LOGINหนีร้อนมาพึ่งเย็น?
📿 บรื้นนนนนน~ คันเร่งที่ถูกเหยียบจนแทบมิดไมด์ทำให้รถคันอื่นๆบนท้องถนนเสียหลัก ปี๊ดดดดดดดดด!! “รีบไปตายไงวะ ไอ้เ็ดแม่ม!!” (เสียงใต้) เสียงตะโกนตบท้ายไม่ได้ทำให้อัศวิน ชายหนุ่มเนื้อหอมแววตาเด็ดเดี่ยวราวกับราชสีห์คนนี้ชะลอความเร็ว “ถึงจะไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ฟังๆไว้หน่อย ก็ไม่น่าจะเสียหายนะ” “นายไม่ควรตัดสินคนพวกนั้นว่าเป็นคนไร้ค่าหรือขี้แพ้” แต่เมื่อเสียงของผู้หญิงคนนั้น และประโยคที่ฝังอยู่ในหัวที่สลัดไม่หลุด.. เอี๊ยดดดดด! ทำให้เจ้าตัวเบรกรถด้วยความเร็วแล้วเบี่ยงรถเข้าข้างทาง.. “..ยัยนั่นรู้ได้ไงว่ากูกำลังคิดเรื่องอะไร?” เขาสบถพูดกับตัวเองด้วยความฉงน เพราะประโยคที่หลุดออกมาจากปากเขา มันไม่มีสิ่งไหนยืนยันเลยว่าคนที่เพิ่งเข้ามาได้ยินจะรู้ความหมายของมัน “…เป็นพวกมาพลังพิเศษแบบไอ้ปก?” เขาเงียบเพื่อพิจารณา “…มึงอยู่กับมันมากไป ==*”แล้วตอบตัวเองและกนด่าความโง่เขลาของตัวเอง ก่อนจะสลัดทุกอย่างทิ้งไปแล้วมุ่งหน้าขับรถต่อจนถึงที่หมาย บ้านหลังสีดำเหมือนจะมีปาร์ตี้อะไรสักอย่าง ตั้งแต่นาราย้ายเข้ามาด้วยความพิศวาทส่วนตัวของสงคราม บ้านก็เปลี่ยนไป.. อัศวินคิดแบบนั้นแต่มันก็ดีสำหรับเขา การเต๊าะผู้หญิงของคนพี่เป็นเรื่องสนุก ยิ่งตอนที่มันยังไม่ได้กันนี่แหละ สนุกกูเลย “ทำไมไม่รับสายวะ จะให้ซื้อน้ำแข็งเข้ามา” “เซเว่นอยู่ปากซอย เดินแบกหำไปทรมานขามึงมากว่างั้น?” “ของกูมันใหญ่” “…อุปโลกสัส” นักรบที่ถูกอัศวินพูดใส่ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องขนาดเจ้าโลก โดยนิสัยพื้นเดิมของเขา ใครจะพูดอะไรจะทำอะไร.. ก็ช่างแม่ง “ไง ไอ้โทนพามึงไปที่ดีๆอีกสิท่า กลับมาหน้ามึงถึงยับขนาดนี้” “ดีกับผีมึงสิ! กูไม่เตะปากมันก็ดีแค่ไหนละ รู้ทั้งรู้ว่ากูไม่เชื่อ” “เออๆ มึงไม่เชื่อก็ไม่เชื่อไปคนเดียว คนอื่นเขาเชื่อก็อย่าไปขัดศรัทธา” “..