FAZER LOGINเพราะคลิป Uncensored หลุดว่อนโซเชียล การหมั้นจอมปลอมเพื่อกลบข่าวฉาวจึงเกิดขึ้น แต่ปัญหากลับไม่จบอย่างที่คิด เมื่อคนรักตัวจริงของเธอดันโผล่มาทวง "ของรัก" คืน
Ver maisมือใหญ่โยนโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูลงบนโซฟาทั้งที่หน้าจอยังมีข่าวฉาวของตนโชว์หราอยู่บนหน้าเพจข่าวบันเทิงมาร่วมสัปดาห์แล้ว
คิ้วเข้มขมวดมุ่น ดวงตาคมฉายแววยุ่งยากใจ ริมฝีปากหยักได้รูปสีสดแลดูสุขภาพดีเม้มแน่น ยกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ ระบายความหงุดหงิด
“อะไรวะ ยังเล่นข่าวนี้กันไม่จบอีกหรือไง”
ปัณณ์ ปัณณธี อธิพัฒน์โภคิน ผู้จัดละครทายาทอดีตพระเอกดังซึ่งผันตัวมาเป็นผู้กำกับการแสดงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก้มหน้าลงใช้มือกดบริเวณหัวคิ้วที่มันตึงแน่นจนแทบระเบิด
หนุ่มโสดรูปหล่อพ่อรวยอย่างเขามีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหา แม้จะมีข่าวฉาวควงสาวไม่เว้นวัน แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะมีใครกล้าใส่ความเขาในเรื่องเสียหายขนาดนี้
“ปัณณ์ เป็นยังไงบ้าง”
อัณณา ผู้เป็นมารดาเดินตรงดิ่งเข้ามาสวมกอดลูกชายคนสุดท้องหลังเพิ่งกลับมาถึงจากท่องเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศกับสามี แม้อยากจะด่าให้เด็กดื้อรู้สำนึก แต่เมื่อเห็นหน้าตาเคร่งเครียดของลูกชายก็อดที่จะสงสารไม่ได้
เธอทั้งเตือน ทั้งต่อว่า ทั้งข่มขู่ แต่ลูกชายของเธอกลับรักสนุกและถือตัวว่าเก่ง ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนสามารถสร้างเรื่องยุ่งยากใจให้ตนได้ แต่เขาคงลืมคิดไปว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนเจ้าชู้รักสนุกอย่างเขายังมีหญิงสาวที่ชอบเล่นกับไฟและอยากจับเขาให้อยู่หมัดด้วยการตั้งท้อง
“ครับแม่ นักข่าวเล่นข่าวกันไม่เลิกเลย ผมก็ติดต่อหลินไม่ได้ด้วย ที่คอนโดก็ไม่อยู่ ไม่รู้หนีไปไหน”
เมื่อนึกถึงคู่กรณีอย่าง มาลิน นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด เธอปล่อยข่าวว่าเขาทำเธอท้องทั้งที่นอนด้วยกันแค่ไม่กี่ครั้ง แถมเขายังป้องกันตัวเองอย่างดีทุกครั้ง และที่สำคัญ หลังจากปล่อยข่าวนี้แล้ว ทั้งเจ้าตัวและผู้จัดการต่างก็หายต๋อมเข้ากลีบเมฆ
“แกแถลงข่าวเลยดีไหมปัณณ์”
