ร่างเล็กเม้มปากแน่น และเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ฌาเมลไม่อยากมองหน้าเขาอีกแล้ว เรย์มุมปากกระตุกเล็กน้อย เขาเลื่อนมือที่ยังว่างมาจับชายกระโปรงและค่อย ๆ เปิดมันขึ้น ฌาเมลยืนตัวแข็งและหลับตาลง
ดวงตาคมหลุบมองตรงกลางกลีบอวบเนียนสวย ทันทีที่เห็น เรย์ก็ยกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ก้านนิ้วยาวกรีดไปตรงรอยแยกเชื่องช้า ทุกสัมผัสที่เขามอบให้ ฌาเมลไม่ได้เต็มใจและไม่ได้มีความรู้สึกดี
“น้ำเธอเริ่มออกมาแล้วนะ”
เรย์ช้อนสายตามองขึ้นไป มือเล็ก ๆ ของฌาเมลกำเสื้อเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิม
แกรก~ เสียงคนกำลังจะเปิดประตูเข้ามาดังขึ้น ฌาเมลลืมตาขึ้นและเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เรย์เอื้อมไปจับเอวบางดึงลงมาให้เธอนั่งคร่อมลงบนตักแกร่ง ฌาเมลไม่รู้จะทำตัวยังไง แขนเรียวคล้องลำคอหนาเอาไว้แน่น จากนั้นเธอก็เอาหน้าไปซุกที่อกแกร่งและหันหน้าหนีไปอีกทาง เรย์เอื้อมมือมาจับที่หัวเธอและกอดเอาไว้
“เอ่อ...คือ” เสียงของซันพูดติดขัดกับภาพตรงหน้าที่เห็น เพราะปกติเรย์ไม่ให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาในห้องนี้ แต่วันนี้แปลกที่เขาเอาของเดิมพันขึ้นมาบนนี้ได้
“ทำไมไม่เคาะประตู?”
ร่างสูงหันไปตวัดสายตาไม่พอใจกับลูกน้องตัวเอง ซันทำตัวไม่ถูก เขาก้มหัวให้และหมุนตัวเดินกลับออกไป
เมื่อภายในห้องเหลือกันแค่สองคน ร่างเล็กได้ยินเสียงประตูถูกปิดลงไปแล้ว เธอลืมตาตื่นขึ้นมา และผละหน้าออก ฌาเมลหันไปมองตรงประตูและเห็นว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ร่างเล็กลืมไปว่ายังมีเรย์อยู่ตรงนี้ด้วย เธอหันหน้ากลับมาเห็นสายตาเรียบนิ่งของเขาที่เอาแต่มองมา มือหนาทั้งสองข้างจับที่เอวบางของเธอไว้อยู่อย่างนั้น
“ปล่อยค่ะ”
“เล่นตัวมาก ๆ มันน่ารำคาญรู้ตัวไหม”
ฌาเมลไม่พูดเถียงอะไรต่อ เธอจับที่แขนแกร่งและพยายามจะดันตัวเองให้ลุกขึ้น เรย์จับร่างเล็กให้พลิกลงไปนอนราบกับโซฟา และแทรกตัวมาตรงระหว่างขาเธอเอาไว้ ฌาเมลรีบดึงกระโปรงมาปิดตรงนั้นของตัวเองที่มันโผล่ออกมาเมื่อกี้
“พะ พี่จะทำอะไรเมลคะ?”