มึงไม่ใช่คนดีขนาดเข้าใจทุกคนแบบนี้ ไง? อะไรสะกิดต่อมมึง ไข้แดก?” ผมเอามืออังหน้าผากไอ้รบ “ไข้ไม่ได้แดก แต่น่าจะแดกความรักเข้าไป” “เอาจริง! คนอย่างมึงเนี่ยนะ!” “ไปเชื่ออะไรมัน” มันปัดมือผมทิ้งก่อนจะเบี่ยงเดินไปทางอื่น “กูว่าชัวร์” สงครามที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์พูดขึ้น นักรบเดินหนีหายไปที่ไหนสักที่ อัศวินเดินไปนั่งข้างสงครามก่อนจะยกขาขึ้นวางบนโต๊ะด้วยความเคยชิน ปั่ก! “เหี้ย! กูเจ็บ!” “โต๊ะกินข้าว ไม่ใช่ที่วางตีน” “กูก็นั่งแบบนี้ตลอด ขากูยาว ไม่ให้กูวางตรงนี้ จะให้กูพับขาพาดคอหรือไง” “ถ้าทำได้ มึงควรทำ” “กวนตีนเก่งขึ้นทุกวันนะมึงอะ” ผมทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาแทน ไอ้ผีทำตัวเหมือนแม่ขึ้นทุกวัน ไอ้นั่นไม่ได้ ไอ้นี่ไม่ดี ไอ้โน่นไม่ควร.. “แล้วเรื่องไอ้โทนเป็นไง ตำหนักนั่นแม่น?” “ไม่รู้เว้ย ..มันบอกว่าแม่น มันก็แค่การสุ่มเดาเปล่าวะ?” “แล้วไงต่อ?” “แล้วไงต่ออะไร? มึงก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้แบบกู จะถามทำไม” “ก็ถ้าไอ้โทนมันเชื่อนักหนาขนาดนี้ มันก็ต้องมีอะไรเปล่าวะ? เรื่องที่มันถูกทักไปแทงใจดำอะไรมันหรือเปล่า” “…เรื่องที่มันพานิ้งไปทำแท้ง” “…..” “ไม่มีใครรู้นอกจากกู” “มึงสนับสนุน?” “สนับสนุนเหี้ยไรอะ กูก็เพิ่งมารู้ตอนที่มันพานิ้งไปทำเสร็จแล้ว.. เห็นบอกว่าผีเด็กตาม” กูคนนึงที่ใช้ชีวิตแบบไม่มีจุดหมาย เสเพลก็ไม่เถียง เอากับผู้หญิงก็ถือเป็นกำไรชีวิต แต่ก็ไม่ได้โง่ไม่ป้องกันหรือทำพลาดแบบไอ้โทน สงครามไม่พูดอะไรเขาแค่มองอัศวินแล้วก้มลงอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ “มีใครฉีดยาให้ไอ้ปกยัง” “กูทำละ” “อืม กูจะไปนอน” หลายเดือนต่อมา.. “นี่~ พริบตา~ ทำไมช่วงหลังๆนี่ดูโทรมๆจังอะ รับแขกดึกเหรอ~” พริบตายืนถอนหายใจกับคำพูดกระแหนะกระแหน๋ของน้ำเงี้ยว เธอโตมาพร้อมกันแต่มีความสัมพันธ์กันแค่เป็นลูกของอีป้าข้างบ้าน อีป้าปากไม่มีหูรูดส่วนอีลูกก็พูดจาเหน็บแนมคนอื่นเก่งจนน่าเอาขี้หมายัดปาก “ใช่ แขกฉันเยอะมากกกกก~ เมื่อคืนก็รับจนแทบไม่ได้หลับได้นอนเลยอะ” “ไม่น่าละ ดูสภาพสิ.. “ ยัยน้ำเงี้ยวมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ยัยนี่ชอบพูดจาให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าฉันรับแขกเป็นเด็กขายตัวให้เสี่ยตัวอ้วนพุงพลุ้ยพวกนั้น ฉันขี้เกียจพูดให้มากความ เสียเวลาอธิบายให้คนพวกนี้ไปก็เสียเวลาชีวิต เอาเวลาที่มานั่งอธิบายให้คนพวกนี้ฟัง ฉันเอาเวลาไปซื้อนมให้หมาให้แมวข้างทางดีกว่า “…..” “แล้วนี่อะไร? เพิ่มจ๊อบรับล้างจานพวกนี้ด้วยเหรอ? กิจการที่บ้านไม่รุ่ง งานขายคงติดขัดสินะ เธอน่าเอาเวลาที่มานั่งล้างจานไปอาบน้ำขัดผิวรอให้เสี่ยพวกนั้นมารับเธอไปกินไปนอนจะดีกว่า~ ยังได้เงินเยอะกว่าล้างจานพวกนี้อีก~” “เผอิญว่าฉันไม่เหยียดเงินมากเงินน้อย อะไรที่ได้เงินฉันทำหมด” “….” “อย่างน้อย ฉันก็ไม่ได้ขอตังค์พ่อแม่มาประโลมตัว เหมือนคนบางคน” “อีพริบ!” “อีขนมจีนน้ำเงี้ยว! ถ้าว่างมากมาเกทับคนอื่น เอาเวลาหาเงินให้พ่อให้แม่บ้างนะ! แก่จนจะลงโลงอยู่แล้วลูกยังไม่คิดจะดูแล! เป็นกรรมของป้าบุญแท้ๆ” “อี! อี!” พริบตาโยนจานลงกะละมังแล้วเท้าเอวอย่างไม่สบอารมณ์ เธอไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ แล้วก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่รอให้ผู้ชายคนไหนมาปกป้อง น้ำเงี้ยวย่ำเท้าอยู่กับที่อย่างเป็นบ้าเป็นบอก่อนจะพาตัวเองเดินกระทืบเท้าออกไป “..พวกบ้า” “เอาอีกแล้วเร๊อะ พวกเอ็งนี่ ตอนเด็กตีกันยังไงตอนโตก็ตีกันไม่เปลี่ยน” “ป้าก็เห็นนิจ๊ะ …น้ำเงี้ยวมันหาเรื่องหนูก่อน” “เออ ข้าเห็นแล้ว~ อะ นี่ ค่าจ้างของเอ็ง” “โอ๊ย ป้า ฉันไม่เอาหรอกจ๊ะฉันช่วย^^” “ไม่เอาๆ เอ็งก็ต้องใช้เงินอีกเยอะ ไหนจะแม่ ไหนจะอะไรๆของเอ็งอีก” “ไม่เป็นไรจ๊ะ” พริบตาดันมือของหญิงชรากลับไป เธอไม่คิดที่จะเอาเงินในการช่วยป้าล้างจาน แต่ที่ช่วยเพราะเห็นว่าแกไม่มีลูกหลานคอยดูแล “…เอ็งนี่นาาา~ เป็นแบบนี้ตลอดสิ~” “ฮ่าๆ คราวหน้ามีอะไรเรียกใช้พริบนะจ๊ะ หนูไปก่อนนะ” ฉันต้องรีบออกจากร้านขนมของป้าให้เร็วที่สุด ถึงแกจะแก่ แต่สกิลการยัดเงินนี่เร็วมากนะจะบอกให้ ฟิ้วว~ “ย้ากกก!!” มือไม้ปัดพัลวันเมื่อมีอะไรปลิวมาปิดหน้าของพริบตา ก่อนจะรีบหยิบมาออกจากหน้า แล้วก็เห็นว่ามันเป็นเพียง… แค่… รับสมัคร งานถ่ายแบบ ไม่จำกัดอายุ ไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้ คุณสมบัติ : 1. เป็นผู้หญิงทั่วไป 2.ไม่จำกัดอายุ 3. ไม่สนใจขนาดหน้าอก หรือสีผิว อื่นๆ…. “..