ปุณณ์ ปุณณิธิ พี่ชายคนรองเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นหลังกลับจากพาภรรยาไปตรวจครรภ์ แม้หลายวันมานี้จะพยายามช่วยน้องชายแก้ปัญหา แต่ในเมื่อตัวต้นเรื่องหายเข้ากลีบเมฆไป จึงยังไม่ได้มีการเจรจาถามความจริงอะไรกันทั้งนั้น พวกเขาจึงยังไม่สามารถจัดแถลงข่าวได้
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สื่อต่าง ๆ ยังคงเล่นข่าวฉาวนี้ไม่เลิก ยอดการค้นหาติดอันดับหนึ่งต่อเนื่องหลายวัน และเขาแทบไม่กล้าโผล่หน้าออกไปไหนเพราะทุกที่จะมีนักข่าวมารอสัมภาษณ์เต็มไปหมดจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว
แต่จะให้เขาแถลงข่าวเอ่ยปฏิเสธทันทีโดยโยนความผิดไปให้ฝ่ายหญิงทั้งที่ยังไม่ทันได้พูดคุยกันเลยก็คงทำไม่ได้ แม้จะรู้ว่าสาเหตุหลักที่เธอทำแบบนี้เพราะเขาเริ่มตีตัวออกหากและกำลังเขี่ยเธอทิ้งแล้วก็ตาม
“ไม่ได้หรอกพี่ปุณณ์ ผมยังไม่ได้คุยกับหลินเลย ขืนไปปฏิเสธก่อนทั้งที่ยังไม่ได้คุยกันคงโดนกระแสสังคมถล่มยับ แค่หลายวันมานี้ก็โดนด่าจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนแล้ว”
“เฮ้อ แม่ไม่ได้อยากซ้ำเติมแกนะเจ้าปัณณ์ แต่แม่บอกพวกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าประมาท ข่าวฉาวเปลี่ยนผู้หญิงมันไม่ได้ทำให้พวกแกเสียหายหรืออับอาย แต่ข่าวแบบนี้มันทำให้แกเสียประวัติ ไหนจะกระทบกับชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลอีก”
ตัวต้นเรื่องก้มหน้างุดสำนึกความผิด เพราะเขาดื้อดึงและใช้ชีวิตด้วยความประมาท ถือว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้โดยเฉพาะพวกผู้หญิง เลยโดนดัดหลังแบบนี้
“เอาเถอะครับอัณณ์ อย่าเพิ่งต่อว่าลูกตอนนี้เลย แค่นี้เจ้าปัณณ์มันก็เครียดมากพอแล้ว ดูสิ แก้มตอบลงไปตั้งเยอะ”
อัณณาค้อนลูกชายคนเล็กตาคว่ำ ทั้งห่วง ทั้งโกรธ ทั้งสงสาร ความรู้สึกมันผสมปนเปกันไปหมด
“คุณโปรดไม่ต้องมาเข้าข้างลูกเลยนะคะ นี่ไง ลูกชายคุณทำผู้หญิงท้องเหมือนคุณไม่มีผิด จะแนะนำให้ทำยังไงคะ ให้พามาแอบไว้ที่คอนโดเงียบ ๆ เหมือนที่คุณทำกับอัณณ์ไหม”
“โธ่ ที่รัก ใจเย็นสิครับ ฟังลูกก่อน ลูกก็บอกอยู่ว่าค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้ทำหลินท้อง แต่ของผม ผมมั่นใจว่าทำอัณณ์ท้องนะ เอามาเทียบกันไม่ได้นะครับ”
“ไม่รู้ล่ะ จบเรื่องนี้เมื่อไหร่ เราได้เห็นดีกันแน่ เจ้าปัณณ์”
คนเป็นแม่ชี้หน้าคาดโทษ ทำเอาลูกชายทั้งสองคนเสียวสันหลังวาบ ดีที่คนรองรอดพ้นความผิดไปแล้วเพราะแต่งงานอยู่กินกับภรรยาอย่างถูกต้อง แต่ลูกชายคนเล็กที่ทำตัวลอยไปลอยมาจนได้เรื่องนี่สิ ไม่รู้ว่าจะโดนจับแต่งงานเพื่อดัดนิสัยตามที่คนเป็นแม่เคยลั่นวาจาเอาไว้หรือเปล่า
