Se connecterตกดึกหลังจากที่กลับมาห้องและอ่านหนังสือทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองเสร็จนานาก็มานั่งรอข้อความของอีกคนที่จะทักมาหาแต่รอจนแล้วจนเล่าก็ยังคงเงียบอย่างเคย "ดึกแล้วทำไมยังไม่กลับอีกนะ หรือจะไม่กลับมาห้อง " ตู๊ด ตู๊ด ~ Rrrrr Rrrrrrr ~ เสียงรอสายยังคงดังเป็นจังหวะต่อเนื่องแต่เหมือนจะได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นเคยดังเเว่วๆ ออกมาจากข้างนอกห้องของเธอ " ยังไม่นอนอีกหรอนึกว่าหลับแล้วซะอีก...อึก! เจ็บชะมัด " ด้วยความที่คุ้นเคยคอปเตอร์จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเคาะประตูห้องเพราะคีย์การ์ด หรือกุญเเจพวกเขาแลกทำสำรองเก็บใว้คนละอัน "ก็คอปเตอร์บอกจะมาหา เราก็เลยรอแล้วผู้หญิงของนาย...คอปเตอร์ไปส่งเธอที่ห้องแล้วใช่ไหม" ท่าทีของเสียงดูเป็นกังวลกลัวว่าเพื่อนสนิทจะพาสาวเข้ามานอนในห้อง ถ้าเป็นแบบนั้นความรู้สึกที่มีก็คงจะแตกสลายแล้วสลายอีกเพราะเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าไปในห้องส่วนตัวนอกจากเธอ "แต่เอ๊ะ! ทำไมปากนายแตกไปต่อยกับใครมา เดี๋ยวรอแปปนึ่งเราไปเอาปุกรณ์มาทำแผลให้ พอเก่งก็ตีกับคนไปทั่วเลยนะ ดูสิปากก็แตกถ้าเราไปด้วยคงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" นานาบ่นกระปอดกระแปดโดยมี่มือก็ทำแผลไปด้วย "ทำไมจะกระโดนถีบพวกนั้นเหมือนตอนยังเด็กหรือยังไง อะ...โอ๊ยเบาๆ หน่อยสิ เราเจ็บนะ" ด้วยความหมั่นไส้ที่คอปเตอร์พูดล้อเลียนเธอเมื่อตอนสมัยยังเด็กไม่หยุดปาก นานาจึงเน้นกดซับแผลเเรงๆ จนเพื่อนชายที่ทนน้ำหนักมือไม่ไหวจับข้อมือของเธอเอาใว้แล้วกระชากเธอเข้าหาตัว " อึก! โอ๊ย" ร่างบางชนเข้ากับแผงอกแกร่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปหาหมายจะต่อว่ากลับ แต่แค่เพียงสายตาที่จ้องมองกันไปมา มันเหมือนมีกระเเสไฟความรู้สึกแล่นผ่านทั้งสองสบสายตา ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้หมายจะงับเข้าที่ริมฝีปากอวบอิ่มแต่เหมือนสติที่เตลิดจะกลับเข้าร่างโดยทันที คอปเตอร์จึงหยุดชะงัก แล้วดันร่างของเธอออกให้ออกห่าง "เอ่อ ขอบคุณที่ทำแผลให้ แต่เดี๋ยวเราทำเองดีกว่า" เพียงแค่ความใกล้ชิดเมื่อกี้มันกับทำให้คอปเตอร์รู้สึกประหม่า ตั้งแต่เด็กจนโตมาด้วยกัน เขาพึ่งจะรู้สึกว่ายัยทอมของเขาเริ่มจะสวยขึ้นกว่าแต่ก่อน ปกติเธอจะดูห้าวเกินผู้หญิงแต่เดี๋ยวนี้กับดูเรียบร้อยและน่ารักจนเขาแทบจะทนไม่ไหวแต่เพราะคำว่าเพื่อน เขาจึงต้องยับยั้งชั่งใจ กลัวว่าจะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ "อ๋อ เอ่อ...