Masukสายตาคมจ้องมองคนในอ้อมกอดอย่างพิจารณา มือหนาเลื่อนขึ้นมาปัดปอยผมที่ปิดหน้าออกให้เธออย่างอ่อนโยน เพราะเกรงว่าจะรบกวนการนอนของเธอ พลอยจะทำให้เธอตื่นไปด้วย
นานสองนานที่ชนาวิชญ์จ้องมองเธออยู่แบบนั้น ไม่ยอมปลุก ถึงแม้ว่าจะปวดแขนมากแค่ไหนก็ตามแต่ และเวลานี้ก็เริ่มจะสายแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมปลุกเธอ เพราะอยากจะมองใบหน้านี้ไปนาน ๆ
“เอ่อ ผมต้องรีบไปแล้ว วันนี้มีเรียนเช้า แล้วต้องไปเอารถอยู่ที่ผับด้วย” เมื่อเห็นว่าเธอลืมตาขึ้น ชนาวิชญ์รีบเอ่ยบอกอย่างร้อนรนทันที
“ตื่นนานแล้วเหรอ เดี๋ยวฉันไปส่ง นายรีบอาบน้ำเถอะ ฉันจะไปอาบอีกห้องอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันนะ ฉันจะรีบทำเวลาให้” ปาณิศารีบลุกขึ้น แล้วจัดแจงบอกเขาเอาไว้ ก่อนที่เธอจะรีบลุกออกไปจากห้องนี้ไปโดยทันที โดยที่ไม่รอฟังคำแก้ตัวอะไรจากเขาเลย
“เดี๋ยวสิ พี่ปลา” เขาจะเรียกเธอไว้ก็ไม่ทันเสียแล้ว แต่ดีที่กระเป๋าสะพายของเขาที่พกติดตัวตลอด จะเอาชุดนักศึกษาสำรองเอาไว้ตลอด จึงต้องยอมทำตามที่เธอบอกอย่างไม่อาจที่จะปฏิเสธได้
“หอมแท้น้อ กลิ่นผู้สาวกรุงเทพนี้” (หอมจังเลย กลิ่นสาวกรุงเทพฯนี้) เขาเพ้อขึ้นมาอีกครั้งเป็นภาษาบ้านเกิด เมื่อก้มลงดมที่เสื้อของตนเอง ที่มีหญิงสาวนอนกอดมาตลอดทั้งคืน ใบหน้าผุดยิ้มขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ
ถึงแม้ว่ากลิ่นตัวของเขาจะมีกลิ่นแอลกอฮอล์ติดอยู่บ้าง แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คละคลุ้งไปทั้งห้องก็ทำให้เขารู้สึกดีมากแล้ว แถมยังได้นอนกอดร่างนุ่มนิ่มด้วยตลอดทั้งคืนอีก
ปาณิศาขับรถมาเข้าส่งชนาวิชญ์ที่มหาวิทยาลัยก่อน แถมยังขับมาจอดบริเวณหน้าตึกคณะอีก แต่ยังไม่ได้พาเขาไปเอารถที่สถานบันเทิง เพราะตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอต้องไปทำงานแล้ว จึงเตลิดมาทางนี้ก่อน เรื่องรถของเขาค่อยว่ากันตอนเย็นอีกที
“เอาโทรศัพท์นายมาหน่อย” เธอยื่นมือไปตรงหน้าของเขาทันที เมื่อรถจอดที่หน้าตึกคณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ชนาวิชญ์ยื่นโทรศัพท์มือถือของตน ให้แก่เธอโดยไม่ได้ลังเลอะไร และก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปด้วย ว่าเธอจะเอาไปทำอะไร เพราะมือถือเครื่องเก่า ๆ ของเขาไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลย
เธอรับมาแล้ว ก็ทำการกดเบอร์ติดต่อ และแลกคอนแทคตามช่องโซเชียลต่าง ๆ ของเธอลงไปในโทรศัพท์มือถือของเขา ก่อนที่จะส่งให้เขาคืน
