Mag-log in“ขอโทษค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยเก็บผ้าให้ด้วย” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากความจริงปรากฏ
เขาปีนรั้วเข้ามาเก็บผ้าให้อย่างที่บอกจริงๆ
ร่างหนาจิ๊ปากบางๆ พรางลูบไปมาที่ลำแขนตัวเองบริเวณที่ถูกด้ามไม้กวาดกระหน่ำใส่จนเป็นรอยเขียวช้ำ
“ก็หนูไม่รู้นี่นา...” ใครมันจะไปคิดกัน
เสียงเพลงมองดูแขนแกร่งของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิดจับใจ
“ช่างมันเถอะ” เสียงเข้มบอกเตรียมจะที่หมุนตัวเดินออกจากบ้านของหญิงสาวเมื่อหมดเรื่อง
แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวขา เสียงของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เดี๋ยวหนูทายาให้ค่ะ อีกอย่างฝนยังตกแรงอยู่เลย” เสียงของเธอแผ่วเบา ก่อนจะมองออกไปด้านนอกที่สายฝนยังตกลงมาอย่างหนัก
“ยังไงก็เปียกอยู่แล้วนี่ แค่นี้ไม่ตายหรอกน่า”
“แต่มันก็ป่วยได้นี่คะ อีกอย่างแขนพี่ช้ำมากเลย” เสียงเพลงมองดูแขนของคนตรงหน้าอีกครั้ง แววตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านในของบ้าน
คนตัวโตมองตามนิ่งๆ จนกระทั่งอีกคนกลับออกมา ในมือของเธอมีหลอดยาสีขาวอยู่และอีกมือก็มีผ้าผืนเล็กๆ สีขาวเช่นเดียวกัน
“ไม่ต้องทาหรอก กลับไปอาบน้ำมันก็หลุดหมด” เสียนิ่งเรียบบอกไปตามตรง
เสียงเพลงเม้มริมฝีปากเบาๆ คิดตาม มันก็จริงอย่างที่เขาบอก
“งั้นพี่เอายาไปด้วยนะคะ อาบน้ำแล้วค่อยทา”
“อืม...” มือหนารับหลอดยาจากคนตัวเล็กไปถือไว้ก่อนจะมองออกไปด้านนอกที่ตอนนี้เม็ดฝนเริ่มเบาบางลงแล้ว
“ไปนะ” เขาหันมาบอกเจ้าของบ้านก่อนจะเดินออกจากบ้านของเธอไปในทันที
เสียงเพลงได้แต่มองตามอย่างเงียบๆ เธอพยายามจะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด และเธอก็คิดว่าคงทำได้แค่นี้
“อ้าว ลืมถามชื่อเลย” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันมองไปยังบ้านข้างๆ ที่ตอนนี้ปิดไฟมืดสนิทหมดแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงเพลงยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องน้ำของมหาวิทยาลัยชื่อดัง เพื่อสำรวจตัวเองอีกครั้งให้แน่ใจ
ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มบางๆ ให้กับเงาในกระจกอย่างพอใจ
เสียงเพลงเป็นคนที่มีรูปร่างดี สัดส่วนชัดเจน ผิวขาวเนียนรับกับเส้นผมยาวที่ทิ้งตัวอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อทุกอย่างมาประกอบกันอยู่บนเรือนร่างของเธอก็ยิ่งขับให้เธอดูมีเสน่ห์ไม่น้อย
เสน่ห์ที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
แกร๊ก~
ประตูห้องน้ำที่เพิ่งเปิดออกทำให้เสียงเพลงหันมองก่อนจะส่งยิ้มบางๆ กลับไปเพราะคนที่เพิ่งเข้ามาให้ส่งยิ้มมาให้เธอ
“อ้าว ไม่มีทิชชู่เหรอ” เธอคนนั้นพึมพำเบาๆ เมื่อผลักประตูห้องน้ำด้านในเข้าไปแล้ว
