# คอนโดของเรย์
ภายในห้องสีเข้ม ร่างสูงของเรย์นอนเอาหัวพาดอยู่กับโซฟาตัวใหญ่ ตรงพื้นเต็มไปด้วยขวดเหล้าและซองบุหรี่หลายซองวางอยู่
ครืด ครืด ครืด~ โทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกลดังขึ้น เรย์กำลังมึนเมาได้ที่ มือหนาควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาและกดรับสายโดยที่ไม่รู้ว่าเบอร์นั้นมันเป็นเบอร์ของใคร
( ส่งคุณฌาเมลถึงหอพักเรียบร้อยครับ ) เสียงของซันพูดขึ้นมากับเจ้านายตัวเอง
“อืม”
( ให้ผมทำยังไงต่อครับ? )
“ส่งคนเฝ้าไว้ อย่าให้คาดสายตา”
( ครับ )
สายถูกตัดทิ้งไป เรย์โยนโทรศัพท์ทิ้งไปทางอื่น ร่างสูงที่นั่งอยู่ที่พื้น เขาเอาหัวมาพิงตรงโซฟาอีกครั้ง เรย์มองไปบนเพดานที่ว่างเปล่าพักใหญ่ เรื่องราวในอดีตย้อนกลับมาในความทรงจำและฉายชัดเป็นฉาก ๆ
ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน
เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายของเรย์ กำลังยืนนั่งรอรถของที่บ้านให้รับ เพราะวันนี้เป็นที่วันที่เขาเรียนจบมัธยม และอีกไม่กี่เดือนก็จะขึ้นมหาลัยแล้ว
“พี่คะ” เสียงหวานของใครบางคนพูดขึ้นไกล ๆ เรย์ที่ใส่หูฟังอยู่ เขาไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเท่าไรนัก “พี่คะ พี่!”
เสียงเรียกเริ่มดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เด็กสาวคนหนึ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเรย์ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างไม่เข้าใจว่าเธอเป็นใคร เพราะมองดูจากชุดนักเรียนแล้ว เธอใส่ชุดคนละโรงเรียนกับเขา เรย์ถอดหูฟังออกและถามออกไป
“อะไร?”
“คือ หนูชื่อฌาเมลนะคะ อยู่ ม.3 โรงเรียนฝั่งตรงโน้น” ฌาเมลชี้ไปทางอีกฝั่งหนึ่งของถนนที่มันเป็นแค่โรงเรียนธรรมดา ไม่ใช่โรงเรียนที่ค่าเทอมแพงแบบโรงเรียนของเรย์
“แล้ว?”
“ดุจัง” ฌาเมลทำหน้ากลัวเขาเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ยื่นกระดาษปึกหนึ่งไปให้เขา เรย์ขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร เขายอมหยิบกระดาษอันนั้นมาดู รอยยิ้มมั่นใจของเรย์ผุดขึ้นมา เพราะเธอคงเป็นเหมือนพวกสาว ๆ คนอื่นที่ชอบเข้ามาขอเบอร์เขา
เรย์ยอมหยิบปากกามาจดเบอร์ตัวเองไป จากนั้นเขาก็ส่งให้เธอแบบไม่ใส่ใจมากนัก ฌาเมลยิ้มและหยิบมันมาด้วยความดีใจ แต่เมื่อฌาเมลอ่านข้อความในกระดาษหัวคิ้วเรียวขมวดกันแน่น เพราะไม่เข้าใจว่าเขาจะเขียนเบอร์มาทำไม แถมยังมาเขียนด้านหลังกระดาษ แทนที่เขาจะพลิกดูสักหน่อยว่ามันเป็นแค่แบบสอบถามทั่วไป
“คือ เมลไม่ได้จะ...”
