Home / วัยรุ่น / WARNING! เตือนแล้วนะ / โต๊ะกินข้าวขาประจำ /3

Share

โต๊ะกินข้าวขาประจำ /3

last update publish date: 2026-07-16 13:13:58

ปึก!

เสียงฝ่ามือกระทบลงบนบ่าผมหนักๆหนึ่งทีจนผมหันไปมอง เป็นไอ้คินทร์ที่เดินมาสมทบด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน

“มีไรวะ” มันถามพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักๆ

“นั่นมันโต๊ะกินข้าวประจำของกู” ผมพยักพเยิดหน้าไปยังโต๊ะกินข้าวของตัวเอง

ไอ้คินทร์มองตามก่อนที่มันจะหันกลับมามองที่ผม พร้อมกับสายตาและใบหน้าที่แสดงออกถึงอาการสงสัย

อยากจะโบกแม่งให้ความจำเสื่อม โทษฐานโง่เกินมนุษย์มนา...

“มึงไม่เห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นเหรอ” ผมถามมันพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ตัวผู้หญิงใจกล้าที่นั่งโต๊ะประจำของตัวเองอยู่

“ก็เห็น แล้วไงวะ” ไอ้คินทร์ยกมือขึ้นเกาหัวตัวเอง

ควายยังเรียกพี่ เผลอๆควายยังฉลาดกว่ามันนะผมว่า

“เพื่อนคินทร์ ใครๆก็รู้ว่านั่นโต๊ะประจำของกูกับมึง ไม่เคยมีใครกล้านั่งมาก่อน” ผมพยายามอธิบายให้มันฟังด้วยอาการใจเย็น

“อ้อ.. ให้กูจัดเลยป่ะ” ไอ้คินทร์ทำท่าพับแขนเสื้อขึ้น ใบหน้าฉายแววหื่นกามจนผมอดส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาไม่ได้

“มึงพอเลยไอ้สัตว์ เดี๋ยวกูไล่เอง” ผมรั้งแขนมันไว้ก่อนจะเดินนำหน้าไป

ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมกำลังจะเดินไปหาเรื่อง เธอยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนไปไหนแม้แต่เซนต์เดียว

“น้องครับ” ผมเรียก

หลังจากได้ยินเสียงผม เธอก็ค่อยๆหันมาก่อนจะมองอย่างสงสัย เพียงเสี้ยววินาทีบนใบหน้าสวยหวานก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มโปรยเสน่ห์มาให้

“ว่าไงคะ” ผมมองท่าทางของเธอที่กำลังใช้มือเอาผมทัดหูข้างหนึ่งด้วยสายตาราบเรียบ

“นี่โต๊ะพวกพี่ น้องหาที่นั่งตรงอื่นไม่ได้แล้วเหรอครับ” ผมถามพร้อมกับปรายตามองไปที่โต๊ะข้างๆซึ่งมันก็ว่างอยู่เหมือนกัน

“นี่โต๊ะของพวกพี่เหรอคะ คือหนูไม่รู้จริงๆค่ะ” เธอทำเหวอราวกับว่าไม่รู้มาก่อนจริงๆ

“น้องควรจะรู้เอาไว้นะครับ ไม่ว่าน้องจะเป็นเฟรชชี่ที่เพิ่งเข้ามาใหม่หรือไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่น้องควรจะสังเกตบ้างว่าโรงอาหารที่คนพลุกพล่านมากมาย ทำไมเขาถึงเว้นที่ตรงนี้เอาไว้”

ผมยืนท้าวเอวมองหน้าเด็กผู้หญิงตรงหน้าที่เริ่มหน้าซีดหลังจากถูกผมซัดคำพูดแรงๆใส่ ดูท่าทางเหมือนจะเรียนวิศวะด้วยนะ แต่ไม่ได้มีความเข้มแข็งบึกบึนอะไรเลย โดนว่านิดว่าหน่อยก็ทำท่าจะร้องไห้ อย่างนี้ถ้าไปทำงานโดนนายจ้างด่าแรงกว่านี้ไม่ลาออกจากงานที่ทำเลยเหรอ