อืม นะ นี้สำลีเช็ดเองแล้วกัน " เหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้ทั้งสองคนนิ่งเงียบกันไปพักนึ่ง จนนานาที่อยากรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เขาเกิดเรื่องเจ็บตัวจนใบหน้าพกช้ำต้นเหตุมันเกิดขึ้นมาจากอะไร " นายไปต่อยตีกับใครมา อย่าทำเรื่องให้เราต้องเป็นห่วงแบบนี้อีกได้ไหม เราไม่อยากให้คอปเตอร์เจ็บตัวแถมยังตัวคนเดียวอีกถ้าเกิดเรื่องรุนเเรงกว่านี้แล้วจะทำยังไง" ใบหน้าหวานที่ดูจริงจังเหมือนกับคำพูดจนคอปเตอร์รู้สึกได้ "นานาเป็นห่วงเราแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมสายตาที่มองมามันสื่อถึงอะไร" คำถามที่ไม่ได้คำตอบแถมนานายังนั่งนิ่งหลบสายตา "ขอโทษเราจะไม่ทำให้เธอเป็นห่วงอีก ของีบสักแปปได้ไหมเดี๋ยวเราจะกลับ นาไปนอนเหอะดึกมากแล้วเธออยากรู้อะไรเอาใว้ถามพรุ่งนี้" คอปเตอร์ข่มตาลงเพื่อพักสายตาเอนตัวพักพิงบนโซฟาปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความรู้สึกลึกๆ ภายในจิตใจ นานาที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามเธอนั่งเฝ้ามองเขาอยู่เงียบๆ ไม่รู้ว่าเวลานานเท่าไหร่ที่เผลอนั่งมองและเผลอหลับไปโดยรู้สึกตัว รู้อีกทีเจ้าตัวก็สะดุ้งต่ื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด " คอปเตอร์.." สิ่งแรกที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วเรียกหาแต่ภายในตอนนี้คงจะมีเพียงความเงียบและความืดมิดเท่านั้นที่รู้สึกได้และมองเห็น "เขากลับไปที่ห้องแล้วหรอ คงอุ้มเรามานอนที่เตียงสินะ เอ๊ะ อะ...อื้อ" มือนิ่มที่กำลังควานหาหมอนข้างใบโปรดในความมืดมิดบนเตียง ก็ถูกมือของใครอีกคนที่นอนอยู่ข้างๆ กระชากตัวเข้าหาก่อนจะกอดรัดตัวเธอเหมือนกับหมอนข้าง ความตื่นกลัวบวกกับความรู้สึกๆ ภายในกำลังตีกัน นานาดิ้นขลุกขลักภายในความมืด เขายังไม่กลับไปที่ห้องแต่กำลังนอนข้างๆ เธอตอนนี้ต่างหากความอบอุ่นจากอีกคนที่นานาโหยหาคอปเตอร์ไม่เคยจะกระทำให้เห็นจะมีที่ใกล้ชิดกันบ้างก็แค่กอดคอหรือเวลาหยอกล้อกันไปมาเท่านั้นที่จะแนบสนิทชิดเชื้อจากครั้งไหนๆ เธออยากกอบโกยเก็บมันเอาใว้นานๆ อ้อมกอดที่อบอุ่นนี้ อ้อมกอดจากคนที่เธอแอบรัก " อุ่นจัง อยากอยู่แบบนี้นานๆ" ภายในความมืดมิดทั้งสองอ้อมกอดกำลังนอนกอดก่ายกระชับร่างเข้าหากัน