Se connecter“นี่ป้าศรี ลูกหมี และลูกศร” เขาแนะนำแม่บ้านให้ฉันได้รู้จัก
“สวัสดีค่ะ สวัสดีพี่ ๆ ทุกคนด้วยนะคะ” ฉันกล่าวทักทายและยกมือไหว้ทุกคนอย่างมีมารยาท รวมไปถึงพี่การ์ดที่อยู่บริเวณนี้ด้วย ทุกคนอายุมากกว่าฉันแน่นอน
“ขาดเหลืออะไรบอกพวกพี่ได้นะคะไม่ต้องเกรงใจ”
“ใช่ค่ะ หรืออยากกินอะไรก็บอกได้เหมือนกัน” พี่ลูกหมีกับพี่ลูกศรพูดขึ้นอย่างเป็นกันเอง
“นั่นลูกสาวหนูเหรอ” ป้าศรีถามขึ้นมาบ้าง
“ค่ะ แกยังเด็กถ้าเผลอทำกิริยามารยาทไม่น่ารักใส่ทุกคนตักเตือนได้เลยนะคะหนูอนุญาต เขาล้างจานได้ซักผ้าได้เรียกเขาให้ช่วยได้เลยค่ะ” ฉันสอนลูกไว้แต่เล็ก ๆ ทำให้ชินให้รู้สึกว่าเป็นกิจวัตรประจำวันไม่ใช่ทำเพราะถูกใช้
“น่าตาจิ้มลิ้มจัง ไม่ค่อยเหมือนหนูเลยสงสัยจะเหมือนพ่อเขา”
“เหมือนแม่เขาค่ะ”
“แม่เขา...” เหมือนป้าศรีอยากพูดอะไรแต่ก็เงียบไปอีก
“เหมือนใครก็ช่างเถอะ เข้าครัวกับพี่ดีกว่ามีขนมให้กินเยอะเลย” พี่ลูกศรพูดแทรกขึ้นจากนั้นกอดคอพาน้ำขิงเดินหายไปอีกด้านหนึ่ง
“มื้อเย็นวันนี้คุณธัญให้เตรียมอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” ป้าศรีถามขึ้น
ได้ยินแบบนั้นคุณธัญจึงหันมาทางฉัน
“เธอกับลูกชอบหรือไม่ชอบอะไรบอกแม่บ้านได้เลยนะ เสร็จแล้วตามฉันมาที่ห้องชั้นบนด้วย”
“ค่ะ”
คล้อยหลังคุณธัญฉันจึงเดินตามป้าศรีมายังครัว จะบอกว่าห้องครัวก็ดูแคบไปหน่อย หรูหราสมฐานะเกินไปมาก
“หนูแพ้อะไรไหมลูก”
“ไม่แพ้ค่ะ หนูกินได้ทุกอย่าง ส่วนลูกหนูขอเว้นขิงไว้อย่างเดียวค่ะ”
“เหมือนคุณธัญเลย เขาก็ไม่ชอบขิง” ป้าศรีว่ายิ้ม ๆ ดูท่าทางแล้วเขาน่าจะอยู่กับคุณธัญมานานนะคะ
“ป้าอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้วคะ”
“ตั้งแต่ป้าเป็นสาว ๆ นั่นแหละ”
“คิกคิก”
“อยู่ตั้งแต่เกิดนั่นแหละลูกพ่อของป้าเป็นลูกน้องคนสนิทของพ่อคุณธัญ ส่วนแม่ป้าก็เป็นแม่บ้านนี่แหละแต่ตอนนี้เสียไปหมดแล้ว”
“อ๋อ...”