“ครับแม่”
“อย่าเพิ่งไปขู่ไอ้ปัณณ์มันเลยครับแม่ ตอนนี้เราจะทำยังไงให้หาหลินเจอ ผ่านไปตั้งหลายวันแล้ว คนของผมก็ยังไม่ได้เรื่อง เพื่อนดารานางแบบไม่มีใครรู้ข้อมูลของหลินเลย”
“พ่อให้พี่แป้งจ้างนักสืบแล้ว ไม่นานคงตามเจอ ตอนนี้ปัณณ์ก็ต้องอดทนก่อน ถ้าอ่านคอมเมนต์แล้วเครียดก็ไม่ต้องเปิดโซเชียล เรื่องนี้ให้พ่อกับพี่จัดการ ไว้เจอหลินเมื่อไหร่ ปัณณ์ค่อยไปคุยกันให้รู้เรื่อง”
“ขอบคุณมากครับพ่อ”
“ที่ทำหน้าจ๋อยนี่เพราะอะไร เสียดายอิสรภาพหรือเปล่า”
“ผมมั่นใจว่าไม่ได้ทำหลินท้องจริง ๆ ครับแม่ ผมป้องกันทุกครั้ง แล้วเราก็มีอะไรกันไม่กี่ครั้งเอง ผมว่าหลินทำแบบนี้คงเพราะโกรธที่ผมเขี่ยหลินทิ้งแล้วมีเด็กใหม่”
“เจ้าชู้จนได้เรื่อง”
“โธ่ แม่ครับ ก็ผมไม่ได้ชอบใครจริง ๆ แล้วจะให้ผมคบใครเป็นตัวเป็นตนได้ไง อีกอย่างผู้หญิงก็เข้ามาให้ผมเลือกตั้งเยอะ ก็ต้องเลือกกันหน่อยสิครับ ผมไม่ได้มีแฟนแล้วเล่นชู้เสียหน่อย”
คนมีชนักติดหลังเอ่ยเสียงอ่อย รู้ว่าตนมีส่วนผิด แต่ทุกอย่างมันก็เริ่มจากความสมัครใจที่จะมีสัมพันธ์โดยไร้สถานะ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาขนาดนี้แท้ ๆ
“นี่ขนาดเลือกแล้วนะ”
“ผมขอโทษครับแม่”
สีหน้าหงอย ๆ ทำเอาคนเป็นแม่ถอนหายใจอีกครั้ง ผู้หญิงดี ๆ มีเข้ามาให้เลือกมากมาย แต่ก็ไม่แซ่บโดนใจพ่อเจ้าประคุณ เป็นอย่างไรล่ะ ที่แซ่บ ๆ มันกินแล้วเสาะท้องขนาดไหน คงรู้ฤทธิ์ของอาการอาหารเป็นพิษแล้วสินะ
“ต่อไปนี้จะคบจะควงใครก็ดูให้มันดีหน่อยแล้วกันเจ้าปัณณ์ พ่อกับพี่คงช่วยแกได้เท่านี้ ที่เหลือก็แล้วแต่แม่”
“ครับพ่อ”
“ส่วนเรื่องงานแกจะเอายังไง ละครเรื่องนี้ให้พ่อใช้ผู้กำกับคนอื่นก่อนดีไหม ไว้รอเรื่องยุ่ง ๆ จบก่อนแกค่อยกลับไปทำงาน”
ละครเรื่องใหม่กำลังจะเปิดกล้องโดยที่เรื่องนี้เขารับหน้าที่เป็นผู้กำกับการแสดงเป็นเรื่องที่สอง ที่ผ่านมาเขาทำได้ดีและสนุกกับหน้าที่นี้มาก แม้เรื่องนี้จะมีอะไรไม่สบอารมณ์นิดหน่อยตรงที่นางเอกของเรื่องคือหนูลูกจันคนดีของแม่ก็ตาม
“ผมอยากทำเองครับพ่อ”
“แต่ไม่รู้เรื่องของแกจะจบเมื่อไหร่ แกออกไปทำงานไหวเหรอ อีกอย่างเราจะเลื่อนการเปิดกล้องออกไปไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้ลูกจันกำลังดัง น้องมีคิวให้เราแค่นี้ ถ้าเลื่อนไปคงต้องไปต่อแถวรอคิวใหม่ พ่อว่ามันไม่คุ้ม”
