LOGIN“ทางเข้าหมู่บ้านดูปลอดภัยดีนะครับ” เสียงของคนที่ทำหน้าที่ขับรถเอ่ยขึ้นเมื่อเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เป็นจุดหมายปลายทาง
“ดีแล้วล่ะค่ะ...” หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังบอกด้วยรอยยิ้ม
แววตาสวยจ้องมองถนนเล็กๆ ในหมู่บ้านสลับกับหน้าจอมือถือที่เป็นรูปบ้านหลังหนึ่งที่เป็นจุดมุ่งหมายของเธอในวันนี้
จนกระทั่งรถที่เธอนั่งมาจอดสนิทหน้าบ้านหลังหนึ่ง
“อยู่ท้ายหมู่บ้านเลย ถ้าเดินคงเหนื่อยน่าดู แดดร้อนด้วย” ชายหนุ่มคนเดิมบอกด้วยน้ำเสียงห่วงใยหลังจากลงมาจากรถและเปิดประตูให้ลูกสาวของเจ้านายลงมาเรียบร้อยแล้ว
“ที่ไร่เราก็ร้อนเหมือนกันนะพี่สิงห์”
“ร้อนคนละแบบนี่ครับ เข้าบ้านเถอะครับ เดี๋ยวพี่ยกกระเป๋าเข้าไปให้” สิงหาบอกแล้วเดินมาเปิดประตูรั้วบ้านให้กับลูกสาวเจ้านาย
สิงหาเข้ามาจัดการตรวจตราทุกอย่างในบ้านอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ แล้วเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วก็ถึงเวลาที่คนที่มีตำแหน่งผู้จัดการไร่ต้องกลับ เพราะยังมีงานที่ต้องไปจัดการต่ออีก
“พี่สิงห์ขับรถดีๆ นะคะ แล้วก็ฝากดูพ่อด้วยนะคะ”
“ได้เลยครับ คุณหนูมีอะไรโทรหาพี่ทันทีนะ เบอร์เพื่อนพี่โทรได้ตลอดเวลาเหมือนกัน” สิงหาย้ำอีกครั้ง
แม้ตัวเองจะอยู่ห่างออกไปอีกหลายร้อยโล แต่เพื่อนสนิทของตนเองก็อยู่แถวนี้ เขาฝากฝังลูกสาวเจ้านายไว้กับทางนั้นเรียบร้อยแล้ว
เสียงเพลง กวิตา เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเจ้าของไร่ที่ตนเองทำงานอยู่ เด็กสาวต่างจังหวัดที่ต้องเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองที่แสนวุ่นวายนี้เพียงลำพัง ไม่ว่าเสียงเพลงจะเป็นเด็กเข้มแข็งขนาดไหน แต่สำหรับเขาที่เห็นเธอมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ” เสียงเพลงยกมือไหว้ขอบคุณคนที่เปรียบเสมือนพี่ชายของเธออีกครั้ง
และเมื่อรถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกไปจนพ้นสายตา เธอก็เตรียมจะเดินกลับเข้าบ้าน แต่แล้วเสียงของบางคนก็ดังขึ้นจากอีกด้านของถนนเล็กๆ
“อ้าว แม่หนู มาแล้วเหรอ”
หญิงสาวหันมองก่อนจะยิ้มบางๆ ให้กับรปภ.วัยกลางคนที่ปั่นจักรยานมาจอดอยู่ไม่ห่างจากเธอมากนัก
“ค่ะ...”
