LOGINยังอยากจะถ่ายอยู่ไหม?
📿 #อัศวิน “เลิ่กกระโปรงสูงอีกนิดครับ” แช๊ะ! “เยี่ยม ผมขอแอ่นอีกนิดนะครับ” หญิงสาวทรวดทรงเอวบาง อกเป็นอกตูดเป็นตูดยืนโพสท่าตามที่ช่างภาพขอ ช่างภาพหน้าตาหล่อเหลา รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเสน่ห์อย่างน่าหลงไหล ส่งสายตาบิ้วต์อารมณ์ให้นางแบบราวกับกำลังเชิญชวนกันกระทำในบางสิ่ง ..บางสิ่ง ที่… ตึก! พรึบ! “อื้มมม~” เรียกว่าปิดจ๊อบหลังงาน “อ๊าา~” เรียวขาถูกยกแนบสะโพกพร้อมกับจังหวะที่สามารถโยนตัวหญิงสาวให้กระแทกลงบางสิ่งได้อย่างมีน้ำหนัก และความเสียวในแบบที่ต้องการ พั่บๆๆๆๆๆ~ “อ๊าา~ พะ พี่วิน~” “อื้ม~” ชายหนุ่มที่ตั้งใจพรีเซนต์งานตรงหน้ามากกว่าฝีมือการถ่ายภาพกำลังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ กึก! โครมมม! “อ๊าย!! ใจร้อนจังคะ~” “ไม่ชอบแบบนี้~ “ “ชอบ~ อ๊าาา~ ชอบมากคะ~ อ๊าาา~” นางแบบสาวรั้งใบหน้าคมคายของช่างภาพหนุ่มเข้ามาจูบ เรียวลิ้นที่ดูดและกัดปลายลิ้นไม่ได้ทำให้หญิงสายหวั่นเกรงแต่อย่างใด กลับยิ่งแอ่นตัวให้กับอัศวิน พั่บๆๆๆๆๆๆๆ~ พั่บๆๆๆๆๆๆๆ~ “อ๊าาาา! พี่วิน! อ๊าาา พี่~ อ๊าาาาา!” “อื่อ!”จังหวะที่เร่าร้อนหยุดลงตามลำดับ อัศวินชักแก่นกายของเขาออกมาก่อนจะรูดสิ่งที่ปกคลุมอยู่ออกแล้วโยนทิ้งถังขยะ ทำทุกอย่างราวกับเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับการกินขนมหวานหลังอาหารคาว “เดี๋ยวหนังสือออกเมื่อไหร่ จะทักไปบอกอีกที ถ้าสนใจจะถ่ายต่อ จะได้..” “ถ่ายค่ะ~” “…..” อัศวินหรี่มองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังติดกระดุมเสื้อตรงหน้าเขา “ขอแค่คนที่ถ่ายคือพี่วิน หนูพร้อมถ่ายค่ะ~” หญิงสาวเดินเข้ามาสวมกอดก่อนจะประทับจูบลงบนแผงอกที่เปลือยเปล่า พร้อมกับเลียผิวสัมผัสและจ้องตาอย่างเย้ายวน แต่คงจะดูใจร้ายไปหน่อยถ้าจะเลี่ยงการพบกันในคราวหน้า เพราะสิ่งที่ทำไปเมื่อกี้ไม่ได้ทำให้อัศวินรู้สึกว่ามันสนุกพอที่จะต่อกันในครั้งต่อๆไป แต่ถ้าเก็บไว้แค่แก้เบื่อละก็.. “เดี๋ยวพี่ติดต่อไปอีกทีนะ:)” ก็แค่พูดไปงั้นๆ ก่อนจะได้ลีลาการจูบที่.. ไม่ได้เด็ดอย่างใจหวังเป็นการจบการสนทนาในครั้งนี้ “ไง เช็คของเร็วแบบนี้ ไม่มันส์?” ไอ้ธีทักกูทันทีที่เปิดประตูออกจากห้องเซ็ต “หลวม” “อื้อหื้มม~ แต่ก็ครางดังอยู่นะ แต่ดังเกินจู๋กูหดหมด” ผมคืนกล้องส่งให้ไอ้ธี มันเป็นตากล้องและงานนี้มันควรถ่าย ผมก็แค่มีเพื่อนเป็นช่างภาพ อภิสิทธิ์ในการถ่ายรูปอยู่ที่เจตนา ส่วนฝีมือถ่าย ก็ขึ้นปกหนังสือได้ไม่แพ้มัน “วันนี้ไอ้โทนไม่มา?” “กูยังไม่เห็นมันเหมือนกัน ช่างแม่ง มันคงไปเมาค้างที่ไหนสักที ฟื้นแล้วเดี๋ยวก็โผล่มาเอง” “..