เข้าสู่ระบบ‘You are mine มาเฟียคลับ’
สถานที่อโคจรใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความสุขและความสะดวกสบาย อีกทั้งยังหรูหรามีระดับมากด้วย
“เป็นอะไร ทำหน้าอย่างกับเบื่อโลก” ธีรฉัตรเอ่ยอย่างเป็นกันเอง
“ประโยคนี้กูต้องเป็นคนถามมึงมากกว่ามั้ง”
“ถามอะไรกูก็ปกติ”
“ช่างกล้าพูด”
“ไอ้นี่! อกหักหรือไง”
“เปล่า เครียดนิดหน่อย”
“เรื่องอะไร? กูช่วยได้ไหม”
“...” ธัญกรเงียบก่อนจะยกแก้วน้ำสีอำพันดื่มจนหมดในคราเดียว “เรื่องธาวิน กูเปลี่ยนพี่เลี้ยงจนไม่รู้จะเปลี่ยนยังไงแล้วทำไมเป็นแบบนี้”
“เมียกูบอกว่านี่เป็นวิธีการเลี้ยงที่ผิด ความเข้มแข็งมันต้องสร้างมาจากข้างใน ความคิด และการกระทำ”
“แหม...เมียเต็มปากเลยนะครับคุณธีร์”
“ก็เมียไง จะให้พูดว่าไงล่ะ”
“กูล่ะเชื่อเลย” ธัญกรว่ายิ้ม ๆ แล้วพูดต่อ “ตอนนั้นที่สายธารมาบ้านเธอบอกว่าธาวินพูดเก่งมาก แปลก...ที่ลูกไม่พูดกับกูเลย”
“แล้วตอนนี้ได้พี่เลี้ยงหรือยัง”
“ยังว่ะ มีสนใจเยอะแต่กูไม่เลือกเอง บางคนดุเกินไป บางคนก็ดูไม่มีมารยาท จะว่ายังไงดียังไม่เจอคนที่พร้อมจะเลี้ยงใช้คำนี้ดีกว่า”
“ให้กูพาสายธารมาบ่อย ๆ ไหมล่ะอาจจะดีขึ้น”
“ไม่ต้องหรอก ท้องใหญ่ขนาดนั้นอีกเดี๋ยวก็น่าจะคลอดแล้ว ให้เมียมึงพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวกูจัดการปัญหาของกูเอง”
“เออ ตามใจแล้วกัน อยากให้ช่วยอะไรก็บอกได้”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตครับนาย ชั้นสองมีลูกค้าทะเลาะกันครับ”
“ลากมันไปกัดกันที่อื่น อย่าให้รบกวนลูกค้าคนอื่นด้วย”
“ครับนาย”
ปัญหานี้มีให้เห็นทุกวัน เรื่องไหนจัดการได้ก็จัดการ จัดการไม่ได้ก็ใช้ขั้นเด็ดขาดแทน นิสัยส่วนตัวของเขาเป็นแบบนี้ เด็ดขาด และเลือดเย็น
ธัญ...ธัญกร เป็นชื่อที่พี่สาวเขาตั้งให้ แต่ตอนนี้เธอไม่อยู่แล้ว... ด้วยธุรกิจที่เป็นสีเทา ทำให้การใช้ชีวิตของเขายากขึ้น ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้ ไม่เป็นที่น่าเกรงกลัวก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน ทุกฝีก้าวล้วนอันตรายหมด เงินเป็นสิ่งสำคัญรวมถึงผลประโยชน์ก็ด้วย
“ได้ข่าวมาว่ามึงจะเข้าบริษัทเหรอ” ธัญกรเอ่ย
“ใครบอก?”
“กูถาม”
“อืม”
“แล้วงานนี้ล่ะ”
“ให้ไอ้เวย์มันทำ” ธีรฉัตรตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “จะได้โตสักที พวกเราต้องเรียนรู้เหมือนกันหมดแม้ว่าจะไม่อยากทำก็ตาม ประโยคนี้คุ้นหูไหม”
“หึ! กูจำขึ้นใจเลยแหละ ถ้าธิดายังอยู่อะไร ๆ มันต้องดีกว่านี้”
“...” ธีรฉัตรไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงแค่ตบบ่าเป็นการให้กำลังใจเท่านั้น “ค่ำแล้วกูกลับก่อนนะ”
“รีบ?”
