Share

- 11 - อยู่ในความดูแล

last update publish date: 2026-05-13 00:38:29

กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงการทำงานที่สม่ำเสมอของเครื่องปรับอากาศภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ดูจะเน้นย้ำความเงียบงันให้ยิ่งบาดลึก

แสงไฟสีนวลตาที่หรี่ลงจนเหลือเพียงความสลัวฉาบไล้ลงบนร่างบางของพะแพงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้สีขาวสะอาด ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มซื่อๆ บัดนี้ซีดเซียวจนเกือบจะเป็นสีเดียวกับหมอน เส้นผมที่เคยมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ยังหลงเหลือคราบฝุ่นจางๆ แม้พยาบาลจะช่วยเช็ดทำความสะอาดเบื้องต้นให้แล้วก็ตาม

ข้างเตียงนั้น... ภาคินนั่งเฝ้าอยู่อย่างเงียบเชียบ เขานั่งบนเก้าอี้บุนวมตัวหรู ดวงตาคมไม่ยอมละไปจากใบหน้าของเด็กสาวแม้เพียงวินาทีเดียว มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมมือเล็กของเธอไว้อย่างถนอม ราวกับกลัวว่าหากเขาปล่อยมือไป เธอจะเลือนหายไปในความมืดมิดเหมือนตอนที่เขาพบเธอในห้องเก็บของนั่น

ภาคินทบทวนความรู้สึกของตัวเองด้วยความสับสน... ทำไมเขาถึงต้องกระวนกระวายขนาดนี้? ทำไมหัวใจที่เคยเยือกเย็นถึงได้สั่นคลอนอย่างรุนแรงเพียงเพราะเห็นน้ำตาของยัยเด็กต่างคณะที่เขาเพิ่งรู้จักไม่ถึงสองสัปดาห์

เขามองสำรวจใบหน้าหวานในยามหลับใหล ขนตาเป็นแพยาวที่ยังชุ่มด้วยรอยน้ำตาจางๆ ผิวแก้มที่ดูนุ่มนิ่มแต่แฝงไปด้วยความเข้มแข็งของคนที่สู้ชีวิตมาอย่างโชกโชน ยิ่งเขามอง ยิ่งเขารับรู้ถึงความโดดเดี่ยวของเธอ เขาก็ยิ่งรู้สึกอยากจะโอบอุ้มและปกป้องเธอไว้ในที่ที่มั่นคงที่สุดของเขา...

ภาคินหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา ก่อนจะกดโทรออกหาเบอร์ที่คุ้นเคย

“ว่าไงว่ะไอ้คิน... น้องพะแพงฟื้นหรือยัง?” เสียงของเตโชดังขึ้นจากปลายสาย น้ำเสียงเจือไปด้วยความกังวลไม่แพ้กัน

“ยัง...” ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่ชวนให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง

“ไอ้เต... กูมีเรื่องให้มึงจัดการ”

“ว่ามาเลยเพื่อน มึงจะให้กูไปพังห้องเก็บของนั่นทิ้ง หรือจะให้กูไปตามล่าใคร?”

“ไปสืบมาให้แน่ชัดว่าวันนี้เป็นฝีมือมินตราหรือเปล่า...” ภาคินเว้นจังหวะ ดวงตาหรี่ลงอย่างน่าเกรงขาม

“กูอยากได้หลักฐาน ไม่ใช่แค่คำบอกเล่า มึงไปดูหน้าห้องน้ำหญิงท้ายตึก หรือไม่ก็เช็กว่ากุญแจห้องเก็บของนั่นอยู่ที่ใคร... กูอยากรู้ว่าคนอย่างมินตราจะกล้าเล่นสกปรกได้ถึงขนาดไหน”

“ได้เลย กูจะรีบเช็กให้เดี๋ยวนี้แหละ... แล้วมึงล่ะ?”

“กูจะอยู่ที่นี่... จนกว่าพะแพงจะตื่น”

ภาคินวางสายไปพลางทอดสายตามองร่างบางอีกครั้ง ความเงียบกลับมาครอบครองห้องนี้อีกรอบ

เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งแสงจันทร์ภายนอกหน้าต่างเริ่มเคลื่อนย้ายตำแหน่ง ร่างเล็กบนเตียงเริ่มขยับตัวช้าๆ คิ้วสวยขมวดเข้าหากันพลางส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ คล้ายกับยังคงติดอยู่ในฝันร้ายที่เต็มไปด้วยฝุ่นและอากาศที่เหือดหาย

“...อย่า... อย่าขังพะแพง...”

