หนึ่งเดือนต่อมา
ร่างเล็กของฌาเมลนั่งอยู่ที่เบาะหลังรถอย่างเคย ช่วงที่ผ่านมา ฌาเมลไม่รู้ว่าทำไมเรย์ถึงให้เธอออกมาเจอเขาแทบทุกวัน
“วันนี้อยากกินอะไร?” เสียงทุ้มข้างกันพูดขึ้น ฌาเมลหันไปมองเขาและพูดตอบกลับไป
“ที่เราไปกินเมื่ออาทิตย์ก่อน มันเรียกว่าอะไรนะคะ”
“วันไหนละ มีตั้งหลายวัน”
“ที่มันเป็นปลาดิบ เมลว่ามันอร่อยดี”
“ซาชิมิใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ” ร่างเล็กพยักหน้ารัว ๆ และพูดต่อ “แต่ไม่เอาร้านหรูแบบนั้นแล้วได้ไหมคะ เมลทำตัวไม่ค่อยถูก”
ร่างสูงพยักหน้ารับ และพูดต่อ “งั้นวันนี้ไปเดินห้างละกัน จะได้สบาย ๆ”
“ค่ะ” ฌาเมลตอบรับไป ร่างเล็กหันไปมองวิวนอกหน้าต่างอีกครั้ง เรย์หลุบมองกระโปรงที่เธอใส่อยู่ เขาเอื้อมไปจับชายกระโปรงและดึงมันมาปิดเข่าให้
“ฉันบอกเธอหลายรอบแล้ว ว่าใส่ชุดแบบนี้ให้ระวังกระโปรง”
“ก็เมลไม่เคยใส่นิคะ” ร่างเล็กขยับตัวขึ้นมา และจับกระโปรงให้เข้าที่เข้าทาง “ทำไมพี่ต้องซื้อชุดพวกนี้ให้เมลด้วย แม่เมลบอกว่ามันดูโตเกินวัย”
“เหมาะกับเธอจะตาย ใส่ ๆ ไปเถอะ”
ร่างสูงจับที่แผ่นหลังบางและดูซิปด้านหลังให้ “ชุดนี้ไม่คันแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ แบบนี้สบายกว่าชุดนั้น” ฌาเมลพูดถึงชุดที่เรย์เคยซื้อมาให้ มันมีบางชุดที่เธอใส่ไปข้างนอกกับเขา แล้วมันคันจนแทบใส่ไม่ได้
ร่างเล็กขยับตัวกลับมานั่งพิงเบาะรถ เรย์จับที่ผมของเธอที่มันยุ่งเมื่อครู่ให้เข้าที่
“ผมเธอยาวมากแล้วนะ ไปตัดซะบ้าง”
“แม่เมลยังไม่มีเวลาเลยค่ะ แม่ขายของทุกวันเลย” ฌาเมลพูดถึงแม่ของเธอ ที่ต้องออกไปขายของที่ตลาดตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ฌาเมลเลยต้องกลับไปบ้านก่อนที่ตลาดจะปิด เพื่อช่วยแม่เก็บของเข้าบ้าน
“ทำไมต้องรอแม่?”
“เมลไม่เคยเข้าร้านทำผมค่ะ มันเปลืองเงิน ปกติแม่เมลตัดผมให้ตลอด”
ร่างสูงถอนหายใจออกมา และพูดต่อ “ฉันจะให้เงินเธอก็ไม่เอา ดื้อด้าน”
“ก็นั้นมันเงินพ่อแม่พี่นิคะ เมลเกรงใจ ไม่เอาหรอก”
# ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
ร่างสูงเดินนำคนตัวเล็กเข้ามาภายในห้างหรู ฌาเมลรีบเดินตามเขาให้ทัน ร่างเล็กมองไปรอบ ๆ และก็ตื่นตาตื่นใจกับห้างใหม่ที่เธอยังไม่เคยมาเลยสักครั้ง
เรย์เดินตรงไปยังร้านอาหารที่เขาจองเอาไว้แล้ว ฌาเมลเดินตามเข้ามาในร้านและมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะอาหาร ร่างเล็กมองไปรอบร้าน ภายในร้านดูสบาย ๆ คนด้านในก็ดูเป็นมิตรกว่าร้านก่อนที่เรย์เคยพาไป
“ร้านสวยมากเลยพี่เรย์”
ร่างเล็กที่นั่งฝั่งตรงข้ามเรย์พูดขึ้น ร่างสูงยกยิ้ม จากนั้นเขาก็ดูเมนูและสั่งกับพนักงานไป
ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ ฌาเมลยิ้มร่าออกมาด้วยท่าทางดีใจที่วันนี้เธอจะได้กินของที่ชอบอีกครั้ง แม้ว่าจะกินรอบนี้เป็นครั้งที่สองของชีวิตก็ตาม
เรย์หยิบจานที่มีวาซิบิติดอยู่ด้านหน้าออกมาจากคนตัวเล็ก เพราะรู้ว่าเธอไม่ชอบกิน
“อันนี้ของโปรดพี่ค่ะ” ร่างเล็กหยิบชิ้นปลาที่เรย์ชอบกินไปไว้ในจานเขา เรย์คีบชิ้นปลาที่ฌาเมลชอบกินมาไว้ในจานเธอบ้าง
“ขอบคุณค่ะ”
ฌาเมลยิ้มและขอบคุณกลับไปเหมือนทุกครั้ง ร่างเล็กหยิบอาหารเข้าปากด้วยท่าทางอารมณ์ดี เรย์เห็นแบบนั้นก็สบายใจที่เธอมีความสุขขนาดนี้
ผ่านไปสักพักใหญ่
ทั้งสองคนกินอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เรย์เป็นคนจ่ายเงินทุกอย่างเหมือนทุกครั้ง เรย์พยักหน้าให้เธอลุกขึ้นหลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
“เราจะไปไหนกันต่อคะ?”