“หลานคุณเลไลหรือเปล่าครับ” รปภ.ของหมู่บ้านเอ่ยถามอีกครั้ง
“ใช่ค่ะ คุณลุง”
“ลุงให้ช่างเข้ามาจัดการสวนให้แล้ว ในบ้านเมียลุงก็มาทำความสะอาดให้หมดแล้ว หนูลองเข้าไปดูนะ มีอะไรขาดเหลือก็โทรหาลุง นี่เบอร์ลุง” ลุงรปภ.บอกอย่างใจดี
เมื่อหลายวันก่อนตนเองได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของบ้านเก่าที่อยู่อีกฝั่งซีกโลกว่าให้ช่วยจัดการหาคนมาทำความสะอาดทั้งนอกและในให้พร้อมเข้าอยู่ เพื่อรอต้อนรับเจ้าของคนใหม่ซึ่งเป็นหลายสาวแท้ๆ ของเธอ
“ขอบคุณค่ะคุณลุง”
“เรียกลุงภมรก็พอจ้ะ อย่าคุณเลย มันคันหู” รปภ.บอกอย่างขบขัน เด็กๆ แถวนี้ก็เรียกกันแบบนี้ทั้งนั้น พอมีคำว่าคุณเข้ามาก็รู้สึกไม่คุ้นเคยเสียอย่างนั้น
“ได้ค่ะ ลุงภมร”
“แล้วหนูล่ะ ชื่ออะไร”
“หนูชื่อเสียงเพลงค่ะ เรียกเพลงเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” เสียงเพลงบอกเสียงสดใส
อย่างน้อยวันนี้เธอก็เจอคนใจดีแล้ว บางทีการใช้ชีวิตในกรุงเทพเมืองที่ใครๆ ต่างบอกว่ามีแต่คนใจร้าย ก็อาจจะไม่จริงเสมอไปก็ได้
“เอาล่ะ เข้าบ้านเถอะลูก มีอะไรโทรหาลุงได้นะ”
“ขอบคุณนะคะ”
เสียงเพลงเดินกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณบ้าน เพราะเป็นบ้านหลังมุม ทำให้มีพื้นที่มากกว่าหลังอื่นๆ อีกนิดหน่อย
กลิ่นของต้นหญ้าที่ถูกตัดตกแต่งยังลอยฟุ้ง เดินเลยมาอีกนิดบริเวณมุมบ้านมีต้นดอกแก้วใหญ่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกสีขาวที่บานสะพรั่งเรียกให้คนมองรีบเดินเข้าไปใกล้ๆ
“สวยจัง...” เธอบอกแล้วยื่นมือไปแตะกลีบดอกไม้สีขาวเบาๆ
เสียงเพลงเดินชมรอบๆ บ้านจนพอใจก่อนจะเดินเข้ามาในบ้านที่เงียบสงัด เฟอร์นิเจอร์ในบ้านทุกชิ้นในบ้านมองดูก็รู้ว่าเป็นของใหม่ทั้งหมด
แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ป้าเลไล” เสียงหวานกรอกไปตามสายเมื่อกดรับเรียบร้อยแล้ว
[ มาถึงหรือยังน้องเพลง ]
“เพิ่งเข้ามาในบ้านเลยค่ะป้า”
[ ชอบหรือเปล่าลูก พี่เจ้าเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้หนูเองทุกชิ้นเลยนะ ]
“ชอบมากเลยค่ะคุณป้า เกรงใจพี่เจ้าจังเลยค่ะ” เสียงเพลงบอกอย่างเกรงใจ
เดิมทีบ้านหลังนี้เป็นของจันทร์เจ้า ลูกสาวของเลไล ซึ่งเป็นป้าแท้ๆ ของเสียงเพลง แต่ตอนนี้จันทร์เจ้าได้แต่งงานและย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่สามีสร้างให้เป็นเรือนหอแล้ว ส่วนบ้านหลังนี้เมื่อไม่มีคนอยู่จึงตัดสินใจประกาศขายเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
แต่เมื่อไม่นานน้องเขยของเลไล นั่นก็คือพ่อของเสียงเพลงก็ติดต่อเข้ามาเพื่อขอซื้อบ้านหลังนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าลูกสาวคนสวยจะเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพ จึงอยากขอซื้อบ้านหลังนี้ให้ลูกสาว นั่นก็ทำให้เลไลตัดสินใจได้ทันทีที่จะยกบ้านหลังนี้ให้กับหลานสาว
แต่ก็ถูกพ่อของเสียงเพลงปฏิเสธมาพร้อมกับดึงดันหนักแน่นว่าจะซื้อเท่านั้น