เสียงพึมพำแผ่วเบาทำให้ภาคินรีบลุกขึ้นยืนแล้วโน้มตัวลงไปหาเธอทันที มือหนาบีบมือเธอเบาๆ เพื่อเรียกสติ

“พะแพง... พะแพง ได้ยินฉันไหม?”

ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพเพดานห้องสีขาวและแสงไฟสลัวค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในดวงตา พะแพงหันมองตามเสียงเรียก ก่อนจะพบกับใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของภาคินที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม

“พี่... พี่ภาคิน...”

“ฉันอยู่นี่... ไม่เป็นไรแล้ว เธอปลอดภัยแล้วพะแพง” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยใช้กับใคร มืออีกข้างเอื้อมไปลูบผมเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? หายใจสะดวกไหม?”

พะแพงมองดูความอ่อนโยนที่พรั่งพรูออกมาจากผู้ชายตรงหน้า ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกินใจของเธอจนหน่วงหนัก ภายใต้ภาพลักษณ์ที่ซื่อบริสุทธิ์ของเธอ คือคำโกหกที่ยิ่งใหญ่... เธอคือคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาด้วยจุดประสงค์ที่ชั่วร้าย แต่เขากลับมอบสิ่งที่จริงใจที่สุดให้กับเธอในยามที่เธออ่อนแอที่สุด

“พะแพง... พะแพงไม่เป็นไรค่ะ พะแพงแค่ตกใจ...” เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ความมึนงงทำให้เธอเสียหลัก ภาคินรีบเข้าไปประคองแผ่นหลังบางไว้อย่างรวดเร็ว วงแขนกว้างโอบล้อมเธอไว้จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่มั่นคงของเขา

“อย่าเพิ่งรีบลุก หมอบอกว่าเธอช็อกและขาดอากาศหายใจไปช่วงหนึ่ง พักผ่อนให้เต็มที่ก่อน”

“ขอบคุณนะคะพี่ภาคิน... ถ้าไม่ได้พี่ พะแพงคง...” พะแพงก้มหน้าลง หยดน้ำตาไหลซึมออกมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่หยดน้ำตาจากความกลัว แต่มันคือหยดน้ำตาจากความซาบซึ้งใจที่ปนเปไปด้วยความละอาย ภาคินใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ

“เลิกขอบคุณฉันได้แล้ว...”

เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้พะแพงต้องอึกอัก

“พะแพง... ขอเบอร์โทรศัพท์เธอหน่อย หรือช่องทางติดต่ออื่นก็ได้ เผื่อเกิดเรื่องแบบวันนี้ขึ้นอีก ฉันจะได้ตามหาเธอได้ทันที” คำถามนั้นทำให้พะแพงนิ่งเงียบไปนาน เธอหลบตาเขาพลางกำผ้าห่มแน่น

“คือ... พะแพงไม่มีโทรศัพท์ค่ะพี่ภาคิน”

“ไม่มี? หมายความว่ายังไง?”ภาคินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

“คือพะแพง... ใช้เครื่องเก่าจนมันพังไปเมื่อเดือนก่อนค่ะ แล้วพะแพงยังไม่มีเงินพอที่จะซื้อเครื่องใหม่... มันค่อนข้างแพงเกินไปสำหรับแพงในตอนนี้ค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว พยายามคุมโทนเสียงไม่ให้ดูน่าเวทนาจนเกินไป แต่มันกลับยิ่งกระตุกหัวใจของคนฟัง

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ภาคินมองเด็กสาวตรงหน้าที่พยายามใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งท่ามกลางความขาดแคลน เขารู้สึกผิดหวังในตัวเองที่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญโลกเพียงลำพังโดยไม่มีแม้แต่เครื่องมือสื่อสารที่จะขอความช่วยเหลือ

โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ภาคินหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมาแล้วกดเบอร์ภายในที่น้อยคนนักจะได้รับสาย

“อชิ... นี่กูเอง”

เสียงของภาคินเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและทรงอำนาจทันทีที่พูดกับลูกน้องคนสนิทของพ่อที่คอยดูแลเรื่องส่วนตัวให้เขา

“จัดหาโทรศัพท์รุ่นที่ใช้งานดีที่สุด สเปกสูงที่สุดมาให้กูเครื่องหนึ่ง... ใช่ เอาแบบที่ใส่ซิมพร้อมใช้งานได้ทันที แล้วให้ใครเอามาส่งให้กูที่โรงพยาบาลตอนนี้เลย... เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“พี่ภาคินคะ! ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ พะแพง...” พะแพงเบิกตากว้างพลางโบกมือห้ามพัลวัน

“เงียบซะพะแพง” ภาคินดุด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนักขณะวางสาย เขาหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่จริงจัง

“ฉันไม่ได้ให้เพื่อความหรูหรา... แต่ฉันให้เพื่อให้เธออยู่ในการดูแลของฉัน ถ้าเธอมีปัญหา เธอต้องโทรหาฉันเป็นคนแรก เข้าใจไหม?”

“แต่มันแพงมากเลยนะคะ พะแพงรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ...”

“เธอรับได้... และเธอต้องรับด้วย” ภาคินขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน

“อย่าปฏิเสธความหวังดีของฉันเลยนะพะแพง”

สายตาที่เว้าวอนปนบังคับของภาคินทำให้พะแพงน้ำท่วมปาก เธอพยักหน้าเบาๆ อย่างจำนนต่อเหตุผลและความอบอุ่นที่เขายัดเยียดให้

ในใจของเธอกำลังกรีดร้องด้วยความสับสน... เธอควรจะเดินหน้าแผนการต่อไป หรือควรจะถอยหลังออกไปก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้? เพราะในตอนนี้เหยื่อที่เธอตั้งใจจะล่านั้น กลับกลายเป็นเจ้าชีวิตที่กำลังพันธนาการเธอไว้ด้วยความห่วงใยที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากใครในโลกใบนี้

เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงสามสิบนาที เสียงเคาะประตูห้องพักฟื้นก็ดังขึ้น พร้อมกับลูกน้องในชุดสูทสีดำที่นำกล่องโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดราคาเฉียดแสนมาส่งถึงมือภาคิน

เขารับมันมา แกะกล่อง และเซตค่าทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างชำนาญ ก่อนจะเมมเบอร์โทรศัพท์เพียงเบอร์เดียวไว้ในรายการโปรด... เบอร์ที่ชื่อว่า ‘พี่ภาคิน’

“เอาไว้ติดต่อฉัน... แค่ฉันคนเดียวก็ได้ ถ้าเธอไม่รู้จะโทรหาใคร” เขายื่นโทรศัพท์เครื่องสวยใส่ในมือสั่นๆ ของพะแพง

พะแพงก้มมองโทรศัพท์ในมือ... มันคือพันธนาการที่สวยงาม แต่ก็แสนอันตราย เพราะทุกครั้งที่เครื่องนี้ดังขึ้น มันจะเตือนให้เธอรู้ว่าเธอกำลังก้าวเข้าใกล้หัวใจของภาคินลึกขึ้นเรื่อยๆ ลึกจนเธออาจจะหาทางกลับออกมาไม่ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -48-จบบริบูรณ์

    กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปความขุ่นมัวในอดีตให้เลือนหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงตะกอนแห่งความทรงจำที่ล้ำค่า ฤดูกาลผันผ่านจากวันนั้นที่โรงพยาบาล จนมาถึงวันที่ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ของภาคินแจ่มใสที่สุดในรอบปี กลิ่นอายของดอกกุหลาบสีขาวและดอกลิลลี่นับหมื่นดอกอบอวลไปทั่วบริเวณงานมงคลสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นภายในห้องแต่งตัวที่หรูหรา พะแพงในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงหางปลาที่เน้นสัดส่วนอย่างสง่างามกำลังยืนส่องกระจกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน หน้าท้องที่เคยราบเรียบบัดนี้เริ่มนูนเด่นขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ห้า ผิวพรรณของเธอผุดผ่องมีน้ำมีนวลจากการดูแลเอาใจใส่ของครอบครัวภาคินอย่างดีที่สุด“สวยเหลือเกินลูกสะใภ้แม่” คุณแม่ขิงเขาเดินเข้ามาพร้อมกับสร้อยเพชรน้ำงามที่เป็นมรดกตกทอดของตระกูล ท่านบรรจงสวมมันลงบนลำคอระหงของพะแพงช้าๆ "วันนี้หนูคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุด และภาคินเองก็โชคดีที่สุดที่มีหนูอยู่ข้างกาย”“ขอบคุณค่ะคุณแม่... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆค่ะ” พะแพงเอ่ยเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองด้านล่าง ภาคินในชุดสูทสากลสีดำเนี้