อดีตพระเอกชื่อดังและผันตัวมาเป็นผู้จัดละครก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกสาวและลูกชายออกความเห็น การที่ได้ ชิดจันทร์ ดาราดาวรุ่งมาเป็นนางเอกละครให้บริษัทเขาก็เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวของภรรยาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่ดาราสาวนั่นเอง ทั้งที่ทุกบริษัทตามหาคิวของเธอกันให้ควั่ก แล้วจะให้ทิ้งโอกาสงาม ๆ นี้ไปได้อย่างไร
“ผมทำได้ครับพ่อ ช่างมันเถอะ ยังไงผมก็ตกเป็นจำเลยสังคมไปตั้งหลายวันแล้ว ไว้ค่อยมาแก้ข่าวทีหลังพร้อมหลักฐานก็ยังไม่สาย แต่งานเราต้องเดินต่อ จะมาหยุดชะงักเพราะข่าวฉาวของผมคนเดียวไม่ได้”
ทุกคนมองหน้าเขาด้วยความเป็นห่วง แม้จะมีข่าวฉาวซุบซิบออกมาไม่เว้นวัน แต่ผู้จัดละครและผู้กำกับการแสดงอย่างเขาย่อมไม่คุ้นชินกับการปั้นหน้าทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนดาราที่มักจะมีดรามาอยู่บ่อยครั้ง
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ วันหนึ่งความจริงก็ต้องเปิดเผย”
หลายวันแล้วที่นักสืบยังตามหาตัวมาลินไม่พบ เหตุเพราะเธอไม่ได้กดเงินใช้เลย รวมถึงงานต่าง ๆ ที่เธอเคยรับไว้ก็ถูกยกเลิกจนหมด
วันนี้เป็นวันเปิดกล้องละครและเป็นวันแรกที่ปัณณธีออกมาตอบคำถามต่อหน้าสื่อหลังจากมีข่าวฉาว นักข่าวจึงให้ความสนใจกับเขามากกว่าคู่พระนางเสียอีก
เมื่อจบการสัมภาษณ์เกี่ยวกับละคร ผู้กำกับการแสดงหนุ่มจึงถูกนักข่าวต้อนจนหลังติดฝา แม้แต่ทีมงานก็ไม่มีใครสามารถแหวกดงนักข่าวเข้าไปช่วยได้
นักข่าว : “เรื่องข่าวที่ว่าพี่ปัณณ์ทำน้องหลินท้อง เป็นเรื่องจริงไหมคะ”
ปัณณธี : “ผมยังตอบเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะตั้งแต่ที่มีข่าวหลุดออกมา ผมเองก็ยังติดต่อหลินไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าหายไปไหน”
นักข่าว : “ถ้าเจอน้องหลินจะถามว่าอะไรคะ”
ปัณณธี : “ก็ถามว่าเรื่องจริงมันคืออะไรกันแน่ครับ เพราะหลินไม่ได้บอกผม แต่กลับบอกนักข่าว ทั้งที่อ้างว่าผมเป็นพ่อของลูกในท้อง แต่ผมกลับติดต่อไม่ได้”
นักข่าว : “เพราะน้องหลินกลัวว่าพี่ปัณณ์จะโกรธหรือเปล่า เห็นว่าทั้งคู่เพิ่งคบกัน แต่น้องหลินก็ท้องเสียแล้ว”
ปัณณธี : “ผมกับหลินเราไม่ได้คบกันในสถานะแฟนครับ และเรื่องนี้ผมเองก็ยังต้องรอการยืนยันจากหลินเหมือนกัน ถ้าผมทำหลินท้องจริง ผมเองก็เป็นลูกผู้ชายพอ พร้อมจะรับผิดชอบ แต่ถ้าไม่ ก็คงต้องมาคุยกันว่าทำแบบนี้กับผมทำไม”