อืม” วันนี้เป็นวันเปิดรับนางแบบวันสุดท้าย แล้วตอนนี้ก็เย็นเกินที่จะมีใครมาเป็นคนปิดจ๊อบงาน ธีเลยเก็บของส่วนอัศวินก็ยืนดูดบุหรี่อยู่ไม่ไกล ตึกๆๆๆๆ~ “แฮ่กๆ~ อ๋า~ ขอโทษนะคะ~” เสียงผู้หญิงที่หอบแหกพูดเสียงสั่นเครือดึงความสนใจของอัศวินและธีได้ไม่ยาก เขามองตากันก่อนจะหันไปที่ประตู หญิงสาวที่วิ่งตากฝนจนตัวเปียกยืนหอบแหกๆอยู่ไม่ห่างจากพวกเขา เธอเสยผมขึ้นลวกๆหนึ่งที “แฮ่ก~ ปิดแล้ว~ เหรอ คะ~” “…เธอ?” แต่อัศวินคุ้นหน้าของเธอคนนี้ เธอคนนี้ทำให้เขาตั้งคำถามว่าเธอเป็นพวกมีพลังพิเศษเหมือนปกป้อง เธอคนที่ล้วงกระเป๋าของเขาเมื่อหลายเดือนก่อน “ช่วยถ่ายฉันอีกสักคนก่อน~ ได้ไหมคะ~” อัศวินทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วก้าวขาเข้าไปหาพริบตา ฟู่ว์~ แล้วพ่นควันบุหรี่ใส่หน้า “คุณ! แค่กๆ.. นาย?!” “หวังว่าครั้งนี้คงไม่ได้มาล้วงกระเป๋าตังค์ใครนะ?” “…!!!!” ยัยนี่ดูตกใจ คงจะกลัวไอ้ธีได้ยินแล้วตัวเองจะไม่ได้ถ่ายงาน กลัวจะชวดงานนี้เพราะอยากได้เงินมากสินะ “ทะ ทำไมนายถึง” “คำถามเบสิกจังอะ” “….” “เธอมาบริษัทโมเดลลิ่ง และฉันก็อยู่ที่นี่” “….” “ฉันเป็นช่างภาพ;)” “เห้ยๆๆ” ธีแซวขัดเพราะรู้ดีว่าถ้าเพื่อนของตนเสนอตัวแบบนี้.. “ถ้าอยากแคสงาน …แคสผ่านฉัน;)” รอยยิ้มร้ายๆแสยะขึ้นที่มุมปากพร้อมกับสายตาที่จับจ้องร่างกายของพริบตา ก่อนจะพิจารณากับตัวเองแล้วพูดกับเพื่อนทั้งๆที่สายตายังคงมองจ้องหญิงสาวตรงหน้า “….” “ไอ้ธี คนนี้กูถ่ายเอง” “เจ้านายกู เอาอีกแล้ว~” เสียงธีแซวสบถเบาๆ ผมเป็นเจ้าของบริษัทโมเดลลิ่ง ที่มีเพื่อนเป็นตากล้องฝีมือดี จนผมได้วิชาชีพนี้ติดตัวมาด้วย แต่ไม่เปิดเผยเรื่องสถานะกับทุกคนที่ทำงานด้วย มีแค่ไอ้ธีกับไอ้โทนเท่านั้นที่รู้ ก็แค่นั้นเอง:) “..นายเป็นตากล้องเหรอ!” “ใช่ ยังจะอยากถ่ายอยู่ไหม?” “ถ่ายสิ! ..