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -47-หลานคนแรก

    ห้องพักฟื้นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้สดที่ ภาคินคอยสั่งมาเปลี่ยนให้ทุกเช้า บรรยากาศแห่งความตึงเครียดในวันแรกๆเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น พะแพงเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นที่พวงแก้ม บาดแผลที่หน้าท้องสมานตัวได้ดีตามลำดับ และที่สำคัญที่สุดคือผลการตรวจล่าสุดจากคุณหมอที่ระบุว่าภาวะแท้งคุกคามเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ชีวิตน้อยๆในครรภ์ยังคงต่อสู้และเติบโตไปพร้อมกับความรักของแม่ภาคินแทบจะกลายเป็นพยาบาลส่วนตัว เขาคอยประคองพะแพงลุกนั่ง คอยป้อนอาหารบำรุงที่เขาสั่งตรงมาจากเชฟชื่อดัง และคอยอ่านนิตยสารเกี่ยวกับแม่และเด็กให้เธอฟังจนพะแพงแอบขำในความเห่อที่เขาพยายามปกปิดภายใต้ใบหน้าขรึมๆ“พี่ภาคินคะ พะแพงทานเองได้ค่ะ พะแพงไม่ใช่เด็กๆ นะ” พะแพงเอ่ยพลางมองถ้วยซุปรังนกที่ภาคินกำลังเป่าจนอุ่นได้ที่“ไม่ได้ครับ หมอสั่งว่าห้ามใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเยอะ พี่ป้อนน่ะดีแล้ว” ภาคินตอบด้วยเสียงนุ่มแต่เด็ดขาด ก่อนจะยื่นช้อนมาที่ปากเธอ “อ้าปากเร็วคนดี เพื่อลูกนะ”ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเตโชและหมอกที่หิ้วตะกร้าผลไม้และของเล่นเด็

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -46-ใครจะว่าพี่โง่ก็ช่าง

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงสม่ำเสมอของเครื่องวัดสัญญาณชีพดังสะท้อนอยู่ในห้องพักฟื้นระดับวีไอพีที่กว้างขวางและสงบเงียบที่สุดของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ภาคินไม่ยอมก้าวเท้าออกจากห้องนี้เลยแม้แต่วินาทีเดียวนับตั้งแต่พะแพงถูกย้ายออกมาจากห้องผ่าตัด เขาใช้เส้นสายและอำนาจทางการเงินทั้งหมดที่มีเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่เก่งที่สุด และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุดร่างสูงสง่านั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ ดวงตาคมปลาบที่เคยดุดันบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและร่องรอยของความรู้สึกผิด เขามองใบหน้าซีดเซียวของพะแพงที่ยังคงหลับสนิทภายใต้ฤทธิ์ยาแก้ปวดและยาสลบ สลับกับจ้องมองฝ่ามือของตัวเองที่เพิ่งจะล้างคราบเลือดออกไปได้ไม่นาน แต่ความรู้สึกอุ่นจัดของเลือดที่ซึมผ่านง่ามนิ้วในคืนนั้นยังคงติดแน่นอยู่ในความทรงจำราวกับตราบาปคำพูดของคุณหมอเจ้าของไข้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาซ้ำๆราวกับเสียงระฆังที่คอยย้ำเตือนสติ“คนไข้ตั้งครรภ์ได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้วครับ เป็นความโชคดีมหาศาลที่มีดไม่ได้ปักลึกจนโดนมดลูก หรือตัดโดนเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง แต่ภาวะแท้งคุกคามยังสูงมากนะครับ ช่วงนี้ต้องระวังอย่างที่สุด

