่สนิท”
“เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เธอบอกไม่สนิทงั้นเหรอ งั้นต้องแบบไหนล่ะเธอถึงจะเรียกว่าสนิท ต้องเอากันเลยไหม ใช่สินะ ไปโตที่เมืองนอกเมืองนานี่ คงฟรีเซ็กซ์สนุกเลยสิ”
ปลายฟ้าขมวดคิ้ว ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายวิดีโอผ่านช่องว่างของผนัง ซึ่งรูของมันใหญ่พอที่จะมองเห็นความเป็นไปของอีกห้องอย่างชัดเจน
“ต่ำ ตอนเด็ก ๆ ปากหมายังไง โตขึ้นมาก็ยังปากหมาเหมือนเดิม ฉันแปลกใจมากที่มีผู้หญิงอยากนอนกับผู้ชายอย่างคุณ”
“ปากหมางั้นเหรอ ลองโดนหมาในปากฉันกัดหน่อยเป็นไง”
“ไงวะ ไอ้ปัณณ์ แย่เลยเหรอ”ปุณณิธิเอ่ยแซวกลั้วเสียงหัวเราะ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นคนท่ามากปากเสียในสภาพแบบนี้ครั้งหนึ่งคนอย่างปัณณธีเคยหัวเราะเยาะที่ทั้งพ่อ เขา และพี่เขยแพ้ท้องแทนเมีย เคยพูดจาทับถมว่าพวกเขากลัวเมียมากจนน่าขำ และลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่มีวันปล่อยให้เมียอยู่เหนือการควบคุมและจะไม่มีวันหมดท่าถึงขนาดแพ้ท้องแทนผู้หญิงเด็ดขาดในตอนนั้นเขายังสาปแช่งน้องชายตัวดีให้แพ้ท้องแทนเมียหนักกว่าพวกเขาเป็นสามเท่า พอถึงวันนี้ ท่าทางว่าคำสาปแช่งนั้นจะเป็นจริงเสียแล้ว“แย่เลยพี่ปุณณ์ ไม่รู้ว่าไปกินอะไรมา สงสัยจะอาหารเป็นพิษ”ปัณณธียกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มจนหมด ก่อนยื่นแก้วนั้นขอเติมอีกครั้ง“อาหารไม่ได้เป็นพิษหรอก แต่น้ำแกมันทำฤทธิ์แล้ว”พี่ชายเอ่ยแซว ทุกคนในบ้านที่ผ่านประสบการณ์พวกนี้มาก่อนพากันนั่งขำ ผิดกับสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ยังนั่งงง“อะไร พี่ปุณณ์ ผมงงไปหมดแล้ว นี่น้องชายพี่คลานอ้วกตั้งแต่เช้าจนจะหมดแรงเดินอยู่แล้ว พี่ยังหัวเราะกันได้อีกเหรอ”“ใจเย็นสิวะ แกไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่กรรมตามสนอง อยากหัวเราะเยาะพวกฉันเอง ช่วยไม่ได้”“อะไรครับ”ปัณณธีมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที ก่อนพี่ชายจ
เสียงอาเจียนดังขึ้นปลุกร่างบางให้รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เธอหันมองที่นอนด้านข้างที่ว่างเปล่าแล้วรีบดีดตัวจากที่นอนตรงดิ่งไปยังห้องน้ำทันที“พี่ปัณณ์ เป็นอะไรคะ”ดวงตากลมเบิกโพลง ถลาเข้าไปลูบแผ่นหลังแกร่งของสามีที่นั่งคุกเข่าอาเจียนลงในชักโครกอย่างเอาเป็นเอาตายจนน่าสงสารไม่มีเสียงตอบรับ แต่เสียงอาเจียนยังดังต่อเนื่อง เธอจึงผละไปเปิดน้ำใส่แก้วมาส่งให้เมื่อเขาทิ้งตัวลงนั่งราบกับพื้น“บ้วนปากก่อนค่ะพี่ปัณณ์”ปัณณธีรับแก้วน้ำมาบ้วนปากจนรู้สึกดีขึ้น