สุดท้ายเธอก็ต้องใจอ่อนยอมขายให้แต่ก็ในราคาสุดพิเศษเพื่อหลานสาวคนสวย
[ เกรงใจอะไรกัน ให้ป้าได้ช่วยเหลืออะไรเราบ้างเถอะ ] ปลายสายบอกเสียงสั่นไหวเล็กน้อย
“ที่ผ่านมาป้ากับพี่เจ้าก็ช่วยเหลือเพลงมาตลอดนะคะ...” ทั้งเรื่องที่เรียนและอีกหลายๆ เรื่อง
[ มันก็ไม่เท่ากับที่แม่เราช่วยป้าไว้ ]
วันที่สามีของเลไลทอดทิ้งไปมีผู้หญิงคนใหม่ เธอกับลูกน้อยอย่างจันทร์เจ้าที่เพิ่งจะได้สามเดือนในเวลานั้นต้องลำบาก อดมื้อกินมื้อ และในวันที่เลไลตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากน้องสาวๆ แท้อย่างพิมผกา ให้ช่วยเลี้ยงดูลูกสาวของเธอ
พิมผกาตอบตกลงอย่างไม่ลังเล และนอกจากนั้นยังให้เงินเธอมาอีกหนึ่งก้อนเพื่อตั้งตัว หากไม่ได้แม่ของเสียงเพลงในวันนั้น เธอเองก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองและลูกสาวจะเป็นอย่างไร
“ป้าคิดมากไปแล้วค่ะ”
[ ถ้าไม่อยากให้ป้าคิดมาก หนูก็รับความช่วยเหลือจากป้านะลูก ] น้ำเสียงของคนอยู่ไกลยังสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง
“ค่ะป้า ถ้าเพลงขาดเหลืออะไร เพลงจะบอกป้านะคะ” เสียงเพลงบอกน้ำเสียงสดใสกลับไป
ทั้งสองพูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนจะวางสาย
สองขาเล็กเดินมาหยุดตู้โชว์มุมบ้าน ด้านในมีของตกแต่งน่ารักวางประดับอยู่ชวนให้น่ามอง
หญิงสาวเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเองก่อนจะหยิบกรอบรูปที่เธอพกติดตัวไว้ขึ้นมาวางลงที่ชั้นบนสุดของตู้โชว์ ‘รูปของเธอกับพ่อแม่’
“เพราะความดีของแม่ทำให้เพลงได้รับแต่สิ่งดีๆ กลับมาใช่มั้ยคะ...” อีกครั้งที่เสียงเพลงต้องพูดคุยกับผู้เป็นแม่ผ่านรูปถ่าย
ปลายนิ้วเรียวลูกเบาๆ ที่แผ่นกระจกใสที่กั้นกลางระหว่างเธอและรูปถ่าย
“เพลงคิดถึงแม่นะคะ...”
°•○ ☆ ○•°
แล้วธามก็ทำตามที่บอกกับเสียงเพลงไว้ทุกอย่าง หลังจากกลับมาจากบ้านของเสียงเพลงได้เพียงแค่สองวันเท่านั้น พ่อและแม่ของธามก็เดินทางไปยังบ้านสวนของเสียงเพลงทันที ไปโดยที่เสียงเพลงเองก็ไม่รู้ตัว มารู้อีกทีก็ตอนที่พ่อแม่ของคนพี่กลับมาแล้วแล้วทุกอย่างที่เป็นไปตามที่ธามตั้งใจไว้เรื่องของเขากับน้องผู้ใหญ่ทั้งสองต่างยินดีและยินยอมให้เขาดูแลน้องในฐานะคนรัก และในวันข้างหน้าทุกอย่างจะต้องถูกต้องมากกว่านี้และตลอดเวลาที่คบหากัน ธามและเสียงเพลงยังคงเสมอต้นเสมอปลายต่อกันไม่เปลี่ยนแปลง แม้เวลาจะผ่านมาจนเกือบครบปีแล้ว ทุกอย่างสำหรับธามและเสียงเพลงไม่เคยลดน้อยลง มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ“ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วยนะ” เสียงเพลงบ่นพึมพำทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจไปพร้อมๆ กันอยู่ๆ คนพี่ก็ส่งข้อความมาบอกว่าต้องเข้าประชุมกับหัวหน้างาน น่าจะกลับบ้านช้ากว่าปกติเธอคงจะไม่รู้สึกแบบนี้หากวันนี้มันไม่ใช่วันสำคัญของเรา‘นอยด์’ติ๊งต่อง~แล้วเสียงที่ดังจากประตูรั้วหน้าบ้านก็เรียกให้คนที่กำลังนั่งซึมต้องสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปชะโงกหน้าดูผ่านม่านประตูทันทีที่เห็นว่าใครที่ยืนอยู่หน้าบ้าน เสียงเพลงก็รีบวิ่งออกมาต้อนรั