“คือ.. หนูไม่รู้จริงๆนะคะ” เธอเริ่มลนลานเมื่อผมเอาแต่จี้ไม่หยุด

“ตอนนี้ก็รู้แล้ว จะนั่งทำห่าไรล่ะครับ! ไปนั่งที่อื่นสิครับ!” ผมตวาดไล่เสียงดัง

คนในโรงอาหารเริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น สายตาหลายคู่มองมาที่ผมสลับกับเด็กผู้หญิงตรงหน้า

“เฮ้ย! มึงใจเย็นดิวะไอ้เฟียต” ไอ้คินทร์ปรามผมพร้อมกับคว้าแขนผมเอาไว้

“กูไม่เตะผู้หญิงหรอก” ผมกระซิบบอกมันอย่างหงุดหงิด

“แต่ท่าทางมึงอ่ะ จะต่อยน้องเขาอยู่แล้ว ดูดิ หน้าน้องเขาซีดเป็นไก่อบแห้งแล้วเนี่ย” ไอ้คินทร์ชี้หน้าเด็กผู้หญิงตรงหน้าให้ผมดู

ผมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของมัน ก่อนจะมองเด็กผู้หญิงอ่อนแอตรงหน้านิ่ง

ตกลงนี่ฟังภาษาคนรู้เรื่องป่ะวะ สรุปจะลุกไม่ลุก?

FILM Talks.

“เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ” เสียงตกใจแตกตื่นของพาร์ททำให้ฉันสะดุ้งตกใจตามอย่างห้ามไม่อยู่

พาร์ทชี้นิ้วไปด้านหน้า ทำให้ฉันมองตาม พอเห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ฉันก็เบิกตากว้างพร้อมกับเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอแทบจะพร้อมกันกับปิ่น

               “เฮ้ย! / เฮ้ย!” เราสองคนหันหน้ามองกันทันที

               ฉัน พาร์ท และปิ่น รีบวิ่งเข้าไปยังโต๊ะที่แก้วนั่งอยู่ทันที เหตุการณ์ที่ว่าคือแก้วนั่งทำท่าเหมือนจะร้องไห้ โดยที่มีผู้ชายสองคนใส่เสื้อช็อปยืนท้าวเอวขวางหน้าเอาไว้อีกที ประเมินจากสถานการณ์แล้วคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากมาหาเรื่อง

               “มีเรื่องอะไรกันแก้ว” ฉันโร่เข้าไปหาแก้วพร้อมกับโพล่งคำถามใส่โดยที่ไม่ได้มองหน้าผู้ชายสองคนนั้น

               “พี่เขาบอกว่าโต๊ะนี้เป็นของพี่เขาอ่ะฟิล์ม” แก้วตอบเสียงสั่นเครือ ทำท่าเหมือนจะร้องไห้

               ฉันพยักหน้าสองที ริมฝีปากถูกเม้มแน่นก่อนจะหันขวับไปจ้องผู้ชายที่ยืนอยู่

               แต่ทันทีที่สายตาสบเข้ากับดวงตาดำขลับแต่ทว่าแฝงไปด้วยแววขี้หงุดหงิดก็ทำให้ฉันชะงักกึก คำด่าที่ตระเตรียมไว้ห้าวินาทีก่อนหน้านี้พลันมลายหายไปจนหมด เหลือไว้เพียงอาการตาค้างปากอ้ากว้าง พร้อมกับเสียงที่เปล่งออกมาอย่างตะกุกตะกักแทน

               “ฮะ..เฮ้ย” เหมือนน้ำท่วมปากไปโดยปริยาย

               “…”

               ไร้เสียงตอบกลับจากคนตรงหน้า มีเพียงการกะพริบตาหนึ่งทีเท่านั้นที่นับได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวอย่างเดียวที่มีของเขา ฉันหยิกแขนตัวเองไปหนึ่งทีเพื่อดึงสติ พอเริ่มรู้สึกตัวก็ขมวดคิ้วมองหน้าเขาไปแล้ว