“บางทีคุณธัญเขาจะดูลึกลับไปหน่อยหนูอย่าถือสาเลยนะหากว่าเขาอารมณ์ร้ายหรือโวยวายขึ้นมา”
“เขาเจ้าอารมณ์ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกก็ตามประสาผู้มีอิทธิพลนั่นแหละ”
“หรือจะพูดให้ถูกแล้วแต่ว่าวันนั้นเจออะไรมามากกว่า สถานการณ์ตึงเครียดไปตามอารมณ์” พี่ลูกหมีกับพี่ลูกศรพูดขึ้นมาบ้าง
“เป็นธรรมดาค่ะ เขาคงต้องแบกรับอะไรหลาย ๆ อย่าง”
พูดคุยกับบรรดาแม่บ้านอยู่ครู่หนึ่งฉันก็มาหาคุณธัญตามที่เขาสั่ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตค่ะ”
“เชิญ...”
“มีเรื่องสำคัญนอกเหนือจากในสัญญาอีกใช่ไหมคะ”
“เธอรู้ได้ยังไง”
“ไม่รู้สิแปลก คุณลึกลับขนาดนี้”
“ทุกอย่างเป็นความลับเธอจำได้ใช่ไหม”
“จำได้ค่ะ”
“เมื่อไหร่ก็ตามที่ก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนี้นั่นคือความลับ ไม่ว่าเธอมีเหตุจำเป็นต้องออกไปไหนจะต้องไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นพี่เลี้ยงธาวิน และจะต้องไม่มีใครรู้ว่าธาวินเป็นใคร!” นี่คงเป็นเหตุผลที่ให้ค่าตอบแทนสูงสินะ
“คุณไม่ต้องการให้ใครรู้การมีอยู่ของน้องธาวิน หนูเข้าใจแบบนี้ถูกต้องใช่ไหมคะ?”
“ถูก”
“ถ้าอย่างนั้นหนูจะเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ อยู่กับคุณเขาคือน้องธาวิน ถ้าอยู่กับหนูชื่อน้องนับตังค์ค่ะ”
“นับตังค์?”
“ชื่อนี้แหละเหมาะสุดแล้ว พ่อรวยขนาดนี้นอนนับตังค์ไปยันโตนั่นแหละไหน ๆ ก็เกิดมาบนกองเงินกองทองแล้วนี่”
“ก็คิดได้เนอะ”
“แน่นอน” ฉันว่าพลางไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจมากนัก “อย่าลืมนะคะหนึ่งอาทิตย์นี้คุณห้ามเข้ามายุ่งวุ่นวายหนูจะอยู่กับน้อง”
“อืม”
“มีอะไรอีกไหมคะ”
“ฉันจะส่งลูกเธอไปเรียนศิลปะป้องกันตัว เธอมีความเห็นว่ายังไง”
“คุณคงจะไม่ให้น้ำขิงจับปืนจับมีดอะไรแบบนี้หรอกนะ”
“ก็ไม่แน่”
“...”
“เรียนรู้ไว้ก็ไม่เสียหายมีแต่ได้กับได้ อีกอย่างเรียนกับครูผู้เชี่ยวชาญอย่างดีเธอไม่ต้องห่วง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้เอาตัวรอดได้”
“ขึ้นหลังเสือแล้วลงยากสินะ หนูรู้สึกว่าคุณเดินไปทางไหนหนูก็ต้องเดินไปทางนั้นด้วยไม่ว่ามันจะอันตรายหรือไม่ก็ตาม”
“คิดแบบนั้นถูกแล้ว ถ้าบอกว่าไม่อันตรายเลยก็คงโกหกสินะ”
“หนูรู้ว่าอันตรายตั้งแต่ได้ยินชื่อคุณแล้ว ที่หนูรับหน้าที่นี้เพราะหนูอยากมีเงินเยอะ ๆ หนูอยากสบาย กินอิ่มนอนหลับโดยที่ไม่ต้องมากังวลว่าเดือนนี้เงินจะพอใช้ไหม” สิบปีที่มีน้ำขิงเข้ามาในชีวิตฉันสู้มาตลอด เงินมากเงินน้อยฉันทำทุกอย่างไม่เคยเกี่ยง “ลำบากมาหลายปีความฝันเดียวของหนูคือนอนใช้เงินเท่านั้นแหละค่ะ ไม่ต้องห่วงหนูไม่ลืมหน้าที่ตัวเองหรอก”
“อยู่ในสถานการณ์จริงเธออาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้”
“มาลองดูกัน”
“...”