“เลิกเรียนแล้วก็โทรมา ฉันจะมารับไปดูงานที่กอง” เธอเอ่ยสั่งเขาขึ้นมาทันที ที่เขารับโทรศัพท์คืนเก็บลงกระเป๋า
“..” ชนาวิชญ์ไม่มีคำพูดใดโต้ต้อบเธอ เพราะไม่คิดว่าเธอจะจริงจังถึงขนาดนี้ เขาก็แค่รับปากส่ง ๆ เธอไปเท่านั้นเอง
“ห้ามปฏิเสธ เมื่อคืนนายตกลงแล้ว คิดที่จะเปลี่ยนคำพูดเหรอไง” เธอดุเขาออกมาทันที เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีที่ท่าว่าจะทำตามที่รับปากเอาไว้
“เปล่า”
“ถ้านายเปลี่ยนคำพูด ฉันจะลงไปป่าวประกาศเลย ว่าเมื่อคืนนายทำอะไรฉันบ้าง” เธอขู่เขาออกมา พร้อมกับกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ
“นี่พี่จะบ้าหรือเปล่า พี่เป็นผู้หญิงนะตัวเองก็เป็นฝ่ายเสียหายด้วย” แต่เขากลับห้ามเอาไว้ เพราะกลัวว่าเธอจะทำจริง ๆ
เขาไม่กลัวข่าวฉาวอะไรทั้งสิ้น เพราะเขาเป็นผู้ชายไม่มีอะไรที่เสียหายอยู่แล้ว แต่เธอนี่สิ แถมยังเป็นลูกสาวของคุณที่เคยมีพระคุณกับเขาอีกด้วย
“ฉันไม่สนหรอก” เธอพูดขึ้นมาหน้าตาเฉย เพราะเธอไม่คิดที่จะทำจริง ๆ อยู่แล้ว เพียงแค่ต้องการที่จะขู่เขาไปเท่านั้น
“มัดมือชกกันชัด ๆ” ชนาวิชญ์บ่นออกมา ก่อนที่จะรีบเปิดประตูออกลงจากรถไปทันที เพราะทุกสายตาเริ่มมองมาเยอะแล้ว
“เฮ้ย ไอ้วิชญ์ ใครมาส่งวะรถหรูเชียว” เสียงทุ้มของเพื่อนแซวออกมาทันที เมื่อเห็นว่าชนาวิชญ์ลงมาจากรถหรู แถมไม่คุ้นตาเอาเสียเลย
วรากร เพื่อนที่สนิทด้วยที่สุดที่คบกันมาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยปีแรก ซึ่งเป็นหนุ่มต่างจังหวัดเหมือนกัน ที่เข้ามาศึกษาต่อที่นี่ แต่ชายหนุ่มคนนี้มีฐานะกว่าเขามาก จึงไม่ต้องลำบากทำงานพิเศษระหว่างเรียน เพราะครอบครัวมีฐานะ
“มึงจะมาสอบปากคำอะไรกู ก็ว่ามาเถอะไอ้กร” เขาพูดขึ้นมาทันที เพราะรู้ทันกันอยู่แล้วว่าเพื่อนต้องการสื่ออะไร
“จริงหรือวะ ที่มึงกับดาวคณะคบกัน คนเขาลือกันทั่วเลย” วรากรถามเข้าประเด็นขึ้นมาทันที เพราะตั้งแต่ที่ย่างก้าวเข้ามาในเขตตึกคณะ ก็ได้ยินเสียงซุบซิบกันถึงเพื่อนเขาแล้ว
“จริง แล้วก็จบกันแล้วด้วย” เขาตอบออกไปตามตรง โดยไม่คิดที่จะปิดบังอยู่แล้ว เพราะตอนแรกที่ตัดสินใจคบกันกับรุ่นพี่ดาวคณะ เขาก็ไม่คิดที่จะปิดบังใคร เพียงแค่ไม่ได้เปิดเผยเท่านั้น
“ทำไมวะ เธอสวยมากเลยนะ” เพื่อนอีกคนถามด้วยความสงสัย เพราะหญิงสาวดาวคณะ ต่างเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ทั้งมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว
ศุภวัฒน์ หนุ่มเจ้าถิ่น รูปหล่อพ่อรวยมีธุรกิจหมื่นล้าน แต่กลับเลือกมาศึกษาคณะนิเทศฯแทน เพราะอยากจะใช้หน้าตาให้เกิดประโยชน์ก็เท่านั้นเอง
“กู...มีคนอื่น” ชนาวิชญ์ไม่รู้ว่าจะตอบเพื่อนไปเช่นไรดี ว่าตัวเองถูกคนรักสวมเขามาตลอด จึงสมอ้างกับเพื่อนว่าเขาเป็นฝ่ายหักหลังเธอเสียเอง
“ไอ้เหี้ย! วิชญ์ ได้ของดีเสือกไม่รู้จักรักษา นี่มึงกลายเป็นคนไม่รู้จักพอตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” วรากรต่อว่าออกมาทันที เมื่อยอมรับออกมาแบบนี้
“กูแค่เบื่อ” เขาพูดออกไป เพื่อให้เพื่อนเข้าใจในตัวของเขาไปแบบนั้น เพื่ออยากตัดปัญหา ขืนเขาบอกว่าถูกเธอสวมเขา มีหวังพวกเพื่อนได้สอบหาเรื่องราวอีกยาวแน่ ๆ
“แล้วคนที่ขับรถมาส่งเมื่อกี้ อย่าบอกนะว่า คน ๆ นั้นที่มาส่งมึง คือคน...” ศุภวัฒน์ถามขึ้นมา เพื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่มีรถหรูมาส่งถึงหน้าตึก
“อื้มมม รู้แล้วก็ช่วยหุบปากด้วยผู้หญิงเขาเสียหาย ไปเรียนกันได้แล้ว” เขาจำใจยอมรับเพื่อที่จะตัดปัญหาให้จบ ๆ ไป ก่อนที่จะชวนกันเดินขึ้นตึกไป
“แล้วเมื่อคืนไปค้างที่ไหนมา กูไปหามึงที่ห้องก็ไม่เจอรถ แถมไม่มีคนอยู่ด้วย อย่าบอกนะว่าค้างห้องสาว” วรากรถามขึ้นมาบ้าง เพราะตั้งใจจะไปหาเขาจริง ๆ แต่ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะเจ้าของห้องไม่กลับมา
“มึงจะเสียงดังทำไมวะ ผู้หญิงเขาเสียหายนะเว้ย” เขาได้แต่ปรามเพื่อเอาไว้ เมื่อเพื่อนทั้งสองเริ่มที่จะซักไซ้ถามความยาว
“บอกได้หรือเปล่าว่าเธอเป็นใคร” ศุภวัฒน์กระซิบถาม
“ไม่บอก”
บทส่งท้าย(จบ)หกเดือนต่อมางานมงคลสมรสเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นที่ลานหน้าบ้านหลังใหญ่ หลังจากที่ปาณิศาได้ให้กำเนิดลูกชาย ซึ่งตอนนี้ลูกชายมีอายุได้สาามเดือนแล้ว นั่นคือ ‘เด็กชายปานวิชญ์ พิสิษฐากูล’ หรือ น้องชินงานมงคลของวันนี้ชนาวิชญ์ได้เรียนเชิญแขกผู้ใหญ่และคนสนิทเท่านั้น รวมถึงเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่กรุงเทพฯของเขามาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยและคนที่จะต้องมาให้ได้ และเป็นสำคัญของงานเลยนั่นคือช่างภาพ คอยเก็บในบรรยากาศตลอดของงานนั่นเอง ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่ง ‘วรากร’“มึงถึงไหนแล้วว่ะไอ้กร” ชนาวิชญ์โทรสายจิกกลับเพื่อนอีกครั้ง เมื่อใกล้ถึงพิธีแล้วแต่เพื่อนยังไม่ถึงสักที[ถึงปากทางเข้าแล้ว ใจเย็น ๆ หน่อยสิว่ะ งานยังไม่เริ่มเลย]“ภายใน 5 นาที ถ้ามึงยังมาไม่ถึง กูจะจ้างช่างภาพคนอื่น” ชนาวิชญ์ขู่ออกไปอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก[เชี้ย!]