เข้าสู่ระบบชนาวิชญ์เดินเข้าไปในลิฟต์ทันที โดยไม่ยอมบอกเพื่อนทั้งสองที่รอฟังคำตอบออกไป เพราะเขากับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน จะบอกพวกมันไปยังไง
“พวกกูสืบเองก็ได้ แต่ว่ารถคุ้น ๆ น่ะ ไอ้กร มึงว่าไหม” ศุภวัฒน์เอ่ยขึ้นมาเสียงดังเพยิดหน้ารับกับวรากร เมื่อเข้ามาอยู่ภายในลิฟต์ พร้อมกับใบหน้าที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“กูก็คิดเหมือนมึงแหละไอ้เวย์ แต่คิดไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน” วรากรได้ทีก็เล่นตามน้ำไปตามศุภวัฒน์ เมื่อสังเกตเห็นใบหน้ากังวลของชนาวิชญ์
“บ่ายนี้ไม่มีเรียน พวกเราไปหาเลาะกันหน่อยไหมเสี่ยว” วรากรเอ่ยชวนเพื่อนทั้งสองขึ้นมาโดยพูดภาษากลางผสมกันกับภาษาบ้านเกิด ถึงแม้ว่าสำเนียงจะไม่ได้ก็ตาม
นานมากแล้วที่พวกเขาทั้งสาม ไม่เคยได้อยู่รวมตัวกันเลย ตั้งแต่ที่คบกันมาชนาวิชญ์ก็จะทำงานตลอด น้อยนักที่จะมีเวลาว่าง
“บ่” เขาตอบเพื่อนออกไปเพียงสั้น ๆ เป็นภาษาบ้านเกิด เพราะวรากรเอง ก็ฟังภาษาเดียวกันกับเขาออก ทุกคำ เพียงแต่ชายหนุ่มนั้นพูดไม่ได้ก็เท่านั้นเอง เพราะบิดาเป็นคนที่นี่ มารดาจึงใช้ภาษากลางในการสื่อสารกับเขาแทนภาษาบ้านเกิด
“มึงมีธุระที่ไหนอีกว่ะไอ้วิชญ์ งานมึงก็เข้าตั้งสองทุ่ม” ศุภวัฒน์ถามขึ้นมาบ้าง เพราะรู้ดีว่าเพื่อนมีงาน แต่ไม่ใช่ในเวลานี้
“กูมีนัดแล้ว”
เขาตอบเพื่อนออกไปเพียงแค่ประโยคสั้น ๆ แต่ก็ไม่พ้นถูกเพื่อนทั้งสองจับผิดอีกตามเคย เพราะตั้งแต่เช้าเพื่อนของเขาพวกเขาก็เริ่มมีพิรุธท่าทีที่เปลี่ยนไป เหมือนจะมีอะไรปิดบัง แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรมากหรอก หากว่าชนาวิชญ์อยากจะบอกก็คงจะบอกเองแหละ เพียงแค่อยากแซวกันเล่นบ้างก็เท่านั้นเอง
“กับคนที่มาส่งเมื่อเช้าเหรอ” วรากรเลิกคิ้วถาม เมื่อชนาวิชญ์ตอบออกมาแบบนั้น
“อื้มมม” ชนาวิชญ์พยักหน้ายอมรับออกไปอย่างส่ง ๆ เพราะไม่อยากถูกซักไซ้ไปมากกว่านี้ และก็ไม่อยากให้เพื่อนสาวความยาวด้วย เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบเพื่อนเช่นไรดี
“จริงจังหรือวะ” ศุภวัฒน์ถามเพื่อความแน่ใจอีกที เมื่อเริ่มคิดเป็นตุเป็นตะขึ้นมา พวกเขาพร้อมยินดีกับเพื่อนเสมอ หากว่าเพื่อนจะรักใครสักคน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว และพวกเขาก็โต ๆ กันแล้ว
“เขาแค่จะพาไปศึกษาดูงาน” ชนาวิชญ์จึงบอกเพื่อนออกไปตามตรง ว่าเขาต้องไปศึกษาดูงานตามที่ตกลงกันกับปาณิศาไว้ แต่ก็ไม่ได้บอกเพื่อนทั้งหมดว่างานที่จะไปดูนั้น คืองานอะไร
“ดูงานที่ไหนว่ะ” แต่คนอย่างศุภวัฒน์ที่ไม่ยอมละความพยายามก็ถามขึ้นมาอีก
“พวกมึงไม่ยุ่งเรื่องของกูสักวันจะได้ไหม”
“กูแค่อยากรู้ว่าจะพากันไปดูงาน หรือไปดูอะไรกันแน่” ศุภวัฒน์ยังคงแซวเขาออกมา เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าคนอย่างชนาวิชญ์เห็นงานเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าคำพูดเชิงหยอกแซวนั่นจะทำให้คนแบบชนาวิชญ์ไขว้เขวได้