               “โต๊ะนี้เป็นของพวกพี่เหรอคะ” พอตั้งสติได้ถึงถามออกไป

               พี่คนนี้.. เป็นคนเดียวกับที่ฉันไปเหยียบเท้าเข้าเมื่อวาน ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา อาการประหม่าก็เล่นงานฉันจนบังคับตัวเองไม่อยู่ ฉันสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ในใจท่องนะโมตัสสะสลับกับคาถาป้องกันภัยไปด้วย

               “ครับ โต๊ะนี้เป็นของพวกพี่มาสามปีแล้ว” คนตรงหน้าตอบเสียงราบเรียบ

               “หนูว่าพี่กำลังใจผิดนะคะ” ฉันหรี่ตามองหน้าเขา พร้อมกับเสียงที่พยายามควบคุมให้ดูปกติที่สุด

               ตึกตัก...

               เสียงหัวใจฉันเต้นอย่างรุนแรงเมื่อเขายกริมฝีปากขึ้นนิดหน่อยคล้ายกำลังจะยิ้มออกมา

               อย่านะ! ได้โปรดอย่ายิ้มให้ฉัน

               “หนูกับเพื่อนๆเห็นโต๊ะมันว่างอยู่ก็เลยเข้ามานั่ง”

               ฉันแอนตี้ระบบแบบนี้มาตั้งแต่มัธยมแล้ว ไอ้การมีโต๊ะกินข้าวของกลุ่มแล้วไม่ให้คนอื่นนั่งเนี่ย บอกตรงๆว่ารู้สึกไม่โอเคมากๆ ถ้าอยากมีโต๊ะเป็นของตัวเองขนาดนั้น ทำไมไม่ออกเงินซื้อแล้วก็สลักชื่อเป็นของตัวเองซะเลยล่ะ

               “…” พอเห็นเขาเงียบไม่โต้ตอบถึงได้ว่าต่อ

               “โต๊ะนี้เป็นของสาธารณะ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะใช้ ถ้าพี่อยากใช้คนเดียวก็ออกเงินซื้อแล้วสลักเป็นชื่อพี่ไว้เลยสิคะ คนอื่นเห็นเขาจะได้ไม่นั่งกัน”

               “พี่ว่าน้องกำลังเข้าใจอะไรผิดไปนะครับ” ตาที่หรี่ลงของเขาทำให้ความมั่นใจที่ฉันพยายามสะสมไว้เพื่อต่อต้านอาการประหม่าก่อนหน้านี้ถูกบั่นทอนลง

               “…” ฉันเงียบเพื่อรอดูว่าเขาจะพูดแก้ตัวอะไรต่อไป

               “โต๊ะนี้ก็สลักชื่อพี่ไว้อยู่แล้ว ไม่เชื่อก็ลองแหกตาน้องดูสิครับ”

               ฉันอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะหันกลับไปมองโต๊ะเจ้าปัญหา สายตาสอดส่องหารายชื่อสลักที่เขาว่า

               “พี่ชื่อ พลภัทร กิตติวงศ์”

               ‘นายพลภัทร กิตติวงศ์’ พระเจ้า!!!!

               มีชื่อสลักไว้อย่างที่เขาว่าจริงๆ นี่มันอะไรกันเนี่ย o[]o

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • WARNING! เตือนแล้วนะ   บทส่งท้าย

