Beranda / แฟนตาซี / Undisclosure / คนที่ปรับตัวได้

Share

คนที่ปรับตัวได้

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-12 15:28:17

วินาทีที่อเล็กซิสหันไปมอง เด็กคนนั้นมองกลับมาอย่างรวดเร็ว มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาด เขามักจะมองกลับมาเร็วเสมอเหมือนรู้สึกตัวตลอดเวลาว่ามีคนมองอยู่ รูปลักษณ์ของเขาดึงดูดสายตาของอเล็กซิสได้สนิท ทั้งผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าเข้ม สีหน้าของเขาเหมือนกับกระจกสะท้อนสีหน้าของอเล็กซิสเช่นกัน เธอสอดสงสัยไม่ได้ว่าเขามีเรดาร์ติดตัวหรืออย่างไร ในเมื่อเขาสามารถจับสายตาคนได้ตลอด เธอจำเด็กหนุ่มคนนี้ได้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงที่นี่ พวกเขาเหมือนรู้จักกันมาก่อน อันที่จริง ควรใช้คำว่า พอคุ้นหน้าคุ้นตามากกว่า

“เด็กคนนั้น” โนเอลพึมพำ “เขาไม่คุยกับใครเลย พวกเราพยายามจะเป็นเพื่อนกับเขา แต่เขากลับอยากอยู่คนเดียว เป็นเด็กที่แปลกจริง ๆ ไม่มีใครรู้ชื่อเขาเลยด้วย”

“ไมเคิล” อเล็กซิสตอบ

“เธอรู้จักเขาเหรอ” เวดถาม เริ่มกระวนกระวายขึ้นมาทันที

“อื้อ เราเคยเจอกันนานพอสมควร ฉันว่าเขาน่าจะเป็นคนขี้อายมาก ๆ ...หรือไม่ก็ ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่สิ ไม่ชอบคน”

“แล้วไปรู้จักกันตอนไหน”

“ตอนที่ไปเทสต์หน้ากล้อง”

“งานอะไร”

อเล็กซิสข่มอารมณ์ “เล็กซี่ไง เขามาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าไม่อยากมา เหมือนถูกบังคับให้มาอะไรแบบนั้น พอรู้ว่าที่นั่นมีไว้สำหรับแคสต์นักแสดงถ่ายโฆษณา เขาโวยวายและพยายามจะหนีออกไปให้ได้ แต่เขาเด่นมากเลยนะ พวกผู้หญิงมองเป็นตาเดียว ฉันยังจำได้เลยว่าพอจอห์นเห็นเขาเท่านั้น ก็บอกให้ไมเคิลเป็นนักแสดงหลักทันที ส่วนจอห์นจะไปเป็นตัวประกอบแทน คือ ฉันรู้ว่าเขาเล่นมุกนะ แต่สายตาของจอห์นเหมือนอยากจะปั้นเด็กคนนั้นด้วยตัวเอง”

“แค่นี้เหรอ” เวดถามจี้

เธอทำเสียงจิ๊จ๊ะใส่นิสัยช่างซักของเพื่อนชาย

“เขาจ้องอเล็กซิสกลับด้วย” มินนี่ตั้งข้อสังเกต

“ใช่สิ เพราะพวกเราจำกันได้ ดูจากสีหน้าก็รู้ แต่เขาไม่พูดกับฉันเหมือนกัน เมื่อเช้านี้ฉันเจอเขาที่โรงอาหาร ก็เลยเข้าไปทักและชวนมานั่ง แต่แทนที่เขาจะตอบตกลงหรือปฏิเสธ กลับตอบด้วยการเดินหนี” อเล็กซิสหัวเราะในลำคอ

ตอนนี้เด็กหนุ่มคนนั้นหันกลับไปแล้ว

“ใช่ เขาเป็นแบบนี้แหละ พอใครคุยด้วยก็เดินหนี” โนเอลว่า “เจอเหมือนกัน”

“อ้อ ฉันว่า ก็แค่เด็กผู้ชายธรรมดา พวกพิลึกอะไรแบบนั้น” เวดทำราวกับเขาไม่สนใจ แต่ไม่อาจกลบน้ำเสียงอิจฉาได้

“เขาหล่อมาก...มากกว่านายหลายเท่าเลย” ถ้าจะพูด มินนี่ไม่สนใครทั้งนั้น เวดขยับตัว นิ่วหน้า “เขาเป็นหนึ่งในหนุ่มที่เทสซ่าปลื้มสุด ๆ ทั้งนาย เด็กคนนั้น แล้วก็...”