อีกอย่างฉันมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อล้วงกระเป๋าใคร ฉันมาเพราะฉันอยากได้งาน” เธอพูดกับผมในระยะที่ได้ยินกันแค่สองคน “…ก็ลองแคสดู ถ้าถูกใจฉัน แล้วรับปากว่าจะไม่ฉกเงินใครที่นี่.. เธออาจจะได้งาน;)” ยัยนี่ดูยากกว่าทุกคนที่เข้ามาแคสงาน ดูเป็นพวกเก็บซิงไว้ชิงโชค เป็นแบบนั้นก็ดี หุ่นยัยนี่ก็ทางกูเลยด้วย “ไอ้ธี เตรียมห้องเซ็ต!” “โอเคคร้าบบบบบบบ~” คนเป็นเพื่อนยิ้มอย่างรู้งาน 🔮Special Partเป็นเรื่องที่เหนือการคาดเดาของพวกฉันทุกคน ที่ได้เห็นโทนลุกขึ้นมาใส่บาตรพระแต่เช้า คนที่ดูตกใจมากที่สุดคงไม่พ้นอัศวิน สายตาแบบคิดไม่ถึงของเขาดูออกได้ชัดมาก“อายุ วัณโณ สุขัง พะ ลัง” สิ้นเสียงของพระท่าน ท่านก็เดินจากไป ฉันเลยปล่อยให้อัศวินยืนมองเพื่อนอึ้งๆแล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาโทนก่อนเขาแทน“…นึกว่าหายไปไหน ไม่คิดว่านายจะตื่นมาใส่บาตร”“ครั้งแรกในชีวิตเลยนะ อายพระท่านมาก แม้แต่ต้องถอดรองเท้าใส่บาตร เด็กวัดยังต้องบอกฉันเลย”“..เอาน่า เราโตกันมาได้แบบนี้ ก็ต้องผ่านการเรียนรู้ในทุกๆเรื่องแหละ ทุกป้ะ:)”“..อืม ได้ลองทำแบบนี้ ใจมันก็สงบอยู่นะ” ฉันยิ้มให้กับโทน เขาก็เหมือนพี่ชายฉันไปคนนึงแล้วละ พริบตาหยิบถาดและพยายามจะพับโต๊ะเก็บ โทนแทรกตัวทำเองทุกอย่าง ยิ่งทำให้พริบตารู้สึกว่า โทนคงได้รับบทเรียนราคาแพง และได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้ “กูนึกว่ายาดองมันทำให้มึงเพี้ยน”“หึ๊~ อย่างกูเขาเรียกว่าคนที่พร้อมจะล้างจิตใจให้ใสสะอาดเว้ย”“เหรอ?”“มองกูแรงขนาดนี้นี่ยังไง? ทำไมกูจะใส่บาตรไม่ได้?”“กูว่าอะไรมึงยังละ กูแค่แปลกใจเฉยๆ”“ใช่ อัศวินดูแปลกใจจนแมลงวันแทบจะเข้าไปวางไข่ในปาก
มีลูกกันไหม? 📿 หลายชั่วโมงผ่านไป… “ขี้โกง~ กันนี่~ อายุปูนนี่แล้ว~ จะมานั่งตาแข็งได้ยังไง!” ธีที่ทะลึ่งดวลยาดองกับพ่อฉัน เดี้ยงไปแล้วหนึ่ง นักรบนั่งกุมขมับหลังจากปากขวดเบียร์หมุนไปทางเขามากรองลงมาจากธี “พ่อฉันเซียนยาดองนะ ฉันเตือนแล้วนะทุกคน~” ฉันเองก็มึนเหมือนกันนั่นแหละ โดนไปหลายแก้วเลยฉัน~ “เอามันไปเก็บเถอะ มากกว่านี้คือนั่งคุยกับหมาแล้วมันอะ” ยังถือว่านักรบยังมีสติที่สุดในบรรดาทุกคนที่ดื่มหนัก เขาพยายามรั้งร่างของของธีขึ้นพยุง แต่ก็ไม่เป็นผล แถมยังจะเซถลาลงไปกองกับธีด้วยซ้ำ พรึ่บ! “..นั่งคุยกับหมาไปเถอะมึง~” ก่อนจะตัดสินใจปล่อยแขนหนักๆของธีแล้วพาตัวเองกลับมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม “..มันดูไม่ไหวกันแล้วนะ” “นั่นสิ.. ปล่อยให้ขับรถกลับบ้านนี่ไม่ถึงบ้านแน่ๆ” “แถวนี้พอจะมีที่พักหรือเปล่า ถ้าไม่ไกล ฉันหิ้วพวกมันไปได้” อัศวินเริ่มใช้เท้าเขี่ยธี ที่เริ่มใกล้คุยกับหมาข้างบ้านฉันรู้เรื่องเต็มที “จะไปเสียกะตังค์อะไรให้มากความละ นอนกันที่บ้านนี่แหละ” “เราไม่มีห้องรับแขกนะแม่ ห้องนอนไม่พออยู่แล้ว.. แล้วดูตัวแต่ละคนสิ ยาวยังกะเสาไฟฟ้า” “ก็กลางบ้านนี่แหละ” “เอาจริงเหรอ?” “เออ ปล่อย
เกมส์มันมาแบบนี้📿“เราเทิดทูนกับอะไรที่มองไม่เห็นหลายอย่าง.. แต่กับบางสิ่งที่ควรเทิดทูน กลับไม่ให้ความสำคัญ”“..นั่นสิเนอะ จะว่าไปถ้าให้พูดกันตามตรง เราถูกสั่งสอนให้เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น แล้วก็ทำตามคำสอนที่เชื่อกันมาอย่างผิดๆ บางที… มันไม่ได้มีแค่นิทานหลอกเด็กหรอก หลอกผู้ใหญ่นี่ได้ผลกว่าเด็กซะอีก” ธีและสงครามพูดคุยกันตามประสาของคนที่ไม่ได้เชื่อความเชื่อจนงมงาย แต่อยู่บนพื้นฐานที่เรียกว่าสายกลางจริงๆก็อาจจะว่าได้ “มนุษย์นี่ช่างโง่เขลา…”“พูดอย่างกับมึงไม่ใช่มนุษย์ เหนือกว่าพวกกูหน่อยเดียวเอง เอาปืนยิงมึงก็ตายละวะ!” “แล้วจะหัวเสียทำไมเนี่ย?” นาราพูดเมื่อเห็นว่าธีเกริ่นมาแบบนั้นหลังปกป้องพูดจบ“เอ้า! ก็ดูมันพูดดิ” แต่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันหรอก ทุกคนก็อย่างนี้แหละ ชอบกัดกันทุกครั้งที่สามารถกัดกันได้ แต่ฉันก็ไม่เถียงกับแนวคิดของทุกคนนะ คนเรามีสิทธิคิดได้ต่างๆนานา คนที่ประสบความสำเร็จใช่ว่าจะต้องคิดเหมือนกันแบบก็อบปี้ข้อมูลจัดวาง“อ่าๆ อย่าตีกันสิ พ่อกับแม่ฉันไม่ค่อยชินกับโหมดของทุกคนนะ^^” ดูสินั่น ทั้งพ่อและแม่ฉันนั่งเหมือนระแวงอะ ระแวงว่าแบบมันจะต้องมีใครสักคนเริ่มการปะทะอะไรแบบนั้น“
การไร้ที่พึ่งมันเจ็บปวด📿“…ทำไมถึงไม่มีใครรับสายนะ” ตั้งแต่ฉันมาถึง ก็ไม่เห็นใครในบ้านสักคน บ้านปิดสนิทล็อคกุญแจแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญ แต่ทำไมไม่มีใครบอกฉันเลยนะ..พริบตายังคงยืนโทรศัพท์หาทั้งพ่อและแม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่มีการรับสายดั่งใจคิด“ใจเย็นๆก่อน คงทำอะไรอยู่จนไม่ว่างรับสายแหละ”“ฉันจะคิดแบบนั้นได้ยังไง แม่ฉันป่วยอยู่นะนายก็รู้” ใจฉันไม่อาจแน่นิ่งได้ หนึ่งนาทีช่างยาวนาน อัศวินที่เห็นพริบตาร้อนใจก็เลือกที่จะเดินเข้าไปหาแล้วหยิบมือถือของเธอมาเก็บไว้กับตัว“วิน”“ใจเย็นก่อน แล้วนั่ง”“….”“จะไปนั่งดีๆหรือจะต้องเจ็บตัว?”