    FIATT Talks.บางครั้งความรักก็นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด...บางคนพยายามไล่ตามทั้งชีวิตก็ไม่เคยพบเจอ แต่กับบางคนแค่เดินผ่านกันไปมา จู่ๆก็ได้มาลงเอยกันแบบงงๆ ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าความรักมันเกิดขึ้นมาแบบไหน นิยามสำหรับมันคืออะไร ใครเป็นคนสร้างมันให้เกิดขึ้นมาแต่กับคนตรงหน้า... คนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างในชีวิตผม คนที่ทำให้ผมปวดหัวและสับสนในความรู้สึกของตัวเอง คนที่ทำให้ผมร้องไห้ได้เพียงเพราะเธอรับดอกไม้จากคนอื่นที่ไม่ใช่ผม เรื่องราวต่างๆมากมายที่ผมไม่เคยพบเจอ มันเกิดขึ้นกับผมแล้วในตอนนี้เด็กผู้หญิงผมม้า ตัวเล็ก หน้าตาจิ้มลิ้มตรงหน้าผม ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าผมกับเธอจะได้มาเป็นแฟนกัน วันแรกที่เราเจอกันไม่ได้สวยหรูอย่างคู่รักคู่อื่น เราไม่ได้ตกหลุมรักกันตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า เราเริ่มรู้จักกันมากขึ้นทีละนิดอย่างไม่ได้ตั้งใจ เหตุการณ์หลายอย่างรอบตัวของเราทั้งคู่ล้วนเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ“พี่เฟียตต้องเก็บเกียร์อันนี้ไว้ให้ดีๆนะคะ” ฟิล์มบอกเมื่อผมรับเกียร์กระดาษจากเธอมาสวมเรียบร้อยแล้วเกียร์กระดาษที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เป็นแค่กระดาษแข็งที่เธอตัดเป็นรูปเกียร์แล้วเอามาห้อยกับ

  • WARNING! เตือนแล้วนะ   ฝนซาฟ้าใหม่ /3

    เพี๊ยะ!“พี่เฟียต!!!”ฉันตีแขนเขาไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้เมื่อจู่ๆเขาก็โพล่งขึ้นมาเสียงดังจนทั้งร้านหันมามองที่เราสองคนเป็นตาเดียว เพื่อนฉันที่นั่งเงียบอยู่ในตอนแรกถึงกับนั่งตาถลนมองฉันกับพี่เฟียตไปแล้ว“ฮ่าๆๆ! พี่ล้อเล่น” พี่เฟียตระเบิดหัวเราะออกมา ก่อนจะก้มหน้ามองฉันที่กำลังเบะปากให้เขาอยู่“โห่พี่...” เสียงพาร์ทดังขึ้นมา เรียกสายตาจากทุกคนในกลุ่มให้หันไปมอง “มากินชาบูนะครับ ไม่ได้ให้มานั่งจีบเพื่อนผมแบบไม่ไว้หน้าพวกผมแบบนี้”“…” ทั้งโต๊ะก็เงียบเสียงลงโดยฉับพลัน“ดูดิ เพื่อนผมเขินจนตัวพองออกแล้วเนี่ย”“พาร์ท!!!” ฉันถลึงตาใส่พาร์ทที่เอ่ยแชวฉันอีกคนวันนี้ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย ยุ่งกับน้ำหนักตัวฉันกันจัง อ้วนแล้วไงล่ะ อ้วนก็ไม่ได้ไปหนักที่ส่วนไหนของใครนี่!“อ๋อแอ๋ๆ ล้อเล่นน่า... ไม่งอนนะฟิล์ม” พาร์ทยื่นมือมาแกว่งต่อหน้าต่อตาฉันเหมือนกับต้องการจะง้อ“น้ำหนักตัวของแฟนพี่มันเอามาล้อเล่นกันได้เหรอครับ” แต่แล้วพี่เฟียตก็สวนกลับขึ้นมา“…”ทั้งโต๊ะเกิดความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เรียกว่าเงียบกริบกันทุกคน แม้แต่คนที่คุยเยอะอย่างพี่วิวก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยขึ้นมา บรรยากาศตึงเครียดลงไปทุกขณะ ฉันห