แยกกับคุณธัญฉันก็เข้ามาดูน้องวินซึ่งยังหลับอยู่ เด็กเล็กถ้านอนสบายเขาจะหลับนานค่ะ ฉันรู้เพราะฉันเลี้ยงน้ำขิงมาตั้งแต่เขาอยู่ในท้องแม่เขานั่นแหละ
“อยู่กับน้องก่อนนะแม่จะเอาขวดนมไปล้าง”
“หนูเล่นโทรศัพท์นะ”
“อย่าเสียงดังนะ”
ระหว่างที่น้องวินนอนฉันเก็บกวาดทุกอย่างที่กระจัดกระจายให้เข้าที่ และเพิ่งสังเกตว่าของเล่นน้องวินมีแต่ปืนกับมีดทั้งนั้น บางชิ้นยังไม่แกะเลยด้วยซ้ำ เขานี่มันบ้าบอจริง ๆ หาอะไรแต่ละอย่างมาให้ลูกเล่นไม่เข้าท่า
“ป้าคะมีจุกนมใหม่ ๆ ให้น้องวินไหม” ทุกขวดที่ฉันล้างจุกขาดแทบจะทุกอันค่ะ
“นี่ค่ะ มีเยอะเลย” ป้าศรีเอยพร้อมกับหยิบออกมให้ฉัน “ของใช้ส่วนตัวพวกสบู่อาบน้ำ แปรงล้างขวดนมก็มีนะลูก พี่เลี้ยงคนก่อน ๆ เขาซื้อไว้เยอะ”
“พูดถึงพี่เลี้ยงคนก่อน เขาออกกันทำไมคะ เงินเดือนตั้งแพง”
“อยู่ไปอีกสักพักหนูจะเข้าใจเอง”
“บอกมาเถอะค่ะป้าหนูไม่กลัวหรอก ชีวิตนี้หนูกลัวอย่างเดียวกลัวไม่มีเงินใช้” บอกออกไปอย่างไม่คิดอะไร เงินเท่านั้นค่ะที่ทำให้เราอยู่รอด
“มันอันตรายไง ก่อนเข้ามาเหยียบที่นี่หนูคงเซ็นสัญญามาแล้ว”
“เรียบร้อยค่ะรับทราบทุกรายละเอียดเลยแหละ แต่หนูไม่กลัวหรอก ชีวิตนี้หนูผ่านเรื่องน่ากลัวมามากแล้ว” แน่นอนว่ามันยากที่จะอธิบายให้ใครเข้าใจ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
“ดูใจเด็ดจัง ยังไงก็ช่างถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนักหนูต้องเอาตัวรอดให้ได้นะ”
“เข้าใจแล้วค่ะหนูจะมีสติให้มาก ๆ” ไม่รู้หรอกว่าไอ้สถานการณ์แบบนั้นมันเป็นยังไงที่แน่ ๆ ฉันต้องเจออยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่ากับใคร ที่ไหน และเมื่อไหร่
“น้องวินวัยสองขวบ เปลี่ยนพี่เลี้ยงมาแล้วถึงหกคน หนูเป็นคนที่เจ็ด หกคนนั้นเสียชีวิตแล้วทั้งหมด...ป้าบอกได้แค่นี้ มากกว่านี้หนูคงต้องหาคำตอบเอาเอง”
“คุณธัญเขาเป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวาง ศัตรูคู่แข่งเขาต้องมีอยู่แล้วค่ะ จุดอ่อนของเขาก็คือน้องวิน เหตุผลหลักมีแค่นี้เองค่ะ”
“...” ป้าศรีเงียบแล้วมองหน้าฉันอยู่แบบนั้น ไม่แน่ใจว่าฉันพูดอะไรผิดไปไหม “รู้ไหมว่าหนูฉลาด ไหวพริบดีเหมือนใครสักคน”
“ใครเหรอคะ ยังมีคนสวยเท่าหนูอีกเหรอเนี่ย”
“แม่น้องวิน”
“...”
วันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน งาน เงิน ความรัก ทุกอย่างผลิบานแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว “หนูเหนื่อยจัง” ภรรยาคนสวยเริ่มบ่นด้วยขนาดหน้าท้องของเธอที่ใหญ่ขึ้นมันทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตลำบาก “อีกไม่นานก็คลอดแล้วเธออดทนหน่อยนะ” ประโยคทำนองนี้ถูกพูดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนฟังรู้สึกเบื่อหน่าย“อยากคลอดวันนี้เลยค่ะ”“ไม่ได้! แม่จะคลอดอย่างเดียวเลย” น้ำขิงที่ฟังอยู่ค้านขึ้นมาบ้าง “พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละ” เธอตอบเสียงเรียบเหมือนไม่คิดอะไรแต่ในใจไม่ใช่แบบนั้นเลย “มันเป็นยังไงไหนว่ามาซิ” ธัญกรถามขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของเมียรัก“อึดอัดค่ะ ปกติหนูทำอะไรด้วยตัวเองตลอดแต่นี่ขนาดแค่จะเข้าห้องน้ำยังต้องให้คนช่วยพยุง หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระคนอื่น” “ใครบอกว่าเมียเป็นภาระ” “ไม่มีใครบอก หนูพูดเอง” น้ำเสียงใสยังคงตอบกลับด้วยท่าทีออดอ้อน “แล้ววันนี้คุณไม่ไปทำงานหรือไง” “ให้ลุกซ์ไปแทนแล้ว” ทุกวันยังคงเหมือนเดิม เขาไม่มีเรื่องผู้หญิงมากวนใจเธอเลยจะมีก็แต่เรื่องงานที่เข้ามาผิดจังหวะเท่านั้นเอง ในส่วนของอีริคเขาแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ธุรกิจที่ทำร่วมกันกำลังเติบโตไปด้วยดี เรื่องผิดพลาดในอดีตต่างฝ
ภายในระยะเวลาสองปีชีวิตฉันเปลี่ยนไปหลายอย่างมาก เรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็ดันเกิดขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน “แม่มีน้องเหรอ” มัวแต่เหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้สังเกตว่าน้ำขิงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “คุณพ่อบอกว่าแม่มีน้อง” “ใช่ค่ะ” นึกคำพูดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะอธิบายให้ลูกฟังแบบไหน แต่พอเห็นรอยยิ้มของน้ำขิงแล้วมันก็คลายความกังวลไปได้เยอะ “กับคุณลุงใช่ไหมคะ แม่เป็นแฟนกับคุณลุงใช่ไหม”“แฟนเหรอ แฟนก็แฟน”“คิกคิก”“หัวเราะอะไร ดีใจอะไรขนาดนั้น”“หนูจะได้เป็นพี่สาวแล้วนะ” “อยากเป็นพี่สาวเหรอ”“ใช่!” น้ำขิงยังคงพูดไปยิ้มไป “พี่อลิซก็มีน้องนะ หนูจะเป็นพี่สาวเหมือนกัน” “งั้นเหรอ แล้วถูกคุณย่าดุบ้างหรือยัง” ว่าจะถามหลายครั้งลืมตลอด “ไม่ดุค่ะ ย่าใจดีมาก”“อยู่บ้านเขาต้องเกรงใจเขาให้มาก ๆ นะ ทำตัวดี ๆ อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่านิสัยไม่ดีกินไม่เก็บไม่ล้างไม่สะอาด”“หนูทำตลอดแต่ส่วนมากพี่แม่บ้านจะทำให้”“นั่นแหละ เรายิ่งต้องเกรงใจเขาให้มาก ขอบคุณค่ะขอโทษค่ะ ใช้คำนี้ให้ชิน ให้เป็นเรื่องปกติ”“เข้าใจแล้วค่ะ” “แล้วนี่ใครมาส่ง”“คุณพ่อค่ะ น่าจะคุยกับคุณลุงอยู่ข้างล่าง” คุยกับน้ำขิงต่ออีกนิดหน่อยฉั
หลายเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องราวของเขาดังสะพัดไปทั่ว โดยเฉพาะแวดวงในธุรกิจ แน่นอนว่ามันเป็นไปตามความต้องการของเขา “หนูมีปืนด้วย” เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมกับอวดปืนของเล่นกระบอกใหม่ที่อีริคซื้อให้ “ใครซื้อให้ครับ”“พ่อซื้อให้เลย” “เหรอ ... แล้วแบบนี้ป๊าจะให้อะไรหนูดีนะ ปืนก็มีแล้ว ของเล่นอื่นก็เต็มไปหมด”“น้อง”“อะไรนะ” เขาถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่มั่นใจว่าได้ยินผิดหรือเปล่า “น้องไง พี่มีน้องตรงนี้แล้วก็ตรงนี้” ไม่พูดเปล่านิ้วเล็กยังจิ้มลงบริเวณหน้าท้องของพี่เลี้ยงคนสวยที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อีกด้วย “สองคนเลยเหรอ”“ใช่! ข้างนี้ผู้หญิงข้างนี้ผู้ชาย” พูดไปก็ยิ้มไปตามประสา แต่คนฟังอย่างน้ำแข็งกลับนิ่งไปแทน “หนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบเธอก็ลุกออกไปทันที คล้อยหลังน้ำแข็งเขาใช้ความคิดอยู่หลายนาที ทุกครั้งที่มีอะไรกันเขาไม่เคยป้องกันเลย และตัวเธอเองก็ไม่เคยค้านเรื่องนี้ “ลูกศร”“ค่ะคุณธัญ”“ผมอยากได้ที่ตรวจครรภ์” เขาพูดพร้อมกับยื่นเงินให้“ตอนนี้เหรอคะ”“ใช่!”“สักครู่นะคะ” แม่บ้านรับคำสั่งแล้วรีบออกไปซื้อที่ร้านขายยาใกล้บ้านทันที ราวครึ่งชั่วโมงที่ตรวจครรภ์จำนวนห้าอันก็อยู่ในม
You are mine มาเฟียคลับ“มีอะไรผิดปกติไหม” “ไม่มีครับ แต่นายใหญ่เตือนมาให้คุณระวังตัวเป็นพิเศษ”“อืม”“ผมคิดว่ามันคงยังไม่กล้าทำอะไรตอนนี้หรอก”“แต่ฉันคิดว่ามันจะทำนะ” เขาบอกออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง “ให้คนตามดูน้ำแข็งไว้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลจัดการได้เลย”“ครับนาย” ตั้งแต่เลิกสนใจอีริคเขามีเวลาสนใจเรื่องอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่จ้องจะเล่นงานเขาอยู่ตลอดเวลา “เชือดไก่ให้ลิงดูเคยได้ยินไหม” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยพลางเหยียดยิ้มให้กับเรื่องที่วิ่งวนอยู่ในความคิด “ใครก็ช่างที่ยุ่งกับเราจัดการมันได้เลย ไม่คุย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้ากล้าลองดีก็มา”“ครับ” ลุกซ์รับคำสั่งแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขารักตัวแต่ไม่กลัวตาย สำหรับธัญกรแล้วเขาสามารถให้ได้แม้กระทั่งชีวิต หลายวันผ่านไปวันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับแต่การใช้ชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ต่างกันตรงที่ตอนนี้ต้องคอยดูแลคนตัวเล็กเป็นพิเศษเท่านั้นเองครืด ... ครืด ...สายเรียกเข้าแทรกเข้ามาระหว่างที่เขากำลังประชุมอยู่ ปลายสายคือน้ำแข็งซึ่งปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยโทรหาเขาสักเท่าไหร่ถ้าไม่มีธุระสำคัญ“ว่ายังไงครับ”(