“….” ฉันต้องยอมเดินไปนั่งนิ่งๆที่เก้าอี้กลางบ้านอย่างไม่สบอารมณ์นัก แล้วอัศวินก็เป็นคนเดินไปเอาน้ำมาให้ฉัน“เพื่อจะใจเย็นขึ้น”“ไม่คือสักนิด.. ที่นายเป็นฝ่ายเอาน้ำมาให้ฉันแบบนี้”“ก็เธอหงุดหงิดเกินไปแล้วไง ฉันแค่ไม่อยากโดนลูกหลง”“…ฉันแยกแยะได้”“แต่ที่เห็นไม่ใช่นะ” อัศวินทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพริบตา ฉันก็พยายามคิดว่าจะไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่ดั่งที่ใจฉันคิดไปไกล“สบายใจเถอะ แม่เธอไม่เป็นอะไรหรอก”“นายมั่นใจได้ยังไง?”“เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ฉันจะเป็น
ฉันหวงเธอ และหวงมาก📿“เรียบร้อย”“ไม่ขาดอะไรนะ?”“อืม” อัศวินที่ออกมาจากห้องนอนที่มีไว้ใช้เพื่อรับรองแขก โทนคงได้พักผ่อนเต็มที่หลังจากจับเข่าคุยเรื่องต่างๆนานามากมายกับทุกคนที่บ้าน เอาจริงๆแล้วโทนไม่ใช่คนที่งมงายจนไม่รู้ว่าอะไรมากไปอะไรน้อยไป แต่อย่างที่เขาบอกแหละ.. ว่าคนเรามักจะหาบางสิ่งมาทดแทนความผิดของตัวเองเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง ไม่ว่าความผิดนั้นมันจะมากหรือจะน้อยก็ตาม.. “เหมือนเขาเป็นคนใหม่เลยเนอะ”“คงเข็ดไปอีกนาน กับหลายๆเรื่อง”“นั่นสิ.. ถ้าเขาหายดี เราควรจะพาเขาไปที่บ้านฉัน”“พาไปทำไม?”“ก็ที่เขาพูดไง.. ที่บอกว่าพ่อฉันทำให้เขาไม่ฆ่าตัวตายนะ ฉันคิดว่าเพื่อนนายคงอยากไปเจอพ่อฉันบ้างแหละหลังจากออกจากโรงพยาบาล”“…ก็รอให้มันหายดีแล้วค่อยพามันไป” พริบตาพยักหน้ารับ เธอมองประตูของที่โทนเข้าพัก รอยยิ้มบางๆเกิดขึ้นบนใบหน้า เรื่องมันมาเป็นแบบนี้ได้ยังไงนะ… ไม่คิดว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ จากที่ฉันคิดว่ามันจะต้องแย่มากๆทั้งเรื่องของอัศวินแล้วก็โทน.. ตอนนี้ทุกอย่างมันดูซอฟแล้วเบาบางซะจนเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย จนเกิดคำถามว่า คนเราสามารถหายโกรธแค้นกับคนที่ทำให้
เหมือนเป็นง่อยเลยวะ📿แกร๊ก~“อ้าวเห้ย!” ทันทีที่พวกฉัน วินและโทนเดินเข้าบ้านหลังสีดำ สงครามที่เห็นพวกเราเป็นคนแรกก็รีบดีดตัวขึ้นมาจากโซฟาทันทีและรีบเดินปรี่เข้ามาหาพวกเรา“ออกจากโรงพยาบาลควรกลับบ้านเป็นที่แรกดิวะ ไงมึงอะ.. ตัวจริงหรือวิญญาณ?”“ปากหมาไม่สมกับหนังหน้าหล่อๆของมึงจริงๆ กูมานี่ก่อนเพราะกูตัดสินใจได้แล้วว่าหลังจากนี้ ..