“…อ่าว ดูสิวะ เราเจอใคร”
เสียงของชายคนหนึ่งพูดขึ้นด้านหลังฌาเมลที่ยืนอยู่ เรย์ได้ยินเลยหันไปมอง เขาถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน เขาเก็บโทรศัพท์และหูฟังลงในกระเป๋านักเรียนและมองไปทางชายกลุ่มนั้นที่มากันสามคนด้วยท่าทางเรียบนิ่ง
ฌาเมลเริ่มรู้สึกแปลกกับสถานการณ์ตรงหน้า เธอเขยิบตัวมาทีละนิดให้เงียบที่สุด
“วันนี้มึงพาสาวคนไหนมาหลอกอีกละ” เสียงของชายคนนั้นพูดขึ้น เขาเป็นเด็กอีกโรงเรียนหนึ่ง ซึ่งฌาเมลไม่รู้ว่าเขาอยู่โรงเรียนไหน เพราะไม่คุ้นเลย ชายคนนั้นหันมามองฌาเมลที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังเรย์
“คนนี้สวยกว่าคนก่อนอีกนะ” ชายคนนั้นพูดขึ้น และตวัดสายตากลับมามองหน้าเรย์ “น้องคิดจะยุ่งกับมัน เช็คประวัติมันหรือยัง ว่ามันเคยหลอกสาวคนไหนไปบ้างแล้ว”
“เฮ้อ~” เรย์ถอนหายใจออกมา และกำลังจะเดินหนีไปอีกทาง เพราะรู้สึกรำคาญ
“เดี๋ยวดิวะ ทำไมมึงไม่เก่งเหมือนวันนั้นแล้ววะ ทำไม? กลัวสาวคนใหม่รู้หรือไงว่ามึงมันอ่อนแค่ไหน”
“หุบปากหน่อยดิ กูรำคาญฉิบหาย” เรย์พูดสวนออกไปด้วยท่าทางรำคาญเต็มที
ร่างสูงของเรย์เดินเบี่ยงไปอีกทาง เพราะอยากกลับบ้านแล้ว แต่ชายตรงหน้าคว้ากระชากแขนของเรย์ให้หันกลับมา
ปัก! เสียงหมัดของชายคนนั้นกระแทกลงที่ใบหน้าหล่อของเรย์เต็มแรง ฌาเมลสติแตกกับสิ่งที่เจอ เธอไม่กล้าขยับตัว เพราะกลัวจะเป็นเป้าสายตาของชายกลุ่มนั้น ฌาเมลหันไปมองทางเรย์ เขาสะบัดหน้าตัวเองแรง ๆ และเอามือจับที่มุมปากที่ตอนนี้มันมีเลือดไหลออกมา
เรย์เอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม และหันกลับมาทางฌาเมล เขายื่นกระเป๋านักเรียนราคาแพงของเขาไปทางเธอ
“ถือ”
ฌาเมลเอื้อมไปคว้าแบบงุนงงไม่เข้าใจ แต่ดูจากภายนอกราคากระเป๋าใบนี้มันคงแพงมาก เรย์ขยับคอเล็กน้อย ชายกลุ่มนั้นทยอยกันเข้ามาทางเรย์ที่ยืนตั้งรับอยู่ เรย์ต่อยสวนเข้าไปได้ทุกครั้ง ฌาเมลยืนอึ้งให้กับความเก่งของเขา
ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเซมาทางเธอ ฌาเมลถอยหลังห่างออกไปอัตโนมัติ ชายคนนั้นกำลังจะคว้าแขนเธอ ฌาเมลกรี๊ดออกมาดังลั่น ขาเรียวมันก้าวออกไปเอง ร่างเล็กหมุนตัวและวิ่งไปด้านหน้าแบบไม่คิดชีวิต เรย์หันขวับไปมอง เพราะกระเป๋าและทุก ๆ อย่างมันอยู่ในนั้นทั้งหมด
“แม่ง!”