“ผมต่างหากครับที่ต้องถามว่าคุณพ่อรังเกียจผมมั้ย”“อะไรทำให้คิดแบบนั้น” พิพัฒน์ถามคนรักของลูกชายด้วยท่าทางนิ่งเรียบสบายๆ คนที่ผ่านอะไรมามากมายย่อมมองออกว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังกังวลอะไรอยู่ธามนิ่งเงียบ คิดและทบทวนความคิดของตนเองอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ“มาถึงตอนนี้ ผมกลับคิดว่าผมมากกว่าที่ไม่เหมาะสมกับน้อง”น้ำเสียงของธามยังมั่นคง แม้ตอนนี้ในใจจะสั่นไหวไปหมดพิพัฒน์ยกยิ้มเล็กน้อยจ้องมองแววตาของเด็กหนุ่มตรงหน้า ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนแววตาของเด็กคนนี้ก็ยังมั่นคง ภาพสะท้อนจากแววตาคู่นั้นมีแต่ลูกสาวของเขาตลอดเวลาแล้วแบบนี้พ่อที่รักลูกสาวมากๆ อย่างเขาจะรังเกียจหรือขัดขวางไปทำไมกัน“สำหรับพ่อคนที่ไม่เหมาะสมกับยัยเพลง คือคนที่เข้ามาทำให้ยัยเพลงเสียใจและไม่มีความสุข” เพราะที่สุดแล้วสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องการก็มีอยู่แค่นั้นแค่ใครสักคนที่เข้ามาดูแลและทำให้ลูกของตนเองมีความสุข“งั้นผมก็ต้องเข้าข้างตัวเองว่าผมเหมาะสมที่สุด” ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่กลับมามีความมั่นใจอีกครั้งใบหน้าที่หม่นเมื่อครู่กลับมายิ้มแย้มเช่นเดียวกัน“พ่อก็คิดอย่างนั้น...”เวลาที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ แม้จะไม่นานแต่คนเป็นพ
วันรุ่งขึ้นธามและเสียงเพลงออกเดินทางตั้งแต่เช้าโดยที่ใช้รถและคนขับรถของที่บ้านตามที่พ่อและแม่ของเขาแนะนำ อย่างน้อยก็ต้องแสดงให้พ่อของเสียงเพลงเห็นว่าทางตนเองและครอบครัวนั้นมีดีมากพอ และพร้อมที่จะดูแลเสียงเพลงไม่ให้ลำบากแม้แต่นิด“คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวเหรอเนี่ย” ธามพูดขึ้นพร้อมกับจับมือนุ่มๆ ของแฟนตัวน้อยมาคลึงเล่นแม้น้องจะบอกพ่อแล้วเรื่องการคบหากัน แต่ธามก็รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร ไปบ้านว่าที่พ่อตาครั้งแรก จะไปนอนกอดลูกสาวเขาก็คงไม่เหมาะเสียงเพลงยิ้มเอ็นดูกับหน้าหงอยๆ ของแฟนตัวโต“ถ้าไม่อยากนอนคนเดียวก็อย่าล็อคห้อง เดี๋ยวเค้าย่องมาหาพี่เอง”“พ่อเธอตีหัวพี่แตกพอดี” ร่างหนาบอกแล้วหัวเราะเบาๆ กับความคิดของแฟนสาวเสียงเพลงเป็นตัวของตัวเองได้ตลอดเวลา เป็นเธอในแบบที่เขาชอบ นั่นยิ่งทำให้เขายิ่งชอบ ยิ่งรักเธอมากขึ้นทุกที“คืนเดียวเองค่ะ พรุ่งนี้เค้าไปนอนด้วยได้” เสียงเพลงตอบด้วยรอยยิ้ม และครั้งนี้เธอจริงจังพรุ่งนี้พวกมัดหมี่และเพื่อนๆ ของคนพี่จะตามมา เธอจะใช้โอกาสนี้ไปนอนกับแฟนตัวโตของเธอ เธอรู้ว่าพ่อของเธอต้องเข้าใจ แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นมาพูดถึงเธอไม่ดี เดี๋ยวจะพาไปถึงพ่อไม่สั่งสอนอีก เธ
