LOGINหลังจากเลิกเรียน ทั้งสองก็ลงมาเจอกันด้านล่าง ระหว่างนั่งเรียนช่วงบ่าย น้ำขิงเอาแต่ครุ่นคิดว่าจะช่วยใบชายังไงดี จนกระทั่งพี่ชายทักมา“วันนี้ไปกินหมูกระทะกันไหม พี่อาร์ทชวน”“อื้อ เอาสิ”เสียงหวานตอบแผ่วเบา วันนี้ร่างเล็กรู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าปกติ ทว่า เมื่อน้ำขิงชวน ใบชาก็ไม่คิดจะปฏิเสธ เพราะนานทีจะได้ไปนั่งกินหมูกระทะด้วยกันหลังจากยืนรออาร์ทมารับ มือเรียวก็ล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมา ก่อนจะปลดล็อกหน้าจอและแตะเข้าไปในแชตของติณณ์แชต : ติณณ์ใบชา : วันนี้ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนนะคะ บอกพี่ปันไม่ต้องมารับก็ได้ เดี๋ยวชาให้เพื่อนไปส่งติณณ์ : อืมเมื่อพิมพ์บอกเขาเสร็จเรียบร้อย ใบชาก็เก็บมือถือกลับใส่เข้ากระเป๋าอย่างเดิม เพราะออกมาข้างนอก เธอไม่อยากแม้แต่จะหยิบมันขึ้นมาเช็ก เพราะกลัวเห็นว่ามีข้อความของติณณ์ฝากเอาไว้รอไม่นานรถของอาร์ทก็แล่นมาจอดยังหน้าตึกคณะของทั้งสอง เมื่อเห็นว่ารถจอดนิ่งแล้ว น้ำขิงจึงชวนใบชาขึ้นรถทันที“ไปกันเถอะยัยชา”ขาเรียวก้าวเดินกำลังจะเปิดประตูขึ้นเบาะหลัง แต่กลับโดนเพื่อนห้ามเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม“ไม่ แกไปนั่งข้างหน้ากับพี่อาร์ทเลย ฉันจะนั่งเบาะ
“อื้อ ”ริมฝีปากหยักฝังเขี้ยวลงบนพวงแก้มนิ่ม ไอร้อนจากลมหายใจพ่นลงกระทบผิวบนใบหน้าหวาน ขณะเธอกำลังหลับ มันน่าเอ็นดูจนเขาอยากรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเปลือกตาบางค่อยๆปรือขึ้น เมื่อใบหน้าหล่อกำลังซุกไซร้ลากกัดลงมาตามลำคอขาว ก่อนเสียงงัวเงียจะดังขึ้นข้างหูของติณณ์“อื้อ วันนี้ชาไปเรียนนะคะ”ร่างสูงผละออกมองใบหน้าหวานเพิ่งตื่น พร้อมกับพ่นลมร้อนเป่ารดผิวของเธอ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น“จะทำหรือไม่ทำ”“ก็ได้ค่ะ แต่แค่รอบเดียวนะคะ เดี๋ยวชาไปเรียนไม่ไหว”เธอตอบรับอย่างว่าง่าย เพราะรู้อยู่แล้วหากขัดขืนต้องโดนบังคับ และติณณ์คงไม่ยอมให้ไปเรียน ใบชาจึงยอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ริมฝีปากหนาประจูบบนอวัยวะเดียวกัน ตวัดดูดลิ้นควานหาความหวาน มือหนาเลื่อนขึ้นมาตามแนวสะโพก สัมผัสชวนวูบไหว ทำให้ริมฝีปากบางเผยออ้าให้อย่างลืมตัวใบหน้าหล่อเลื่อนลงมาตามร่องอก ลากไล้กัดฝากรอยคมเขี้ยวเอาไว้ก่อนจะเม้มจูบต่ำลงไปยังจุดใต้สะดือขาเรียวถูกแยกออก ดวงตากลมมองดูกลีบอวบอูม ปริซึมไปด้วยน้ำรัก ก่อนจะกดปลายจมูกฝังลงบนร่องแคบอย่างกระหาย“อ๊ะ~ชาไม่”“อื้ม”ลิ้นร้อนตวัดเลียลงบนร่องอูมชื้นแฉะไปด้วยน้ำหวาน ทั้งยังแหย่เข้
