LOGINเมื่อร่างกายเจ็บป่วยเพราะความอ้วน เขาจึงตัดสินใจไปพึ่งหมอ(ดู) นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ที่ทำให้เขาได้ทะลุมิติไปอยู่ในร่างชายชั่วคนหนึ่งที่ทำร้ายแม้กระทั่งภรรยาและลูกของตน เป็นเรื่องราวของเสกสรรที่ทะลุมิติเข้าไปอยู่ในร่างของสามีชั่วคนหนึ่ง ที่วางยานอนหลับแม้กระทั่งภรรยาและลูกทั้งสองคน เพื่อหนีไปอยู่กับหญิงอื่น แต่กลับโดนตีหัวจนสลบ เขาจึงกลับมาหาภรรยากับลูก แต่เสกสรรจะทำอย่างไรให้ภรรยาที่แสนเกลียดชังเขา อภัยให้สามีเลว ๆ อย่างเขาได้
View Moreสายลมหนาวพัดผ่านเข้ามาเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ แต่ทว่าชายหนุ่มเจ้าของเขียงเนื้อที่มีน้ำหนักกว่าร้อยห้าสิบกิโลกรัมจะไม่สะทกสะท้านกับลมหนาวเท่าไรนักแม้อุณหภูมิต่ำสุดของวันจะติดลบก็ตาม
หลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่เขากลับขี้เกียจลุกจากเตียงนอนเอาดื้อ ๆ ดวงตาคมเข้มเลื่อนลอยกวาดมองไปทั่วห้องนอนขนาดใหญ่ บ้านที่เขาอยู่เป็นบ้านปูนสองชั้น หลังจากพ่อกับแม่จากไปโดยไม่มีวันกลับมา เขาอาศัยอยู่ในบ้านนี้เพียงลำพังตั้งแต่อายุสิบแปดปี และสืบทอดอาชีพขายเนื้อวัวจากพ่อกับแม่มาจนถึงทุกวันนี้ เขามีเงินเก็บมากพอที่จะไม่ต้องทำงานอีกหลายสิบปีเพราะพ่อกับแม่ทำประกันชีวิตไว้หลายล้านบาท แต่ทุกวันนี้เขายังทำงานหนัก ชีวิตเขามีทุกอย่างจะขาดก็แต่หญิงข้างกาย บางครั้งรูปร่างที่อ้วนเกินไปของเขาก็อาจจะมีส่วน ความจริงแล้วเขาเป็นคนหน้าตาหล่อ เพียงแต่เมื่อเขาอายุได้สิบห้าปี เขาก็เริ่มอ้วนขึ้นเรื่อย ๆ จนหยุดกินไม่ได้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือได้น้ำหนักร้อยกว่าโลมาแทน จากนั้นก็ไม่สามารถลดลงได้อีกเลย
เสกสรรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วเขาจะทำงานหนักไปเพื่อใคร เวลาร่วมเดือนที่จิตใจเขาค่อนข้างย่ำแย่ มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ อย่างไร้จุดหมาย เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน อาจจะเพราะอาการปวดเข่าจนขยับกายลำบาก อากาศยิ่งเย็นมันก็ยิ่งปวดจนแทบทนไม่ไหว หรือในร่างกายเขาอาจจะมีโรคอื่นแทรกซ้อนอยู่ด้วยก็ได้ เพราะเขาไม่เคยไปหาหมอสักที
เขาต้องหาที่พึ่งไม่เช่นนั้นเขาอาจจะกลายเป็นโรคความเครียดสะสม นานไปอาจจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าตามมา เพราะตอนนี้ลำพังโรคอ้วนกับโรคปวดเข่าเขาก็จะตายอยู่แล้ว
เสกสรรนอนคิดมาหลายคืนแล้ว เอาล่ะ วันนี้เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดจะทำมาก่อนนั่นก็คือการไปหาหมอ
ไม่ ไม่ใช่หมอที่โรงพยาบาล แต่เป็นหมอดูต่างหาก เขาได้ยินป้าข้างบ้านพูดถึงพระอาจารย์คนนี้บ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยสนใจเพราะเขาไม่เคยเชื่อเรื่องดวง แต่วันนี้เขาจะลองเสี่ยงดูว่าจะแม่นสมคำล่ำลือหรือไม่