  • WARNING! เตือนแล้วนะ   ฝนซาฟ้าใหม่ /2

    “เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่แชทไลน์หานะ ตอนนี้ขอไปกินข้าวก่อน หิวจะแย่แล้ว” พี่ไบรท์ทำท่าลูบท้องวนๆให้ฉันดู พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิมขึ้นมาอีกหน่อยมาให้ฉัน“โอเคค่ะ” ฉันยกมือข้างขวาขึ้นทำเป็นสัญลักษณ์ตกลงส่งให้เขาพี่ไบรท์ยิ้มตบท้ายกลับมาให้ฉันอีกเป็นรอบที่สาม เขาเดินออกไปพร้อมกับโบกมือลาไปด้วยและฉันก็หวังแค่ว่าจะมีใครสักคนที่เข้ามาเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากความรักครั้งนี้ของเขาโดยเร็ววัน...ครืด!ยังไม่ทันที่ฉันจะได้กลับออกจากตึกของพี่ไบรท์ เสียงสั่นจากโทรศัพท์ก็ทำให้ฉันชะงักฝีเท้าที่กำลังเดินลง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันออกมาจากกระเป๋าสะพายของตัวเอง พบว่าเป็นข้อความเมสเซนเจอร์จากกลุ่มเพื่อนตัวแสบของฉันเองพาร์ท : หิวชาบูววววว~ปิ่น : เราไปด้วยแก้ว : ดีลลลลล~ฉันฉีกยิ้มให้กับความหิวโหยของเพื่อนทั้งสามคน ก่อนจะพิมพ์ตอบพวกนั้นกลับไป เพราะท้องของตัวเองตอนนี้ก็เริ่มจะเรียกร้องอาหารแล้วเหมือนกันฟิล์ม : ที่ไหนนนนนพาร์ท : ชาบูย่าหน้ามอเถอะ ใกล้สุดแล้วรอบๆมหาวิทยาลัยของฉันนอกจากจะล้อมรอบไปด้วยร้านนั่งเล่นชิลๆและร้านเหล้าแล้ว ก็เห็นจะมีร้านหมูกระทะกับร้านชาบูนี่แหละที่คนเต็มร้านทุกวัน เรียกได

  • WARNING! เตือนแล้วนะ   ฝนซาฟ้าใหม่

    ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว จะเหลือก็แต่พี่ไบรท์ที่ยังไม่ยอมตอบไลน์และรับสายฉันเท่านั้น ตอนนี้ฉันมาดักรอพี่ไบรท์อยู่ที่ตึกเรียนที่เพื่อนพี่ไบรท์บอกว่าเขามักจะมาเรียนบ่อยๆ พี่เฟียตอนุญาตให้ฉันมาหาพี่ไบรท์ได้ เขาเข้าใจว่าฉันลำบากใจที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ และยังบอกอีกด้วยว่าอยากให้ฉันมาคุยกับพี่ไบรท์ด้วยตัวเองดีกว่าพิมพ์แชทหา เพราะการพูดคุยกันมันดูจริงใจกว่าการพิมพ์แชทไปอธิบายเรื่องราวหลายเท่า“เดี๋ยวกูจะไปกินข้าวที่โรงอาหารสามนะ มีใครฝากอะไรไหม” เสียงของพี่ไบรท์ดังแว่วมาตามสายลมฉันรีบชะเง้อคอไปแอบมอง พบว่าพี่ไบรท์กำลังเดินมากับกลุ่มเพื่อนๆ เขาสวมชุดหมีเหมือนเดิม แต่ที่แตกต่างจากเดิมคงจะเป็นใบหน้าของพี่ไบรท์ที่ดูหมองคล้ำลงอยู่หลายส่วน เขาไม่สดใสร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนเลย ซึ่งพอมาเห็นแบบนี้แล้วฉันยิ่งรู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่“ไม่เอาๆ เดี๋ยวกูจะไปกินข้าวกับแฟนนอกมอ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยตอบพี่ไบรท์“กูจะไปซื้อของหน่อย มึงไปเลย” เพื่อนอีกคนว่าตาม“กูจะไปเซเว่น ขี้เกียจไปต่อแถวซื้อข้าว คนเยอะ” เพื่อนคนสุดท้ายในกลุ่มเอ่ยปิดท้ายแล้วทุกคนก็แยกย้ายกัน ฉันอาศัยจังหวะนั้นรีบวิ่งเข้าไปหาพี่ไ