จึงจะลุกขึ้นยืน แต่ขาเจ้ากรรมกลับไร้เรี่ยวแรง แค่เพียงพยุงตัวขึ้นนิดเดียวก็ทรุดลงนั่งราบกับพื้นดังเดิม“พี่ปัณณ์ ลูกจันช่วยค่ะ”ชิดจันทร์ประคองสามีขึ้นยืน ก่อนบีบยาสีฟันใส่แปรงส่งให้“แปรงฟันหน่อยนะคะ จะได้ดีขึ้น”เขารับมาแปรงแต่โดยดี แต่เพียงแค่เกิดฟองในปากเล็กน้อย เขาก็ต้องรีบบ้วนทิ้งแล้วอาเจียนเอาน้ำใส ๆ ในกระเพาะอาหารออกมาอีกครั้ง“พี่ปัณณ์”“ลูกจัน พาพี่กลับไปนั่งที่เตียงที”“ค่ะ”ชิดจันทร์ประคองสามีมานั่งเอนหลังพิงหัวเตียง รินน้ำใส่แก้วส่งให้โดยที่เขาเองก็รับมาดื่มรวดเดียวหมด“เบา ๆ ค่ะพี่ปัณณ์ เดี๋ยวสำลักนะคะ”“อืม ได้น้ำเปล่าแล
เสียงออดหน้าห้องของคอนโดมิเนียมราคาแพงดังขึ้นหลายครั้ง เจ้าของห้องที่หน้าท้องนูนเด่นในชุดคลุมท้องเดินมาส่องดูช่องตาแมวก่อนถอนใจพรืดเมื่อคืนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่แวะเวียนมาหาเธอเสมอ แม้เธอจะไม่เคยต้อนรับเขาด้วยไมตรีเลยก็ตามทีแต่สุดท้ายก็ต้องเปิดประตูให้เมื่อเขาไม่ยอมถอยกลับ ยังคงปักหลักยืนกดออดอยู่หลายครั้งจนน่ารำคาญ“ทิพย์”ทันทีที่ประตูเปิดออก แขกผู้มาเยือนก็ร้องทักเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้ม ในมือถือข้าวของพะรุงพะรังเช่นเดิม“คุณจะมาทำไมทุกวันคะคุณรัฐ”ปกติเขาจะมาหาเธอทุกวันหลังเลิกงาน ซื้ออาหารเย็นและของบำรุงมาให้ ดูแลจนเธอจะเข้านอนจึงยอมกลับ แต่ถ้าเป็นวันหยุดอย่างเช่นวันนี้ เขาจะมาหาเธอตั้งแต่ไก่โห่และกลับอีกทีเมื่อเธอกำลังจะเข้านอนแล้วเท่านั้น“ผมก็มาดูแลคุณไง ซื้ออาหารบำรุงมาให้ด้วย ลูกเราจะได้แข็งแรง”“ฉันมีทุกอย่างที่คุณซื้อมา อีกอย่างที่คุณประโคมซื้อมาทุกวันฉันก็กินยันคลอดยังไม่หมดเลย ห้องฉันจะไม่มีที่เก็บแล้ว คุณเลิกซื้อมาให้เสียทีเถอะ”รัฐปกยื่นหน้าเข้าไปมองในโซนห้องครัว ของที่เขาซื้อให้วางตั้งเรียงกันจนเต็มพื้นที่ ไม่รู้ว่าเธอกินไม่ทันหรือไม่ยอมแตะต้องกั
“คุณหมอ...”“ไม่ต้องตกใจแล้ว ผมรักคุณจริง ๆ ไม่ได้เพิ่งรักเพื่อจะรับผิดชอบเรื่องลูก”“แต่ว่าเรา...”“ผมว่าความรู้สึกเราตรงกันนะ คนดื้ออย่างคุณแคร์ด้วยเหรอถ้าผมจะเอาเรื่องเราไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ ก็แค่พลาดนอนด้วยกันครั้งเดียว คนอย่างคุณคิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ”ก็...ไม่ เธอไม่ใช่คนคิดมากกับเรื่องพวกนี้ และไม่ได้สนใจด้วยว่าตัวเองจะมีรอยราคีแค่ไหน แต่ที่ยอมให้เขาเอาเรื่องนี้มาขู่ก็เพราะเธอเองอยากที่จะใกล้ชิดกับเขาเช่นกัน“เอ่อ ฉัน...”