“กูไม่หื่นเหมือนมึงหรอกไอ้เวย์ กินไม่เลือกระวังจะเจอคุกเข้าสักวัน” เขาตอกกลับคำพูดของศุภวัฒน์ทันควัน
“เข้ามหาวิทยาลัย ก็น่าจะบรรลุนิติภาวะแล้วน่ะ รับรองไม่พรากผู้เยาว์เหมือนไอ้กรแน่นอน” เขาพูดขึ้นอย่างมั่นใจ พร้อมกับเพยิดหน้ามองไปทางวรากรบ้างด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์
“ลามมาถึงเรื่องของกูได้ยังไง” วรากรหลบสายตาของเพื่อนทั้งสองทันที
“กูไปละ” เขาพูดเพียงแค่นั้น ก็เดินไปขึ้นรถที่ปาณิศาขับมาจอดพอดี เพราะไม่อยากถูกเพื่อนถามมากความไปมากกว่า
*
*
*
สตูดิโอถ่ายทำ
“ปลาฝากน้องเขาด้วยนะคะ พอดีเขาสนใจอยากมาศึกษาดูงานที่กอง พวกพี่มีอะไร เรียกใช้ได้ตามสบายได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ” ปาณิศาฝากฝั่งเขาไว้กับทีมงานทันที เมื่อพาเขามาถึง เพราะวันนี้เธอมีนัดคุยงาน เรื่องที่เธอต้องหานักแสดงเข้ามาในสังกัด
“พี่ปลา”
“เชื่อฉันเถอะน่า เดี๋ยวเย็นนี้เลี้ยงข้าว งบไม่อั้นฉันไปคุยงานก่อน เดี๋ยวมาน่ะ” เธอเดินจากไปทันที ปล่อยใหเขารอเธออยู่ที่ด้านนอกกับทางทีมงาน
“คนนี้หรือเปล่า ที่ผู้กำกับบอกว่า จะมาแคสบทพระเอกเรื่องใหม่คู่กับนางเอกคนสวยของผม” เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนดังขึ้นมา เมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชนาวิชญ์
สุทธิโชค โปรดิวเซอร์ผู้จัดละคร และเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ มักสรรหานักแสดงเข้ามาทำงานด้วยการผ่านการพิจารณาจากสายตาของตัวเอง เพราะชอบความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะมีการศึกษาหรือฐานะอย่างไร เรื่องนี้เขาไม่เคยสนใจ ขอเพียงแค่ซื่อสัตย์ขยันทำงาน และมีวินัยก็พอ
“เอ่อ คือผมมะ...” ชนาวิชญ์ทำตัวไม่ถูกทันที เมื่อถูกผู้ใหญ่ทักท้วงมาแบบนี้ หากจะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก เพราะเขาก็ไม่รู้จักใครเลยในที่นี่
“รีบทำความเคารพคุณสุทธิโชคสิ” เสียงทีมงานชายคนหนึ่งเดินมาบอกเขา
“สวัสดีครับ” ชนาวิชญ์รีบยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้าทันที อย่างนอบน้อม
สุทธิโชคยิ้มพยักหน้ารับไหว้ พร้อมกับมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า การแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเป็นเพียงแค่เสื้อผ้าธรรมดา ไม่ได้มีของแบรนด์เนมหรูอะไรประดับติดกายเลยสักชิ้น ก่อนที่เอ่ยปากถามขึ้น
“ชื่ออะไร หน้าตาบุคลิกใช้ได้เลย น่าจะเหมาะกับบทนี้อยู่น่ะ”
“อ้าว!!! ไม่ได้ยินที่คุณสุทธิโชคถามหรือไง” ชายคนเดิมสะกิดเขาอีกที เมื่อเห็นว่าชนาวิชญ์นั้นยืนตัวแข็งทื่อ ไม่เอ่ยตอบอะไรออกมา
“ชนาวิชญ์ครับ”
“นั่นไงคุณสุทธิโชคมาพอดีเลยปลา” เป็นเสียงของคนที่เดินเข้ามาใหม่ เมื่อเข้าไปคุยงานด้านในกับทางทีมงาน และที่ปรึกษาของช่อง พร้อมกับปาณิศาที่เดินมาพร้อมกับด้วย