ใบสมัคร โมเดลลิ่ง?” มีเรทราคาไหมนะ? ฉันไล่ๆอ่านข้อมูลไปเรื่อยๆ จนถึงบรรทัดที่ต้องการรู้มากที่สุด รายละเอียด - ค่าตัว 3,500 - 10,000 /เต็มวัน Add link : 👇🏻 ดวงตาของพริบตาเป็นประกาย เธอรีบเก็บใบปลิวนั้นแล้วรีบวิ่งกลับบ้านพร้อมกับตะโกนบอกพ่อว่า.. “พ่ออ! พรุ่งนี้หนูจะ…” เธอชะงัก ผู้ชายคนที่คุ้นหน้านั่งอยู่ในตำหนัก “…กลับ มาแล้ว เร๊อะ~” “…” หญิงสาวทำได้แค่นั่งลงแล้วยกมือไหว้ “ไปเอาสิ่งนั้นมา~” “….อะ อะไรเหรอคะ?” เพราะทุกอย่างกระทันหันไปหมด พริบตาเลยไม่เข้าใจความหมาย “น้ำมนต์ ปลุกเสก~ ~” “….ค่ะ” ฉันหยิบน้ำมนต์สูตรพิเศษสำหรับตำหนักของเราให้พ่อที่ยังอยู่ในคราบของพ่อปู่.. เพื่อนของนายคนนั้นรับไปด้วยสีหน้าและอาการหวาดกลัวก่อนจะยกมือไหว้ขึ้นเหนือหัว เขาดูต่างจากทุกรอบที่มา ความหวาดผวาของเขาทำให้ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับ.. เรา “ทำตามสรรพคุณข้างขวด~ ไม่เกินสองอาทิตย์ เอ็งจะดีขึ้น~” พรึ่บ ท่านี้เป็นท่าที่รู้ดีว่า การเล่นละครทุกอย่างได้จบลงแล้ว แล้วฉันก็มีหน้าที่… “ฉันเดินไปส่งนะคะ” ตามนั้นแหละ ระหว่างทางที่ฉันเดินมาส่งผู้ชายคนนี้.. “มันจะไม่มียุ่งกับผมใช่ไหม” “…คะ?” “ผีเด็กนั่น!” “..อะ เอ่อ อย่าลืมทำตามที่พ่อปู่บอกก็พอค่ะ;)” แต่ทำไมนะ ครั้งนี้ฉันรู้สึก.. ไม่สนิทใจที่จะพูดประโยคนั้นออกไป สีหน้า ท่าทางของคนคนนี้ทำให้ฉันรู้สึก… “ขอบคุณที่ช่วยมาตลอดนะครับ” “..ค่ะ” รถหรูวิ่งออกไปแล้ว พริบตารีบวิ่งกลับไปที่ตำหนัก “พ่อ.. หนูรู้สึก” “ไม่มีอะไรหรอก” “….” “ทุกที เราก็ผ่านมาได้ไม่ใช่เหรอ” ฉันรู้ แต่ถ้าพ่อเริ่มใช้น้ำมนต์ปลุกเสกนี่… มันหมายความว่า เคสนี้มันไม่ปกติแล้ว.. “หนูกลัวว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้น:(“ “เขาหนีร้อนมาพึ่งเย็น เราบรรเทาให้เขาได้ก็บรรเทา” “….” “อย่าลืม เราเองก็มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ” “..ค่ะ พรุ่งนี้หนูจะลองไป สมัครโมเดลลิ่งนะ เงินเยอะอยู่เผื่อฟลุ๊คได้ เราจะได้มีเงินจ่ายค่ารักษาแม่เพิ่ม” “ดีลูก ให้พ่อไปส่งไหม” “..ไม่เป็นไรพ่อ หนูไปเองได้” พริบตามองพ่อที่ถอดชุดขาวออกราวกับถอดเสื้อผ้าปกติ แล้วหายเข้าห้องส่วนตัวไป …ฉันคง คิดมากไปเองมั้ง …คงไม่มี อะไรหรอก 🔮Special Partเป็นเรื่องที่เหนือการคาดเดาของพวกฉันทุกคน ที่ได้เห็นโทนลุกขึ้นมาใส่บาตรพระแต่เช้า คนที่ดูตกใจมากที่สุดคงไม่พ้นอัศวิน สายตาแบบคิดไม่ถึงของเขาดูออกได้ชัดมาก“อายุ วัณโณ สุขัง