Masuk“หวัดดี พวกนาย!” เทสซ่าเดินเข้ามา สวยเด่นมาแต่ไกล พอมาถึงก็เอามือเท้าเอว ส่วนอีกข้างเกาะขอบเก้าอี้ไว้ เทสซ่าสวมเสื้อสายเดี่ยวสีดำครึ่งตัวกับกางเกงทหารสีกากี ศีรษะของเธออยู่ประมาณหูของอเล็กซิส
“ได้เวลาพอดีเลย ลุยเลยเพื่อน!” เวดเชียร์เมื่อพวกพี่น้องโธมัสโผล่มา
เทสซ่าอายุสิบเก้า เป็นเพื่อนคนแรกของพวกเขา เธอทำตัวเหมือนกับเป็นเจ้าของที่นี่ คอยให้คำแนะนำและพาเดินชมรอบ ๆ จนพวกอเล็กซิสรู้ว่าที่ไหนเป็นอะไรบ้าง พวกเทสซ่าแทบจะเป็นประชากรกลุ่มแรกเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่ที่มาก่อนเด็กซานโบซ่าราว ๆ สามอาทิตย์ เธอเล่าว่า ตอนแรกมีคนไม่เยอะเท่าไรนัก แต่เมื่อมีหน้าใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ ที่นี่ก็เริ่มแน่นขึ้นอย่างที่เห็น
“อเล็กซิสจ๊ะ ฉันแอบเห็นเธอถามหาจอห์น ลีลอยด์ที่โรงหนังด้วยนะ ถ้าพวกฉันไม่เห็นเขา ก็ไม่มีใครเห็นแล้วล่ะ เชื่อเถอะ” เทสซ่าว่า สายตามองไปยังเสื้อแจ๊กเกตของเพื่อนสาว “ตัวนี้ก็สวยจัง”
ส่วนอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังเทสซ่าคือ มินนี่และโนเอล มินนี่เป็นน้องเล็กสุด อายุสิบเจ็ดปี แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่มินนี่ไม่เหมือนเทสซ่า เด็กสาวไม่ค่อยพูด แล้วยังชอบแอบร่างเล็ก ๆ อยู่ข้างหลังโนเอลเสมอ นาน ๆ ครั้งเธอจะพูดสักที และพอเธอพูด ทุกคนจะเงียบเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด ดังนั้นพวกอเล็กซิสเลยไม่ค่อยได้คุยกับมินนี่ ส่วนโนเอล พี่คนโตสุดและอาจจะอายุมากสุดในที่นี้เลยก็ว่าได้ เพราะเขาอายุยี่สิบแปดแล้ว โนเอลเคยเป็นทหารมาก่อน ร่างของเขาใหญ่ราวกับตึกทำเอาเด็กหนุ่มร่างบึ๊กอย่างเวดกลายเป็นเด็กน้อยไปเลย พี่น้องโธมัสมีลักษณะที่เหมือนกัน นั่นคือผิวสีน้ำตาลเชสนัทและผมสีดำเข้ม มินนี่และโนเอลมีดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล ส่วนเทสซ่ามีดวงตาสีเงินคล้ายกับมีแสงแฟลชอยู่ข้างใน เธอมีดวงตาที่สวยมาก
“พวกเรากำลังจะไปคลับ พวกเธอไปด้วยกันไหม” เธอถามคนทั้งสาม แต่สายตาจดจ่ออยู่ที่เวดคนเดียว
“แน่นอน” เวดรีบตอบตกลง ส่วนออสโล่ แทนที่เขาจะคุยกับสาวที่ตัวเองชอบกลับเอาแต่จ้องเครื่องดื่มในมือราวกับมันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าคนตรงหน้า “ออสโล่ก็พูดอยู่เมื่อกี้ว่าจะไป”
คนที่ถูกอ้างชื่อหันไปจ้องเพื่อนเผยพิรุธทันที แต่อเล็กซิสจับหัวเขาให้อยู่นิ่งแล้วพยักหน้าเออออกับเวด
เทสซ่าอาจจะจะสังเกตเห็นท่าทางแปลก ๆ ของพวกเขาก็ได้ แต่เธอแค่ยิ้ม ไม่ว่าอะไร “ดี ๆ ไปกันเลยไหม”
