Accueil / แฟนตาซี / Undisclosure / สวนอีเดน

Share

สวนอีเดน

last update Dernière mise à jour: 2025-02-12 15:26:46

เสียงเพลงในเลานจ์ดังพอสมควร แม้ดนตรีจะเป็นแจ๊สแต่ก็ออกมาจากตู้เพลง หาใช่ฝีมือนักดนตรีไม่ ครั้งแรกที่เธอเข้ามาที่นี่อดทึ่งและประหลาดใจไม่ได้เมื่อเห็นทุกสิ่งทุกอย่างขับเคลื่อนอัตโนมัติ ปราศจากหุ่นยนต์หรือแรงงานมนุษย์คอยควบคุม หรืออาจจะอยู่เบื้องหลัง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายคอยปรนเปรอ ทุกอย่างเหมือนดีกว่าที่คิดไว้ อย่างน้อยเธอยังมีเพื่อน ทว่าความเหงาไม่ได้ทุเลาลงเลย

หากอยากฟังเพลงอะไร อยากดื่มอะไร เพียงใช้ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอหรือออกคำสั่งด้วยเสียง ไม่กี่วินาทีของที่สั่งก็ถูกนำมาเสิร์ฟ เธอเคยเห็นเทคโนโลยีแบบนี้แค่ในหนังเท่านั้น รัฐบาลโกหกประชาชนไว้หลายอย่าง พวกเขาปิดกั้นความรู้ไม่ให้ชาวนิวโฮปเข้าถึงดั่งอดัมกับอีฟ ทุกคนอยู่ในโลกอนาคต แต่กลับใช้ชีวิตเหมือนคนในยุคก่อน และความจริงที่เธอรับรู้ในตอนนี้อาจเป็นเพียงความจริงเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความจริงทั้งหมดก็ได้

ไม่มีใครให้คำตอบหรืออธิบายข้อสงสัยอะไรทั้งสิ้น คนที่ถูกจับทั้งหมดถูกทิ้งให้ใช้ชีวิตอยู่ในเกาะปลีกวิเวกสุดหรู อเล็กซิสเฝ้าถามตัวเองว่า ที่นี่มีไว้ทำอะไรกัน เธอไม่รู้ว่ามันอยู่ไกลกว่าบ้านหรือเปล่า หรือว่าอยู่ในเมืองหลวง ใต้ดิน บนฟ้า ไม่มีอะไรช่วยให้เธอเข้าใจจุดประสงค์ของโปรแกรมบำบัดมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย เธออยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว คนในนี้เรียกที่นี่ว่า ‘หอพัก’ แต่

อเล็กซิสกลับมองว่ามันเหมือนกับคุกห้าดาวเสียมากกว่า

“เอ่อ สวัสดี เธอรู้จักจอห์น ลีลอยด์หรือเปล่า” เธอถามกลุ่มเด็กผู้หญิงที่เดินผ่าน

“รู้จักสิ ฉันคลั่งเขามาก เธอเป็นแฟนของเขาเหมือนกันใช่ไหม”

“อ่า ใช่แล้ว ๆ” อเล็กซิสโบกมือลา แล้วกลับมาหาพวกตัวเอง ถอนหายใจที่ไม่ได้ข่าวใหม่

เวดจ้องจอสั่งเครื่องดื่มจนหน้าแทบจมลงไป เขากำลังหาค็อกเทลดี ๆ มาลองชิม อเล็กซิสกับออสโล่คิดว่าเขาคงลองทุกแก้วแน่ ๆ

“สลิปเพอรี่ นิพเพิ้ล”[1]

“ชื่ออะไรวะเนี่ย!” ออสโล่หัวเราะเสียงดัง ส่วนอเล็กซิสเพียงคิกคัก

หนุ่มผมบลอนด์ยิ้มเช่นคนเหนือกว่า “ถ้านายไม่รู้จัก เซ็กซ์ ออน เดอะ บีช ก็คงไม่รู้จักอะไรพวกนี้หรอก ไอ้เด็กเนิร์ด”

“ฉันว่า อันนั้นมันของผู้หญิงนะ” อเล็กซิสออกความเห็น

“อะไรกัน แค่พวกผู้หญิงชอบสั่งไม่ได้หมายความว่ามันเป็นเครื่องดื่มของผู้หญิงสักหน่อย” เวดชี้แจ้ง เขาชิมเครื่องดื่มที่เพิ่งสั่งไป “อืม หวานแฮะ” แล้วส่งแก้วให้อเล็กซิสลอง

เธอชิมไปจิบหนึ่ง พยักหน้าหงึก ๆ “จริงด้วย หวานมาก”

“ลองสักแก้วสิออสโล่ นายเห็นแล้วนี่นาว่าเทสซ่าดื่มเก่งอย่างกับผู้ชายตัวโต เลือกสักแก้วแล้วเดินไปคุยกับเธอซะ จะได้ดูมีคลาสหน่อย” เวดให้คำแนะนำพร้อมกับส่งรอยยิ้มแบบรู้กันให้