ร่างใหญ่ต้วมเตี้ยมฝืนกายลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วยกของที่จะนำไปถวายวัดขึ้นไว้บนเบาะหลัง เขาไม่ต้องเตรียมอาหารไปด้วยเพราะพระท่านฉันข้าวแค่มื้อเดียว และนี่ก็เลยเวลาพระฉันอาหารเช้าไปนานแล้ว เขาจึงเตรียมไปแค่น้ำดื่มและอาหารแห้ง
เสรสรรเปิดประตูรั้วบ้านออกมาก็เจอป้าข้างบ้านพอดี “วันนี้ไม่ขายเนื้อเหรอเสก”
“ไม่ครับป้า วันนี้หยุดหนึ่งวันครับ” ป้าข้างบ้านคงลืมว่าวันนี้เป็นวันพระ เขาไม่เชือดสัตว์ใหญ่กัน
เสกสรรขับรถยนต์คันสีขาวออกมาจอดหน้าบ้าน ลงจากรถไปปิดประตูรั้วบ้านแล้วจึงขึ้นรถขับออกไป มุ่งหน้าไปที่วัดป่าพอกเพื่อทำบุญกับพระอาจารย์สิมมา
วันนี้คนที่วัดป่าค่อนข้างแน่นหนาผู้คนนำข้าวสารอาหารแห้งและน้ำดื่มมาถวายวัดเป็นจำนวนมาก จากนั้นพระอาจารย์ก็จะเอาไปบริจาคแก่คนยากไร้ต่ออีกทอดหนึ่ง เพราะวัดป่าแห่งนี้มีพระเพียงสองรูปเท่านั้น
ทุกคนที่มารอคิวเขียนชื่อสกุลและวันเดือนปีเกิดใส่กระดาษแผ่นเล็กพร้อมกับดอกไม้และเทียนอย่างละคู่ใส่ในจานรอไว้ให้ลูกศิษย์อาจารย์เรียกทีละคน เสกสรรอยู่ลำดับที่สามสิบเท่ากับอายุของเขา
เกือบสามชั่วโมงที่เขานั่งรอก็ได้ยินเสียงลูกศิษย์พระอาจารย์เรียกสักที “ต่อไปนายเสกสรร ตั้งจิตภิรมย์” เขาไม่เคยมานั่งทนรอเพื่อดูดวงกับใครนานขนาดนี้มาก่อน จะว่าไปก็ไม่เคยดูดวงเลยด้วยซ้ำ นี่จะเป็นครั้งแรกและคงเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต
เสกสรรเดินด้วยเข่าเข้าไปหาพระอาจารย์อย่างยากลำบาก เพราะน้ำหนักตัวที่มากกว่าคนอื่นบนศาลาแห่งนี้ทำให้ผู้คนมองมาที่เขาเป็นตาเดียว “นมัสการครับหลวงตา” พูดพร้อมกับพนมมือขึ้นแล้วก้มลงกราบด้วยท่าทางทุลักทุเล พุงก็ติด ขาก็เกะกะไปหมด
“เจริญพร” หลวงตาหยิบจานดอกไม้ของเขาขึ้นมา ไล่สายตาไปตามตัวอักษรเพียงอึดใจเดียว หลับตาแล้วพึมพำภาษาอะไรบางอย่างที่เขาฟังไม่ได้ศัพท์ จากนั้นจึงหยิบกระดาษที่เขียนชื่อสกุลและวันเดือนปีเกิดขึ้นมา
“เขาจะตายไหมพี่” น้ำเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย “ไม่ตายหรอก” “แล้วเราจะเอายังไงกับเขาดี” “เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ขณะนั้นวิญญาณของเสกสรรได้ออกจากร่างไปแล้ว เขาเดินเข้าไปกระชากแขนกุลชาอย่างแรง แต่ยิ่งไขว่คว้าร่างนั้นเท่าไรเขากลับสัมผัสเธอไม่ได้เลย ในเวลาต่อมาเมื่อเห็นพศินลากร่างเขาออกไป เขาจึงตระหนักได้ทันทีว่าเขาได้ตายไปแล้ว เขาเสียใจที่กุลชาทำกับเขาเช่นนี้ หลอกเอาเงินกับเขาไปให้ผู้ชายคนอื่น แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นเพื่อนสนิทกับเขาอีก คืนนั้นเสกสรรนั่งร้องไห้เฝ้าร่างของตัวเองที่นอนแน่นิ่งอยู่ในป่ารกจนถึงเช้า พยายามเข้าไปสิงร่างเดิมของตัวเองเป็นร้อยเป็นพันรอบแต่เขาก็ไม่สามารถกลับไปเป็นคนได้อีก เขาต้องยอมรับความตายครั้งนี้อย่างนั้นหรือ หลังจากนั้นวิญญาณของเสกสรรก็ล่องลอยกลับไปที่บ้านของตัวเอง แต่ก็พบว่าภรรยากับลูกไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว เขาจึงตามเธอไปที่บ้านแม่ยาย พอไปถึง ทันใดนั้นณดลน้องชายของยุพาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “พี่ยุ ๆ” “มีอะไร” “พี่เสกตายแล้ว” “ฮะ!” เสียงยุพาดูตกใจแต่แววตา