พวกกูจะใช้ชีวิตสามคนผัวเมีย”“สามคนผัวเมียพ่องมึงดิ ท่าจะอยากนอนโลงมากกว่าโรงพยาบาลละรอบนี้” “แหมทุกคนคะ พี่เข้าพึ่งออกจากโรงพยาบาล จะพูดอะไรก็ให้เป็นสิริมงคลหน่อยสิ”“แบบนี้มงคลสำหรับคนอย่างมันแล้ว” สงครามพูดแล้วตบไหล่โทน เขาคล้องคอแล้วลากโทนออกไปจากตรงนี้ น่าจะพูดคุยกันตามประสาผู้ชาย จะว่าไปก็เพิ่งรู้ว่าพวกเขาสองคนรู้จักกัน แต่ถึงรู้จักกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนิเนอะ“พวกผู้ชายนี่ทักทายกันแต่ละอย่าง..”“ปกติของพวกฉัน”“ไม่ถือเคล็ดพูดสิ่งดีๆกับคนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเหรอ?”“พวกฉันไม่”“…นั่นสิเนอะ”“แต่ก็ใช่ว่าจะไปพูดอะไรทำนองนี้กับทุกคน ถึงจะชอบปากหมา.. แต่ก็มีมารยาท”“ฉันแทบไม่เคยได้เห็นมันจากพวกนายอะ^^*”“เธออยู่ในฐานะอะไร? จะเห็นสันดานพวกฉันมากกว่าคนนอก
พรที่เป็นจริงได้📿ตึง~ ประตูรถปิด พริบตาวางกล่องอาหารที่ได้จากแม่ติดกลับไปด้วย“นายว่าทุกคนที่บ้านจะชอบไหม?”“พวกนั้นได้กินอะไรฟรีมันก็ชอบหมดแหละ”“..แล้วนายละ ชอบกับข้าวฝีมือแม่ฉันหรือเปล่า?”“ชอบ อร่อย ไม่ได้กินกับข้าวรสมือดีๆแบบนี้นานแล้ว”“งั้น.. เอาไว้ฉันให้แม่สอนแล้วเดี๋ยวทำให้กิน เคม้ะ~”“
ฉันชอบเธอ📿“งั้นหนูไปก่อนนะ”“อื้ม ฝากไอ้พริบมันด้วยนะพ่อหนุ่ม”“ครับ” พริบตายืนโบกมือบ๊ายบายแล้วเดินขึ้นรถอัศวิน สีหน้าของแม่ดูดีขึ้นเรื่อยๆหลังจากออกจากโรงพยาบาล“สีหน้าแม่เธอดีขึ้นนะ”“เอ๊ะ?!นายกำลังคิดเรื่องเดียวกับฉันเลยอะ …สังเกตด้วยเหรอ?”“อื้ม ทำไม? แปลกตรงไหน”“ก็แปลกที่นายสังเกตแม่ฉันไง
ฉันทำแผลเก่งนะ📿“ฉันคงไม่ได้คำตอบที่อยากจะได้สินะ” ยิ่งฉันพูดแบบนี้ อัศวินก็ยิ่งไม่ตอบ เออ! ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ไม่อยากรู้แล้ว ชิ๊! “..ไหนๆก็ออกมาแล้ว วันนี้ฉันขอไปหาพ่อกับแม่ได้ไหม”“จะอยู่นานหรือเปล่า”“นายมีงานเหรอ”“เปล่า ถามเฉยๆ”“สักพักแหละ… ทำไมอะ? หรือว่าฉันต้องไปทำอะไร? ที่ไหน? หรือเปล่า?
เดินไหวนะ?📿ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดร้าวไปทั้งตัว เหล้าของอัศวินเล่นฉันแล้ว~ ดวงตาเบิกโพล่งทันทีที่ได้สติ ภาพเมื่อคืนค่อยๆหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำ …ให้ตายสิ “ทำอะไรลงไปเนี่ย>“อ๊าาา! อีพริบ!”“ไง”“…งะ ไง -///-“ ฉันหยิบผ้านวมที่คลุมตัวสูงจนแทบปิดคอ สายตาของอัศวินมองในสิ่งที่ฉันทำก่อน