“สวัสดีครับคุณสุทธิโชค ยินดีที่ได้ร่วมงานกันกับละครเรื่องนี้นะครับ” ปริญญ์ เอ่ยทัก พร้อมกับยกมือไหว้ผู้ที่มีอายุกว่าตนทันที
“นี่ใช่ไหมครับ คนที่จะรับบทพระเอกที่คุณปริญญ์เปรย ๆ เอาไว้” สุทธิโชคเข้าประเด็นทันที พร้อมกับผายมือไปทางชนาวิชญ์ ที่ยังคงยืนงงอยู่
“เอ่อ คือ...” ปริญญ์มีท่าทีอ้ำอึ้ง เพราะคนที่เขานัดเอาไว้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเลย
บทส่งท้าย(จบ)หกเดือนต่อมางานมงคลสมรสเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นที่ลานหน้าบ้านหลังใหญ่ หลังจากที่ปาณิศาได้ให้กำเนิดลูกชาย ซึ่งตอนนี้ลูกชายมีอายุได้สาามเดือนแล้ว นั่นคือ ‘เด็กชายปานวิชญ์ พิสิษฐากูล’ หรือ น้องชินงานมงคลของวันนี้ชนาวิชญ์ได้เรียนเชิญแขกผู้ใหญ่และคนสนิทเท่านั้น รวมถึงเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่กรุงเทพฯของเขามาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยและคนที่จะต้องมาให้ได้ และเป็นสำคัญของงานเลยนั่นคือช่างภาพ คอยเก็บในบรรยากาศตลอดของงานนั่นเอง ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่ง ‘วรากร’“มึงถึงไหนแล้วว่ะไอ้กร” ชนาวิชญ์โทรสายจิกกลับเพื่อนอีกครั้ง เมื่อใกล้ถึงพิธีแล้วแต่เพื่อนยังไม่ถึงสักที[ถึงปากทางเข้าแล้ว ใจเย็น ๆ หน่อยสิว่ะ งานยังไม่เริ่มเลย]“ภายใน 5 นาที ถ้ามึงยังมาไม่ถึง กูจะจ้างช่างภาพคนอื่น” ชนาวิชญ์ขู่ออกไปอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก[เชี้ย!]“วิชญ์จะเดินไปเดินมาทำไมนักหนา ปลาเวียนหัวไปด้วยแล้ว” ปาณิศาเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาเดินไปเดินมาหลังจากแต่งตัวเสร็จรอเจ้าพิธี“วิชญ์ตื่นเต้นครับ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกกับเจ้าสาวสุดสวยของเขาในวันนี้“มือเย็นเชียว”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“บ่าวสาวไปเข้าพิธีได้แล้วจ้ะ ได้ฤกษ์แล้ว” คำน
มาทุกวันอยู่ได้สามเดือนต่อมาทุกคนเริ่มปรับตัวและเข้ากับคนที่นี่ได้แล้ว และก็ช่วยทำงานสวนได้เป็นอย่างดี โดยมีคนงานที่นี่คอยช่วยสอนงานให้อย่างเป็นมิตรชนาวิชญ์พึ่งพาปาณิศาไปรับประกาศนียบัตรจบจามหาวิทยาลัยมาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แวะไปทางไหนต่อ เพราะงานที่นี่ยุ่ง และหญิงสาวท้องโตแล้วด้วย“พวกมึงไม่คิดจะมาหากูบ้างเลยหรือไงว่ะ” ชนาวิชญ์ถามเพื่อนทั้งสองที่กรุงเทพฯ เมื่อวีดีโอคลอกลุ่มหากันนานแล้วที่พวสกเขาไม่ได้เจอกันกับเพื่อนทางนั้นเลย จะมีแต่เพื่อนของชนาวิชญ์ทางนี้ที่ขยันมาแทบจะทุกวัน ไม่รู้มันจะว่างอะไรนักหนา[มึงก็รู้ว่ากูงานยุ่ง ทั้งเรียนต่อ ทั้งงานที่บริษัท] ศุภวัฒน์ที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยดูมีภูมิฐาน นั่งประจำอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เอ่ยตอบกลับมา“ครับว่าที่ท่านประธานในอนาคต แล้วมึงล่ะไอ้กร เห็นแต่เที่ยวถ่ายรูปไปวัน ๆ ไม่คิดถึงกูบ้างหรือว่ะ” ชนาวิชญ์ขานรับอย่างรับรู้ แถมยังเอ่ยแซวออกไปด้วย ก่อนจะเอ่ยถามไปคนในสายอีกคน[เดี๋ยวกูเบื่อที่นี่ กูจะไปหามึงเองแหล่ะ ตอนนี้รับงานถ่ายรูปไว้เยอะเลย] วรากรตอบออกมา เมื่อรู้ว่าเพื่อนหมายถึงตน[เสียงเอะอะอะไรกันว่ะไอ้วิชญ์แทรกเข้ามา] ศุภวัฒน