นักข่าว : “น้องหลินอาจจะโกรธ เพราะมีข่าวกับน้องหลินอยู่ดี ๆ พี่ปัณณ์ก็มีข่าวกับดาราคนอื่น”
ปัณณธี : “เผื่อทุกคนจะลืม ผมไม่ได้มีแฟนครับ วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องทำงานแล้ว นางเอกมีคิวให้เราไม่มากครับ ขอตัวนะครับ”
ทีมงานพยายามแหวกฝูงชนเข้ามาดึงแขนผู้กำกับการแสดงหนุ่มออกจากวงล้อมของนักข่าวแล้วพาเขาเข้าไปนั่งพักสงบสติอารมณ์ในห้องพักนักแสดงที่ตอนนี้เหลือเพียงนางเอกของเรื่องกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่เท่านั้น
“ไงวะ ไอ้ปัณณ์ แย่เลยเหรอ”ปุณณิธิเอ่ยแซวกลั้วเสียงหัวเราะ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นคนท่ามากปากเสียในสภาพแบบนี้ครั้งหนึ่งคนอย่างปัณณธีเคยหัวเราะเยาะที่ทั้งพ่อ เขา และพี่เขยแพ้ท้องแทนเมีย เคยพูดจาทับถมว่าพวกเขากลัวเมียมากจนน่าขำ และลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่มีวันปล่อยให้เมียอยู่เหนือการควบคุมและจะไม่มีวันหมดท่าถึงขนาดแพ้ท้องแทนผู้หญิงเด็ดขาดในตอนนั้นเขายังสาปแช่งน้องชายตัวดีให้แพ้ท้องแทนเมียหนักกว่าพวกเขาเป็นสามเท่า พอถึงวันนี้ ท่าทางว่าคำสาปแช่งนั้นจะเป็นจริงเสียแล้ว“แย่เลยพี่ปุณณ์ ไม่รู้ว่าไปกินอะไรมา สงสัยจะอาหารเป็นพิษ”ปัณณธียกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มจนหมด ก่อนยื่นแก้วนั้นขอเติมอีกครั้ง“อาหารไม่ได้เป็นพิษหรอก แต่น้ำแกมันทำฤทธิ์แล้ว”พี่ชายเอ่ยแซว ทุกคนในบ้านที่ผ่านประสบการณ์พวกนี้มาก่อนพากันนั่งขำ ผิดกับสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ยังนั่งงง“อะไร พี่ปุณณ์ ผมงงไปหมดแล้ว นี่น้องชายพี่คลานอ้วกตั้งแต่เช้าจนจะหมดแรงเดินอยู่แล้ว พี่ยังหัวเราะกันได้อีกเหรอ”“ใจเย็นสิวะ แกไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่กรรมตามสนอง อยากหัวเราะเยาะพวกฉันเอง ช่วยไม่ได้”“อะไรครับ”ปัณณธีมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที ก่อนพี่ชายจ
เสียงอาเจียนดังขึ้นปลุกร่างบางให้รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เธอหันมองที่นอนด้านข้างที่ว่างเปล่าแล้วรีบดีดตัวจากที่นอนตรงดิ่งไปยังห้องน้ำทันที“พี่ปัณณ์ เป็นอะไรคะ”ดวงตากลมเบิกโพลง ถลาเข้าไปลูบแผ่นหลังแกร่งของสามีที่นั่งคุกเข่าอาเจียนลงในชักโครกอย่างเอาเป็นเอาตายจนน่าสงสารไม่มีเสียงตอบรับ แต่เสียงอาเจียนยังดังต่อเนื่อง