“ยิ้มอะไรล่ะคะ” ฉันถามคุณธัญที่ตอนนี้เขาเอาแต่มองฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่แบบนั้น “เปล่า”“ไม่ต้องมายิ้มอยู่ไปเอาชุดใหม่มาให้หนูเลย” “พอเป็นเมียแล้วสั่งอย่างเดียวเลยนะ”“ไม่ได้สั่งแค่บอกเฉย ๆ”“เถียงเก่ง” บ่นพึมพำแต่ก็ออกจากห้องไปเพื่อหาชุดใหม่มาให้ฉัน นานหลายนาทีที่ฉันมองตัวเองผ่านกระจก ความรู้สึกตอนนี้คืออะไรฉันยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ...ช่วงสายเราเดินทางกลับกันค่ะ ก่อนเข้าบ้านไม่ลืมแวะไปรับน้องวินที่บ้านของคุณธีร์ด้วย “โอ้โห...” เสียงทักทายดังขึ้นแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นคำพูดออกมา มีเพียงรอยยิ้มและสายตาอะไรไม่รู้ที่มองฉันกับคุณธัญสลับกัน“อย่าแซว” คุณธัญพูดขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน “ลูกล่ะ”“หลับอยู่ในห้องรับรองโน่น”“รอให้ตื่นก่อนแล้วกัน” เขาตอบเสียงเรียบแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาพี่ลุกซ์ เลิกสนใจคุณธัญแล้วมองสำรวจไปรอบบริเวณตัวบ้านแทน ที่นี่กว้างมากแถมรอบนอกยังมีสวนหรืออะไรสักอย่างอยู่ด้วย ฉันมองไม่ออกค่ะรู้แต่ว่ามันมีทางเดินเข้าไป ดูลึกลับน่าค้นหายังไงไม่รู้สิ “เหม่ออะไร” “ในนั้น...” “สวนสัตว์ไอ้ธีร์ ไม่มีอะไรให้สนใจหรอก” เขาพูดแบบขอไปทีเหมือนไม่อยากให้ฉัน
“ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ” คนตัวเล็กค้านขึ้นเมื่อเส้นทางของรถมันเปลี่ยน “คุณจะไปไหนช่วยเกรงใจชุดแม่บ้านของหนูด้วย” ได้ยินแบบนั้นเขาจึงเหลือบมองเธอเล็กน้อย เสื้อรัดรูปกับกางเกงขาสั้นแค่นั้น “ไม่มีใครสนใจหรอกเธอคิดมากไปเอง” “คุณก็พูดได้สิ ตัวเองหล่ออย่างกับเจ้าชาย” “เข้าใจประชดแฮะ” แค่เพียงไม่นานรถก็จอดที่รีสอร์ตของเขา “ค้างที่นี่นะ เรื่องชุดฉันให้คนเตรียมไว้แล้ว”“ค่ะ” มองสำรวจไปรอบบริเวณเงียบสงัดเพราะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีเพียงเขากับลูกน้องไม่กี่คนเท่านั้นที่มาพัก“มองหาอะไร”“เปล่าค่ะแค่รู้สึกว่ามันน่ากลัว” “ไม่หรอกเธอคิดมากไปเอง” พูดจบก็เดินนำมายังห้องพัก “นอนด้วยกันไหม หรือเธอจะนอนห้องโน้นก็ได้นะ”“...” มองชั่งใจอยู่หลายนาทีแต่สุดท้ายก็ข้ามผ่านความกลัวไปไม่ได้ “นอนด้วยค่ะเดี๋ยวผีหลอก”“ไร้สาระ” ถึงกับส่ายหน้าให้เลยทีเดียว “มีเตียงเดียวถ้าไม่นอนพื้นก็คงต้องนอนกับฉัน”“มันก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง” ตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนักแล้วเดินสำรวจไปทั่วบริเวณห้อง “ที่นี่กว้างกว่าที่โน่นอีกนะคะ”“ที่กาญจนบุรีอะเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ธรรมดาที่นั่นมันมีพื้นที่จำกัด” “แต่รูปทรงคล้ายกัน บ่งบอกถ