“ทำขนาดนี้ยังไม่รู้อีกหรือไงว่าฉันจะทำอะไร ยังโง่เหมือนเดิมเลยนะ”
ร่างเล็กได้ยินสิ่งที่เขาพูดกับตัวเองออกมา ก็เบือนหน้าหนีไม่อยากมอง เรย์ที่ไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าเธอจะรู้สึกยังไง เขากดกลางลำตัวของตัวเองลงไปแนบชิดกับกลีบอวบ จนฌาเมลสะดุ้งและหันขวับกลับมามองเขา เธอผงกหัวขึ้นมามองตรงนั้น เรย์เห็นแบบนั้นยิ่งได้ใจ เขาขยับสะโพกขึ้นลงให้ตรงเป้ากางเกงเสียดสีกับตรงกลางลำตัวของเธอให้มากที่สุด
“จะ เจ็บ ทำแบบนั้นมันเจ็บ”
เสียงหวานพูดประท้วงออกไป เพราะซิปกางเกงของเขามันถูไถจนรู้สึกเจ็บไปหมด
“พี่เรย์ เมลเจ็บ”
ร่างสูงพ่นลมหายใจร้อนมากระแทกที่ใบหน้าหวาน เรย์หยุดขยับสะโพกและมองเธอนิ่ง ๆ สองฝ่ามือของฌาเมลกำลังดันอยู่ที่ไหล่ของเขา ร่างเล็กกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เวลาที่เรย์เงียบและนิ่งแบบนี้มันดูน่ากลัวกว่าตอนเขาพูดซะอีก
“พี่ต้องการอะไรจากเมลคะ?”
“ร่างกายเธอไง”
“เคยได้ไปแล้ว ยังไม่พอใจอีกหรือไง”
“แค่ครั้งเดียว ฉันลืมไปหมดแล้ว” ร่างสูงพูดจบก็โน้มหน้าลงมากัดที่ติ่งหูเล็กแรง ๆ และผละออก “ร่างกายเธอมันกระตุ้นอารมณ์ฉันมากเลยรู้ตัวหรือเปล่า”
เรย์เลื่อนมือมาลูบที่ไหล่บางและลากลงมาหยุดกลางหน้าอกอวบ เขาตวัดสายตาขึ้นไปมองคนใต้ร่างและพูดต่อ
“ขอฉันเอาเธอให้พอใจก่อน และจะปล่อยไป”
“นานแค่ไหนคะ?”
“เธอก็รู้ว่าฉันมันขี้เบื่อง่าย คงไม่นาน”
ฝ่ามือหนายังลูบไล้และบีบเคล้นไปทั่วทั้งร่างของฌาเมล ร่างเล็กนอนใช้ความคิดครู่หนึ่งและพูดต่อ
“พี่วินเป็นยังไงบ้างคะ?”
“ยังไม่ตาย”
“เมลต้องอยู่ในสถานะอะไร?”
เรย์หยุดขยับมือ และมองมาทางเธออีกครั้ง มุมปากหยักยกยิ้มกลับมาให้ เสียงราบเรียบและเฉยชาพูดออกไป
“คนไม่มีค่าไง”
“…”
“เธอมันคนไร้ค่าสำหรับฉัน เธอมันจะเป็นแค่เศษฝุ่นที่ติดตรงพื้นรองเท้าของฉัน” เรย์ใช้นิ้วเกี่ยวไปที่เส้นผมของร่างเล็กเล่น และพูดต่อ “ไม่ต้องห่วง เมื่อไรที่ฝุ่นอย่างเธอเริ่มเปื้อนรองเท้าฉันแล้ว ฉันจะทิ้งมันลงขยะไปพร้อมกับเธอเลยฌาเมล”
ร่างเล็กยิ้มออกมาจาง ๆ ดวงตากลมขึ้นสีแดงเล็กน้อย เสียงหวานพูดออกไปบ้าง
“พี่ยังเหมือนเดิมเลยนะคะ”
“ยังไง?” เรย์ยังคงเกี่ยวเส้นผมเธอเล่นอยู่ และพูดถามออกไป
“สายตาที่พี่มองมาทางเมล รู้หรือเปล่าว่ามันทำให้คนอื่นดูไร้ค่าจริง ๆ”
“ก็เธอมันไร้ค่าจริง ๆ นิฌาเมล”
ฌาเมลยกมือขึ้นมาปัดมือเขาให้ออกห่างจากหน้าอกตัวเอง เสียงหวานพูดขึ้น
“ได้ค่ะ เมลจะยอมเป็นฝุ่นใต้รองเท้าพี่ จริง ๆ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเมื่อก่อน เมลมันก็เป็นได้เท่านี้”
“รู้ตัวก็ดี”
“เมื่อไรละคะ ตอนนี้เลยหรือเปล่า” ร่างเล็กน้ำตาไหลออกมา เสียงหวานสั่นเครือทุกคำพูดที่พูดออกไป เรย์มองหน้าเธอนิ่ง ฌาเมลผลักเขาให้ขยับขึ้นไปเล็กน้อย เธอยกมือตัวเองขึ้นมาพยายามเกี่ยวสายเสื้อของตัวเองให้หย่นลงมาด้วยท่าทางประชดประชัน น้ำสีใสไหลออกมาไม่หยุด เรย์มองเธอและขบกรามแน่น
“อยากทำก็ทำให้มันจบ ๆ ไป” เสียงสะอื้นหลุดออกมาจากคนตัวเล็ก เธอปัดป่ายบนร่างกายตัวเอง จนผิวขาวเนียนขึ้นเป็นสีแดงและมีรอยเล็บของตัวเธอเองที่ขูดเป็นทางยาว เรย์หันหน้าหนีไปทางอื่น เขาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มและหันหน้ากลับมา
“หยุด!”