เรย์สบถออกมา เขาหันมาจัดการทั้งสามคนแบบเร็ว ๆ ร่างสูงวิ่งตามร่างเล็กที่วิ่งไปทางนั้น เรย์คิดแค่ว่า เขาต้องการเอาของตัวเองคืน
ฌาเมลวิ่งแบบไม่ได้หันกลับมามองด้านหลัง เธอกอดกระเป๋านักเรียนตัวเอง และกระเป๋าของเรย์เอาไว้แน่น ฌาเมลวิ่งมาถึงป้ายรถเมล์ที่มันห่างจากจุดนั้นพอสมควร ดวงตากลมมองเห็นรถเมล์ที่กำลังขับมาพอดี ฌาเมลไม่รอช้า เธอรีบก้าวขึ้นไปบนเมล์ด้วยร่างกายที่หอบหายใจแรง
“นี่เธอ!”
แขนเรียวถูกคว้าจากทางด้านหลัง เรย์และฌาเมลยืนอยู่บนรถเมล์ที่กำลังขับออกไป รถขับกระตุกไปด้านหน้า ทั้งเรย์และฌาเมลที่ไม่ทันได้จับอะไร ทั้งคู่เซไปตามแรงเหวี่ยงของรถ ฌาเมลพุ่งตัวไปทางเรย์ เขาคว้าจับเธอเอาไว้ตามสัญชาตญาณ
ทั้งสองร่างล้มลงทับกันบนทางเดินของรถเมล์ ฌาเมลไม่ได้เจ็บตรงไหนเลย เพราะเธอล้มทับบนตัวของเรย์ ต่างจากเรย์ที่เขาเจ็บไปทั้งแผ่นหลัง
“ออกไป”
เสียงทุ้มพูดขึ้นกับคนบนร่าง ฌาเมลได้สติเลยรีบดันตัวเองออกมาและลุกขึ้นยืน รถเมล์ยังคงขับด้วยความเร็ว เรย์ลุกขึ้นมายืนได้บ้าง ทั้งสองคนมองไปรอบ ๆ เพราะตอนนี้ทุกสายตาจังจ้องมาที่พวกเขาสองคน ฌาเมลรู้สึกว่าสายตาที่พวกเขามองมามันมองเธอกับเรย์ไม่ดี ร่างเล็กตัดสินใจไปคว้าแขนเรย์มากอดเอาไว้แน่นและพูดเสียงดังลั่นรถ
“พี่ ทำไมมาช้าละ พ่อกับแม่รอแล้วนะ”
ฌาเมลพูดออกไป เพราะอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเขากับเรย์เป็นพี่น้องกัน
“นี่สองคนนั้น ไปนั่งให้มันดี ๆ อย่ามายืนขวางทาง” เสียงของพนักงานเก็บตั๋วพูดขึ้นทางเรย์และฌาเมล
“ค่ะคุณป้า หนูกับพี่ชายอีกไม่กี่ป้ายก็ลงแล้ว”
ฌาเมลยิ้มหวานส่งกลับไป เรย์หลุบมองคนตัวเล็กและไม่เข้าใจว่าเธอเสียสติไปแล้วหรือไง ฌาเมลกัดฟันยิ้มมาทางเรย์ และดึงเขาให้ไปนั่งตรงเบาะที่ยังว่าง
เมื่อทั้งสองคนมานั่งเรียบร้อยแล้ว เรย์เอื้อมไปคว้ากระเป๋าของตัวเองมา และปัด ๆ มันราวกับรังเกียจที่ฌาเมลจับของของเขา
“รังเกียจมากหรือไง” เสียงหวานบ่นพึมพำกับตัวเอง เรย์ตวัดสายตามามองเธอนิ่ง ๆ เขาเปิดดูกระเป๋าตัวเอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะซิปมันไม่ได้รูดปิด เรย์รีบควานหาโทรศัพท์ตัวเอง แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว
“โทรศัพท์ฉันอยู่ไหน?”
“อะไรคะ?”