“มินนี่ อย่าเผาพี่ตัวเองสิ” โนเอลสั่นหัว

เด็กสาวไม่ได้พูดเกินจริงหรอก ไมเคิลเป็นเด็กหนุ่มที่พวกผู้หญิงลืมจอห์น ลีลอยด์ทันทีที่เขาปรากฏตัว เธอจำช่วงเวลานั้นได้ดี เพราะเหตุนี้จอห์นจึงหันมาแซวตัวเองก่อนที่ใครจะเริ่ม คงไม่เป็นการพูดเกินจริงถ้าจะเปรียบว่าไมเคิลงดงามราวกับเทพบุตรเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะสีผมที่ต่างจากคนอื่น และอเล็กซิสยอมรับว่าเธอเองก็เป็นพวกผู้หญิงในกลุ่ม ที่ลืมจอห์นเสียสนิท

“เธอเป็นนางแบบด้วยเหรอ” มินนี่ถาม ท่าทางเหมือนสนใจ อเล็กซิสไม่แน่ใจว่าเธอควรดีใจหรือไม่ที่ทำให้มินนี่สนใจตัวเองได้

“ไม่เชิงหรอก ฉันยังเป็นมือสมัครเล่น พวกตัวประกอบนะ” อเล็กซิสตอบ

มินนี่ขยับตัวมานั่งปลายเบาะ เอามือเท้าคางจ้องหน้าเธอ “ถ้าอย่างนั้นคนนั้นก็เป็นนายแบบเหมือนกันใช่ไหม เขาเป็นสเป็กเธอหรือเปล่า ฉันเห็นว่าเขามอง ๆ เธออยู่ตั้งแต่พวกเราเข้ามาในนี้แล้ว”

“ไม่หรอก ไม่ใช่แบบนั้นหรอกมินนี่ เชื่อเถอะ” อเล็กซิสเม้มปาก ก่อนจะย้ำคำตัวเอง “ฉันเพิ่งบอกไปแล้วไงว่าพวกเราเคยเจอกันมาก่อน”

“แต่เขาไม่เคยมองเทสซ่าเกินห้าวินาทีเลยนะ เขามองเธอตั้งสิบวินาที”

โนเอลหัวเราะ “นี่น้องนับด้วยเหรอ” สายตาที่เขามองน้องสาวคนเล็กเหมือนกับเวลาที่พ่อมองชาร์ลี

มินนี่พยักหน้าหงึก ๆ

“เขาไม่ใช่สเป็กของอเล็กซิสหรอก” เวดสรุปเอาเอง

“อ้าว นายรู้ได้ยังไงล่ะ เขาน่ารักจะตาย” อเล็กซิสเผลอปากไว แต่มันเป็นความผิดมหันต์ เพราะเวดไม่ชอบใจที่เธอชมเด็กหนุ่มคนนั้น

“คือ ถ้าเปรียบเทียบกับแฟนเก่าของเธอนะ ผู้ชายจะต้องผมสีทอง ตัวสูง หล่อ แล้วก็เป็นนักกีฬา นิสัยดี อ่อนโยน”

“เวด...อย่าเริ่มได้ไหม ฉันไม่ใช่คาร์เตอร์” อเล็กซิสเกือบลืมไปแล้วว่าเวลาโดนมีดแทงข้างหลังมันเป็นอย่างไร แค่คิดถึงครอบครัวและเพื่อนมันทรมานน้อยเกินไปใช่ไหม ทำไมเขาต้องขุดเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาพูดให้เธอกระอักเลือดเล่น

“โทษ ก็แค่ตอบมินนี่เฉย ๆ” เขายักไหล่

“เปล่า นายไม่ได้จะตอบเธอ นายตั้งใจแกล้งฉันต่างหาก”

“นายหมายถึงตัวเองเหรอ ว่านายเป็นสเป็กของอเล็กซิส แต่ฉันว่านายไม่ใช่คนอ่อนโยนนะ” มินนี่ว่า ไม่สนใจว่าการใช้คำพูดของเธอนั้นมีปัญหา อย่างไรก็ตาม อเล็กซิสไม่คิดว่าเวดจะสนใจ เขาสมควรโดนซะบ้าง

“ใช่ มินนี่พูดถูก นายนิสัยไม่ดี” เธอย้ำคำมินนี่

“เด็ก ๆ ไม่ทะเลาะกันน่า” โนเอลแทรกขึ้น เขาทำตัวราวกับเป็นผู้เฒ่าของกลุ่ม “มินนี่ อย่าถามเรื่องส่วนตัวของคนอื่น” พอโดนพี่ชายปราม มินนี่จึงเอนหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้ กลับไปนั่งมองคนในคลับด้วยสายตาช่างฝันเหมือนเดิม ไม่สนใจพวกเวดกับอเล็กซิสอีก

“ขอโทษ” เวดกระซิบบอก

“นายไม่ได้อยากขอโทษหรอก เพราะนายเป็นแบบนี้ทุกที” อเล็กซิสบ่น “ตั้งแต่พวกเรามาอยู่ที่นี่ นายก็ทำตัวเหมือน...”

