Masukเมื่อร่างกายเจ็บป่วยเพราะความอ้วน เขาจึงตัดสินใจไปพึ่งหมอ(ดู) นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ที่ทำให้เขาได้ทะลุมิติไปอยู่ในร่างชายชั่วคนหนึ่งที่ทำร้ายแม้กระทั่งภรรยาและลูกของตน เป็นเรื่องราวของเสกสรรที่ทะลุมิติเข้าไปอยู่ในร่างของสามีชั่วคนหนึ่ง ที่วางยานอนหลับแม้กระทั่งภรรยาและลูกทั้งสองคน เพื่อหนีไปอยู่กับหญิงอื่น แต่กลับโดนตีหัวจนสลบ เขาจึงกลับมาหาภรรยากับลูก แต่เสกสรรจะทำอย่างไรให้ภรรยาที่แสนเกลียดชังเขา อภัยให้สามีเลว ๆ อย่างเขาได้
Lihat lebih banyak“เขาจะตายไหมพี่” น้ำเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย “ไม่ตายหรอก” “แล้วเราจะเอายังไงกับเขาดี” “เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ขณะนั้นวิญญาณของเสกสรรได้ออกจากร่างไปแล้ว เขาเดินเข้าไปกระชากแขนกุลชาอย่างแรง แต่ยิ่งไขว่คว้าร่างนั้นเท่าไรเขากลับสัมผัสเธอไม่ได้เลย ในเวลาต่อมาเมื่อเห็นพศินลากร่างเขาออกไป เขาจึงตระหนักได้ทันทีว่าเขาได้ตายไปแล้ว เขาเสียใจที่กุลชาทำกับเขาเช่นนี้ หลอกเอาเงินกับเขาไปให้ผู้ชายคนอื่น แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นเพื่อนสนิทกับเขาอีก คืนนั้นเสกสรรนั่งร้องไห้เฝ้าร่างของตัวเองที่นอนแน่นิ่งอยู่ในป่ารกจนถึงเช้า พยายามเข้าไปสิงร่างเดิมของตัวเองเป็นร้อยเป็นพันรอบแต่เขาก็ไม่สามารถกลับไปเป็นคนได้อีก เขาต้องยอมรับความตายครั้งนี้อย่างนั้นหรือ หลังจากนั้นวิญญาณของเสกสรรก็ล่องลอยกลับไปที่บ้านของตัวเอง แต่ก็พบว่าภรรยากับลูกไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว เขาจึงตามเธอไปที่บ้านแม่ยาย พอไปถึง ทันใดนั้นณดลน้องชายของยุพาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “พี่ยุ ๆ” “มีอะไร” “พี่เสกตายแล้ว” “ฮะ!” เสียงยุพาดูตกใจแต่แววตา
เช้าวันต่อมาข่าวที่ภรรยาของพศินวิ่งไล่ฟันสามีกับชู้รักอย่างกุลชาก็ดังไปทั้งหมู่บ้าน พศินได้รับบาดเจ็บสาหัส แถมเมียยังขู่ว่าจะขอหย่า ส่วนกุลชาวิ่งหนีไปได้แต่ก็หนีไปในสภาพที่ดูไม่ได้เช่นกัน และเธอคงไม่กล้ากลับมาที่หมู่บ้านนี้อีก เพราะผู้คนในหมู่บ้านนี้รู้เช่นเห็นชาติของเธอหมดแล้ว และถ้ากลับมาอีกบุญชูเมียของพศินคงเอากุลชาถึงตาย แม่และพี่สาวของยุพามาหาที่บ้านแต่เช้า ยุพากำลังรดน้ำผักอยู่ข้างบ้านพอดี “แกรู้เรื่องยัยกุลหรือยัง” แสงเดือนเป็นห่วงลูกสาว กลัวว่าเสกสรรจะไปร่วมทำไม่ดีกับพศินด้วยจึงรีบมาหาที่บ้าน “กุลเขาทำไมเหรอคะแม่” ยุพายังทำหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน “ก็มันแอบไปนอนกับไอ้ศินอยู่เถียงนานอกบ้านนี่เอง เมียไอ้ศินมันไปเจอ ไล่ฟันกันจนต้องไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาล” “อ้อ เหรอคะ” “แล้วนี่น้าเสกไปไหน ไปดูไอ้ศินมันเหรอ” นีราถามน้องสาว “เปล่า พี่เสกทำอาหารอยู่ข้างบนค่ะ” “ไอ้เสกทำอาหาร แกรดน้ำผัก?” “อือฮึ ทำไมเหรอคะ เขาก็ทำอาหารทุกวันนะ ไม่เห็นแปลกตรงไหน” น้ำเสียงติดอวดสามีนิด ๆ
กุลชาเดินลับ ๆ ล่อ ๆ ออกมาจากที่ซ่อนเมื่อรู้ว่ามีคนนำเสกสรรมาไว้บนเถียงนาให้เธอเชือดแล้ว เธอย่องขึ้นไปบนเถียงนาอันมืดมิดอย่างเงียบ ๆ ดีแล้วที่คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด จากนั้นเปลื้องผ้าของตัวเองออกแล้วไปจัดการกับคนที่นอนนิ่งอยู่ กุลชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทั้งหมดเธอกับผู้ชายคนนั้นซดข้าวต้มรอบดึกด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย เพราะต่างคนก็ต่างเมา ไม่สนใจว่าอากาศรอบตัวจะเย็นเฉียบสักแค่ไหน แวบแรกกุลชารู้สึกคุ้นเคยกับเพลงรักและเสียงครางของผู้ชายคนนี้มาก แต่เมื่ออยู่ในห้วงอารมณ์นั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว เธอปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามท่วงทำนองผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงภรรยาของพศินที่เดินมากับไกรเลิศเอ่ยเสียงดังด้วยความโกรธจัด “ไหน ไอ้ผัวตัวดีของกูมันอยู่ที่ไหน” ถึงมองเห็นใบหน้าไม่ชัดแต่ก็รู้ว่าหน้าของเธอคงแดงก่ำเสียงนั้นทำให้สองร่างที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนัวเนียถึงกับชะงัก“เมียพี่มา” พศินเอ่ยเสียงแหบ ลำคอแห้งผาก ไก่โต้งที่กำลังชูคอแข็งขึงหดตัวอ่อนยวบลงอย่างรวดเร็วทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกใจ จะถามหาเหตุผลที่พวกเขามานอนอยู่ที่นี่ด้วยกันได้อย่างไรก็คงไม่ทันแล้วมือข้างหนึ่งถือไฟฉาย มืออีกข้างถ
เสกสรรกลับมาจากนา รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วยุพาจึงเดินเข้าไปคุยด้วย “วันนี้กุลมาหาฉันที่บ้าน” คิ้วดกดำขมวดเข้าหากันทันที “มาทำไม” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้หญิงอย่างกุลชาดี อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายจึงไม่อยากใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้เมื่อไรเธอจะหยุด “เขามาบอกฉันว่า พี่เป็นคนเอาเงินสี่หมื่นนั้นให้เขา” ยุพาสูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดต่อ “ฉันอยากรู้ว่าเรื่องราววันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ด้วยความโกรธบวกกับความเกลียดและกลัวเขาวันนั้นเธอจึงไม่อยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น เสกสรรมองภรรยาด้วยแววตาเป็นกังวล เขาห่วงความรู้สึกของภรรยามากกว่า “สัญญากับพี่ก่อนสิว่าเธอจะไม่เกลียดพี่” เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นเพื่อรอคำตอบ แววตาเว้าวอน พอภรรยาพนักหน้ามุมปากจึงคลี่ยิ้มออกมาจาง ๆ “วันนั้นหลังจากพี่วางยานอนหลับเธอกับลูกแล้ว พี่ก็ขโมยเงินที่อยู่ใต้ที่นอนเธอไปทั้งหมด แล้วให้ไอ้วุธไปส่งที่ศาลารอรถทางเข้าหมู่บ้าน” เขาเว้นวรรคเพื่อหายใจ เอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับมือภรรยาไว้ ใช้หัวแม่มือคลึงกลางฝ่ามือเธอเบา ๆ “ตอนไปถึงพี่ไม่เจอกุล เ
เสกสรรยื่นเงินให้ลุงขับสามล้อพอหันกลับมาก็ต้องตกใจ ภรรยากับลูกเดินถือกระเป๋าตามกันมา โดยมีแม่ยายเดินขนาบข้าง “ยุกับลูกจะไปไหน” “ฉันกับลูกจะไปอยู่บ้านแม่ค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ แต่ในใจเขารู้ว่าเธอกำลังโกรธ ผู้หญิงคนนี้เมื่อโกรธจนถึงขีดสุดเธอเลือกที่จะเงียบมากกว่าโวยวาย
หญิงวัยกลางคนเดินขึ้นมาบนบ้านลูกสาวเมื่อทราบข่าวว่าลูกเขยหนีไปกับหญิงอื่น “ยุ” แสงเดือนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่สายแล้วแต่ลูกสาวยังไม่ตื่นถึงแม้ลูกสาวจะป่วยแต่ยุพาก็ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ เธอเปิดมุ้งเข้าไปก็พบว่าสามแม่ลูกยังนอนหลับสนิท แสงเดือนเอามือเขย่าร่างลูกสาว “ยุ ตื่นได้แล้ว ผัวแกหนีไปกับนังกุล
เสกสรรวาดขาขึ้นซ้อนรถมอเตอร์ไซด์เพื่อน จากนั้นศราวุธก็ขับรถออกไปยังถนนกลางหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอ ศราวุธจอดรถเมื่อมาถึงศาลารอรถหน้าทางเข้าหมู่บ้าน “ให้กูอยู่เป็นเพื่อนไหม” ตอนนี้ก็มืดมากแล้ว “ไม่ต้อง อีกหน่อยกุลก็คงจะมา” ท
ดวงตะวันกำลังจะตกดินทอแสงสีแดงประกายแสดลอดผ่านออกมาจากปลายไม้มองเห็นเพียงริบหรี่ นี่คงเกือบจะหกโมงเย็นแล้วกระมังแต่ยังไร้วี่แววของสามีที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงสายของวัน ภายในบ้านไม้ยกสูงกลางเก่ากลางใหม่ มีหญิงสาววัยยี่สิบหกปีกำลังนอนซมเพราะพิษไข้มานานกว่าสองสัปดาห์ ห่างออกไปเล็กน้อยมีเด็กชายกับเด็






Ulasan-ulasan