พะ ลัง” สิ้นเสียงของพระท่าน ท่านก็เดินจากไป ฉันเลยปล่อยให้อัศวินยืนมองเพื่อนอึ้งๆแล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาโทนก่อนเขาแทน“…นึกว่าหายไปไหน ไม่คิดว่านายจะตื่นมาใส่บาตร”“ครั้งแรกในชีวิตเลยนะ อายพระท่านมาก แม้แต่ต้องถอดรองเท้าใส่บาตร เด็กวัดยังต้องบอกฉันเลย”“..เอาน่า เราโตกันมาได้แบบนี้ ก็ต้องผ่านการเรียนรู้ในทุกๆเรื่องแหละ ทุกป้ะ:)”“..อืม ได้ลองทำแบบนี้ ใจมันก็สงบอยู่นะ” ฉันยิ้มให้กับโทน เขาก็เหมือนพี่ชายฉันไปคนนึงแล้วละ พริบตาหยิบถาดและพยายามจะพับโต๊ะเก็บ โทนแทรกตัวทำเองทุกอย่าง ยิ่งทำให้พริบตารู้สึกว่า โทนคงได้รับบทเรียนราคาแพง และได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้ “กูนึกว่ายาดองมันทำให้มึงเพี้ยน”“หึ๊~ อย่างกูเขาเรียกว่าคนที่พร้อมจะล้างจิตใจให้ใสสะอาดเว้ย”“เหรอ?”“มองกูแรงขนาดนี้นี่ยังไง? ทำไมกูจะใส่บาตรไม่ได้?”“กูว่าอะไรมึงยังละ กูแค่แปลกใจเฉยๆ”“ใช่ อัศวินดูแปลกใจจนแมลงวันแทบจะเข้าไปวางไข่ในปาก
มีลูกกันไหม? 📿 หลายชั่วโมงผ่านไป… “ขี้โกง~ กันนี่~ อายุปูนนี่แล้ว~ จะมานั่งตาแข็งได้ยังไง!” ธีที่ทะลึ่งดวลยาดองกับพ่อฉัน เดี้ยงไปแล้วหนึ่ง นักรบนั่งกุมขมับหลังจากปากขวดเบียร์หมุนไปทางเขามากรองลงมาจากธี “พ่อฉันเซียนยาดองนะ ฉันเตือนแล้วนะทุกคน~” ฉันเองก็มึนเหมือนกันนั่นแหละ โดนไปหลายแก้วเลยฉัน~ “เอามันไปเก็บเถอะ มากกว่านี้คือนั่งคุยกับหมาแล้วมันอะ” ยังถือว่านักรบยังมีสติที่สุดในบรรดาทุกคนที่ดื่มหนัก เขาพยายามรั้งร่างของของธีขึ้นพยุง แต่ก็ไม่เป็นผล แถมยังจะเซถลาลงไปกองกับธีด้วยซ้ำ พรึ่บ! “..นั่งคุยกับหมาไปเถอะมึง~” ก่อนจะตัดสินใจปล่อยแขนหนักๆของธีแล้วพาตัวเองกลับมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม “..มันดูไม่ไหวกันแล้วนะ” “นั่นสิ.. ปล่อยให้ขับรถกลับบ้านนี่ไม่ถึงบ้านแน่ๆ” “แถวนี้พอจะมีที่พักหรือเปล่า ถ้าไม่ไกล ฉันหิ้วพวกมันไปได้” อัศวินเริ่มใช้เท้าเขี่ยธี ที่เริ่มใกล้คุยกับหมาข้างบ้านฉันรู้เรื่องเต็มที “จะไปเสียกะตังค์อะไรให้มากความละ นอนกันที่บ้านนี่แหละ” “เราไม่มีห้องรับแขกนะแม่ ห้องนอนไม่พออยู่แล้ว.. แล้วดูตัวแต่ละคนสิ ยาวยังกะเสาไฟฟ้า” “ก็กลางบ้านนี่แหละ” “เอาจริงเหรอ?” “เออ ปล่อย