เสียงเพลงหันมองตามก่อนจะหันมาเปิดกระเป๋าตัวเองแล้วหยิบห่อกระดาษสีชมพูอ่อนออกมา
“เอาของเราก็ได้” เธอบอกแล้วส่งห่อกระดาษทิชชู่ในนักศึกษาสาวอีกคนอย่างมีไมตรี
“อื้อ ขอบคุณน้า”
ผ่านไปไม่กี่นาทีเธอคนนั้นก็ทำธุระเสร็จ ในจังหวะเดียวกับที่เสียงเพลงเองก็กำลังจะออกจากห้องน้ำเช่นกัน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อมมือไปเปิดประตูเสียงของเธอคนนั้นก็ร้องเรียกขึ้น
“เดี๋ยวก่อนสิ…”
“หืม เราเหรอ” เสียงเพลงชะงัก ก่อนจะชี้ปลายนิ้วเรียวเข้าหาตัวเองอย่างไม่แน่ใจ
“อื้อ เธอปีหนึ่งเหมือนกันมั้ย” เธอคนนั้นถามต่อด้วยน้ำเสียงสดใสและแววตาแวววาว
คนถูกถามพยักหน้ารับ
“ค่ะ ปีหนึ่งเหมือนกัน”
“เราก็ปีหนึ่ง เรียนบริหารน่ะ”
“เราก็บริหารเหมือนกัน” เสียงเพลงตอบกลับทันทีด้วยความดีใจไม่น้อยที่กำลังจะมีเพื่อน
และเธอคนนั้นก็พูดต่อพร้อมกับรอยยิ้มสดใสไม่ต่างกัน
“เราชื่อมัดหมี่นะ”
เสียงเพลงยิ้มกว้างเมื่อได้ยินแบบนั้นก่อนจะแนะนำตัวกลับไป
“เราชื่อเสียงเพลง เรียกเพลงเฉยๆ ก็ได้”
แล้วทั้งสองก็ตกลงเป็นเพื่อนกัน เพราะต่างฝ่ายต่างใหม่สำหรับที่นี่ และที่สำคัญทั้งสองก็ยังไม่มีเพื่อน
“ตอนบ่ายไม่มีเรียน แต่ต้องเข้ากิจกรรม” มัดหมี่บอกเสียงเบาพร้อมกับยู่หน้าเล็กน้อย
แค่ได้ยินว่าเป็นกิจกรรมรับน้องเธอก็รู้สึกเซ็งขึ้นมา เธอเป็นพวกไม่ชอบกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น แค่อยากมาเรียน แค่เรียนเท่านั้น
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เสียงเพลงถามเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ
“ไม่อยากเข้ากิจกรรม”
“ทำไมล่ะ...” หญิงสาวถามต่ออย่างสงสัย กิจกรรมที่รุ่นพี่แจ้งมาในไลน์กลุ่มก็ดูน่าสนุกดี ไม่มีอะไรน่ากังวลเลยด้วยซ้ำ
มัดหมี่มองซ้ายมองขวาก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ๆ เพื่อนใหม่ที่เพิ่งเจอกันวันแรก แล้วกระซิบเสียงเบาราวกับว่ากลัวจะมีใครผ่านมาได้ยิน
“ไม่อยากเจอรุ่นพี่”
คนฟังถึงกับเลิกคิ้วสูง แล้วถามกลับด้วยเสียงแผ่วเบาเช่นเดียวกัน
“ทำไม”
“รุ่นพี่กวนตีน” มัดหมี่ตอบกลับก่อนจะบึนปากเล็กน้อย และนั่นยิ่งทำให้เสียงเพลงต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม
แต่ก่อนที่จะได้ถามอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของมัดหมี่ก็ดังขึ้น
“เรารับโทรศัพท์ก่อนนะ” มัดหมี่บอกด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ หลังจากก้มมองหน้าจอมือถือที่สว่างขึ้น
“อืม เราไปห้องน้ำนะ” เสียงเพลงตอบเสียงเบาเพราะเห็นอีกฝ่ายกดรับสายไปแล้ว
แล้วมัดหมี่ก็พยักหน้า
หลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จ เสียงเพลงก็เตรียมที่จะเดินกลับมาหาเพื่อน แต่เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าสะพาย ทำให้เธอไม่ทันระวัง
ปึก!!