เวดผลักออสโล่ให้ลงจากที่นั่ง หนุ่มผมแดงทำเสียงไม่พอใจเบา ๆ เมื่อเพื่อนบังคับให้เขารุกหน้าจีบสาว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังใจไม่กล้าพอ
เพื่อช่วยให้ออสโล่มีแฟนกับเขาเสียที เวดเลยปล่อยให้เขาเดินกับเทสซ่าสองต่อสอง ส่วนตัวเองพยายามชวนมินนี่คุย อเล็กซิสประกบโนเอล พี่ชายของเทสซ่าคงสังเกตเห็นว่าพวกเขาวางแผนอะไรกัน ถึงได้เดินจ้องคนทั้งสอง ตาไม่กะพริบ
“เขาเป็นคนดีนะ” อเล็กซิสรีบบอก “จริง ๆ นะ นิสัยดีแล้วจิตใจดีอีก ฉันรับประกันได้เลย”
“อืม ฉันเห็นอยู่ว่าพวกเธอเล่นอะไรกัน แต่เทสซ่าไม่ใช่คนที่ใครจะมาเล่นจับคู่ให้ได้หรอกนะ แล้วเด็กคนนั้นก็ไม่ใช่สเป็กของเทสด้วย เธอก็น่าจะเห็น เขาขี้อายและอ่อนแอเกินไป ไม่ได้จะว่าเพื่อนเธอหรอกนะ แต่เขาเหมือนน้องชายของเทสซ่ามากกว่า ดูสิ” โนเอลพยักพเยิดหน้าไปทางทั้งสอง
อเล็กซิสไม่ได้เถียงกลับ เพราะโนเอลพูดถูกทุกประการ ออสโล่มีท่าทีอึดอัดและไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางแบบนี้จะทำลายโอกาสมัดใจผู้หญิงแน่นอน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความมั่นใจตัวเองสูงอยู่แล้วอย่างเทสซ่า เพราะเมื่อฝ่ายหญิงชวนคุย ออสโล่ตอบเพียงแค่ “ใช่ ๆ อ้อ นั่นสินะ”
ไม่น่ารอดแฮะ
“อ้อ จริงสิโนเอล พวกนายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” อเล็กซิสถามชายหนุ่ม ทั้งหมดเดินเข้าไปในคลับ ใช้เวลาเพียงแค่สามสิบวินาทีจากที่เก่าเท่านั้น เพราะคลับกับเลานจ์ไม่ได้ห่างกันมาก
“อ้อ เรื่องมันยาวน่ะ”
“ไม่เป็นไร พวกเราอยากฟัง” เวดหันหน้ามาคุย สีหน้าเหม็นเบื่อเต็มทน เขาจนปัญญาที่จะคุยกับมินนี่ให้รู้เรื่อง แทนที่จะตอบคำถามของเวด มินนี่เอาแต่ฮัมเพลงอยู่คนเดียวราวกับโลกนี้มีแค่เธอ อเล็กซิสรีบหันไปมองทางอื่นเพื่อกลั้นขำ
เสียงดนตรีในคลับดังยิ่งกว่าที่เก่าเสียอีก อเล็กซิสเห็นผู้คนเต้นกันอย่างสุดเหวี่ยงเหมือนต้องการปลดปล่อยอารมณ์ โดยส่วนตัวแล้ว อเล็กซิสไม่ได้ชอบที่นี่มากไปกว่าเลานจ์เลย เธออาจไม่ได้ชอบเพลงแจ๊ซมากเท่าไร แต่ดนตรีอิเล็กโทรนิกแด๊นซ์ล้วน ๆ ไม่ใช่แนวยิ่งกว่า เทสซ่าชวนทุกคนออกไปขยับร่างกาย แต่มีเพียงออสโล่เท่านั้นที่ยอมออกไป (เพราะถูกกดดันด้วยสายตา) ส่วน
อเล็กซิสกับเวดเลือกที่จะนั่งฟังโนเอลเล่าเรื่องของเขาแทน“พวกเธอไม่ค่อยชอบเต้นกันหรอกเหรอ เทสซ่าชอบมากเลยล่ะ แถวบ้านพวกเราไม่มีสถานรื่นเริงแบบนี้”
“ในเดอะ เวสท์น่ะเหรอ” อเล็กซิสถาม