เกมส์มันมาแบบนี้📿“เราเทิดทูนกับอะไรที่มองไม่เห็นหลายอย่าง.. แต่กับบางสิ่งที่ควรเทิดทูน กลับไม่ให้ความสำคัญ”“..นั่นสิเนอะ จะว่าไปถ้าให้พูดกันตามตรง เราถูกสั่งสอนให้เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น แล้วก็ทำตามคำสอนที่เชื่อกันมาอย่างผิดๆ บางที… มันไม่ได้มีแค่นิทานหลอกเด็กหรอก หลอกผู้ใหญ่นี่ได้ผลกว่าเด็กซะอีก” ธีและสงครามพูดคุยกันตามประสาของคนที่ไม่ได้เชื่อความเชื่อจนงมงาย แต่อยู่บนพื้นฐานที่เรียกว่าสายกลางจริงๆก็อาจจะว่าได้ “มนุษย์นี่ช่างโง่เขลา…”“พูดอย่างกับมึงไม่ใช่มนุษย์ เหนือกว่าพวกกูหน่อยเดียวเอง เอาปืนยิงมึงก็ตายละวะ!” “แล้วจะหัวเสียทำไมเนี่ย?” นาราพูดเมื่อเห็นว่าธีเกริ่นมาแบบนั้นหลังปกป้องพูดจบ“เอ้า! ก็ดูมันพูดดิ” แต่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันหรอก ทุกคนก็อย่างนี้แหละ ชอบกัดกันทุกครั้งที่สามารถกัดกันได้ แต่ฉันก็ไม่เถียงกับแนวคิดของทุกคนนะ คนเรามีสิทธิคิดได้ต่างๆนานา คนที่ประสบความสำเร็จใช่ว่าจะต้องคิดเหมือนกันแบบก็อบปี้ข้อมูลจัดวาง“อ่าๆ อย่าตีกันสิ พ่อกับแม่ฉันไม่ค่อยชินกับโหมดของทุกคนนะ^^” ดูสินั่น ทั้งพ่อและแม่ฉันนั่งเหมือนระแวงอะ ระแวงว่าแบบมันจะต้องมีใครสักคนเริ่มการปะทะอะไรแบบนั้น“
การไร้ที่พึ่งมันเจ็บปวด📿“…ทำไมถึงไม่มีใครรับสายนะ” ตั้งแต่ฉันมาถึง ก็ไม่เห็นใครในบ้านสักคน บ้านปิดสนิทล็อคกุญแจแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญ แต่ทำไมไม่มีใครบอกฉันเลยนะ..พริบตายังคงยืนโทรศัพท์หาทั้งพ่อและแม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่มีการรับสายดั่งใจคิด“ใจเย็นๆก่อน คงทำอะไรอยู่จนไม่ว่างรับสายแหละ”“ฉันจะคิดแบบนั้นได้ยังไง แม่ฉันป่วยอยู่นะนายก็รู้” ใจฉันไม่อาจแน่นิ่งได้ หนึ่งนาทีช่างยาวนาน อัศวินที่เห็นพริบตาร้อนใจก็เลือกที่จะเดินเข้าไปหาแล้วหยิบมือถือของเธอมาเก็บไว้กับตัว“วิน”“ใจเย็นก่อน แล้วนั่ง”“….”“จะไปนั่งดีๆหรือจะต้องเจ็บตัว?”