“เป็นไงบ้านพี่” ธามถามหลังจากขึ้นมาอยู่บนห้องนอนของเขาในบ้านหลังใหญ่แล้ว ห้องนอนที่เขาเข้ามานอนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว แต่คืนนี้เขากับน้องตกลงกันว่าจะนอนที่นี่ทั้งสองตกลงกันว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะกลับมาค้างที่บ้านนี้ ส่วนภาดลนั้นขอเวลาก่อน แต่ก็รับปากว่าจะแวะมาหาบ่อยๆ“ดีค่ะ ตอนแรกคิดว่าแม่พี่จะไม่ชอบเค้า”“ทำไมจะไม่ชอบ เธอมันขี้อ้อน เอาใจเก่งขนาดนี้” ร่างหนาบอกหลังจากดึงแฟนตัวน้อยๆ ของตัวเองมานั่งลงบนตักแกร่งแล้วแม้ว่าแม่ของเขาจะเป็นคนพูดไม่ค่อยคิด เอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ แต่แม่ของเขาก็เป็นแม่ที่ใจดีและอ่อนโยนไม่แพ้ใครเหมือนกัน“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวพ่อกับแม่พี่รักพี่ปริ้นซ์มากกว่าเค้าจะทำไง” คนตัวเล็กแกล้งพูดพร้อมกับทำหน้าทำตาน่าสงสารที่สุดธามยิ้มอ่อน ยกมือขึ้นบีบจมูกรูปสวยด้วยความมันเขี้ยวเต็มทีกับความช่างพูดของคนน้อง“แต่พี่รักเธอที่สุดนะ รักเธอคนเดียวเลย”“อื้อ แน่สิคะ พี่ต้องรักเค้าคนเดียวอยู่แล้ว” เสียงเพลงพูดหลังจากยกสองแขนคล้องคอคนพี่ปากสวยๆ ที่กำลังคว่ำงอทำเอาธามอดใจไม่ไหวจุ๊บบบ!!ปากหยักกดจูบหนักๆ ด้วยความมันเขี้ยว“อื้อ!!”“เด็กอะไรทำไมมันขี้อ้อนขนาดน
วันรุ่งขึ้น ธามพาเสียงเพลงมาที่บ้านของตนเอง บ้านที่ตัวเองแทบจะไม่ได้กลับมาเลยในช่วงหลังๆ ช่วงที่ติดแฟนนี่แหละ“เป็นไร...” คนตัวโตถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของคนข้างๆ ดูแปลกไปจากเดิม“เข้าบ้านแฟนครั้งแรก แอบตื่นเต้นค่ะ”“เลอะเทอะ!!” ธามบอกแล้วโยกศีรษะเล็กๆ ของแฟนสาวไปมาอย่างเอ็นดูจะมาตื่นเต้นอะไร ถึงจะมาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่คนในบ้านนี้ไปหาตัวเองมาตั้งหลายครั้งแล้ว ทั้งพ่อแม่และพี่สาว ตั้งแต่ได้รับอนุญาตก็แวะเวียนไปหาเสียงเพลงอยู่บ่อยครั้ง จนเรียกได้ว่าสนิทกันไปหมดแล้วก็ว่าได้“แต่บ้านพี่ใหญ่มากเลย” เสียงเพลงพูดขึ้นหลังจากมองไปรอบๆ บ้านหลังใหญ่ตรงหน้าอย่างพิจารณา“อยากมาอยู่มั้ยล่ะ...”“ไม่เอาอะ เค้าไม่ชอบเลยบ้านหลังใหญ่ ขี้เกียจเดิน” คนตัวเล็กตอบด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกแล้วลงจากรถแต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะก้าวขาเดิน รถอีกคันที่กำลังแล่นเข้ามาก็ทำให้ธามยกยิ้ม ต่างจากเสียงเพลงทีกำลังขมวดคิ้วเพราะรู้สึกว่าเคยเห็นรถคันนี้แล้วทุกอย่างก็เฉลย“พี่ดล...” คนตัวเล็กเรียกคนที่เพิ่งเปิดประตูรถลงมาเสียงเบาแล้วหันไปมองหน้าแฟนหนุ่มของตัวเองที่ยืนยิ้มอ่อนอยู่ข้างๆ“เพิ่งมาถึงก