เสียงทุ้มพูดตะคอกออกไป แต่ฌาเมลไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เธอพยายามจะถอดเสื้อผ้าตัวเองอยู่อย่างนั้นพร้อมคราบน้ำตา เรย์เอื้อมมือไปจับข้อมือเล็กเอาไว้แน่นทั้งสองข้าง และกดมันลงไปที่โซฟา
“บอกให้หยุดไงวะ!”
“อึก~ ทำไม! นี่มันคือสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่หรือไง พี่ต้องการแค่สิ่งนี้จากเมลมาตลอด ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนนั้น คนอย่างพี่มันก็ต้องการแค่เรื่องพวกนี้”
“ตอนนั้นฉันอธิบายให้เธอฟังไปแล้ว แต่เธอโง่ไปเชื่อคำพูดของคนอื่นมากกว่าไงฌาเมล”
ฌาเมลส่ายหน้า และพูดต่อ “คนอื่นที่พี่พูดถึง คือแฟนตัวจริงของพี่ใช่ไหม?”
ร่างสูงชะงักและนิ่งค้างไป เรย์ไม่ได้พูดเถียงอะไรตอบกลับไป ฌาเมลร้องไห้ออกมา เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เสียงทุ้มพูดถามขึ้น
“กับมัน ไปถึงขั้นไหนแล้ว?”
“ใคร?”
“อย่าทำเป็นไม่รู้ว่าฉันหมายถึงใคร”
ฌาเมลหันหน้ากลับมา และพูดสวนกลับเขาไป “เมลกับพี่อาทิตย์ เราเป็นแฟนกัน”
“อ่า” เรย์เอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มเมื่อได้ยินคำตอบ เสียงเข้มพูดออกไป “แล้วมันทำถึงใจเท่าฉันหรือเปล่า?”
“ไม่รู้สิคะ” ฌาเมลพูดด้วยท่าทางเรียบนิ่ง จากนั้นก็พูดต่อ “ไม่รู้ว่าใครทำดีกว่ากัน เพราะความทรงจำของเมล มันไม่มีพี่อยู่ในนั้นเลย”
“หึ” ร่างสูงโน้มหน้าลงไปซุกที่ซอกคอขาว และดูดมันแรง ๆ จนฌาเมลนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เรย์ผละหน้าขึ้นมาจ้องหน้าเธอและพูดต่อ
“ตอนนั้นฉันยังเด็ก เลยทำให้เธอไม่ถึงใจ” ร่างสูงกดเป้ากางเกงตัวเองแนบไปที่กลีบอวบอีกครั้ง และพูดต่อ “แต่ฉันรับรอง ว่าต่อจากนี้ เธอจะจำฉันได้ไปจนวันตาย เลยฌาเมล”
🏴 ช่วงพูดคุย 🏴
รักแรกมันฝั่งใจอะเนอะ ทั้งรัก ทั้งแค้น