“เดี๋ยวฉันไปร้านหนึ่งก่อน และค่อยไปดูหนัง”
“แต่เราดูกันแทบทุกเรื่องแล้วนะ มีหนังใหม่หรอคะ?”
“อืม เธอน่าจะชอบ”
ฌาเมลพยักหน้ารับรัว ๆ จากนั้นก็เดินตามคนตัวสูงไป เมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่ง ทั้งสองคนเดินสวนกับผู้ชายร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่ง ฌาเมลเหลียวหลังมองตาค้าง เพราะเขาคนนั้นทั้งหุ่นดีและกล้ามแน่นไปหมด
“หล่อมาก” เสียงหวานหลุดพูดออกมาเบา ๆ ในขณะที่ขาเรียวยังเดินไปด้านหน้าอยู่ “อ๊ะ!” ร่างเล็กชนเข้ากับร่างร่างหนึ่ง ฌาเมลเงยหน้ามองไปและเห็นว่าเป็นเรย์ที่ยืนกอดอกมองต่ำมาทางเธออยู่
“หยุดเดินทำไมคะ?”
“จะตามไปด้วยเลยไหมละ?”
“หมายถึงคนเมื่อกี้หรอ?” ฌาเมลหันหลังกลับไปมองชายคนนั้น ที่ตอนนี้เขากำลังเดินหายไปจากสายตา เรย์จับไปที่หัวของฌาเมลและหมุนให้เธอหันมามองหน้ากัน เสียงทุ้มพูดขึ้น
“มองหน้าฉัน”
“อะไรของพี่”
“เธอมีสิทธิ์มองฉันคนเดียว”
“ทำไมเป็นงั้นไปละคะ?” ฌาเมลจับมือเขาออกจากหัวตัวเองและพูดต่อ “พี่ชายกับผู้ชายที่ชอบ มันต่างกันนะ”
“พี่ชาย?”
“ก็พี่ไง” ฌาเมลชี้ไปที่เรย์ ที่เธอคิดกับเขาแค่พี่ชายคนสนิทเท่านั้น “เมลเคยบอกแล้ว ว่าพี่เหมือนพี่ชายเมลเลย เมลพูดผิดตรงไหนคะ?”
เรย์ถอนหายใจออกมา และหันหลังเดินไปอีกทาง ฌาเมลรีบวิ่งตามเขาไป เพราะเรย์เดินเร็วกว่าตอนแรกมาก
ทั้งสองคนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเครื่องประดับร้านหนึ่ง ฌาเมลแปลกใจเล็กน้อยว่าเขามาทำไม แต่เธอไม่ได้ถามอะไรออกไป และเดินตามเขาเข้าไปเงียบ ๆ
“คุณเรย์ใช่ไหมครับ?”
“ครับ”
“ของที่สั่ง เรียบร้อยแล้วครับ” พนักงานชายพูดขึ้น และเดินไปหยิบของมาวางบนโต๊ะ ฌาเมลเดินมานั่งรอบนเก้าอี้บาร์ข้าง ๆ เรย์ที่ยืนอยู่ เธอมองไปรอบ ๆ และไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะรู้ดีว่าคงไม่มีปัญญาซื้อ
“เอามือมา” เสียงทุ้มพูดขึ้น ร่างเล็กงุนงง แต่ก็ยื่นมือออกไปให้เขา
เรย์หยิบกำไลข้อมือที่มันสลักชื่อของคนตัวเล็กเอาไว้ ฌาเมลเบิกตากว้างและจะดึงมือตัวเองกลับ
“ไม่เอาพี่เรย์”
“ฉันสั่งทำให้ รอตั้งนานกว่าจะได้”
“แต่มันแพง เมลไม่อยากได้”
“อย่ารั้นฌาเมล” ร่างสูงดึงมือเธอกลับมา และค่อย ๆ สวมกำไลให้คนตัวเล็ก รอยยิ้มมุมปากหยักยกยิ้มมาเล็กน้อย ฌาเมลมองดูที่ข้อมือตัวเอง เธอใจเต้นแรงแปลก ๆ
ฌาเมลหันไปมองคนตัวสูงที่ยืนดูกำไลอยู่ เรย์หันมามองหน้าเธอและพูดขึ้น
“ชอบไหม?”