ประตูรถคันสีดำสนิทถูกเปิดออกทันทีที่ถึงที่หมายปลายทาง ใบหน้าเคร่งขรึมของเจ้าของรถจ้องมองไปยังคนที่นั่งหน้าหงิกงออยู่บนรถอย่างเอาเรื่อง“ลงมา!” ภาดลบอกเสียงแข็งจนคนที่นั่งอยู่ด้านในสะดุ้งตกใจแต่ถึงแบบนั้นเธอก็ยังคงนั่งนิ่งเงียบ ไม่คิดจะขยับลงจากรถตามที่อีกคนต้องการ“จะลงดีๆ หรือให้ลาก” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่เพราะเธอรู้ว่าเขาทำจริง และเขาเคยทำมันมาแล้ว ปริ้นซ์จึงยอมลงจากรถแต่โดยดีขาเรียวเดินกระแทกผ่านร่างหนาไปยังลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความคุ้นเคย ภาดลถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินตามเข้ามาความเงียบเข้าครอบงำทั้งสอง จนกระทั่งลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงจุดหมาย ปลายนิ้วเรียววางทาบลงเพื่อทำการเปิดประตูหน้าห้อง และพาตัวเองเข้ามาในห้องทันที“มาคุยกันก่อนปริ้นซ์” ภาดลที่ตามเข้ามาก็เห็นว่าหญิงสาวเดินหายเข้าไปในห้องนอนใหญ่แล้ว เขาไม่รอช้ารีบตามเข้าไปก่อนที่เธอจะล็อคประตู“ปริ้นซ์ไม่อยากคุยตอนนี้”“จะตอนนี้หรือตอนไหนก็ต้องคุย มาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เสียงที่ดังคล้ายตวาดทำให้ปริ้นซ์ต้องเม้มปากแน่น หันกลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่เตียงนุ่มเธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไร เขาอารมณ์ร้อนและบางครั้งก็ควบคุมตัวเองไม
“ฉันดีใจที่ได้เป็นคนแรกของเธอ...อีกเรื่อง”‘คนแรกของเธอ’คนแรกบ้าบออะไร เสียงเพลงกัดปากตัวเองแน่นเมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ”“จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ฉันก็เป็นจูบแรกของเธอไม่ใช่หรือไง” ไม่ได้พูดเปล่า แต่ความน่ารักของคนข้างๆ ทำให้ธามอดใจไม่ได้จนต้องส่งมือไปบีบปลายจมูกรูปสว
“เดี๋ยวก่อนพี่ธาม” เสียงเพลงหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปมองคนตัวโตด้วยสีหน้าบึ้งตึงเขาทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง นี่มันมัดมือชกกันชัดๆ“อะไรอีก”“ใครจะไปส่งพี่”“เธอไง ทำฉันเจ็บขนาดนี้ จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรือไง” ธามหันกลับมามองคนตัวเล็กพร้อมกับยกแขนที่มีรอยช้ำให้เธอดูเสียงเพลงยู่หน้าเบาๆ“เมื่อเช้ายังมาเอง
คนที่หล่อที่สุดในมหาลัยอย่างนั้นเหรอ...ในสายตาของเธอตอนนี้ ยังไม่เห็นว่ามีใครที่จะหล่อที่สุดเลยเฮ้อ!เวลาผ่านไปอีกไม่นาน รุ่นพี่คนเดิมก็ประกาศจบกิจกรรมของวันนี้“เจอกันพรุ่งนี้นะ” มัดหมี่บอก เพราะเธอมีธุระที่ต้องรีบกลับไปจัดการเสียงเพลงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองร่างสูงตัวโตเจ้าของเสื้อคล
“พี่...” เสียงเพลงเรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่วเบาโลกมันกลมขนาดนี้ได้ยังไงกัน โจรห้าร้อยเมื่อคืนทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ“เธออีกแล้วเหรอ”“ขะ ขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบละมือจากเสื้อตัวเองมายกมือไหว้ร่างหนาตรงหน้าในทันทีเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเขาทำให้เธอใจกระตุกวูบ ริมฝีปากสวยเม้มขบกันด้วยความประหม่าไม่