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -45-พี่เองครับคนดี

    "แม่งเอ้ย!! ติดอะไรว่ะ!!" ถนนสายหลักกลับกลายเป็นขุมนรกที่กักขังภาคิไว้ รถยนต์หลายร้อยคันจอดนิ่งสนิทเป็นทางยาวเพราะอุบัติเหตุข้างหน้า เสียงแตรที่ดังระงมไม่ได้ช่วยให้ความร้อนใจในอกของเขาทุเลาลงเลยแม้แต่น้อยภาคินประชุมสายโทรศัพท์ค้างไว้กับหมอกและเตโชที่กำลังเร่งเครื่องมาจากอีกฝั่ง เสียงของเตโชในสายดังลนลานจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่ภาคินกลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วนอกจากเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงจนเจ็บอก“ไอ้คิน! ใจเย็นมึง กูใกล้ถึงแล้ว... ไอ้บอลบอกว่ามินตราสั่งลูกน้องปิดบ้านหมดเลย!” เสียงหมอกตะโกนผ่านสาย“กูเย็นไม่ไหวแล้ว!” ภาคินคำรามลั่นพลางทุบพวงมาลัยรถจนเกิดเสียงดังสนั่น แววตาของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธและความกลัว... ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการสูญเสียพะแพงไปมือหนาคว้าโทรศัพท์อีกเครื่องที่วางอยู่เบาะข้างๆ กดโทรออกหาเบอร์ที่เขาเพิ่งลบทิ้งไปแต่กลับจำได้แม่นยำขึ้นใจ เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง... ก่อนจะถูกตัดสายทิ้งและเปลี่ยนเป็นเสียงแจ้งเตือนว่าติดต่อไม่ได้ ภาคินแทบคลั่ง เขาไม่รู้เลยว่าในวินาทีนั้น มินตราได้คว้าโทรศัพท์ของพะแพงขึ้นมาแล้วโยนมันทิ้งลงในถังน้ำสกปรกอย่างไม

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -44-แกนี่มันลูกกตัญญูจริงๆ

    ความสะใจที่ได้เห็นกุหลาบงามอย่างพะแพงแปดเปื้อนกองโคลนยังคงค้างอยู่ในมโนภาพของมินตราตลอดทางกลับบ้าน เธอฮัมเพลงอย่างรื่นเริงใจพลางนึกถึงใบหน้าสะบักสะบอมและเสียงอ้อนวอนขอชีวิตของนังเด็กแพศยานั่น มันเป็นรางวัลที่คุ้มค่าสำหรับการที่เธอต้องยอมลดตัวลงไปอยู่ในสถานที่อับชื้นเช่นนั้น แต่ความสุขสำราญของเธอกลับพังทลายลงทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่คฤหาสน์หรูเพี๊ยะ!แรงตบมหาศาลจากฝ่ามือหนาปะทะเข้าที่แก้มซ้ายของมินตราจนใบหน้าสวยสะบัดไปตามแรง ร่างบอบบางเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นพรมหรู มินตราเบิกตากว้างด้วยความช็อก มือเรียวสั่นเทาลูบคลำแก้มที่เริ่มบวมช้ำ เธอเงยหน้ามองพ่อของตัวเองที่ไม่เคยแม้แต่จะดุด่าเธอแรงๆมาก่อน แต่วันนี้เขากลับยืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด“คุณพ่อ... ตบมินทำไมคะ?” เธอถามเสียงสั่นเครือ“ทำไมน่ะเหรอ! แกไปสร้างเรื่องอะไรมา!” พ่อของเธอชี้หน้าตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล “เมื่อกี้นี้ พ่อของภาคิน โทรมาหาฉันด้วยตัวเอง! เขาบอกว่าธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรทุกตัวของบริษัทเราถูกสั่งระงับการตรวจสอบและระงับการต่อสัญญาซื้อขายทั้งหมด! แกเข้าใจไหมว่าธุรกิจเราจะพังพินาศเพราะความเอาแต่ใจของ

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -43- น้องโดนรุม?