ฌาเมลกลืนน้ำลายลงคอ เธอแทบทำตัวไม่ถูกกับสายตาที่เขามองมา
“ชะ ชอบค่ะ” เสียงหวานพูดติดขัดออกไป และพยายามปรับอารมณ์ตัวเอง “ขอบคุณนะคะ”
“อืม อย่าเอาไปขายก็แล้วกัน”
“ถ้าเมลไม่มีตังก็อาจจะนะ” ฌาเมลยกมือตัวเองมาหมุนดู “คงขายได้หลายบาทเลย”
“หึ!” เรย์ส่ายหน้าให้เธอเล็กน้อย เขาเดินไปคุยกับพนักงานครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินมาทางร่างเล็กที่นั่งอยู่
“ไป ถึงรอบหนังแล้ว”
“ค่ะ”
เรย์เอื้อมมือมาจับที่มือของร่างเล็กเอาไว้ ฌาเมลเม้มปากและเดินตามเขาเงียบ ๆ ไม่นานมานักทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าโรงหนัง
ภายในโรงหนัง
ร่างเล็กนั่งกินป็อปคอนบนที่นั่งแบบเตียงนอนภายในโรงหนัง ร่างสูงของเรย์นอนราบไปกับที่นอนและมองหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยท่าทางสบายใจ
แสงไฟในโรงหนังเริ่มมืดลง เรย์หันไปมองคนตัวเล็กที่ยังนั่งกินอยู่ เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ และเอื้อมไปคว้าถังป็อปคอนมาไว้ฝั่งตัวเอง
“อ่าวพี่เรย์ เมลยังกินอยู่เลย”
“อย่าตะกละให้มาก เธอจะอ้วนเหมือนหมูแล้ว”
ฌาเมลเหวี่ยงเขาเล็กน้อย หน้าจอเริ่มฉายหนังแล้ว ฌาเมลดึงผ้าห่มและโน้มไปนอนข้างคนตัวสูง ในตอนแรกเธอยอมรับว่าไม่ชินที่นอนกับเขาแบบนี้ แต่เรย์พาเธอมาดูหนังบ่อย จนตอนนี้ฌาเมลไม่ได้คิดอะไรแล้ว
“หนาวหรือเปล่า?” เสียงทุ้มพูดถามออกไป
“วันนี้เมลเอาถุงเท้ามา ไม่หนาวแล้วค่ะ” ฌาเมลที่ขี้หนาวตรงเท้าเวลาเจอแอร์เย็น ๆ เธอเลยพกถุงเท้ามาด้วย เรย์หลุบมองถุงเท้าสีชมพูและส่ายหน้าออกมา
หนังฉายไปเรื่อย ๆ ฌาเมลไม่รู้ว่าเรย์พามาดูหนังอะไร เพราะปกติเธอให้เขาเลือกตลอดอยู่แล้ว แต่เมื่อหนังเล่นไปสักพัก มันมีฉากที่พระเอกและนางเอกจูบกันอย่างดูดดื่ม ฌาเมลยกผ้าห่มมาปิดตาเอาไว้ให้เห็นหน้าจอแค่ครึ่งเดียว ร่างสูงยกยิ้มมุมปากและเหลือบมองเธอหลายครั้ง
ฌาเมลขยับเข้ามาใกล้ และพูดกับเรย์ไป
“พี่พาเมลมาดูหนังอะไรคะเนี่ย ทำไมมันมีฉากแบบนี้?”
“หนังตลก”
“มันตลกช่วงไหนคะ มีแต่จูบกัน”
“เดี๋ยวก็ตลกเอง”
ร่างเล็กกำลังจะถอยไปอยู่ที่เดิม แต่เธอถูกเรย์เอาแขนมาโอบที่หลังและดึงไปแนบชิดเขา เสียงหวานพูดขึ้นเบา ๆ
“ทำอะไรของพี่คะ?”
“เธอไม่หนาว แต่ฉันหนาว”
“หนาวก็เอาผ้าห่มไปสิ”
ฌาเมลดันผ้าห่มฝั่งตัวเองไปให้เขา แต่เรย์ยังตีหน้ามึนอยู่อย่างนั้น หนังเล่นมาถึงฉากตอนกลางคืน ไฟในโรงมืดสนิท อยู่ ๆ เรย์ก็ขยับตัวขึ้นมาอยู่บนตัวร่างเล็ก ฌาเมลเบิกตากว้างและพูดออกไป
“พี่เรย์ อื้อ~”