ตั้งแต่เล็กจนโตถ้าเป็นแต่ก่อนความเคยชินที่นอนบนเตียงเดียวกันมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาเพราะตอนเด็กทั้งเขาและเธอก็ถูกเลี้ยงมาแบบนี้และเติบโตมาด้วยกัน ทั้งสองบ้านเลี้ยงดูเข้าหากันเหมือนพี่น้อง จนกระทั้งนานาเริ่มโตเป็นสาวสะพรั่งคอปเตอร์จึงถูกแยกตัวออกไม่ให้นอนห้องเดียวกัน "อึก!... " ความเงียบงันที่ได้ยินเพียงลมหายใจพร้อมกับร่างบางที่ซุกไซ้อยู่ในอ้อมกอดเสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบอกว่าเขากำลังหลับจริงๆ อีกคนหลับ แต่อีกคนกำลังกระวนกระวายจะให้เธอหลับลงได้ยังไงในเมื่อความใกล้ชิดตอนนี้มันแนบแน่นซะจนเธอหายใจไม่ออก แถมริมฝีปากของเขายังอยู่ห่างจากปากเธอแค่คืบถ้าเกิดขยับเพียงนิดมีหวังได้จูบกับเขาอีกแน่ๆ ดวงตาที่เริ่มปรับเข้ากับแสงได้มองเห็นถึงใบหน้าหล่อและริมฝีปากของอีกคนที่เลือนลางอยู่ไม่ไกลจากเธอมากนัก ถึงแม้ในใจจะโหยหาแต่ความเป็นจริงไม่ง่ายเลยที่เพื่อนจะทำกันแบบนี้ "คอปเตอร์...อื้อ" ยิ่งอยากขยับออกห่างแต่อีกคนก็ยิ่งกอดรัดแน่นขึ้น จนในที่สุดริมฝีปากที่อยู่ห่างไม่กี่เซ็นต์ก็ประกบเข้าหากันก่อนที่ริมฝีปากร้อนของอีกคนจะค่อยๆ เริ่มขยับ ดวงตากลมโตเบิกโพลงในความมืดมิดหญิงสาวนิ่งงันจนทำอะไรไม่ถูก นี้ครั้งที่สองแล้วนะที่เราจูบกันโดยที่เธอรับรู้อยู่แค่ฝ่ายเดียวแต่อีกคนกับไม่เคยรู้เลยว่าเราจูบกัน ไม่ทันที่ลิ้นร้อนจะแทรกซึมเข้าหา ร่างบางอรชรก็ดันอีกคนให้ออกห่าง เสียงหัวใจที่เต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะเธอจะยอมเขาแบบนี้ตลอดไม่ได้ สุดท้ายคนที่รับรู้และเจ็บคงจะเป็นแค่เธอฝ่ายเดียวเท่านั้น ปึก!!! ร่างหนาถูกดันให้พลิกหันไปอีกทาง เขาคงยังหลับลึกและไม่รับรู้อะไร แต่คนที่ตื่นทำได้เพียงนั่งมองด้วยความรู้สึกปวดร้าว เธอชอบเขาชอบมาโดยตลอดทั้งที่หัวใจโหยหาแต่ร่างกายกับบอกว่า เธออยากเจ็บมากหรือไงถึงได้เอาใจเข้าไปลองเล่น อยู่แบบเดิมนะดีเเล้วถ้าเกินเลยกว่านี้คนที่มองหน้าเขาไม่ติดอาจจะเป็นเธอมากกว่านะ หมอนข้างถูกนำมาวางคั่นกลางระหว่างเขาและเธอก่อนที่นานาจะข่มตานอนและหลับไปในที่สุด กล่ามกลางความมืดที่ได้ยินเพียงลบมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของทั้งสองคน