“สายธารรออยู่”
“เออ ขับรถดี ๆ ถ้ามีอะไรให้ช่วยเดี๋ยวกูบอก”
คล้อยหลังชายหนุ่มทุกอย่างจึงตกอยู่ในความเงียบ ... มีเพียงเสียงหัวใจของเขาเท่านั้นที่ดังอยู่
“คุณธัญครับคุณบัวงามมาขอพบ” ลุกซ์ การ์ดคนสนิทเอ่ยรายงานอย่างเช่นทุกครั้ง “เธอแจ้งมาว่ามีพนักงานเข้ามาใหม่”
“เชิญ...”
ไม่นานหญิงสาวหน้าตาสะสวยก็หยุดยืนตรงหน้าเขา เธอคือบัวงาม หรือพี่บัวแม่เล้าของสถานที่แห่งนี้นั่นเอง
“สวัสดีค่ะคุณธัญ บัวรับน้อง ๆ เข้ามาใหม่หนึ่งกลุ่มค่ะ คุณธัญจะไปดูด้วยตัวเองไหมคะ” เธอมีหน้าที่ดูแลเด็กในสังกัด ถึงแม้จะผิดกฎหมายแต่ทุกคนที่ทำงานนี้ล้วนมาด้วยความสมัครใจ เขาไม่เคยใช้กำลังข่มเหงหรือขู่บังคับให้ใครมาทำ
“ไม่ล่ะ เอาตามที่คุณเห็นสมควรเลย” ธัญกรตอบไปตามความคิด แต่คนตรงหน้ากลับเงียบแล้วมองเขาอยู่แบบนั้น “มีอะไรหรือเปล่า”
“มีค่ะ เด็กในทีมท้องค่ะ น้องบอกว่าแขกแอบถอดถุงยางอนามัย”
“รู้ว่าแอบถอดแสดงว่ารู้ใช่ไหมว่ามันเป็นใคร?”
“รู้ค่ะ น้องจำได้” ได้ยินดังนั้นเขาจึงหันไปออกคำสั่งกับลุกซ์
“ไปลากตัวมันมา!”
“ครับ”
ขึ้นชื่อว่าเป็นคนของเขา ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้าย
“ฝากคุณบัวด้วยนะ เรื่องความเป็นอยู่ของน้อง ที่พักอาศัยรวมไปถึงคนในครอบครัวด้วย”
“น้องตัวคนเดียวค่ะ แม่เสียนานแล้วส่วนพ่อเพิ่งเสียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา น้องอยู่ห้องเช่าค่ะคุณธัญ”
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณบัวจัดการด้วยนะ” ธัญกรเอ่ยพร้อมกับยื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง “หาบ้านดี ๆ สักหลัง เรื่องค่าใช้จ่ายผมรับผิดชอบให้หมดจนกว่าจะคลอด ส่วนไอ้เวรนั่นเดี๋ยวผมจัดการเอง”
“ขอบคุณค่ะ” บัวงามเอ่ยพร้อมยกมือไหว้ให้กับความมีน้ำใจของคนตรงหน้า “ขอบคุณแทนน้องด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไร มันเป็นความรับผิดชอบของผมอยู่แล้ว”
ผู้คนส่วนหนึ่งมองว่าเขาเป็นผู้มีอิทธิพลที่ใจร้าย เลือดเย็น! น้อยคนที่จะรู้ว่าเขามีความเมตตาโดยเฉพาะกับลูกน้อง แต่หากใครทำเขาก่อนแน่นอนว่าเขาจะคืนสนองไปอีกร้อยเท่าพันเท่า เช่นเดียวกันกับธีรฉัตร
“อีกเรื่องหนึ่งคุณบัว พอจะรู้จักใครที่เลี้ยงเด็กได้ไหม”
“คุณธัญจะให้เลี้ยงใครคะ น้องธาวินเหรอ”
“ใช่! ผมให้เงินเดือนห้าหมื่น ถ้าพูดได้หลายภาษาและเข้ากับธาวินได้ผมจะให้เพิ่มอีก”
“บัวจะลองหาให้นะคะ”
“ขอบคุณครับ”
หลายวันผ่านไป
“คุณเป็นใคร จับผมมาทำไม” ใครบางคนพูดขึ้นก่อนจะมองธัญกรด้วยสายตาว่างเปล่า
“ผมเป็นใครไม่สำคัญหรอก สำคัญตรงที่คุณทำอะไรกับคนของผมไว้” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ย ท่าทีนิ่งเฉยของเขาทำให้ใครอีกคนรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“พูดแบบนี้ต้องการอะไรคุณพูดมาเลยดีกว่า”
“ต้องการให้มึงรับผิดชอบ!”