“วิชญ์จะเดินไปเดินมาทำไมนักหนา ปลาเวียนหัวไปด้วยแล้ว” ปาณิศาเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาเดินไปเดินมาหลังจากแต่งตัวเสร็จรอเจ้าพิธี“วิชญ์ตื่นเต้นครับ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกกับเจ้าสาวสุดสวยของเขาในวันนี้“มือเย็นเชียว”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“บ่าวสาวไปเข้าพิธีได้แล้วจ้ะ ได้ฤกษ์แล้ว” คำน
มาทุกวันอยู่ได้สามเดือนต่อมาทุกคนเริ่มปรับตัวและเข้ากับคนที่นี่ได้แล้ว และก็ช่วยทำงานสวนได้เป็นอย่างดี โดยมีคนงานที่นี่คอยช่วยสอนงานให้อย่างเป็นมิตรชนาวิชญ์พึ่งพาปาณิศาไปรับประกาศนียบัตรจบจามหาวิทยาลัยมาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แวะไปทางไหนต่อ เพราะงานที่นี่ยุ่ง และหญิงสาวท้องโตแล้วด้วย“พวกมึงไม่คิดจะมาหากูบ้างเลยหรือไงว่ะ” ชนาวิชญ์ถามเพื่อนทั้งสองที่กรุงเทพฯ เมื่อวีดีโอคลอกลุ่มหากันนานแล้วที่พวสกเขาไม่ได้เจอกันกับเพื่อนทางนั้นเลย จะมีแต่เพื่อนของชนาวิชญ์ทางนี้ที่ขยันมาแทบจะทุกวัน ไม่รู้มันจะว่างอะไรนักหนา[มึงก็รู้ว่ากูงานยุ่ง ทั้งเรียนต่อ ทั้งงานที่บริษัท] ศุภวัฒน์ที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยดูมีภูมิฐาน นั่งประจำอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เอ่ยตอบกลับมา“ครับว่าที่ท่านประธานในอนาคต แล้วมึงล่ะไอ้กร เห็นแต่เที่ยวถ่ายรูปไปวัน ๆ ไม่คิดถึงกูบ้างหรือว่ะ” ชนาวิชญ์ขานรับอย่างรับรู้ แถมยังเอ่ยแซวออกไปด้วย ก่อนจะเอ่ยถามไปคนในสายอีกคน[เดี๋ยวกูเบื่อที่นี่ กูจะไปหามึงเองแหล่ะ ตอนนี้รับงานถ่ายรูปไว้เยอะเลย] วรากรตอบออกมา เมื่อรู้ว่าเพื่อนหมายถึงตน[เสียงเอะอะอะไรกันว่ะไอ้วิชญ์แทรกเข้ามา] ศุภวัฒน
ยินดีต้อนรับสู่บ้านเกิดณ บ้านของชนาวิชญ์“ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ” ชนิดาพนมมือไหว้เอ่ยต้อนรับทุกคนด้วยวาจาสุภาพอ่อนโยน ด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“น้องสาวผมเองครับหนูนิด ส่วนนี้แม่ของผมเองครับดูแลที่นี่แทนผมทุกอย่าง” ชนาวิชญ์จึงเอ่ยแนะนำครอบครัวของเขาให้ทุกคนรู้จัก“สวัสดีคะ/สวัสดีครับ”“เชิญทุกคนทางนี้เลยจ้ะ...” คำนางจึงพาทุกคนเดินไปทางที่พัก