ในช่วงเช้าตรู่ปึก!!สัมภาระข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นถูกบรรจุใส่ในรถยนต์ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปตามจุดหมายปลายทางที่นัดกันใว้ทริปที่จะเที่ยวกันในครั้งนี้ก็คือล่องแพจังหวัดกาญจนบุรี ทริปเที่ยวสองวันกับอีกหนึ่งคืนตามที่นานาและเพื่อนๆ ได้ลงมติกันใว้เรียบร้อยเมื่อเรียนเหนื่อยก็ต้องหาเวลาเที่ยวเวลาพักผ่อนสมองบ้างเพื่อที่จะได้ไม่เครียดมากจนเกินไป" พวกมึงถึงไหนกันแล้วกูขับรถออกมาจอดรอตรงปั๊มน้ำมันหน้ามหาลัยรีบออกมากูกับนานารออยู่ "" เอ่อ กูกับไอ้พายุใก้ล้ถึงแล้วอีกไม่เกินห้านาที"สปรีดโฟนถูกเปิดผ่านลำโพงรถยนต์พร้อมกับเสียงตอบรับบอกว่าใกล้ถึงแล้วพร้อมกันนั้นร่างบางอรชรก็เดินกลับมาจากร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตพร้อมกับขนมนมเนยเครื่องดื่มเต็มไม้เต็มมือจนคอปเตอร์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว" นี้เราพกลูกหมูไปเล่นน้ำด้วยหรอกินไม่หยุดปากเเถมของกินก็เยอะเชียว " คอปเตอร์ไม่พูดเปล่าแต่ยื่นมือออกไปหยิกแก้มป่องเล่นด้วยความหมั่นเขี้ยว" ใครบอกลูกหมูเราเป็นลูกแมวน้อยต่างหาก เมี๊ยว! " ท่าทางขี้อ้อนแถมทำมือประกอบตามมันยิ่งทำให้คอปเตอร์หมั่นเขี้ยวแทบจะทนไม่ไหวได้แต่อดกลั้นมันเอาใว้ภายในใจลึกๆ"แล้วนานาอยากเป็นกวาง
ภายในรั้วมหาลัยที่นักศึกษาต่างกำลังชุลมุนวุ่นวายกับการจัดกิจกรรมแต่กลุ่มของคอปเตอร์กับกำลังวุ่นวายว่าจะจัดทริปไปเที่ยวที่ไหนดี" กูว่าไปเที่ยวนี่ดีไหมว่ะ " เสียงดีดนิ้วดัง แปะ ของพายุพร้อมกับร่างที่ลุกขึ้นยืนจนเพื่อนๆ ต่างตกใจยืดคอมองตามคนโปรยตั้งคำถาม" อะไรของมึงว่ะไอ้ยุ " ลีโอชะเง้อหน้ามองตามร่างสูงโปร่งด้วยความไม่เข้าใจ" ไปแคมปิ้งขึ้นดอยเก็บชาเขียวกันแถมได้ชมธรรมชาติด้วยนะพวกมึงสดชื่น " พูดพร้อมกับทำท่าทางประกอบแบบฮอล์คูล" สดชื่นพ่อง มึงก็อยู่แต่กับป่านะแหละอยากจะชวนแต่พวกกูไปลำบาก ไอ้สัสพอเลยถ้าแบบนั้นไปกลับไปเก็บส้มที่สวนผลไม้บ้านมึงเลยดีกว่านะกูว่า " คอปเตอร์พูดโพล้งขึ้นมาขัดจัวหวะแบบกระชั้นชิดโดยที่ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง" งั้น ไปล่องเเพกันไหม ไปเที่ยวน้ำตกไรงี้ "นานาออกความคิดเห็นดวงตากลมโตเป็นประกายวิปวับเธอชอบธรรมชาติแถมได้ฟิวเหมือนได้กลับไปเที่ยวแถวบ้านนอกตอนไปเล่นน้ำในคลองอีกด้วย" ก็ดีนะถ้านานาอยากไป " คอปเตอร์เอ่อออห่อหมกโดยไม่เถียงสักคำทำเอาพายุโวยวายยกใหญ่บอกว่าไม่ยุติธรรม" แต่กูไม่ไป " ปอเช่เอ่ยคำปฏิเสธโดยไม่คิดหน้าคิดหลังพร้อมกับย้ำคำพูดหนักแน่น "กูร้อนไม่ถูกกับแ