เช้าวันต่อมาข่าวที่ภรรยาของพศินวิ่งไล่ฟันสามีกับชู้รักอย่างกุลชาก็ดังไปทั้งหมู่บ้าน พศินได้รับบาดเจ็บสาหัส แถมเมียยังขู่ว่าจะขอหย่า ส่วนกุลชาวิ่งหนีไปได้แต่ก็หนีไปในสภาพที่ดูไม่ได้เช่นกัน และเธอคงไม่กล้ากลับมาที่หมู่บ้านนี้อีก เพราะผู้คนในหมู่บ้านนี้รู้เช่นเห็นชาติของเธอหมดแล้ว และถ้ากลับมาอีกบุญชูเมียของพศินคงเอากุลชาถึงตาย แม่และพี่สาวของยุพามาหาที่บ้านแต่เช้า ยุพากำลังรดน้ำผักอยู่ข้างบ้านพอดี “แกรู้เรื่องยัยกุลหรือยัง” แสงเดือนเป็นห่วงลูกสาว กลัวว่าเสกสรรจะไปร่วมทำไม่ดีกับพศินด้วยจึงรีบมาหาที่บ้าน “กุลเขาทำไมเหรอคะแม่” ยุพายังทำหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน “ก็มันแอบไปนอนกับไอ้ศินอยู่เถียงนานอกบ้านนี่เอง เมียไอ้ศินมันไปเจอ ไล่ฟันกันจนต้องไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาล” “อ้อ เหรอคะ” “แล้วนี่น้าเสกไปไหน ไปดูไอ้ศินมันเหรอ” นีราถามน้องสาว “เปล่า พี่เสกทำอาหารอยู่ข้างบนค่ะ” “ไอ้เสกทำอาหาร แกรดน้ำผัก?” “อือฮึ ทำไมเหรอคะ เขาก็ทำอาหารทุกวันนะ ไม่เห็นแปลกตรงไหน” น้ำเสียงติดอวดสามีนิด ๆ
กุลชาเดินลับ ๆ ล่อ ๆ ออกมาจากที่ซ่อนเมื่อรู้ว่ามีคนนำเสกสรรมาไว้บนเถียงนาให้เธอเชือดแล้ว เธอย่องขึ้นไปบนเถียงนาอันมืดมิดอย่างเงียบ ๆ ดีแล้วที่คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด จากนั้นเปลื้องผ้าของตัวเองออกแล้วไปจัดการกับคนที่นอนนิ่งอยู่ กุลชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทั้งหมดเธอกับผู้ชายคนนั้นซดข้าวต้มรอบดึกด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย เพราะต่างคนก็ต่างเมา ไม่สนใจว่าอากาศรอบตัวจะเย็นเฉียบสักแค่ไหน แวบแรกกุลชารู้สึกคุ้นเคยกับเพลงรักและเสียงครางของผู้ชายคนนี้มาก แต่เมื่ออยู่ในห้วงอารมณ์นั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว เธอปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามท่วงทำนองผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงภรรยาของพศินที่เดินมากับไกรเลิศเอ่ยเสียงดังด้วยความโกรธจัด “ไหน ไอ้ผัวตัวดีของกูมันอยู่ที่ไหน” ถึงมองเห็นใบหน้าไม่ชัดแต่ก็รู้ว่าหน้าของเธอคงแดงก่ำเสียงนั้นทำให้สองร่างที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนัวเนียถึงกับชะงัก“เมียพี่มา” พศินเอ่ยเสียงแหบ ลำคอแห้งผาก ไก่โต้งที่กำลังชูคอแข็งขึงหดตัวอ่อนยวบลงอย่างรวดเร็วทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกใจ จะถามหาเหตุผลที่พวกเขามานอนอยู่ที่นี่ด้วยกันได้อย่างไรก็คงไม่ทันแล้วมือข้างหนึ่งถือไฟฉาย มืออีกข้างถ