ยินดีต้อนรับสู่บ้านเกิดณ บ้านของชนาวิชญ์“ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ” ชนิดาพนมมือไหว้เอ่ยต้อนรับทุกคนด้วยวาจาสุภาพอ่อนโยน ด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“น้องสาวผมเองครับหนูนิด ส่วนนี้แม่ของผมเองครับดูแลที่นี่แทนผมทุกอย่าง” ชนาวิชญ์จึงเอ่ยแนะนำครอบครัวของเขาให้ทุกคนรู้จัก“สวัสดีคะ/สวัสดีครับ”“เชิญทุกคนทางนี้เลยจ้ะ...” คำนางจึงพาทุกคนเดินไปทางที่พัก ที่ลูกชายแจ้งไว้แล้วว่าจะมีคนมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน“คุณพ่ออยู่ที่...” ชนาวิชญ์จึงหันมาเอายกับว่าที่พ่อตาของเขา“พ่อขอไปอยู่ร่วมกับพวกชัยดีกว่า ไม่รบกวนลูกหรอก” แต่ปราณนต์ดันขัดเอาไว้เสียก่อนเพราะรู้ดีว่าชนาวิชญ์จะพูดอะไร“แต่พ่อครับ”ปาณิศาจึงได้ปรามเขาไว้ เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อไม่ยอมมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับเธอหรอก ดีแค่ไหนแล้วที่ท่านยอมมาอยู่ด้วยกันที่นี่“เถอะน่า พ่ออยู่ได้วิชญ์” ปราณนต์พูดเช่นนั้นก็ถือกระเป๋าเดินตามทุกคนไปทางที่พักทันที“เราเข้าข้างในบ้านไปหายายกันเถอะครับ ข้างนอกอากาศร้อน” ชนาวิชญ์จึงเอ่ยชวนเธอเจ้าไปในบ้านหลังใหญ่ เพราะช่วงนี้อากาศอบอ้าว“น้ำจ้าพี่ปลาคนสวย” เมื่อเข้ามาภายในบ้าน เมื่อเคยมาครั้งที่แรก ชนิดาก็น้ำมาเสิร์ฟให้เ
พร้อมสู้ไปด้วยกัน“พร่ำกันจบแล้ว ก็รีบพากันเก็บของออกจากที่นี่ไปสะ” เป็นเสียงของบุคคลที่เดินเข้ามาภายในบ้านอย่างถือวิสาสะ“พี่อาร์ต!!!” ปาณิศาเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ว่าคนที่มาใหม่นั้นเป็นใคร ซึ่งเธอก็รู้จักสองพ่อลูกเป็นอย่างดี เพราะบิดาทำงานร่วมกัน“ใช่ พี่เอง เจ้าของบ้านคนใหม่ของบ้านหลังนี้ยังไง”“หมายความว่ายังไง”“ก็ตามที่ได้ยินนั้นแหล่ะ แต่ถ้าน้องปลาอยากได้บ้านคืนพี่มีวิธี”ปาณิศาลุกขึ้นยืน โดยมีผู้เป็นพ่อและชนาวิชญ์คอยช่วยประคอง เธอก้าวออกไปหาคนที่พูดขึ้นว่าจะเป็นเจ้าของคนใหม่ของบ้านหลังนี้“อย่าเข้ามาใกล้เมียผม” ชนาวิชญ์ผลักอกแกร่งให้ถอยออกห่างจากปาณิศาทันที เมื่อชายหนุ่มย่างกรายเข้ามาใกล้“หึ ไอ้ดารากระจอก ใฝ่สูงหวังจับคนรวย แต่เสียใจด้วยนะที่คนที่นายหวังจับหมดตัวเสียก่อน” ยศวรรธน์ยกยิ้มมุมปากพร้อมมองเหยียดเขาอย่างดูถูก“พี่จะมาพูดอะไรก็พูดออกมาเลย” ปาณิศาเข้าประเด็นทันที“มาเป็นเมียพี่สิ บ้านหลังนี้จะเป็นของน้องปลาทันที” เสียงเรียบนิ่งเอ่ย พร้อมใบหน้าดุร้ายมองมาที่เธออย่างเป็นผู้ชนะ“ไอ้ชั่ว!” ชนาวิชญ์กำมือแน่น พร้อมยกขึ้นหมายจะสาดใส่ใบหน้าคมของอีกฝ่ายทันที“เอาสิ ถ้ามึงกล้าต่