แค่เพียงได้เห็นใบหน้าหวานของเพื่อนสนิทมีรอยยิ้มอาบเปื้อนอยู่บนใบหน้า ใจที่เคยเหี่ยวเฉาก็รู้สึกมีความสุขไปด้วยไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนนี้แค่เพียงได้มองมันก็เหมือนโลกทั้งใบสดใสคอปเตอร์ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรเพราะความใกล้ชิดและตัวติดกันตลอดจะมีห่างบ้างก็ตอนที่เขาไปมีปฏิสัมพันธ์กับสาวอื่นแต่ถึงอย่างนั้นคอปเตอร์ก็ไม่อยากให้นานาน้อยใจเหมือนกับสมัยตอนยังเด็ก" นาจะกินอะไรอีกไหมหรือจะเอาชาเขียว "หลังจากที่กินหมูกะทะอิ่มขณะขับรถกลับห้องพักคอปเตอร์ก็ง้อนานาด้วยของกินถึงแม้เธอจะไม่พูดแต่เขาก็ดูออกว่าเธอกำลังงอนสิ่งเดียวที่ง้อแล้วหายก็คือตามใจปากเธอด้วยของอร่อย" ไม่เอาเราอิ่มแล้วท้องจะแตกแถมน้ำหนักขึ้นด้วย เดี๋ยวอ้วน""อ้วนสิน่ารักจะตายโดยเฉพาะแก้มเธอเนี่ย "" อื้อ ออปเออร์อันอราย"เสียงอู้อี้ขัดใจในยามที่มือสากยกขึ้นมาบีบแก้มยุ้ยเล่นใบหน้าหวานหน้ายู้ปากจู๋จนคอปเตอร์อยากจะก้มแนบปากตัวเองเข้าไปสัมผัสแต่เพราะขับรถจึงเล่นมากกว่านี้ไม่ได้กลัวว่าจะเกิดอันตราย ได้แต่คิดในใจถ้าถึงห้องเมื่อไหร่เขาจะจับฟัดแก้มนวลเธอเล่นจนช้ำให้หนำใจเลย" อย่าเล่นสินายขับรถอยู่อันตราย "" คร๊าบบบบ"เสียงขานยาว
" มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา..." เสียงขับขานบรรเลงเพลงดนตรีทำนองเสนาะแว่วดังทั่วทั้งโรงเรียนบวกกับเสียงเจี้ยวจ๊าวของเด็กนักเรียนมัธมยมที่ต่างมามุงดูการประกวดร้องเพลงและมาร่วมกิจกรรมตามซุ้มต่างๆ วันนี้เป็นวันสุทรภู่จึงไม่แปลกที่เด็กๆ จะดูครื้นเครงเป็นพิเศษเพราะไม่ได้ปวดหัวกับการเข้าเรียนหนังสือ " ยัยนานามานี้ตามฉันมา " ฟางข้าวดึงมือเพื่อนให้เดินตามหลังก่อนที่จะพากันมาหยุดยืนอยู่หลังอาคารเก่าที่ตอนนี้มีเด็กนักเรียนคู่ชายหญิงกำลังแอบยืนคุยกันกะหนุงกะหนิงอยู่ไกลๆ แค่เห็นเพียงข้างหลังเธอก็จำได้ว่าเป็นใคร " แกจะพาฉันมาดูทำไมยัยฟางข้าว " นานาทำหน้างอง้ำปากคว้ำจนแทบจะชนกับจมูกถึงแม้จะพูดแบบนั้นแต่หางตาเธอก็แอบเหล่มองคนทั้งคู่เป็นระยะเพราะความอยากรู้อยากเห็น "หมั่นไส้เขาพากันเข้าร่วมกิจกรรมแต่แอบพากันมาจู๋จี๋เข้าไปขัดจังหวะเลยดีไหม” ฟางข้าวยืนเท้าสะเอวยืดคอ อยากสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน ที่เห็นกรอบแว่นหนาเต๊อะไกลๆ นั้นก็คือคอปเตอร์นานาจำเขาได้แม้เศษเสี้ยวของหน้า ส่วนคนข้างๆ ก็คือน้องน้ำรุ่นน้องที่เพื่อนสนิทแอบชอบด้วยความที่คอปเตอร