“เด็กปากแข็ง ทั้ง ๆ ที่ปากคุณนุ่มจะตาย แต่ทำไมชอบขี้โกหก”“คุณหมอชยุตม์”“ครับ เรียกเสียเต็มยศ กลัวจำชื่อสามีตัวเองไม่ได้หรือไง”พูดพลางประคองพาเธอเดินมานั่งข้างกันที่โต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่น“กินข้าวไปคุยกันไปดีไหม ผมหิวจะแย่แล้ว อีกอย่างเจ้าตัวเล็กในท้องก็คงจะหิวเหมือนกัน ทนกินเข้าไปหน่อยนะ ยังเหม็นอะไรอีกหรือเปล่า”เขาตักกับข้าวรสจัดที่ไม่ได้มีกุ้งเป็นส่วนประกอบสักอย่างใส่จานให้เธอ คนท้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ตักยำสีสันจัดจ้านเข้าปากทันที“กินได้ค่ะ ไม่เหม็น”“งั้นก็กินเยอะ ๆ”“แล้วเรื่องของเราล่ะคะ”คนที่ยังกังวลไม่วายถาม ทั้งที่ปากกำลังเคี้ยวอาหารตุ้ย ๆ
เพียงขิมมองจานอาหารที่ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะด้วยใบหน้าเหยเก กลิ่นเหม็นตีขึ้นจมูก น้ำลายมากมายเอ่อเต็มกระพุ้งแก้มแต่ก็ไม่อาจกลืนได้ ก่อนน้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะตีวนขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยจึงยกมือขึ้นปิดปากแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปโก่งคออาเจียนได้ทันท่วงทีหมอหนุ่มตกใจ วิ่งตามเธอไปติด ๆ แต่ก็ไม่อาจเข้าไปในห้องน้ำหญิงได้ มีนาที่เห็นท่าไม่ดีแล้ววิ่งตามมาจึงขันอาสาทันที“ยุตม์รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวมีนเข้าไปดูให้”“ขอบคุณมากนะมีน”แม้จะยังทำใจไม่ได้และไม่ได้ชอบขี้หน้าผู้หญิงคนนั้นนัก แต่วิชาชีพที่ร่ำเรียนมาก็ไม่อาจทำให้เธอใจดำทนดูอยู่ได้จึงรีบเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปช่วยลูบหลังคนที่กำลังอาเจียนอยู่ที่ชักโครก“ดีขึ้นไหมคะ ไปบ้วนปากก่อนค่ะ”เมื่อเพียงขิมอาเจียนเอาอาหารกลางวันออกมาจนเหลือแต่น้ำใส ๆ ก็รู้สึกดีขึ้น จึงเดินไปบ้วนปากที่อ่างล้างหน้าตามที่หมอสาวบอกมีนาส่งกระดาษทิชชูให้ เธอรับมาซับหน้าแล้วเอ่ยขอบคุณ“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ”“เป็นอะไรไปคะ ไม่ได้ทานข้าวเหรอ ถึงอาเจียนแบบนี้”“ทานแล้วค่ะ แต่เมื่อกี้มันเหม็นมากเลย ไม่รู้เขาเอากุ้งเน่ามาทำอาหารหรือเปล่า”หมอสาวย่นหัวคิ้ว มองคนที่อาเจียนจนหน้าซีดแล้วหัวใจ
“อยู่คนเดียวทั้งวัน เบื่อไหม”ชยุตม์เปิดประตูห้องพักสุดหรูของโรงแรมชื่อดังเข้ามาแล้วตรงดิ่งไปหอมแก้มคนที่ยังนอนเล่นบนเตียง ใบหน้าสวยบอกบุญไม่รับทั้งยังขยับตัวหนีราวกับเบื่อหน่ายเสียเต็มประดา ทั้งที่เมื่อเขาไลน์มาในช่วงบ่ายว่าจะพาเธอไปดินเนอร์หลังสัมมนาเสร็จ เธอก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวรอทันที“ไม่น่าถามนะคะ ไม่เข้าใจเลยว่าคุณจะลากฉันมาด้วยทำไม”“ก็พามาเที่ยวไง