จบสิ้นหมดทุกอย่างแล้วรุ่งเช้าบ้านทัศนโสภณ“ไปทานข้าวกันก่อนครับ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกคนที่นั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับรอง ใบหน้าคอยแต่ชะเง้อไปทางประตูหน้าบ้านตลอด“ตอนนี้ฉันทานอะไรไม่ลงหรอกวิชญ์ ป่านนี้คุณพ่อกับน้าชัยยังไม่กลับมาเลย ปลาเป็นห่วงพ่อ...” น้ำเสียงอ่อนพร้อมกับใบหน้าที่มีแต่ความกังวลเอ่ยตอบกลับเขามา“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก ไปทานข้าวเช้ากันก่อนน่ะ” ชนาวิชญ์เดินไปนั่งลงข้าง ๆ แล้วเอ่ยปลอบเธออย่างอ่อนโยนหลังจากที่ปรึกษาหารือกับทางผู้ใหญ่พร้อมกับชดเชยค่าเสียหายต่าง ๆ เรื่องที่เขาหายออกไปจากงาน ในคืนก่อน และเรื่องภาพหลุดที่ถูกเผยแพร่ออกไปจนถึงเกือบเที่ยงคืนชนาวิชญ์เล่าบอกความจริงกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น จนสืบต้นตอของเรื่องทั้งหมดได้ ก็รีบจัดการแจ้งลบและแก้ข่าวให้ในทันที โดยใช้เรื่องกฎหมายเข้ามาช่วยส่วนหญิงสาวที่มีภาพหลุดมาด้วยนั้น คนของศุภวัฒน์ก็สืบทราบมาว่า หญิงสาวนั้นยถูกชายคนรักสวมเขา แล้วต้องการกลับมาหาชนาวิชญ์เพราะตอนนี้กำลังงมีชื่อเสียงปาณิศาทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับแขกคนสำคัญโดยการจัดอาหารมื้อสุดพิเศษ และชนาวิชญ์จึงใช้โอกาสนั้นบอกกับทางผู้ให
ปรึกษาหารือ“มีอะไรธิดา” เสียงทุ้มของผู้เป็นเจ้าบ้านเอ่ยถามเด็กสาวรับใช้ ที่ยืนมองมาที่เขาสองพ่อลูก แต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ปราณนต์จึงเป็นฝ่ายถามขึ้นเสียเอง“มีคนมาขอพบคุณวิชญ์ค่ะ คุณท่าน” หญิงสาวใช้เอ่ยบอกสุทธิดา หรือ ธิดา เด็กสาวรับใช้ในวัย 20 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของศักดิ์ชัยลูกน้องคนสนิทเขา ศักดิ์ชัยขอหญิงสาวมาเลี้ยงเองหลังจากที่ตัดสินใจเลิกลาแยกทางกันกับมารดาของเธอไปนั้นเอง สองพ่อลูกอาศัยอยู่ที่เรือนหลังเล็กในรั้วเดียวกันที่ปราณนต์เป็นผู้สร้างให้“???” สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างมีคำถามมากมายเกิดขึ้น แต่ไม่มีคำถามใด ๆ หลุดออกมาสักคำ“ผมหรือครับ ชื่ออะ...ไอ้เวย์! ไอ้กร!”ซึ่งเป็นจังหวะที่ชนาวิชญ์เดินกลับเข้ามาพอดี แล้วเอ่ยถามสุทธิดาออกไป แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยจบประโยค กลับต้องอุทานเป็นชื่อเพื่อนทั้งสองออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาเขาถึงที่นี่นั้นเป็นใคร“เออ! พวกกูเอง พอดีติดต่อมึงไม่ได้เลยคิดว่ามึงต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ เลยมาหา" ศุภวัฒน์เป็นฝ่ายพูดออกมา“นั่งก่อนสิ เวย์ กร” ปาณิศาจึงเป็นฝ่ายบอกให้แขกที่มาหาชนาวิชญ์นั้น นั่งลงคุยกันก่อน“ขอบคุณครับพี่ปลา สวัสดีครับคุณปราน พวกผมเป็นเพื่อนไอ้วิชญ
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