อเล็กซิส

“เกี่ยวอะไรกับเทสซ่าด้วย” หนุ่มผมแดงทำเฉไฉ

“อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หน่อยเลย พวกเรามองออกว่านายคิดอะไรตั้งแต่เจอเทสซ่าครั้งแรกแล้ว เธอสวยขนาดนั้นนี่นา นายก็เลยเอาแต่ยืนเหวอทำหน้าโง่ ๆ”

ออสโล่หรี่ตามองเพื่อนสาว

อเล็กซิสยักไหล่เบา ๆ “ช่าย ท่าทางนายชัดมาก ขอโทษที่พูดความจริง”

“ก็ใช่ เธอสวยจริง ๆ ฉันก็แค่ผู้ชายเปล่าวะ มองปกติ ไม่มีอะไรหรอก อีกอย่าง เธอชอบผู้ชายแบบนายต่างหาก ตัวโต มีกล้าม หน้าโง่”

เวดทำหน้าฉงน “เฮ้ย ฉันไม่โง่สักหน่อย อยู่ในลิสต์ผู้เข้าชิงทุนเหมือนกับนายด้วยนะ นี่นายลืมไปแล้วเหรอไง”

“นั่นแหละ ฉันถึงสงสัยอยู่ตลอดไง ว่านายเข้ามาได้อย่างไร”

“เวดได้เอหมดทุกตัวเลยนะออสโล่” อเล็กซิสบอกเพื่อน “แถมยังเป็นกัปตันทีมฟุตบอลอีกต่างหาก ฉันรู้ว่ามันอาจไม่น่าเชื่อเท่าไร แต่เขาไม่ใช่พวกไอ้โง่ที่มีดีแค่หุ่นแน่นอน”

“ทำไมคำว่าโง่เยอะจัง” หนุ่มผมบลอนด์พึมพำ

“อ้อ จริงสิ ชอบลืมอยู่เรื่อยเลยว่าพวกนายอยู่กลุ่มไหน พวกมีอิทธิพลในโรงเรียน ได้เกรดดี ๆ เป็นนักกีฬา หน้าตาดี (“รู้ว่าประชด แต่ขอบใจ” อเล็กซิสยิ้มกว้าง) นายอย่าโทษฉันเลย โทษอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของนายดีกว่า มันทำให้นายเหมือนกับพวกสมองช้า ใช้แต่กำลัง”

กลุ่มเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ หัวเราะคิกคักเมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขา อเล็กซิสเห็นว่าสาว ๆ แอบฟังอยู่นานแล้ว แถมสายตายังมองแต่เวด มิลเลอร์จนออกนอกหน้า แม้แต่ในเกาะมนุษย์กินบัว[2]แห่งนี้ เขาก็ยังคงฮอตในหมู่เด็กผู้หญิง

เด็กหนุ่มไม่วายหันไปยิ้มให้สาวโต๊ะนั้น “อย่าโทษอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของฉันหน่อยเลยน่า อย่าลืมสิ ฉันถูกส่งตัวมาที่นี่เพราะมีโคเคนในครอบครองไม่ถึงร้อยกรัม จะว่าไงล่ะ เรียกได้ว่า ฉันเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในโลกดีกว่า” เขาหันกลับไปยังหน้าจอเมนู “แองเจิล คิส”

เวดสั่งเครื่องดื่มอีกแก้วแล้วส่งให้ออสโล่ “ของนาย สหายรัก กล้า ๆ เข้าไว้ เดินหน้ารุกซะ พวกเราจะช่วยนายเอง จริงไหม อเล็กซ์”

“แน่นอน”

“โอ๊ย อย่าทำแบบนี้สิ อย่าเข้าข้างเขา”

“เปล่าสักหน่อย ฉันทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีต่างหาก”

“เธอกลับไปหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องนั้นดีกว่า ปล่อยฉันอยู่อย่างนี้แหละ”

“เรื่องนั้นเรื่องไหน เธอคิดอะไรอยู่เหรอ” เวดจี้ถามทันที “ทำไมเธอปรึกษาแต่กับเขาล่ะ ทำไมไม่พูดกับฉันบ้าง”

อเล็กซิสกลอกตา ออสโล่ไม่ควรโพล่งออกมาเลย “ก็นายไม่เคยชอบไอเดียฉันเลยนี่นา ชอบค้านตลอด อย่าไปคิดแบบนั้นสิ อเล็กซ์ บลา บลา บลา”

“บอกก่อนสิ แล้วฉันจะบอกเองว่าชอบหรือไม่ชอบ” เวดรบเร้า

“ไม่บอก”

“เธอคิดว่าพวกเรากำลังอยู่ในฟาร์มวัวในอีสต์แลนด์น่ะ” ออสโล่ยักคิ้วกวนใส่ “เขาจะถามเธอจนกว่าเธอจะยอมปริปากอยู่ดี บอก ๆ ไปเหอะ หมอนี่ขี้ตื๊อจะตาย”