เมื่อกลับมาถึงคอนโด ร่างสูงเอาแต่นิ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างนอก โดยปล่อยให้ใบชานั่งรออยู่บนโซฟา เธอได้แต่ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ตัวสั่นสะท้านเพราะคาดเดาอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามไม่ถูก เสียงประตูเลื่อนเปิด ทำให้ร่างเล็กสดุ้งเฮือก ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าไปมองคนตัวสูงกำลังเดินแทรกกายเข้ามาด้านใน กลิ่นจางจากควันบุหรี่ลอยมาปะทะจมูก ใบหน้าหวานเห่อร้อนกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าสายตาคู่คมกำลังจับจ้องและโน้มตัวลงมาใกล้ ร่างเล็กหัวใจเต้นแทบจะหลุดออกมาข้างนอก ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดขัด “ดะ เดี๋ยวชาทำให้ใจเย็นลงนะคะ” “อื้อ ทำสิ” เขาพ่นลมหายใจกระแทกลงบนหน้าหวาน จงใจให้ร่างเล็กรับรู้ว่า หากทำให้พอใจไม่ได้มันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะต้นเหตุมันเกิดจากเธอที่ทำให้เขาอารมณ์ร้อนมากขนาดนี้ ใบชาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะรวบรวมความกล้าหันไปเผชิญหน้ากับคนร่างสูง เธอปีนขึ้นไปนั่งบนตักแกร่ง พร้อมกับผลักหน้าอกลงไปบนพนักพิงโซฟาอย่างแผ่วเบา มุมปากหยักยกยิ้ม เมื่อเห็นว่าเธอกล้ามากกว่าที่คิด ฝ่ามือเย็นเฉียบวางลงบนสะโพกบาง บีบลงบนผิวเนื้อแรงๆ ทำให้คนบนตักเอนตัวหนี จนคิ้วหนายกขึ้นเป็นคำถาม “ทำสิครับ รออะไร” ความคิดของใบชากร
#21.24 น. คลับเมื่อรู้ว่าใบชาจะมาที่คลับของเพื่อนสนิท ติณณ์ก็เข้ามานั่งในโซนวีไอพีรออยู่ก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากให้เธออยู่ในสายตา ทั้งที่รู้สึกเกลียดและเก็บเอาไว้ระบายอารมณ์เฉยๆ แต่ก็อดตามมาดูไม่ได้มือหนายกแก้วไวท์ขึ้นจิบเรื่อยๆ สายตาคู่คมจับจ้องใบหน้าหวานอยู่อีกฟากของกระจกอย่างใจเย็น ติณณ์แค่อยากมาเห็นกับตาว่าไม่มีใครมายุ่งกับคนของเขาแกร็ก..เสียงเปิดประตูดังขึ้น ร่างสูงเดาได้ไม่ยากว่าคือใคร แม้ไม่ได้หันกลับไปมอง แววตาแข็งกร้าวยังคงจ้องร่างเล็กไม่ให้คลาดสายตา ยิ่งเธอนั่งหันหน้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา มันยิ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน“ไม่คิดจะทักทายกูหน่อยหรอ หายหน้าไปตั้งนาน”แทนเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่แม้แต่จะหันหน้ามามอง จึงเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศ“มึงต้องการอะไรจากกู”ร่างสูงหันกลับมาเผชิญกับเพื่อนสนิท มองหน้านิ่งอย่างเอาเรื่อง ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงซัดล้มลงไปกองกับพื้น โทษฐานชอบเข้ามาขัดจังหวะ“เปล่า นานๆทีเพื่อนกูจะแวะมา หรือว่า..มึงมาเพราะเหตุผลอื่น”แทนจงใจพูดแทงใจดำ และมันก็ได้ผล เพราะทำให้คนกำลังยืนอยู่เดินกลับมานั่งลงบนโซฟาอย่างหัวเสีย“อย่ากวนตีนให้มันมาก”“กูล้อเล่นน่า นี่ถ