ร่างบางชนเข้ากับใครบางคนอย่างแรง และแรงปะทะนั่นก็ทำให้ของในมืออีกฝ่ายหกเลอะเทอะ
และที่สำคัญคือของที่หกเลอะเทอะนั่นบางส่วนมันก็กระเด็นมาเลอะเสื้อนักศึกษาของเธอ
“เฮ้ย!!”
“ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้มองทาง” เสียงเพลงรีบพูดขึ้นอย่างลนลาน สายตาก้มมองเสื้อตัวเองที่เปื้อนจนทำอะไรไม่ถูก
เช่นเดียวกับอีกคนที่จดจ้องมาที่เสื้อนักศึกษาตัวบางที่ตอนนี้มีสีแดงแปดเปื้อนอยู่อย่างรู้สึกผิด เพราะตัวเองก็รีบจนไม่ได้ทันระวังเหมือนกัน
“ขอโทษนะ พี่รีบไปหน่อย” เสียงที่เอ่ยออกมาทำให้เสียงเพลงต้องเงยหน้ามอง
กึก!!!
“พี่...”
°•○ ☆ ○•°
แล้วธามก็ทำตามที่บอกกับเสียงเพลงไว้ทุกอย่าง หลังจากกลับมาจากบ้านของเสียงเพลงได้เพียงแค่สองวันเท่านั้น พ่อและแม่ของธามก็เดินทางไปยังบ้านสวนของเสียงเพลงทันที ไปโดยที่เสียงเพลงเองก็ไม่รู้ตัว มารู้อีกทีก็ตอนที่พ่อแม่ของคนพี่กลับมาแล้วแล้วทุกอย่างที่เป็นไปตามที่ธามตั้งใจไว้เรื่องของเขากับน้องผู้ใหญ่ทั้งสองต่างยินดีและยินยอมให้เขาดูแลน้องในฐานะคนรัก และในวันข้างหน้าทุกอย่างจะต้องถูกต้องมากกว่านี้และตลอดเวลาที่คบหากัน ธามและเสียงเพลงยังคงเสมอต้นเสมอปลายต่อกันไม่เปลี่ยนแปลง แม้เวลาจะผ่านมาจนเกือบครบปีแล้ว ทุกอย่างสำหรับธามและเสียงเพลงไม่เคยลดน้อยลง มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ“ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วยนะ” เสียงเพลงบ่นพึมพำทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจไปพร้อมๆ กันอยู่ๆ คนพี่ก็ส่งข้อความมาบอกว่าต้องเข้าประชุมกับหัวหน้างาน น่าจะกลับบ้านช้ากว่าปกติเธอคงจะไม่รู้สึกแบบนี้หากวันนี้มันไม่ใช่วันสำคัญของเรา‘นอยด์’ติ๊งต่อง~แล้วเสียงที่ดังจากประตูรั้วหน้าบ้านก็เรียกให้คนที่กำลังนั่งซึมต้องสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปชะโงกหน้าดูผ่านม่านประตูทันทีที่เห็นว่าใครที่ยืนอยู่หน้าบ้าน เสียงเพลงก็รีบวิ่งออกมาต้อนรั
“ผมต่างหากครับที่ต้องถามว่าคุณพ่อรังเกียจผมมั้ย”“อะไรทำให้คิดแบบนั้น” พิพัฒน์ถามคนรักของลูกชายด้วยท่าทางนิ่งเรียบสบายๆ คนที่ผ่านอะไรมามากมายย่อมมองออกว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังกังวลอะไรอยู่ธามนิ่งเงียบ คิดและทบทวนความคิดของตนเองอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ“มาถึงตอนนี้ ผมกลับคิดว่าผมมากกว่าที่ไม่เหมาะสมกับน้อง”น้ำเสียงของธามยังมั่นคง แม้ตอนนี้ในใจจะสั่นไหวไปหมดพิพัฒน์ยกยิ้มเล็กน้อยจ้องมองแววตาของเด็กหนุ่มตรงหน้า ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนแววตาของเด็กคนนี้ก็ยังมั่นคง