เธอจึงผละไปเปิดน้ำใส่แก้วมาส่งให้เมื่อเขาทิ้งตัวลงนั่งราบกับพื้น“บ้วนปากก่อนค่ะพี่ปัณณ์”ปัณณธีรับแก้วน้ำมาบ้วนปากจนรู้สึกดีขึ้น จึงจะลุกขึ้นยืน แต่ขาเจ้ากรรมกลับไร้เรี่ยวแรง แค่เพียงพยุงตัวขึ้นนิดเดียวก็ทรุดลงนั่งราบกับพื้นดังเดิม“พี่ปัณณ์ ลูกจันช่วยค่ะ”ชิดจันทร์ประคองสามีขึ้นยืน ก่อนบีบยาสีฟันใส่แปรงส่งให้“แปรงฟันหน่อยนะคะ จะได้ดีขึ้น”เขารับมาแปรงแต่โดยดี แต่เพียงแค่เกิดฟองในปากเล็กน้อย เขาก็ต้องรีบบ้วนทิ้งแล้วอาเจียนเอาน้ำใส ๆ ในกระเพาะอาหารออกมาอีกครั้ง“พี่ปัณณ์”“ลูกจัน พาพี่กลับไปนั่งที่เตียงที”“ค่ะ”ชิดจันทร์ประคองสามีมานั่งเอนหลังพิงหัวเตียง รินน้ำใส่แก้วส่งให้โดยที่เขาเองก็รับมาดื่มรวดเดียวหมด“เบา ๆ ค่ะพี่ปัณณ์ เดี๋ยวสำลักนะคะ”“อืม ได้น้ำเปล่าแล
เสียงออดหน้าห้องของคอนโดมิเนียมราคาแพงดังขึ้นหลายครั้ง เจ้าของห้องที่หน้าท้องนูนเด่นในชุดคลุมท้องเดินมาส่องดูช่องตาแมวก่อนถอนใจพรืดเมื่อคืนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่แวะเวียนมาหาเธอเสมอ แม้เธอจะไม่เคยต้อนรับเขาด้วยไมตรีเลยก็ตามทีแต่สุดท้ายก็ต้องเปิดประตูให้เมื่อเขาไม่ยอมถอยกลับ ยังคงปักหลักยืนกดออดอยู่หลายครั้งจนน่ารำคาญ“ทิพย์”ทันทีที่ประตูเปิดออก แขกผู้มาเยือนก็ร้องทักเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้ม ในมือถือข้าวของพะรุงพะรังเช่นเดิม“คุณจะมาทำไมทุกวันคะคุณรัฐ”ปกติเขาจะมาหาเธอทุกวันหลังเลิกงาน ซื้ออาหารเย็นและของบำรุงมาให้ ดูแลจนเธอจะเข้านอนจึงยอมกลับ แต่ถ้าเป็นวันหยุดอย่างเช่นวันนี้ เขาจะมาหาเธอตั้งแต่ไก่โห่และกลับอีกทีเมื่อเธอกำลังจะเข้านอนแล้วเท่านั้น“ผมก็มาดูแลคุณไง ซื้ออาหารบำรุงมาให้ด้วย ลูกเราจะได้แข็งแรง”“ฉันมีทุกอย่างที่คุณซื้อมา อีกอย่างที่คุณประโคมซื้อมาทุกวันฉันก็กินยันคลอดยังไม่หมดเลย ห้องฉันจะไม่มีที่เก็บแล้ว คุณเลิกซื้อมาให้เสียทีเถอะ”รัฐปกยื่นหน้าเข้าไปมองในโซนห้องครัว ของที่เขาซื้อให้วางตั้งเรียงกันจนเต็มพื้นที่ ไม่รู้ว่าเธอกินไม่ทันหรือไม่ยอมแตะต้องกั
“คุณหมอ...”“ไม่ต้องตกใจแล้ว ผมรักคุณจริง ๆ ไม่ได้เพิ่งรักเพื่อจะรับผิดชอบเรื่องลูก”“แต่ว่าเรา...”“ผมว่าความรู้สึกเราตรงกันนะ คนดื้ออย่างคุณแคร์ด้วยเหรอถ้าผมจะเอาเรื่องเราไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ ก็แค่พลาดนอนด้วยกันครั้งเดียว คนอย่างคุณคิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ”ก็...