ผ่านไป 2 เดือน ร่างเล็กนั่งทอดกายอยู่บนโซฟา สายตาจับจ้องหนังสือในมือกวาดอ่านอย่างตั้งใจ ช่วงนี้ใบชาแทบจะไม่อยากออกไปไหนเลย จึงเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไล่อ่านหนังสือบนชั้นจนเกือบครบทุกเล่ม เธอไม่ได้รู้สึกเกร็งเหมือนตอนแรก แม้บางอย่างติณณ์จะทำให้หวาดกลัวอยู่บ้าง แต่รวมๆแล้วมันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ เขาให้อิสระและไม่ได้ใช้ความรุนแรง แม้ใบชาจะคิดอยู่บ้างว่าเป็นเพราะยอมตาใจ เขาจึงไม่ใจร้าย หากหงุดหงิดก็มีบ้างเป็นบางคราวที่มาระบายอารมณ์กับเธอ แต่พอไม่ได้ขัดขืนมันกลับทำให้ทุกอย่างเบาลง ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะความคิดอื่นแทรกเข้ามาในหัว มันผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่ใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ “จะไปตอนไหน เดี๋ยวให้ปันไปส่ง” ร่างสูงเดินผ่านประตูเข้ามาในห้อง แววตาคมจ้องใบหน้าหวานอย่างต้องการคำตอบ เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ โดยไม่ทันรู้ตัวว่าเขาเดินเข้ามานานแล้ว ใบชาสดุ้งเล็กน้อย ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยความร้อนรน “จะไปแล้วค่ะ” ร่างเล็กรีบปิดหนังสือเก็บใส่เข้ากระเป๋าอย่างเดิม บางครั้งเธอก็ภาวนาว่าขอให้ติณณ์เบื่อเร็วๆ จะได้ยอมปล่อยไปสักที แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไห
ร่างเล็กถูกอุ้มมาวางลงบนเตียง ขณะริมฝีปากหยักยังบดเบียดเต้าอวบอย่างหื่นกระหาย ลิ้นสากลากฝังคมเขี้ยวจนพอใจ ก่อนจะหยัดตัวขึ้นชักรูดแก่นกายเตรียมพร้อม “อึก! พะ พี่ติณณ์ เบาๆกับชาหน่อยได้ไหมคะ”เธอกำลังขอร้องอ้อนวอน จากคนไม่เคยคิดจะใจดีด้วย ร่างกายสั่นสะท้านหนัก ยิ่งเห็นตอนเขายกยิ้มมุมปาก ยิ่งรู้ว่านับต่อจากนี้มันไม่มีคำว่าอ่อนโยน“ซี๊ด~ แค่ที่ระบาย มีสิทธิ์เรียกร้องด้วยหรอครับ”คำพูดเย็นชาตอกย้ำความไร้ค่า มันกรีดลงกลางอกเมื่อรู้ว่าต้องโดนความบ้าคลั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบชาถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะรู้แล้วว่าติณณ์ไม่มีทางทำตามที่ขอร่างเล็กสะท้าน เมื่อถูกก้านนิ้วแตะควานบนร่องกลีบ น้ำหวานไหลเยิ้มเพียงแค่ถูกสัมผัสจุดอ่อนไหว ขาเรียวสั่นระริก ขณะถูกแยกออกจากกัน และเข้าแทรกด้วยคนตัวสูง“อ๊า~พี่ติณณ์”มือหนาจับยึดเอวบางไม่ให้ถอยหนี ส่วนมืออีกข้างจับแก่นกายถูลงกับร่องกลีบ ความเสียวซ่านแผ่ออกมาตรงปลายบวมเปล่ง เพียงแค่ถูกับร่องนิ่มก็ทำเอาคนร่างสูงแทบคลั่ง“ซี๊ด~น่าเอาว่ะ”ร่องเล็กขมิบตอดถี่ เมื่อได้ยินคำหยาบโลน แท่งแข็งขืนจ่อตรงร่องสีหวาน ดันใส่เข้าไปทีละนิด ความใหญ่ยาวค่อยๆถูกดูดกลืนหายเข้าไปในร่องแคบจ