“ก็แค่อยากรู้ว่าเธอลืมหมอนั่นแล้วหรือยัง” เวดไม่ยอมแพ้ “ถ้าเธอลืมเดวี่ได้แล้ว ทำไมเธอต้องหงุดหงิดใส่ฉันด้วยล่ะ”

“ฉันหงุดหงิดเพราะนิสัยนายต่างหาก แล้วฉันบอกเมื่อไหร่ว่าลืมเขาได้แล้ว”

โนเอลนั่งเงียบ เมื่อบทสนทนาที่คุยกันอยู่ดี ๆ กลายเป็นบททะเลาะ อเล็กซิสรู้ดีว่า ถึงเขาทำเป็นไม่สนใจ แต่กำลังฟังอยู่ “รู้อะไรไหม เวด ไปหาคาร์เตอร์ซะ ถ้านายอยากฝึกลับฝีปากล่ะก็ และถ้านายอยากรู้ ใช่ ฉันยังรักเดวี่อยู่ พอใจไหม”

พอฟังจบ เวดลุกขึ้นทันที เขาเดินไปหาเทสซ่าแล้วสั่งให้ออสโล่กลับมานั่งที่โต๊ะ ส่วนตัวเองก็เต้นกับผู้หญิงแทน ไม่สนใจว่าออสโล่จะรู้สึกอย่างไร เทสซ่าเองก็ยินดีที่เขามาแทนออสโล่

เพื่อนผมแดงเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วนั่งลงข้าง ๆ อเล็กซิสด้วยท่าทางโล่งใจมากกว่าโกรธเคือง “เป็นอะไรของเขา นี่ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ”

พอไม่มีเบลินดา คาร์เตอร์ เวดจึงหาคนทะเลาะคนใหม่ ซึ่งก็คืออเล็กซิส เขาชอบกระตุ้นให้เธอโหยหาวันเก่า ๆ ทั้งที่พยายามใช้ชีวิตตามหลักการของเขาแล้ว แต่มันยากกว่าที่คิดไว้มาก เหตุการณ์แม้เพิ่งผ่านมาไม่นาน แต่กลับเหมือนผ่านมาเป็นปี ถึงกระนั้น อเล็กซิสยังจำได้ว่าเธอเสียใจขนาดไหนเมื่อรู้ว่าเดวี่กับจูนทำอะไรลับหลัง แต่ตอนนั้นอเล็กซิสยังมีครอบครัวและเพื่อนที่คอยให้กำลังใจ ไม่เหมือนตอนนี้

บางทีอาจเป็นเพราะความเหงา เธอคิดว่าลืมความเจ็บปวด แต่ยิ่งโหยหายิ่งเจ็บ

มันยากนะ ที่จะกลับไปเป็นตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ในเมื่อฉันสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว นายคิดว่าฉันต้องทำอย่างไรเหรอเวด คบกันนายทันทีอย่างงั้นเหรอ

“โอเค พวกเธอตีกันอีกแล้วจริง ๆ สินะ” ออสโล่สรุป เมื่อเธอไม่ตอบ

“นายก็รู้ เขาชอบย้ำแผลเก่าฉันอยู่เรื่อย” เธอฟ้องเพื่อน

“ก็เขาเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองนี่นา” ออสโล่พูด “ฉันว่า แทนที่หมอนั่นจะทำตัวเป็นกูรูเรื่องความรัก เขาควรเรียนรู้ที่จะเป็นคนสุภาพอ่อนน้อม แล้วจีบเธอให้สำเร็จเสียก่อน”

“นี่แหละ ข้อเสียของความรักหนุ่มสาว มีแต่ใช้อารมณ์กันทั้งนั้น” โนเอลพึมพำลอย ๆ ขึ้นมา