ที่ลูกชายแจ้งไว้แล้วว่าจะมีคนมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน“คุณพ่ออยู่ที่...” ชนาวิชญ์จึงหันมาเอายกับว่าที่พ่อตาของเขา“พ่อขอไปอยู่ร่วมกับพวกชัยดีกว่า ไม่รบกวนลูกหรอก” แต่ปราณนต์ดันขัดเอาไว้เสียก่อนเพราะรู้ดีว่าชนาวิชญ์จะพูดอะไร“แต่พ่อครับ”ปาณิศาจึงได้ปรามเขาไว้ เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อไม่ยอมมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับเธอหรอก ดีแค่ไหนแล้วที่ท่านยอมมาอยู่ด้วยกันที่นี่“เถอะน่า พ่ออยู่ได้วิชญ์” ปราณนต์พูดเช่นนั้นก็ถือกระเป๋าเดินตามทุกคนไปทางที่พักทันที“เราเข้าข้างในบ้านไปหายายกันเถอะครับ ข้างนอกอากาศร้อน” ชนาวิชญ์จึงเอ่ยชวนเธอเจ้าไปในบ้านหลังใหญ่ เพราะช่วงนี้อากาศอบอ้าว“น้ำจ้าพี่ปลาคนสวย” เมื่อเข้ามาภายในบ้าน เมื่อเคยมาครั้งที่แรก ชนิดาก็น้ำมาเสิร์ฟให้เ
พร้อมสู้ไปด้วยกัน“พร่ำกันจบแล้ว ก็รีบพากันเก็บของออกจากที่นี่ไปสะ” เป็นเสียงของบุคคลที่เดินเข้ามาภายในบ้านอย่างถือวิสาสะ“พี่อาร์ต!!!” ปาณิศาเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ว่าคนที่มาใหม่นั้นเป็นใคร ซึ่งเธอก็รู้จักสองพ่อลูกเป็นอย่างดี เพราะบิดาทำงานร่วมกัน“ใช่ พี่เอง เจ้าของบ้านคนใหม่ของบ้านหลังนี้ยังไง”“หมายความว่ายังไง”“ก็ตามที่ได้ยินนั้นแหล่ะ แต่ถ้าน้องปลาอยากได้บ้านคืนพี่มีวิธี”ปาณิศาลุกขึ้นยืน โดยมีผู้เป็นพ่อและชนาวิชญ์คอยช่วยประคอง เธอก้าวออกไปหาคนที่พูดขึ้นว่าจะเป็นเจ้าของคนใหม่ของบ้านหลังนี้“อย่าเข้ามาใกล้เมียผม” ชนาวิชญ์ผลักอกแกร่งให้ถอยออกห่างจากปาณิศาทันที เมื่อชายหนุ่มย่างกรายเข้ามาใกล้“หึ ไอ้ดารากระจอก ใฝ่สูงหวังจับคนรวย แต่เสียใจด้วยนะที่คนที่นายหวังจับหมดตัวเสียก่อน” ยศวรรธน์ยกยิ้มมุมปากพร้อมมองเหยียดเขาอย่างดูถูก“พี่จะมาพูดอะไรก็พูดออกมาเลย” ปาณิศาเข้าประเด็นทันที“มาเป็นเมียพี่สิ บ้านหลังนี้จะเป็นของน้องปลาทันที” เสียงเรียบนิ่งเอ่ย พร้อมใบหน้าดุร้ายมองมาที่เธออย่างเป็นผู้ชนะ“ไอ้ชั่ว!” ชนาวิชญ์กำมือแน่น พร้อมยกขึ้นหมายจะสาดใส่ใบหน้าคมของอีกฝ่ายทันที“เอาสิ ถ้ามึงกล้าต่