“….” ฉันต้องยอมเดินไปนั่งนิ่งๆที่เก้าอี้กลางบ้านอย่างไม่สบอารมณ์นัก แล้วอัศวินก็เป็นคนเดินไปเอาน้ำมาให้ฉัน“เพื่อจะใจเย็นขึ้น”“ไม่คือสักนิด.. ที่นายเป็นฝ่ายเอาน้ำมาให้ฉันแบบนี้”“ก็เธอหงุดหงิดเกินไปแล้วไง ฉันแค่ไม่อยากโดนลูกหลง”“…ฉันแยกแยะได้”“แต่ที่เห็นไม่ใช่นะ” อัศวินทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพริบตา ฉันก็พยายามคิดว่าจะไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่ดั่งที่ใจฉันคิดไปไกล“สบายใจเถอะ แม่เธอไม่เป็นอะไรหรอก”“นายมั่นใจได้ยังไง?”“เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ฉันจะเป็น
ฉันหวงเธอ และหวงมาก📿“เรียบร้อย”“ไม่ขาดอะไรนะ?”“อืม” อัศวินที่ออกมาจากห้องนอนที่มีไว้ใช้เพื่อรับรองแขก โทนคงได้พักผ่อนเต็มที่หลังจากจับเข่าคุยเรื่องต่างๆนานามากมายกับทุกคนที่บ้าน เอาจริงๆแล้วโทนไม่ใช่คนที่งมงายจนไม่รู้ว่าอะไรมากไปอะไรน้อยไป แต่อย่างที่เขาบอกแหละ.. ว่าคนเรามักจะหาบางสิ่งมาทดแทนความผิดของตัวเองเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง ไม่ว่าความผิดนั้นมันจะมากหรือจะน้อยก็ตาม.. “เหมือนเขาเป็นคนใหม่เลยเนอะ”“คงเข็ดไปอีกนาน กับหลายๆเรื่อง”“นั่นสิ.. ถ้าเขาหายดี เราควรจะพาเขาไปที่บ้านฉัน”“พาไปทำไม?”“ก็ที่เขาพูดไง.. ที่บอกว่าพ่อฉันทำให้เขาไม่ฆ่าตัวตายนะ ฉันคิดว่าเพื่อนนายคงอยากไปเจอพ่อฉันบ้างแหละหลังจากออกจากโรงพยาบาล”“…ก็รอให้มันหายดีแล้วค่อยพามันไป” พริบตาพยักหน้ารับ เธอมองประตูของที่โทนเข้าพัก รอยยิ้มบางๆเกิดขึ้นบนใบหน้า เรื่องมันมาเป็นแบบนี้ได้ยังไงนะ… ไม่คิดว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ จากที่ฉันคิดว่ามันจะต้องแย่มากๆทั้งเรื่องของอัศวินแล้วก็โทน.. ตอนนี้ทุกอย่างมันดูซอฟแล้วเบาบางซะจนเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย จนเกิดคำถามว่า คนเราสามารถหายโกรธแค้นกับคนที่ทำให้
เหมือนเป็นง่อยเลยวะ📿แกร๊ก~“อ้าวเห้ย!” ทันทีที่พวกฉัน วินและโทนเดินเข้าบ้านหลังสีดำ สงครามที่เห็นพวกเราเป็นคนแรกก็รีบดีดตัวขึ้นมาจากโซฟาทันทีและรีบเดินปรี่เข้ามาหาพวกเรา“ออกจากโรงพยาบาลควรกลับบ้านเป็นที่แรกดิวะ ไงมึงอะ.. ตัวจริงหรือวิญญาณ?”“ปากหมาไม่สมกับหนังหน้าหล่อๆของมึงจริงๆ กูมานี่ก่อนเพราะกูตัดสินใจได้แล้วว่าหลังจากนี้ ..