คุณอยากเที่ยวไม่ใช่เหรอ”“อยากเที่ยวแบบได้เที่ยวทั้งวัน ไม่ใช่นอนรอใครทั้งวันแบบนี้ค่ะ”“อดทนหน่อยสิ วันพฤหัสผมก็เสร็จแล้ว อย่างอแงเลยนะ”หมอหนุ่มจูบแก้มนวลอีกครั้งแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อผ้า ก่อนหันมองคนตัวบางแล้วอมยิ้มเมื่อเธออยู่ในชุดเดรสยาวกรุยกรายพร้อมสำหรับการดินเนอร์ แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากไปก็ตาม“รอผมเดี๋ยวนะ ขออาบน้ำก่อน คุณอาบน้ำรอผมแล้วนี่ ไม่ยอมรออาบพร้อมกันเลยนะ”“ไม่ได้อาบรอค่ะ แค่อาบน้ำตามปกติ แต่คุณบอกว่าจะพาไปดินเนอร์เลยเปลี่ยนชุดเฉย ๆ ไม่อยากให้คุณเสียเวลารอฉันแต่งตัว ขี้เกียจโดนบ่น”“ผมเคยบ่นคุณด้วยเหรอ รอคุณอาบน้ำแต่งตัวนานแค่ไหนก็ได้ แค่เก็บค่ารอนิดหน่อยเท่านั้น”พูดพร้อมถอดเสื้อแล้วก้าวขึ้นเตียงไปหอมแก้มนัวเนียคนที่
“เรื่องงานหมั้นแม่จัดการเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ สองคนไม่ต้องกังวล เราจะจัดที่บ้านของลูกจัน เป็นงานแบบอบอุ่น เชิญแขกผู้ใหญ่ เพื่อนสนิทของสองคน ส่วนสื่อเราคงห้ามไม่ได้ แค่เตรียมตัวเอาไว้เผื่อมีการถ่ายรูปหรือสัมภาษณ์หลังจบงาน”อัณณา อดีตนักข่าวสายบันเทิงร่ายยาวให้ลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ฟังบนโต๊ะอาหารมื้อเย
แค่คำถามแรกก็เจอหมักฮุกทำเอามาลินแทบสลบกลางอากาศ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วเมื่อมันเป็นสาระสำคัญของเรื่องในวันนี้มาลิน : “ไม่จริงค่ะ หลินไม่ได้ท้อง ขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่หลินทำให้ตกใจ”เสียงนักข่าวคุยกันเซ็งแซ่ บ้างอุทานออกมาด้วยถ้อยคำหยาบคาย บ้างหันไปพยักพเยิดกับเพื่อนเพราะคิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นแ
“เรื่องมันเป็นยังไง คลิปนั่น เป็นแกกับผู้กำกับคนนั้นจริง ๆ หรือถูกตัดต่อ”เพียงขิม สาวสวยที่พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า แต่งกายเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน ทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังเริ่มถามเป็นคนแรกและก็ได้รับแรงส่งเสริมจากเพื่อนในกลุ่มเป็นการพยักหน้า รวมทั้งพี่ชายฝาแฝดที่มองเจ้าของห้องด้วยสายตาเป็นห
“ถ้าทุกคนต้องการแบบนี้ ลูกจันจะยอมหมั้นกับคุณปัณณ์ค่ะ แต่หมั้นเพื่อกลบข่าวฉาวเท่านั้นนะคะ สักหนึ่งปีก็ได้ค่ะ พอมีข่าวดรามาเรื่องอื่นมาคนก็ลืม ไว้ตอนนั้นเราค่อยประกาศถอนหมั้นว่าลูกจันกับคุณปัณณ์เราไปกันไม่รอดก็ได้ค่ะ”สิ่งที่ชิดจันทร์เสนอทำเอาทุกคนอึ้งไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะตัวต้นเรื่องอย่างปัณณธี“ทำไ