จบสิ้นหมดทุกอย่างแล้วรุ่งเช้าบ้านทัศนโสภณ“ไปทานข้าวกันก่อนครับ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกคนที่นั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับรอง ใบหน้าคอยแต่ชะเง้อไปทางประตูหน้าบ้านตลอด“ตอนนี้ฉันทานอะไรไม่ลงหรอกวิชญ์ ป่านนี้คุณพ่อกับน้าชัยยังไม่กลับมาเลย ปลาเป็นห่วงพ่อ...” น้ำเสียงอ่อนพร้อมกับใบหน้าที่มีแต่ความกังวลเอ่ยตอบกลับเขามา“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก ไปทานข้าวเช้ากันก่อนน่ะ” ชนาวิชญ์เดินไปนั่งลงข้าง ๆ แล้วเอ่ยปลอบเธออย่างอ่อนโยนหลังจากที่ปรึกษาหารือกับทางผู้ใหญ่พร้อมกับชดเชยค่าเสียหายต่าง ๆ เรื่องที่เขาหายออกไปจากงาน ในคืนก่อน และเรื่องภาพหลุดที่ถูกเผยแพร่ออกไปจนถึงเกือบเที่ยงคืนชนาวิชญ์เล่าบอกความจริงกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น จนสืบต้นตอของเรื่องทั้งหมดได้ ก็รีบจัดการแจ้งลบและแก้ข่าวให้ในทันที โดยใช้เรื่องกฎหมายเข้ามาช่วยส่วนหญิงสาวที่มีภาพหลุดมาด้วยนั้น คนของศุภวัฒน์ก็สืบทราบมาว่า หญิงสาวนั้นยถูกชายคนรักสวมเขา แล้วต้องการกลับมาหาชนาวิชญ์เพราะตอนนี้กำลังงมีชื่อเสียงปาณิศาทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับแขกคนสำคัญโดยการจัดอาหารมื้อสุดพิเศษ และชนาวิชญ์จึงใช้โอกาสนั้นบอกกับทางผู้ให
ปรึกษาหารือ“มีอะไรธิดา” เสียงทุ้มของผู้เป็นเจ้าบ้านเอ่ยถามเด็กสาวรับใช้ ที่ยืนมองมาที่เขาสองพ่อลูก แต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ปราณนต์จึงเป็นฝ่ายถามขึ้นเสียเอง“มีคนมาขอพบคุณวิชญ์ค่ะ คุณท่าน” หญิงสาวใช้เอ่ยบอกสุทธิดา หรือ ธิดา เด็กสาวรับใช้ในวัย 20 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของศักดิ์ชัยลูกน้องคนสนิทเขา ศักดิ์ชัยขอหญิงสาวมาเลี้ยงเองหลังจากที่ตัดสินใจเลิกลาแยกทางกันกับมารดาของเธอไปนั้นเอง สองพ่อลูกอาศัยอยู่ที่เรือนหลังเล็กในรั้วเดียวกันที่ปราณนต์เป็นผู้สร้างให้“???” สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างมีคำถามมากมายเกิดขึ้น แต่ไม่มีคำถามใด ๆ หลุดออกมาสักคำ“ผมหรือครับ ชื่ออะ...ไอ้เวย์! ไอ้กร!”ซึ่งเป็นจังหวะที่ชนาวิชญ์เดินกลับเข้ามาพอดี แล้วเอ่ยถามสุทธิดาออกไป แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยจบประโยค กลับต้องอุทานเป็นชื่อเพื่อนทั้งสองออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาเขาถึงที่นี่นั้นเป็นใคร“เออ! พวกกูเอง พอดีติดต่อมึงไม่ได้เลยคิดว่ามึงต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ เลยมาหา" ศุภวัฒน์เป็นฝ่ายพูดออกมา“นั่งก่อนสิ เวย์ กร” ปาณิศาจึงเป็นฝ่ายบอกให้แขกที่มาหาชนาวิชญ์นั้น นั่งลงคุยกันก่อน“ขอบคุณครับพี่ปลา สวัสดีครับคุณปราน พวกผมเป็นเพื่อนไอ้วิชญ