อเล็กซิสไม่พอใจที่เขาใช้คำว่า ‘ความรักหนุ่มสาว’ จึงโต้ตอบไป “โธ่ คุณปู่ ความรักของเด็ก ๆ ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเรื่องไร้สาระไปทุกเรื่องหรอกนะ และระหว่างฉันกับเวดไม่ได้เรียกว่าความรักด้วย”

เขายกมือขึ้นทั้งสองข้าง ทำท่าเหมือนยอมแพ้ “ไม่เอาน่า ฉันไม่ทะเลาะกับพวกเธอหรอก ต้องไปทำหน้าที่พี่ชายก่อนแล้ว” จากนั้นโนเอลก็เดินอาด ๆ ตรงไปยังเวดกับเทสซ่าที่ดูเหมือนจะถึงเนื้อถึงตัวกันมากขึ้น

ออสโล่ถอนหายใจ “หมอนี่เด็กจริง ๆ พยายามเรียกร้องความสนใจจากเธออยู่นั่นแหละ”

“แล้วนายรู้สึกอย่างไรล่ะ ออสโล่” อเล็กซิสพยักพเยิดไปทางเพื่อนตัวเองกับสาวผมดำ

เขาหัวเราะ “เอาจริง ๆ นะ ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่หึงหวง ไม่รู้สึกแย่กับเวดด้วย ฉันเพิ่งเจอเทสซ่านะ เธอสวยก็จริง แต่ว่า...ฉันยังคิดถึงคริสติน่าอยู่ เพราะอย่างนี้ ฉันถึงเข้าใจเธอไงล่ะ อเล็กซ์ ดังนั้น หลังจากนี้เลิกช่วยเขาจับคู่ให้ฉันได้แล้ว”

“เข้าใจแล้ว” อเล็กซิสตอบรับเสียงอ่อน

สถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้เวด อเล็กซิส และออสโล่สนิทกันมากขึ้น ในขณะที่เบลินดาหาเพื่อนใหม่และต่างฝ่ายต่างทำเป็นไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ที่เหลืออีกสามคนจึงมักเกาะกลุ่มกัน สิ่งที่ทำให้อเล็กซิสอึดอัดคือการที่เวดคิดว่าเขากำลังจะกลายเป็นแฟนของเธอ เขาเป็นเพื่อนที่ดีมาก ยกเว้นนิสัยน่ารำคาญข้อนี้ข้อเดียว บางครั้ง จู่ ๆ เขายกเรื่องเดวี่กับจูนขึ้นมาพูดเพื่อดูปฏิกิริยาของเธอหน้าตาเฉย อเล็กซิสยอมรับว่า บาดแผลที่จูนกับเดวี่เทียบไม่ได้เลยกับบาดแผลที่พวกตำรวจและรัฐบาลทำกับเธอ แต่แผลเป็นก็คือแผลชนิดหนึ่ง มันอาจจะไม่เจ็บปวดเหมือนแผลสด แต่เมื่อคุณมองเห็นมัน คุณจะนึกออกว่าความเจ็บปวดแบบนั้นเคยทำร้ายคุณอย่างไร

โนเอลเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับเทสซ่า ใบหน้าของเธอแดงจัด และมันไม่ใช่เพราะเหล้า “ฉันไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะพี่!”

“แต่เธอทำตัวเป็นเด็กเอง อย่าเล่นหูเล่นตาไปทั่วได้ไหม เลิกเล่นได้แล้ว อย่ามาเล่นเกมอะไรแบบนี้”

“พี่ไม่ใช่พ่อสักหน่อย ฉันอยากจะทำอะไรก็ได้!”

“ฉันไปหาเครื่องดื่มเพิ่มดีกว่า” อเล็กซิสกระซิบบอกออสโล่แล้วรีบหนีออกมาจากจุดนั้น

“เฮ้ย รอด้วย” ออสโล่ตามมา “นี่มันวันอะไรวะเนี่ย วันทะเลาะแห่งชาติเหรอไง ไปทางไหนก็เจอแค่คนตีกัน”

พวกเขาสั่งไลต์เบียร์มาคนละแก้วและตัดสินใจนั่งแอบอยู่หลังน้ำพุไวน์ ทั้งสองคุยสัพเพเหระไปเรื่อย พอไม่มีเวด อเล็กซิสสามารถพูดความคิดของเธอออกมาให้ออสโล่ฟังได้มากกว่า ยกเว้นเสียแต่ว่า ถ้าเธอคิดจับคู่เรื่องเขากับเทสซ่าอีก ออสโล่ก็จะขายเธอทันที

“นั่นเบลินดานี่” ออสโล่ชี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status