พวกกูจะใช้ชีวิตสามคนผัวเมีย”“สามคนผัวเมียพ่องมึงดิ ท่าจะอยากนอนโลงมากกว่าโรงพยาบาลละรอบนี้” “แหมทุกคนคะ พี่เข้าพึ่งออกจากโรงพยาบาล จะพูดอะไรก็ให้เป็นสิริมงคลหน่อยสิ”“แบบนี้มงคลสำหรับคนอย่างมันแล้ว” สงครามพูดแล้วตบไหล่โทน เขาคล้องคอแล้วลากโทนออกไปจากตรงนี้ น่าจะพูดคุยกันตามประสาผู้ชาย จะว่าไปก็เพิ่งรู้ว่าพวกเขาสองคนรู้จักกัน แต่ถึงรู้จักกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนิเนอะ“พวกผู้ชายนี่ทักทายกันแต่ละอย่าง..”“ปกติของพวกฉัน”“ไม่ถือเคล็ดพูดสิ่งดีๆกับคนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเหรอ?”“พวกฉันไม่”“…นั่นสิเนอะ”“แต่ก็ใช่ว่าจะไปพูดอะไรทำนองนี้กับทุกคน ถึงจะชอบปากหมา.. แต่ก็มีมารยาท”“ฉันแทบไม่เคยได้เห็นมันจากพวกนายอะ^^*”“เธออยู่ในฐานะอะไร? จะเห็นสันดานพวกฉันมากกว่าคนนอก
พรที่เป็นจริงได้📿ตึง~ ประตูรถปิด พริบตาวางกล่องอาหารที่ได้จากแม่ติดกลับไปด้วย“นายว่าทุกคนที่บ้านจะชอบไหม?”“พวกนั้นได้กินอะไรฟรีมันก็ชอบหมดแหละ”“..แล้วนายละ ชอบกับข้าวฝีมือแม่ฉันหรือเปล่า?”“ชอบ อร่อย ไม่ได้กินกับข้าวรสมือดีๆแบบนี้นานแล้ว”“งั้น.. เอาไว้ฉันให้แม่สอนแล้วเดี๋ยวทำให้กิน เคม้ะ~”“
ฉันชอบเธอ📿“งั้นหนูไปก่อนนะ”“อื้ม ฝากไอ้พริบมันด้วยนะพ่อหนุ่ม”“ครับ” พริบตายืนโบกมือบ๊ายบายแล้วเดินขึ้นรถอัศวิน สีหน้าของแม่ดูดีขึ้นเรื่อยๆหลังจากออกจากโรงพยาบาล“สีหน้าแม่เธอดีขึ้นนะ”“เอ๊ะ?!นายกำลังคิดเรื่องเดียวกับฉันเลยอะ …สังเกตด้วยเหรอ?”“อื้ม ทำไม? แปลกตรงไหน”“ก็แปลกที่นายสังเกตแม่ฉันไง
ฉันทำแผลเก่งนะ📿“ฉันคงไม่ได้คำตอบที่อยากจะได้สินะ” ยิ่งฉันพูดแบบนี้ อัศวินก็ยิ่งไม่ตอบ เออ! ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ไม่อยากรู้แล้ว ชิ๊! “..ไหนๆก็ออกมาแล้ว วันนี้ฉันขอไปหาพ่อกับแม่ได้ไหม”“จะอยู่นานหรือเปล่า”“นายมีงานเหรอ”“เปล่า ถามเฉยๆ”“สักพักแหละ… ทำไมอะ? หรือว่าฉันต้องไปทำอะไร? ที่ไหน? หรือเปล่า?
เดินไหวนะ?📿ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดร้าวไปทั้งตัว เหล้าของอัศวินเล่นฉันแล้ว~ ดวงตาเบิกโพล่งทันทีที่ได้สติ ภาพเมื่อคืนค่อยๆหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำ …ให้ตายสิ “ทำอะไรลงไปเนี่ย>“อ๊าาา! อีพริบ!”“ไง”“…งะ ไง -///-“ ฉันหยิบผ้านวมที่คลุมตัวสูงจนแทบปิดคอ สายตาของอัศวินมองในสิ่งที่ฉันทำก่อน