“อื้อ สภาพเมืองก็เหมือนกับชื่อของมัน เมืองห่วย ๆ ผู้คนสันดานต่ำ ศูนย์รวมขยะเน่าจากทุกที่” เขาซดเบียร์ในมือตัวเองจนเกือบหมดแก้ว “เอาล่ะ อยากฟังเรื่องของพวกฉันใช่ไหม”
“รอมานานแล้ว” เวดตบหน้าตัก
“เอ้า ก็ได้ มันเริ่มมาจากที่ฉันเห็นกองทัพประกาศรับสมัคร ฉันก็สมัครทันที พอผ่านบททดสอบเบื้องต้นก็ถูกโอนย้ายไปฝึกเพื่อเป็นหน่วยคอมแมนโดเลย เพราะฉันเกิดมาแข็งแรงและตัวโตกว่าคนอื่นบวกกับทำงานตั้งแต่เด็ก ผลงานของฉันเลยเตะตาหัวหน้าเข้า เขาชอบฉันมาก เพราะแบบนี้ พวกขี้อิจฉาเลยกล่าวหาว่าฉันเป็นกลุ่มต้องสงสัย ฉันไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนไปแจ้งตำรวจเรื่องนี้ แถมยังไม่มีโอกาสหาหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ตัวเอง คนที่อาศัยอยู่ในเดอะ เวสท์ล้วนเกิดมาโชคร้ายกันทั้งนั้น แม้แต่พวกตำรวจยังไม่ใช่ตำรวจที่ดีเลย พอได้รับแจ้งข้อกล่าวหาก็จับฉันทันที ไม่ส่งไม่สืบอะไรแม่ง” ด้วยความโมโห โนเอลวางแก้ววางลงบนโต๊ะเสียงดังจนอเล็กซิสสะดุ้ง
“ดีแล้วที่นายไม่เจอการสอบสวนแบบพวกเรานะ” เธอแทรก สายตามองที่แก้วในมือโนเอล สงสัยว่ามันจะแตกไหม ส่วนเวดพยักหน้าเออออเป็นลูกคู่ “นายจะถูกทรมานแล้วก็ถูกตัดสินว่าผิดอยู่ดี”
“ว่าไงนะ นี่หมายความว่าไม่มีที่ไหนยึดหลักกฎหมายเลยเหรอ รู้ไหม หัวหน้าของฉันไม่พอใจมาก เพราะเขาเล็งว่าจะส่งฉันไปแถวชายแดนพร้อมกับหน่วยรถถังใหม่ แต่เขาไม่สามารถเข้ามาช่วยในคดีนี้ได้ แม่ของฉันร้องขอให้มีการสืบสวนก่อน แม่เป็นนักสู้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไอ้พวกตำรวจเวรมันดันดูถูกเธอกับครอบครัวพวกเรา ตอนนั้นเองที่เทสซ่าทำบางสิ่งที่แม้แต่ฉันตอนนี้ยังไม่อยากจะเชื่อ”
“เธอเป็นกลุ่มเสี่ยงเหรอ” เวดถามทันที
ทั้งอเล็กซิสกับเวดต่างเงี่ยหูฟังเต็มที่ ถึงแม้อเล็กซิสจะเคยเจอกลุ่มเสี่ยงซึ่งก็คือซอนย่ามาแล้ว แต่ประสบการณ์ตอนนั้นแย่เกินกว่าที่เธออยากจะจำมัน และที่สำคัญ เธอไม่เห็นว่าซอนย่าแสดงความสามารถอย่างไร นอกจากรู้ว่าผลลัพธ์เป็นแบบไหนเท่านั้น พวกเขารู้ว่าในนี้ต้องมีกลุ่มเสี่ยงปะปนอยู่กับกลุ่มต้องสงสัยแน่นอน แต่สามวันมานี้ ทั้งหมดยังไม่เคยเห็นใครยอมเผยตัวออกมาเลยสักคน
โนเอลเหลือบมองเทสซ่าที่กำลังเต้นกับเด็กผู้ชายคนอื่น ส่วนออสโล่ถูกทิ้งยืนอยู่คนเดียว อเล็กซิสรู้สึกว่าเทสซ่ากำลังบอกพวกเขาผ่านภาษากายว่า “อย่าได้จับคู่ฉันกับเขาเชียวนะยะ”