ไม่ เธอไม่ใช่คนคิดมากกับเรื่องพวกนี้ และไม่ได้สนใจด้วยว่าตัวเองจะมีรอยราคีแค่ไหน แต่ที่ยอมให้เขาเอาเรื่องนี้มาขู่ก็เพราะเธอเองอยากที่จะใกล้ชิดกับเขาเช่นกัน“เอ่อ ฉัน...”“เด็กปากแข็ง ทั้ง ๆ ที่ปากคุณนุ่มจะตาย แต่ทำไมชอบขี้โกหก”“คุณหมอชยุตม์”“ครับ เรียกเสียเต็มยศ กลัวจำชื่อสามีตัวเองไม่ได้หรือไง”พูดพลางประคองพาเธอเดินมานั่งข้างกันที่โต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่น“กินข้าวไปคุยกันไปดีไหม ผมหิวจะแย่แล้ว อีกอย่างเจ้าตัวเล็กในท้องก็คงจะหิวเหมือนกัน ทนกินเข้าไปหน่อยนะ ยังเหม็นอะไรอีกหรือเปล่า”เขาตักกับข้าวรสจัดที่ไม่ได้มีกุ้งเป็นส่วนประกอบสักอย่างใส่จานให้เธอ คนท้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ตักยำสีสันจัดจ้านเข้าปากทันที“กินได้ค่ะ ไม่เหม็น”“งั้นก็กินเยอะ ๆ”“แล้วเรื่องของเราล่ะคะ”คนที่ยังกังวลไม่วายถาม ทั้งที่ปากกำลังเคี้ยวอาหารตุ้ย ๆ
หลังจากจบเกมพิศวาส คนตัวโตก็ทิ้งกายนอนหงายเคียงข้าง เธอพลิกตัวหันหลังให้ทันทีแต่เขากลับรั้งเอาไว้ให้หันกลับมาหาแล้วยกร่างบอบบางจนตัวลอยขึ้นมานอนทับบนร่างแกร่งทั้งตัว“พอแล้วนะคุณปัณณ์”“ก็ไม่ได้จะทำ แค่อยากคุยอะไรด้วยหน่อย”“มีอะไรคะ”เขากอดรอบแผ่นหลังบอบบาง เธอจึงต้องซุกหน้าลงที่บ่ากว้าง แต่ครู่เด
“มัส เปิดประตูให้ฉันหน่อย”เพลงขลุ่ยเคาะประตูห้องน้ำเรียกเบา ๆ เพราะกลัวว่าเสียงของตัวเองจะไปรบกวนคนเมาที่นอนหลับอยู่ห้องข้าง ๆ แล้วสองคนนั้นจะตื่นมาทำสวรรค์ของเขาล่มเสียก่อน“ฉันฉี่ แกจะใช้ห้องน้ำก็ไปใช้ข้างนอกสิ”“จะเข้าพร้อมเธอ”“อย่ามางี่เง่านะขลุ่ย”เมื่อทำธุระส่วนตัวและล้างทำความสะอาดส่วนหวงแ
ชิดจันทร์นั่งเกร็งอยู่ในห้องอาหารที่ทั้งใหญ่โตและหรูหราของคฤหาสน์ตระกูลอธิพัฒน์โภคิน ญาติพี่น้องของปัณณธีนั่งร่วมโต๊ะพร้อมหน้าทั้งตระกูลยิ่งรู้สึกเกร็งกว่าเดิมเป็นเท่าตัวคนตัวโตเหลือบมองคู่หมั้นจอมปลอมที่แทบไม่แตะต้องอาหารแม้แต่น้อย จึงทำหน้าที่สุภาพบุรุษตักอาหารใส่จานให้ จำได้ว่าเคยเป็นเมนูโปรดขอ
เพียงขิมสะบัดแขนออกจากมือใหญ่ของพี่ชายเพื่อนที่เพิ่งได้รับการแนะนำให้รู้จักกันในวันนี้“คุณรู้ใช่ไหมว่าหมอนั่นเป็นใคร”ดวงตาคมกล้าน่ากลัวทำคนตัวบางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จะโกหกก็คงทำไม่ได้เพราะความแตกหมดแล้ว“รู้ค่ะ คุณรัฐเป็นแฟนยัยลูกจัน”“ฮะ หมอนั่นเป็นแฟนน้องสาวผมจริง ๆ เหรอ แล้วทำไมไม่มีใครบอก จะได้