เวดดีดนิ้วให้เพื่อน “อย่างงี้สิถึงเรียกว่าเพื่อน แล้วไอ้ฟาร์มที่ว่านั่นคืออะไร”

อเล็กซิสเตะขอบเคาน์เตอร์ “นายอยากเริ่ม นายก็พูดเองเลย” เธอโยนให้ออสโล่แล้วขโมยเครื่องดื่มของเขามาดื่มจนหายไปครึ่งแก้ว

“โอเค...คืองี้ ฟาร์มวัวในอีสต์แลนด์เนี่ย พวกเขาจะให้อาหารที่ดีที่สุดกับพวกมัน ให้พวกโคดื่มเบียร์ดี ๆ นวดเฟ้นกล้ามเนื้อให้พวกมันผ่อนคลาย แล้วก็เปิดเพลงให้พวกมันฟัง จากนั้นพอถึงเวลา สวบ (เขาทำท่าปาดคอ)…อเล็กซ์คิดว่า พวกเราเหมือนวัวพวกนั้น”

เวดเม้มปาก อเล็กซิสมองตาเขียวใส่เพื่อนผมแดง

“โทษที ๆ” ออสโล่ว่า

แต่มันเป็นความจริงไม่ใช่หรือ สิ่งที่เธอคิดและหมกมุ่นมันมีเหตุผลในตัวของมันเอง เธอรู้ว่าทั้งเวดและออสโล่ต่างมีคำถามอยู่ในใจเหมือนกัน ทำไมรัฐบาลถึงจับกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มต้องสงสัยมาปล่อยทิ้งไว้ในสวรรค์มายาแห่งนี้ด้วยเล่า แถมยังยัดเยียดสิ่งบันเทิงทุกอย่างมาให้พวกเขาเล่นฆ่าเวลา และที่สำคัญ พวกเขาไม่สามารถมองเห็นโลกภายนอกได้เลย แม้แต่ท้องฟ้า ไม่มีใครบอกว่าต้องรออะไร รอเพื่ออะไร และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ประการที่สอง จอห์น

ลีลอยด์ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย แล้วเขาไปอยู่ที่ไหน รวมทั้งคนที่ถูกจับมาก่อนหน้าล่ะ พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน คำถามเป็นร้อยผุดขึ้นมาในหัวเหมือนดอกเห็ด แต่คำตอบก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่วันยังค่ำ

“แล้วยังไงล่ะ” เวดค้านความคิดของเธอ “อย่างกับพวกเราสามารถทำอะไรได้อย่างงั้นแหละ ถ้าคนพวกนั้นจะปฏิบัติกับเราเหมือนพวกโค แล้วเธอจะทำอะไรได้ ใช้ชีวิตให้มันสุด ๆ ไปเลยเฮอะ ฉันบอกเลยนะ ถ้าพรุ่งนี้พวกมันจะฆ่าฉัน ฉันก็จะไม่เสียใจหรอก”

ออสโล่นั่งจ้องแก้วค็อกเทลอยู่เงียบ ๆ ส่วนเวดเริ่มมองเหม่อ

มีแต่ฉันสินะที่จินตนาการภาพรัฐบาลเลวร้ายกว่าใครเพื่อน

“เห็นไหม ไม่ควรพูดเลย ครั้งหน้า ฉันก็จะไม่พูดกับนายเหมือนกัน เพราะนายปากสว่าง”

หนุ่มผมแดงผลักแก้วเครื่องดื่มออกไปไกลตัว “โทษ ก็เพราะพวกเธอเริ่มก่อนนี่นา เรื่องเทสซ่าไง แต่เอาจริง ๆ นะ  ฉันเห็นด้วยกับเวด ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร อเล็กซ์ แต่พวกเราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ ใช้ชีวิตให้สนุกเท่าที่เราจะทำได้ อย่างน้อย ที่นี่ก็ไม่ใช่คุกหรือโรงพยาบาลอย่างที่พวกเราเข้าใจ ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด บางที มันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิดก็ได้” เขาหันไปทางเวด “แล้วฉันก็ชอบเบียร์มากกว่า”

“น่าเบื่อ ชอบอะไรซ้ำซากจำเจ ถ้านายอยากมีแฟน นายต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน ส่วนเธอ อเล็กซ์ ลืมเรื่องนั้นไปซะ เลิกคิดอะไรไร้สาระแล้วมาช่วยให้หมอนี่เสียซิงสักทีดีกว่า”

“หุบปากน่า ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”

[1] Slippery Nipple ชื่อเครื่องดื่ม เช่นเดียวกับ Sex on the beach

[2] เกาะมนุษย์กินบัว Lotus-eaters Island มาจาก Odyssey เมื่อโอดิสซีอุสมาถึงเกาะนี้ คนของเขากินผลไม้ชนิดหนึ่งเข้าไป เกิดอาการหลงลืมว่าจะกลับบ้าน อยากอยู่ในเกาะเพื่อกินผลไม้ชนิดนี้อย่างเดียว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status