ฌาเมลไม่เข้าใจ เธอรีบไปช่วยเขาหาโทรศัพท์ในกระเป๋า ทั้งคู่งมหาของในนั้นจนหัวชนกัน เรย์เป็นฝ่ายชะงัก เขาช้อนสายตามองคนตัวเล็กที่หน้าเธออยู่ในระยะใกล้ ฌาเมลที่ลนลานรีบควานหาไม่สนใจอะไร
“พี่แน่ใจนะว่าเก็บไว้ตรงนี้” เสียงหวานพูดขึ้น มือของเธอก็ยังล้วงเข้าไปในกระเป๋าของเขาอยู่อย่างนั้น “พี่เอาไปเก็บไว้ที่อื่นหรือเปล่าคะ?”
ร่างเล็กเงยหน้าสบตาเขาด้วยท่าทางใสซื่อ เรย์หลบตาหนี และพูดขึ้น
“ฉันไม่ได้โง่เหมือนเธอ ที่จะไม่รู้ว่าเก็บของตัวเองไว้ที่ไหน”
“พี่รู้ได้ยังไงว่าเมลโง่ พี่อาจจะโง่เหมือนกันก็ได้”
เรย์ลองพูดประโยคยาว ๆ เป็นภาษาอังกฤษ เขาพูดมันเร็ว ๆ และหยุดลง เสียงทุ้มถามออกไป “ฟังออกหรือเปล่า? ว่าเมื่อกี้ฉันพูดว่าอะไร”
ฌาเมลเงียบนิ่งนั่งมองหน้าเขา เรย์ยักคิ้วให้เธอหนึ่งที จากนั้นก็ก้มหน้าหาของต่อ แต่เสียงหวานของฌาเมลตอบกลับเขามาเป็นภาษาอังกฤษ แถมเธอยังพูดเร็วเหมือนที่เขาพูดเมื่อกี้อีก เรย์เงยหน้ามองเธอ ฌาเมลหยุดพูดและยกยิ้มขึ้นมา จากนั้นก็ขยับหน้าเข้าไปใกล้เขา เธอยักคิ้วให้เขาหนึ่งทีแบบที่เขาทำ
“ไง อึ้งเลยสิ” ฌาเมลหัวเราะร่าออกมา เธอยิ้มจนตาหยี๋ไปหมด คนตัวเล็กพูดต่อ “ไม่ได้เรียนโรงเรียนแบบพี่ ใช่ว่าจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งนะคะ อย่ามาดูถูกกัน”
ร่างเล็กเอื้อมไปคว้ากระเป๋าของเรย์มาไว้กับตัวเอง ฌาเมลตั้งใจหาโทรศัพท์อีกครั้ง ดวงตาคมของเรย์มองไปทางเธอนิ่ง ๆ ทุกอย่างรอบตัวช้าลง ขนาดว่าตอนนี้เธอยังโตไม่เต็มที่ สัดส่วนและเครื่องหน้าของเธอมันดูดีไปหมด ทำไมตอนที่เจอกันเมื่อกี้เขาถึงมองไม่เห็นมัน
“อ๊ะ! นี่ไง” ฌาเมลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และชูมาทางเขา เสียงหวานพูดต่อ “มันเข้าไปอยู่ในกระเป๋าปากกาของพี่ เห็นไหมคะว่าพี่ก็โง่ได้นะ”
“เหอะ!”
เรย์เอื้อมไปคว้าโทรศัพท์ตัวเองคืนมา เขาหันหน้ามองไปด้านหน้า ฌาเมลเบะปากล้อเลียนคำพูดเขาก่อนหน้าเบา ๆ จากนั้นเธอก็หันไปมองวิวด้านข้างบ้าง
...นี่คือวันแรกที่ทั้งสองคนได้เจอกัน จุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น มันทำให้ทั้งสองคนหนีจากกันไม่ได้อีกเลย
🏴 ช่วงพูดคุย 🏴
น่ารักไหมคะ รักใส ๆ สมัยมัธยมสุด ๆ พี่เรย์ธงเขียวแน่ ๆ ไรท์อาจจะเขียนผิด 🤣