“รับผิดชอบ? ฮ่า ๆ ขำจัง อีตัวนั่นมันทำงานแบบนี้เป็นอาชีพอยู่แล้ว มันท้องกับใครจะไปรู้เหรอ อีกระ...”
(ปัง)
“จัดการให้เรียบร้อย”
“ครับนาย”
ในเมื่อเปิดโอกาสให้พูดแล้วไม่มีประโยชน์เขาก็จะไม่ให้พูดอีกเลย ...
วันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน งาน เงิน ความรัก ทุกอย่างผลิบานแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว “หนูเหนื่อยจัง” ภรรยาคนสวยเริ่มบ่นด้วยขนาดหน้าท้องของเธอที่ใหญ่ขึ้นมันทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตลำบาก “อีกไม่นานก็คลอดแล้วเธออดทนหน่อยนะ” ประโยคทำนองนี้ถูกพูดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนฟังรู้สึกเบื่อหน่าย“อยากคลอดวันนี้เลยค่ะ”“ไม่ได้! แม่จะคลอดอย่างเดียวเลย” น้ำขิงที่ฟังอยู่ค้านขึ้นมาบ้าง “พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละ” เธอตอบเสียงเรียบเหมือนไม่คิดอะไรแต่ในใจไม่ใช่แบบนั้นเลย “มันเป็นยังไงไหนว่ามาซิ” ธัญกรถามขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของเมียรัก“อึดอัดค่ะ ปกติหนูทำอะไรด้วยตัวเองตลอดแต่นี่ขนาดแค่จะเข้าห้องน้ำยังต้องให้คนช่วยพยุง หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระคนอื่น” “ใครบอกว่าเมียเป็นภาระ” “ไม่มีใครบอก หนูพูดเอง” น้ำเสียงใสยังคงตอบกลับด้วยท่าทีออดอ้อน “แล้ววันนี้คุณไม่ไปทำงานหรือไง” “ให้ลุกซ์ไปแทนแล้ว” ทุกวันยังคงเหมือนเดิม เขาไม่มีเรื่องผู้หญิงมากวนใจเธอเลยจะมีก็แต่เรื่องงานที่เข้ามาผิดจังหวะเท่านั้นเอง ในส่วนของอีริคเขาแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ธุรกิจที่ทำร่วมกันกำลังเติบโตไปด้วยดี เรื่องผิดพลาดในอดีตต่างฝ
ภายในระยะเวลาสองปีชีวิตฉันเปลี่ยนไปหลายอย่างมาก เรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็ดันเกิดขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน “แม่มีน้องเหรอ” มัวแต่เหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้สังเกตว่าน้ำขิงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “คุณพ่อบอกว่าแม่มีน้อง” “ใช่ค่ะ” นึกคำพูดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะอธิบายให้ลูกฟังแบบไหน แต่พอเห็นรอยยิ้มของน้ำขิงแล้วมันก็คลายความกังวลไปได้เยอะ “กับคุณลุงใช่ไหมคะ แม่เป็นแฟนกับคุณลุงใช่ไหม”“แฟนเหรอ แฟนก็แฟน”“คิกคิก”“หัวเราะอะไร ดีใจอะไรขนาดนั้น”“หนูจะได้เป็นพี่สาวแล้วนะ” “อยากเป็นพี่สาวเหรอ”“ใช่!” น้ำขิงยังคงพูดไปยิ้มไป “พี่อลิซก็มีน้องนะ หนูจะเป็นพี่สาวเหมือนกัน” “งั้นเหรอ แล้วถูกคุณย่าดุบ้างหรือยัง” ว่าจะถามหลายครั้งลืมตลอด “ไม่ดุค่ะ ย่าใจดีมาก”“อยู่บ้านเขาต้องเกรงใจเขาให้มาก ๆ นะ ทำตัวดี ๆ อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่านิสัยไม่ดีกินไม่เก็บไม่ล้างไม่สะอาด”“หนูทำตลอดแต่ส่วนมากพี่แม่บ้านจะทำให้”“นั่นแหละ เรายิ่งต้องเกรงใจเขาให้มาก ขอบคุณค่ะขอโทษค่ะ ใช้คำนี้ให้ชิน ให้เป็นเรื่องปกติ”“เข้าใจแล้วค่ะ” “แล้วนี่ใครมาส่ง”“คุณพ่อค่ะ น่าจะคุยกับคุณลุงอยู่ข้างล่าง” คุยกับน้ำขิงต่ออีกนิดหน่อยฉั
หลายเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องราวของเขาดังสะพัดไปทั่ว โดยเฉพาะแวดวงในธุรกิจ แน่นอนว่ามันเป็นไปตามความต้องการของเขา “หนูมีปืนด้วย” เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมกับอวดปืนของเล่นกระบอกใหม่ที่อีริคซื้อให้ “ใครซื้อให้ครับ”“พ่อซื้อให้เลย” “เหรอ ... แล้วแบบนี้ป๊าจะให้อะไรหนูดีนะ ปืนก็มีแล้ว ของเล่นอื่นก็เต็มไปหมด”“น้อง”“อะไรนะ” เขาถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่มั่นใจว่าได้ยินผิดหรือเปล่า “น้องไง พี่มีน้องตรงนี้แล้วก็ตรงนี้” ไม่พูดเปล่านิ้วเล็กยังจิ้มลงบริเวณหน้าท้องของพี่เลี้ยงคนสวยที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อีกด้วย “สองคนเลยเหรอ”“ใช่! ข้างนี้ผู้หญิงข้างนี้ผู้ชาย” พูดไปก็ยิ้มไปตามประสา แต่คนฟังอย่างน้ำแข็งกลับนิ่งไปแทน “หนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบเธอก็ลุกออกไปทันที คล้อยหลังน้ำแข็งเขาใช้ความคิดอยู่หลายนาที ทุกครั้งที่มีอะไรกันเขาไม่เคยป้องกันเลย และตัวเธอเองก็ไม่เคยค้านเรื่องนี้ “ลูกศร”“ค่ะคุณธัญ”“ผมอยากได้ที่ตรวจครรภ์” เขาพูดพร้อมกับยื่นเงินให้“ตอนนี้เหรอคะ”“ใช่!”“สักครู่นะคะ” แม่บ้านรับคำสั่งแล้วรีบออกไปซื้อที่ร้านขายยาใกล้บ้านทันที ราวครึ่งชั่วโมงที่ตรวจครรภ์จำนวนห้าอันก็อยู่ในม
You are mine มาเฟียคลับ“มีอะไรผิดปกติไหม” “ไม่มีครับ แต่นายใหญ่เตือนมาให้คุณระวังตัวเป็นพิเศษ”“อืม”“ผมคิดว่ามันคงยังไม่กล้าทำอะไรตอนนี้หรอก”“แต่ฉันคิดว่ามันจะทำนะ” เขาบอกออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง “ให้คนตามดูน้ำแข็งไว้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลจัดการได้เลย”“ครับนาย” ตั้งแต่เลิกสนใจอีริคเขามีเวลาสนใจเรื่องอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่จ้องจะเล่นงานเขาอยู่ตลอดเวลา “เชือดไก่ให้ลิงดูเคยได้ยินไหม” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยพลางเหยียดยิ้มให้กับเรื่องที่วิ่งวนอยู่ในความคิด “ใครก็ช่างที่ยุ่งกับเราจัดการมันได้เลย ไม่คุย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้ากล้าลองดีก็มา”“ครับ” ลุกซ์รับคำสั่งแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขารักตัวแต่ไม่กลัวตาย สำหรับธัญกรแล้วเขาสามารถให้ได้แม้กระทั่งชีวิต หลายวันผ่านไปวันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับแต่การใช้ชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ต่างกันตรงที่ตอนนี้ต้องคอยดูแลคนตัวเล็กเป็นพิเศษเท่านั้นเองครืด ... ครืด ...สายเรียกเข้าแทรกเข้ามาระหว่างที่เขากำลังประชุมอยู่ ปลายสายคือน้ำแข็งซึ่งปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยโทรหาเขาสักเท่าไหร่ถ้าไม่มีธุระสำคัญ“ว่ายังไงครับ”(