เช้าร่างกำยำสมส่วนงัวเงียตื่นขึ้นมาในตอนเช้า มือไม้สะเปะสะปะคลำหาร่างบางของอีกคนบนเตียงแต่ก็พบแค่เพียงความว่างเปล่าเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นคอปเตอร์แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปแต่ว่าตอนนี้ภายในห้องนอนกับมีแค่เขาเพียงคนเดียวนี้เธอชิ่งหนีกลับไปที่ห้อง เขาก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยอย่างงั้นหรือ" นา นานา "เสียงตะโกนเรียกหาเพื่อนสนิทแต่ก็พบแค่เพียงความเงียบดวงตาคมสอดส่ายสายตาไปมาภายในห้องแต่ก็มีไม่มีเสียงตอบรับหรือแม้แต่เศษซากถุงยางที่ทิ้งใว้เกลื่อนกลาดเมื่อคืนก็ไม่มีร่องรอยหลงเหลือ"กลับห้องไปแล้วหรอ โอ๊ยทำไมมันหนักหัวอย่างงี้ว่ะ "เสียงบ่นพึมพำเบาๆ พร้อมกับขาที่ลุกออกจากหรือเตียงนอนเมื่อคืนเขาถูกลีโอกับพายุลากไปกินเหล้าด้วยและรู้สึกจะดื่มหนักแต่ก็ยังจำทุกอย่างได้ ไม่ได้เมาจนเดินเซไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าตัวเองทำอะไรเขาคิดว่าไม่ได้ฝันที่ทำทุกอย่างเมื่อคืนล้วนออกมาจากความรู้สึกไม่ใช่เพราะความเมาหรือเงี่ยนเพียงอย่างเดียวแต่ว่าภายในห้องตอนนี้กับมีเพียงแค่ความว่างเปล่าเหมือนกับไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยสักนิด นี้เขาโดนเพื่อนสนิทได้เเล้วก็ทิ้งอย่างงั้นหรอหรือว่าเราจะฝันไปจริงๆ แต่ถ้าหากว่าฝันจริงมันค
" อย่างอื่นที่ว่านี้คืออะไร " คำพูดกำกวมที่ชวนให้คิดแต่ถึงอย่างนั้นนานาก็ไม่ได้อ่อนต่อโลกถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอะไรใบหน้าหวานมีสีหน้าเหนี่ยมอายส่วนอีกคนก็เอาแต่ตะล่อมอยากสัมผัส" มันใหญ่กว่านิ้วเราหลายเท่า ขนาดเราช่วยเขี่ยให้แค่นี้ก็ยังกระตุกเสร็จแล้วแถมน้ำเธอก็ออกเยอะถ้าหากโดนเจ้านั้นเรา.... "" คอปเตอร์ อย่าพูด "ทั้งที่ถามเขาแต่รู้สึกอายมือเรียวนุ่มนิ่มยกขึ้นมาปิดปากเพื่อนสนิทเอาใว้ถ้าหากเปิดไฟดูตอนนี้คงจะเห็นได้ว่าบนใบหน้าขาวผ่องเริ่มออกสีแดงชมพูระเรื่อ" ถ้าอยากรู้สึกดีกว่านี้นาต้องลองเอง "คอปเตอร์ก้มลงไปใช้ปากครอบบนจุกหน้าอกทรงโตโดยไม่รีรอก่อนที่ทุกอย่างบนตัวจะถูกเขาจัดการถอดออกทิ้งจนไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้นใบหน้าหล่อตะล่อมมอบสัมผัสวาปหวามอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปโดยไม่พูดเรี่ยไรให้มากความ กล่องถุงยางถูกแกะออกมาสวมใส่มันเป็นไซส์ขนาดใหญ่ห้าสิบเก้าที่พอเหมาะ" เราจะใส่เข้าไปแล้วนะ "เสียงแหบพร่ายังคงตะล่อมไม่ห่างปลายหัวบานถูกนำมาจ่อพร้อมกับกระชับสัมผัสให้ใกล้ชิดขึ้นกว่าเดิมขาเรียวยาวสองข้างถูกถ่างออกก่อนที่แท่งร้อนจะถูไถค่อยๆ สอดใส่เพื่อทำการเปิดทางกึด!!!อึก!