เสกสรรกลับมาจากนา รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วยุพาจึงเดินเข้าไปคุยด้วย “วันนี้กุลมาหาฉันที่บ้าน” คิ้วดกดำขมวดเข้าหากันทันที “มาทำไม” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้หญิงอย่างกุลชาดี อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายจึงไม่อยากใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้เมื่อไรเธอจะหยุด “เขามาบอกฉันว่า พี่เป็นคนเอาเงินสี่หมื่นนั้นให้เขา” ยุพาสูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดต่อ “ฉันอยากรู้ว่าเรื่องราววันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ด้วยความโกรธบวกกับความเกลียดและกลัวเขาวันนั้นเธอจึงไม่อยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น เสกสรรมองภรรยาด้วยแววตาเป็นกังวล เขาห่วงความรู้สึกของภรรยามากกว่า “สัญญากับพี่ก่อนสิว่าเธอจะไม่เกลียดพี่” เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นเพื่อรอคำตอบ แววตาเว้าวอน พอภรรยาพนักหน้ามุมปากจึงคลี่ยิ้มออกมาจาง ๆ “วันนั้นหลังจากพี่วางยานอนหลับเธอกับลูกแล้ว พี่ก็ขโมยเงินที่อยู่ใต้ที่นอนเธอไปทั้งหมด แล้วให้ไอ้วุธไปส่งที่ศาลารอรถทางเข้าหมู่บ้าน” เขาเว้นวรรคเพื่อหายใจ เอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับมือภรรยาไว้ ใช้หัวแม่มือคลึงกลางฝ่ามือเธอเบา ๆ “ตอนไปถึงพี่ไม่เจอกุล เ
เพียงเท่านั้นเขาก็รู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งตัว ยังดีที่ในห้องนอนมีแสงพอสลัว ๆ เธอจึงไม่เห็นว่าหน้าเขาเห่อแดงขึ้นมา ยุพาเช็ดตัวให้เขาถึงต้นขาเท่านั้น กระนั้นเขาก็ยังนอนเกร็งไปทั้งตัว เธอชักอยากรู้แล้วสิ ว่าบทรักของสามีจะเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่ เช่นนั้นแล้วเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างสี่วันแล้วที่เสกสรรก
ยุพาได้ยินสามีเรียกด้วยน้ำเสียงตกใจเธอจึงถือมีดวิ่งไปหา แต่ทันทีที่เธอไปถึงสามียังยืนปิดตาตัวเองแน่น “พี่เสกเป็นอะไรไปคะ” เธอถามด้วยความเป็นห่วงเพราะสามีของเธอตัวสั่นไปหมด ได้ยินเสียงภรรยาสติที่หลุดกระเจิงไปจึงกลับมา เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองไปโดยรอบ กุลชาหายไปแล้ว “พ
เสกสรรขับรถออกมาจากบ้านเสี่ยป้อมได้ไม่นานก็พบว่าพศินกำลังยืนรอเขาอยู่ริมถนน ในความทรงจำพศินคือเพื่อนที่เขาสนิทมากที่สุด เพราะเคยกินเหล้าด้วยกันทุกวัน “ไปก๊งเหล้ากับกูสักหน่อยไหม ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน กูคิดถึงมึงว่ะ” พูดพลางเอามือตบไหล่เสกสรรเบา ๆ ด้วยท่าทางสนิทสนม “อย่าเลย
พอมาถึงนาก็เป็นไปตามที่ยุพาคาดไว้ หญ้าขึ้นเต็มพื้นที่ไปหมด แต่ยังดีที่เข้าสู่หน้าแล้งแล้ว การกำจัดหญ้าจึงเป็นไปได้ง่ายขึ้น เธอขึ้นไปทำความสะอาดบนเถียงนาเพื่อให้ลูกขึ้นไปนั่งรออยู่บนนั้น จากนั้นหยิบจอบขึ้นมาถางหญ้ารอบเถียงนาแล้วกองไว้ใต้โคนต้นมะม่วงที่อยู่ไม่ไกลจากเถียงนามากนัก ส่วนสามีข