ภาพสะท้อนจากแววตาคู่นั้นมีแต่ลูกสาวของเขาตลอดเวลาแล้วแบบนี้พ่อที่รักลูกสาวมากๆ อย่างเขาจะรังเกียจหรือขัดขวางไปทำไมกัน“สำหรับพ่อคนที่ไม่เหมาะสมกับยัยเพลง คือคนที่เข้ามาทำให้ยัยเพลงเสียใจและไม่มีความสุข” เพราะที่สุดแล้วสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องการก็มีอยู่แค่นั้นแค่ใครสักคนที่เข้ามาดูแลและทำให้ลูกของตนเองมีความสุข“งั้นผมก็ต้องเข้าข้างตัวเองว่าผมเหมาะสมที่สุด” ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่กลับมามีความมั่นใจอีกครั้งใบหน้าที่หม่นเมื่อครู่กลับมายิ้มแย้มเช่นเดียวกัน“พ่อก็คิดอย่างนั้น...”เวลาที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ แม้จะไม่นานแต่คนเป็นพ
วันรุ่งขึ้นธามและเสียงเพลงออกเดินทางตั้งแต่เช้าโดยที่ใช้รถและคนขับรถของที่บ้านตามที่พ่อและแม่ของเขาแนะนำ อย่างน้อยก็ต้องแสดงให้พ่อของเสียงเพลงเห็นว่าทางตนเองและครอบครัวนั้นมีดีมากพอ และพร้อมที่จะดูแลเสียงเพลงไม่ให้ลำบากแม้แต่นิด“คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวเหรอเนี่ย” ธามพูดขึ้นพร้อมกับจับมือนุ่มๆ ของแฟนตัวน้อยมาคลึงเล่นแม้น้องจะบอกพ่อแล้วเรื่องการคบหากัน แต่ธามก็รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร ไปบ้านว่าที่พ่อตาครั้งแรก จะไปนอนกอดลูกสาวเขาก็คงไม่เหมาะเสียงเพลงยิ้มเอ็นดูกับหน้าหงอยๆ ของแฟนตัวโต“ถ้าไม่อยากนอนคนเดียวก็อย่าล็อคห้อง เดี๋ยวเค้าย่องมาหาพี่เอง”“พ่อเธอตีหัวพี่แตกพอดี” ร่างหนาบอกแล้วหัวเราะเบาๆ กับความคิดของแฟนสาวเสียงเพลงเป็นตัวของตัวเองได้ตลอดเวลา เป็นเธอในแบบที่เขาชอบ นั่นยิ่งทำให้เขายิ่งชอบ ยิ่งรักเธอมากขึ้นทุกที“คืนเดียวเองค่ะ พรุ่งนี้เค้าไปนอนด้วยได้” เสียงเพลงตอบด้วยรอยยิ้ม และครั้งนี้เธอจริงจังพรุ่งนี้พวกมัดหมี่และเพื่อนๆ ของคนพี่จะตามมา เธอจะใช้โอกาสนี้ไปนอนกับแฟนตัวโตของเธอ เธอรู้ว่าพ่อของเธอต้องเข้าใจ แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นมาพูดถึงเธอไม่ดี เดี๋ยวจะพาไปถึงพ่อไม่สั่งสอนอีก เธ
“เป็นไงบ้านพี่” ธามถามหลังจากขึ้นมาอยู่บนห้องนอนของเขาในบ้านหลังใหญ่แล้ว ห้องนอนที่เขาเข้ามานอนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว แต่คืนนี้เขากับน้องตกลงกันว่าจะนอนที่นี่ทั้งสองตกลงกันว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะกลับมาค้างที่บ้านนี้ ส่วนภาดลนั้นขอเวลาก่อน แต่ก็รับปากว่าจะแวะมาหาบ่อยๆ“ดีค่ะ ตอนแรกคิดว่าแม่พี่จะไม่ชอบเค้า”“ทำไมจะไม่ชอบ เธอมันขี้อ้อน เอาใจเก่งขนาดนี้” ร่างหนาบอกหลังจากดึงแฟนตัวน้อยๆ ของตัวเองมานั่งลงบนตักแกร่งแล้วแม้ว่าแม่ของเขาจะเป็นคนพูดไม่ค่อยคิด เอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ แต่แม่ของเขาก็เป็นแม่ที่ใจดีและอ่อนโยนไม่แพ้ใครเหมือนกัน“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวพ่อกับแม่พี่รักพี่ปริ้นซ์มากกว่าเค้าจะทำไง” คนตัวเล็กแกล้งพูดพร้อมกับทำหน้าทำตาน่าสงสารที่สุดธามยิ้มอ่อน ยกมือขึ้นบีบจมูกรูปสวยด้วยความมันเขี้ยวเต็มทีกับความช่างพูดของคนน้อง“แต่พี่รักเธอที่สุดนะ รักเธอคนเดียวเลย”“อื้อ แน่สิคะ พี่ต้องรักเค้าคนเดียวอยู่แล้ว” เสียงเพลงพูดหลังจากยกสองแขนคล้องคอคนพี่ปากสวยๆ ที่กำลังคว่ำงอทำเอาธามอดใจไม่ไหวจุ๊บบบ!!ปากหยักกดจูบหนักๆ ด้วยความมันเขี้ยว“อื้อ!!”“เด็กอะไรทำไมมันขี้อ้อนขนาดน
วันรุ่งขึ้น ธามพาเสียงเพลงมาที่บ้านของตนเอง บ้านที่ตัวเองแทบจะไม่ได้กลับมาเลยในช่วงหลังๆ ช่วงที่ติดแฟนนี่แหละ“เป็นไร...” คนตัวโตถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของคนข้างๆ ดูแปลกไปจากเดิม“เข้าบ้านแฟนครั้งแรก แอบตื่นเต้นค่ะ”“เลอะเทอะ!!” ธามบอกแล้วโยกศีรษะเล็กๆ ของแฟนสาวไปมาอย่างเอ็นดูจะมาตื่นเต้นอะไร ถึงจะมาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่คนในบ้านนี้ไปหาตัวเองมาตั้งหลายครั้งแล้ว ทั้งพ่อแม่และพี่สาว ตั้งแต่ได้รับอนุญาตก็แวะเวียนไปหาเสียงเพลงอยู่บ่อยครั้ง จนเรียกได้ว่าสนิทกันไปหมดแล้วก็ว่าได้“แต่บ้านพี่ใหญ่มากเลย” เสียงเพลงพูดขึ้นหลังจากมองไปรอบๆ บ้านหลังใหญ่ตรงหน้าอย่างพิจารณา“อยากมาอยู่มั้ยล่ะ...”“ไม่เอาอะ เค้าไม่ชอบเลยบ้านหลังใหญ่ ขี้เกียจเดิน” คนตัวเล็กตอบด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกแล้วลงจากรถแต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะก้าวขาเดิน รถอีกคันที่กำลังแล่นเข้ามาก็ทำให้ธามยกยิ้ม ต่างจากเสียงเพลงทีกำลังขมวดคิ้วเพราะรู้สึกว่าเคยเห็นรถคันนี้แล้วทุกอย่างก็เฉลย“พี่ดล...” คนตัวเล็กเรียกคนที่เพิ่งเปิดประตูรถลงมาเสียงเบาแล้วหันไปมองหน้าแฟนหนุ่มของตัวเองที่ยืนยิ้มอ่อนอยู่ข้างๆ“เพิ่งมาถึงก
ประตูรถคันสีดำสนิทถูกเปิดออกทันทีที่ถึงที่หมายปลายทาง ใบหน้าเคร่งขรึมของเจ้าของรถจ้องมองไปยังคนที่นั่งหน้าหงิกงออยู่บนรถอย่างเอาเรื่อง“ลงมา!” ภาดลบอกเสียงแข็งจนคนที่นั่งอยู่ด้านในสะดุ้งตกใจแต่ถึงแบบนั้นเธอก็ยังคงนั่งนิ่งเงียบ ไม่คิดจะขยับลงจากรถตามที่อีกคนต้องการ“จะลงดีๆ หรือให้ลาก” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่เพราะเธอรู้ว่าเขาทำจริง และเขาเคยทำมันมาแล้ว ปริ้นซ์จึงยอมลงจากรถแต่โดยดีขาเรียวเดินกระแทกผ่านร่างหนาไปยังลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความคุ้นเคย ภาดลถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินตามเข้ามาความเงียบเข้าครอบงำทั้งสอง จนกระทั่งลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงจุดหมาย ปลายนิ้วเรียววางทาบลงเพื่อทำการเปิดประตูหน้าห้อง และพาตัวเองเข้ามาในห้องทันที“มาคุยกันก่อนปริ้นซ์” ภาดลที่ตามเข้ามาก็เห็นว่าหญิงสาวเดินหายเข้าไปในห้องนอนใหญ่แล้ว เขาไม่รอช้ารีบตามเข้าไปก่อนที่เธอจะล็อคประตู“ปริ้นซ์ไม่อยากคุยตอนนี้”“จะตอนนี้หรือตอนไหนก็ต้องคุย มาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เสียงที่ดังคล้ายตวาดทำให้ปริ้นซ์ต้องเม้มปากแน่น หันกลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่เตียงนุ่มเธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไร เขาอารมณ์ร้อนและบางครั้งก็ควบคุมตัวเองไม
“ฉันดีใจที่ได้เป็นคนแรกของเธอ...อีกเรื่อง”‘คนแรกของเธอ’คนแรกบ้าบออะไร เสียงเพลงกัดปากตัวเองแน่นเมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ”“จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ฉันก็เป็นจูบแรกของเธอไม่ใช่หรือไง” ไม่ได้พูดเปล่า แต่ความน่ารักของคนข้างๆ ทำให้ธามอดใจไม่ได้จนต้องส่งมือไปบีบปลายจมูกรูปสว
“เดี๋ยวก่อนพี่ธาม” เสียงเพลงหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปมองคนตัวโตด้วยสีหน้าบึ้งตึงเขาทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง นี่มันมัดมือชกกันชัดๆ“อะไรอีก”“ใครจะไปส่งพี่”“เธอไง ทำฉันเจ็บขนาดนี้ จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรือไง” ธามหันกลับมามองคนตัวเล็กพร้อมกับยกแขนที่มีรอยช้ำให้เธอดูเสียงเพลงยู่หน้าเบาๆ“เมื่อเช้ายังมาเอง
คนที่หล่อที่สุดในมหาลัยอย่างนั้นเหรอ...ในสายตาของเธอตอนนี้ ยังไม่เห็นว่ามีใครที่จะหล่อที่สุดเลยเฮ้อ!เวลาผ่านไปอีกไม่นาน รุ่นพี่คนเดิมก็ประกาศจบกิจกรรมของวันนี้“เจอกันพรุ่งนี้นะ” มัดหมี่บอก เพราะเธอมีธุระที่ต้องรีบกลับไปจัดการเสียงเพลงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองร่างสูงตัวโตเจ้าของเสื้อคล
“พี่...” เสียงเพลงเรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่วเบาโลกมันกลมขนาดนี้ได้ยังไงกัน โจรห้าร้อยเมื่อคืนทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ“เธออีกแล้วเหรอ”“ขะ ขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบละมือจากเสื้อตัวเองมายกมือไหว้ร่างหนาตรงหน้าในทันทีเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเขาทำให้เธอใจกระตุกวูบ ริมฝีปากสวยเม้มขบกันด้วยความประหม่าไม่


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