    ยามเย็นที่หลังตึกคณะนิเทศศาสตร์กลายเป็นพื้นที่รกร้าง พะแพงเพียงแค่ต้องการกลับมาเอาสมุดโน้ตที่ลืมไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์การแสดง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบที่กำลังจะมาถึง ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในมุมอับสายตาหลังอาคาร เสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นปูนอย่างเป็นจังหวะจากหลายทิศทางก็ทำให้เธอรู้ตัวว่าหนีไม่พ้นมินตรายืนเด่นอยู่ตรงกลางกลุ่มเพื่อนสาวนับห้าคน ใบหน้าที่เคยพยายามปั้นให้ดูนุ่มนวลบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยาอย่างถึงที่สุด ในมือของมินตราถือโทรศัพท์ที่เปิดรูปถ่ายของภาคินเอาไว้ แววตาของเธอดูโกรธเกรี้ยวจนพะแพงต้องถอยหนี“ไง... ยัยนางเอกจอมปลอม” มินตราแค่นหัวเราะเสียงแหลม“วันนี้ไม่มีพี่ภาคินคอยกางปีกปกป้องแล้วนี่นา รู้สึกยังไงบ้างล่ะที่ต้องกลับมาอยู่ในรูเน่าๆ ที่แกคู่ควร?”“มินตรา... ฉันถอยออกมาตามที่เธอต้องการแล้ว ฉันไม่ได้ยุ่งกับพี่ภาคินแล้ว” พะแพงเอ่ยเสียงสั่นพยายามจะเดินเลี่ยงออกไป แต่เพื่อนของมินตรากลับก้าวเข้ามาผลักไหล่เธออย่างแรงจนพะแพงเสียหลักล้มกระแทกพื้นปูนที่เต็มไปด้วยฝุ่นและน้ำขัง“ถอยออกมาแต่ยังทิ้งเสนียดไว้ให้พี่ภาคินเขาเพ้อถึงแกอยู่ได้ยังไง!” มินตราหวีดเสียงขึ้นพลางก้าวเข้ามา

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 10 - ถูกขัง

    ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศรอบรั้วมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะนิเทศศาสตร์ดูจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข่าวลือของภาคินที่ไปเฝ้าพะแพงและลากตัวเอออกไปในวันลับน้องถูกพูดต่อไปจนทั่วภาพของรถคันหรูที่มาจอดรอหน้าตึกนิเทศทุกเที่ยงวัน เพื่อรับเด็กสาวท่าทางซื่อๆ ไปรับประทานอา

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 9 - หวงของ

    หลังจากรสชาติของเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมค่อยๆ เลือนหายไปจากปลายลิ้น ความเย็นฉ่ำของแอร์ในโรงอาหารวิศวะก็ถูกแทนที่ด้วยลมร้อนของยามบ่ายภาคินเดินมาส่งพะแพงที่หน้าทางเชื่อมตึกนิเทศศาสตร์ เขาหยุดก้าวแล้วหันมามองคนตัวเล็กที่ดูจะประหม่าทุกครั้งที่สายตาเขาเลื่อนไปสบ“ตอนบ่าย... มีเรียนต่อใช่ไหม?” ภาคินถามเสี

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 8 - ในเมื่อมันดีก็ไปสิ

    ยามเที่ยงที่โรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากวงสันทนาการย่อยๆ ดังแทรกมา แต่ว่าท่ามกลางความสดใสนั้น กลับมีแรงกดดันประหลาดที่ทำให้วงสนทนาใกล้ๆ ถึงกับต้องเบาเสียงลงพะแพงนั่งตัวเกร็ง มือเรียวที่ถือช้อนพลาสติกสั่นน้อยๆ ขณะที่เธอกำลังเลิ่กลั่กตักข้าวราดแกงราคาประหยัดเข้าปาก ด

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 7 - ฉันซื้อมาเกิน

    “ข้อมูลที่มึงอยากได้... กูหามาให้แล้วนะคิน” หมอกเอ่ยเสียงต่ำพลางเลื่อนหน้าจอไอแพดที่มีรูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดมุมไกลและคำบอกเล่าจากนิสิตที่ยังค้างอยู่ในตึกเมื่อคืนไปทางภาคินภาคินไม่ตอบ เขาเพียงแค่ปรายสายตามองรูปเหล่านั้นเพียงแวบเดียว รูปของกลุ่มผู้หญิงสามคนที่เดินออกจากตึกคณะนิเทศศาสตร์ด้วยท่าทางร่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status