“ยิ้มอะไรล่ะคะ” ฉันถามคุณธัญที่ตอนนี้เขาเอาแต่มองฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่แบบนั้น “เปล่า”“ไม่ต้องมายิ้มอยู่ไปเอาชุดใหม่มาให้หนูเลย” “พอเป็นเมียแล้วสั่งอย่างเดียวเลยนะ”“ไม่ได้สั่งแค่บอกเฉย ๆ”“เถียงเก่ง” บ่นพึมพำแต่ก็ออกจากห้องไปเพื่อหาชุดใหม่มาให้ฉัน นานหลายนาทีที่ฉันมองตัวเองผ่านกระจก ความรู้สึกตอนนี้คืออะไรฉันยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ...ช่วงสายเราเดินทางกลับกันค่ะ ก่อนเข้าบ้านไม่ลืมแวะไปรับน้องวินที่บ้านของคุณธีร์ด้วย “โอ้โห...” เสียงทักทายดังขึ้นแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นคำพูดออกมา มีเพียงรอยยิ้มและสายตาอะไรไม่รู้ที่มองฉันกับคุณธัญสลับกัน“อย่าแซว” คุณธัญพูดขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน “ลูกล่ะ”“หลับอยู่ในห้องรับรองโน่น”“รอให้ตื่นก่อนแล้วกัน” เขาตอบเสียงเรียบแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาพี่ลุกซ์ เลิกสนใจคุณธัญแล้วมองสำรวจไปรอบบริเวณตัวบ้านแทน ที่นี่กว้างมากแถมรอบนอกยังมีสวนหรืออะไรสักอย่างอยู่ด้วย ฉันมองไม่ออกค่ะรู้แต่ว่ามันมีทางเดินเข้าไป ดูลึกลับน่าค้นหายังไงไม่รู้สิ “เหม่ออะไร” “ในนั้น...” “สวนสัตว์ไอ้ธีร์ ไม่มีอะไรให้สนใจหรอก” เขาพูดแบบขอไปทีเหมือนไม่อยากให้ฉัน
“ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ” คนตัวเล็กค้านขึ้นเมื่อเส้นทางของรถมันเปลี่ยน “คุณจะไปไหนช่วยเกรงใจชุดแม่บ้านของหนูด้วย” ได้ยินแบบนั้นเขาจึงเหลือบมองเธอเล็กน้อย เสื้อรัดรูปกับกางเกงขาสั้นแค่นั้น “ไม่มีใครสนใจหรอกเธอคิดมากไปเอง” “คุณก็พูดได้สิ ตัวเองหล่ออย่างกับเจ้าชาย” “เข้าใจประชดแฮะ” แค่เพียงไม่นานรถก็จอดที่รีสอร์ตของเขา “ค้างที่นี่นะ เรื่องชุดฉันให้คนเตรียมไว้แล้ว”“ค่ะ” มองสำรวจไปรอบบริเวณเงียบสงัดเพราะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีเพียงเขากับลูกน้องไม่กี่คนเท่านั้นที่มาพัก“มองหาอะไร”“เปล่าค่ะแค่รู้สึกว่ามันน่ากลัว” “ไม่หรอกเธอคิดมากไปเอง” พูดจบก็เดินนำมายังห้องพัก “นอนด้วยกันไหม หรือเธอจะนอนห้องโน้นก็ได้นะ”“...” มองชั่งใจอยู่หลายนาทีแต่สุดท้ายก็ข้ามผ่านความกลัวไปไม่ได้ “นอนด้วยค่ะเดี๋ยวผีหลอก”“ไร้สาระ” ถึงกับส่ายหน้าให้เลยทีเดียว “มีเตียงเดียวถ้าไม่นอนพื้นก็คงต้องนอนกับฉัน”“มันก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง” ตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนักแล้วเดินสำรวจไปทั่วบริเวณห้อง “ที่นี่กว้างกว่าที่โน่นอีกนะคะ”“ที่กาญจนบุรีอะเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ธรรมดาที่นั่นมันมีพื้นที่จำกัด” “แต่รูปทรงคล้ายกัน บ่งบอกถ