  • WARNING! เตือนแล้วนะ   เปิดตัวอย่างเป็นทางการ /3

    “โอเค เดี๋ยวอาจะพาไปกินข้าวข้างนอกนะหนู” พ่อของพี่เฟียตพูดกับฉันฉันพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มน้อยๆให้ท่าน ความรู้สึกประหม่าถูกแทนที่ด้วยความเป็นกันเองของครอบครัว มันทำให้หัวใจของฉันพองโตขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ดีใจที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่กีดกันเราทั้งสองคน การคบกันเป็นแฟนระหว่างฉันกับพี่เฟียตเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ทั้งต่อหน้าสาธารณชนและต่อหน้าพ่อแม่ของพวกเราบางทีการคบกันอย่างเปิดเผยแบบนี้มันก็ดีกว่าการคบกันในสถานะลับๆอีกนะ...20 : 43 น.หลังจากที่พวกเราออกไปกินข้าวและพูดคุยกันในเรื่องต่างๆเสร็จเรียบร้อย พ่อแม่ของพี่เฟียตก็ขอตัวกลับบ้านที่กรุงเทพเลยทันที ที่อยู่นานไม่ได้เพราะมีงานที่ต้องสะสางอีกมากมาย ส่วนพี่คินทร์ก็มีนัดดื่มฉลองกับเพื่อนที่ได้ทุนไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศต่อ ฉันกับพี่เฟียตเลยตกลงว่าจะกลับหอกัน แต่พอฉันตื่นขึ้นจากการหลับในรถอีกที ก็พบว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ที่หอ แต่กลับอยู่ที่สระน้ำหลังมหาวิทยาลัยแทนฉันปรายตาไปมองคนตัวสูงที่นั่งกำพวงมาลัยรถอยู่ด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “ไม่กลับหอเหรอคะ”“พี่แค่อยากมาสูดอากาศ ลงจากรถกันเถอะ” พี่เฟียตบอกเสียงเรียบ เขาเปิดประตูลงจากรถไปฉันขม

  • WARNING! เตือนแล้วนะ   เปิดตัวอย่างเป็นทางการ /2

    พอเขากดอ่านข้อความก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมากลับเป็นบานประตูห้องของพี่เฟียตที่เปิดกว้างออก ร่างสูงแสนคุ้นเคยของพี่เฟียตก้าวออกมาจากห้อง เขาหลุบตามองฉัน ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดมุ่น พลางยื่นมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันเอาไว้“น้องเป็นอะไรหรือเปล่า เหงื่อแตกมาก” พี่เฟียตถามเสียงเรียบ แต่สีหน้าแววตาของเขากลับเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด“ไม่เป็นไรค่ะ หนูสบายดี” ฉันส่ายหน้ารัวๆมือเย็นมากเลย แถมยังสั่นมากอีกด้วย...“พ่อแม่พี่รอน้องอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ พ่อแม่พี่เป็นกันเอง” โอเค... เป็นกันเองพี่เฟียตผละมือทั้งสองข้างออกจากไหล่ฉัน ก่อนจะยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าฉัน เขามองฉันแน่นิ่ง ฉันสบตากับพี่เฟียต ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือที่เย็นเฉียบจากอาการตื่นเต้นของตัวเองไปให้เขาจับ พี่เฟียตบีบมือฉันเบาๆคล้ายกับให้กำลังใจ เขาพาฉันเดินเข้าห้องไปพร้อมกันทันทีที่เดินเข้ามาในห้องของพี่เฟียต สิ่งแรกที่ตาฉันเห็นคือประกายวิ๊งๆจากฟันของพี่คินทร์ที่ยิ้มแฉ่งอยู่ ต่อมาก็เป็นร่างของผู้หญิงและผู้ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวดูภูมิฐานนั่งอยู่ตรงเก้าอี้กลางห้องพอดี บนใบหน้าของทั้งสองคนประดับไปด้วยรอยยิ้มบางเบา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status