โนเอลเล่าต่อ “เทสซ่าไม่รู้ว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยงมาก่อน ตอนนั้นเธอโกรธที่พวกตำรวจปฏิบัติกับพลเมืองแบบนั้น โดยเฉพาะเมื่อพลเมืองคนนั้นเป็นแม่ของพวกเรา เทสแค่อยากจะสาปแช่งพวกมันเฉย ๆ แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเสียงประหลาดที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เสียงของเทสซ่าทำร้ายพวกตำรวจ แล้วทุกอย่างก็แย่ลงทันที เพราะเทสคุมตัวเองไม่ได้ จากนั้นพอทุกอย่างสงบ พวกเราสามพี่น้องก็ถูกจับกันหมด”
“เสียใจด้วยนะ” อเล็กซิสบอก “แต่ว่า...ทำไมถึงถูกจับกันหมดเลยล่ะ นายถูกจับอยู่ก่อนแล้ว พอเข้าใจได้ แต่มินนี่เกี่ยวอะไรด้วย”
โนเอลยิ้มอย่างขมขื่น “พวกมันบอกว่า ความสามารถเหนือมนุษย์อาจมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับทั้งพี่และน้อง ฉันถูกตัดสินไปแล้ว ส่วนมินนี่เลยถูกตัดสินว่าเป็นกลุ่มต้องสงสัยทันที”
เวดกับอเล็กซิสมองหน้ากันโดยอัตโนมัติ ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่ซานโบซ่า ออสโล่คงจะโชคร้ายที่สุด เพราะเขามีพี่น้องร่วมสายเลือดถึงสี่คน ทั้งสองไม่แน่ใจว่าควรใช้คำว่า ‘โชคดี’ หรือไม่ แต่อย่างน้อย กระบวนการทางกฎหมายในเมืองซานโบซ่ายังดีกว่าในเดอะ เวสท์ แต่คำว่า ‘ดีกว่า’ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันถูกต้องแล้ว
ทุกคนเหลือบมองเด็กหนุ่มผมแดงที่ยืนทำตัวไม่ถูกเมื่อเทสซ่าเอาแต่สนุกกับคนอื่น อเล็กซิสสงสัยว่าตัวเองทำถูกหรือเปล่าที่พยายามผลักดันให้เขาจีบเทสซ่า เพราะเธอไม่ชอบใจเวลาเห็นเพื่อนถูกกระทำแบบนี้
“เราเรียกเขากลับมาเถอะ” อเล็กซิสบอกเวด
“ลองดูอีกนิดน่า”
“ไม่สำเร็จหรอก” มินนี่ที่นาน ๆ ทีจะพูดเกิดนึกอยากร่วมบทสนทนาขึ้นมา เธอชี้นิ้วไปทางพี่สาวของตัวเองกับออสโล่ “เทสไม่ชอบเขา เทสชอบคนแบบนาย” เด็กสาวชี้นิ้วไปที่เวด “แล้วก็คนนั้น” เธอมองไปยังโต๊ะที่อยู่มุมสุด เลยไปไกลจากโต๊ะของพวกเขา เด็กหนุ่มคนดังกล่าวนั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางแสงไฟหลากหลายสีสันที่ฉายแสงใส่คนในคลับ มีเพียงหอคอยแก้วชอตที่เขาสร้างขึ้นตั้งอยู่บนโต๊ะเป็นเพื่อนเท่านั้น เขาไม่คุยกับใครเลย แต่แค่นั่งเฉย ๆ กลับดึงดูดสายตาโดยไม่ต้องทำอะไร
นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่
การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้
“แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว
ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ
ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให
“เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า






![I'll follow Apollo [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
