Masuk“มุกกลับแล้วนะคะเฮีย”
“อืม” “…” แม้แต่หางตายังไม่หันมองแล แล้วเธอจะคาดหวังไปทำไมว่าเฮียคิเรย์จะต้องเดินลงไปส่งข้างล่าง มันก็เหมือนทุกครั้งอยู่แล้วที่เขาปฏิบัติต่อเธอราวธาตุอากาศ ไร้ตัวตน จะมีเลือดเนื้อและความรู้สึกบ้างก็แค่ตอนอยู่บนเตียง มุกดาเรียกรถแท็กซี่มาลงร้านอาหารตามสั่งร้านประจำไม่ไกลจากคอนโดเฮียนัก เป็นร้านที่เธอมาฝากท้องบ่อยๆ เวลามาหาเฮียที่คอนโด ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดงานและมุกดาไม่มีแพลนไปเที่ยวไหนหรือทำธุระอะไรอยู่แล้ว เอาจริงๆ เธอรอข้อความของเฮียคิเรย์แค่คนเดียว พอเขารู้ว่าเธอได้วันหยุดก็เรียกให้ไปหา มุกดาไม่แม้แต่อิดออดคิดเสียเวลาเพราะต้องการอยู่กับเฮียตามลำพัง แม้รู้เต็มอกว่าที่เขาต้องการตัวเธอก็แค่เรื่องอย่างว่า ขลุกตัวใช้แรงในห้องกันตลอดทั้งวัน ข้าวปลาไม่ตกถึงท้อง ซ้ำตอนออกจากห้องเฮียไม่ได้ถามไถ่เกี่ยวกับปากท้องเธอสักคำ ต้องเข้าใจคอนเซ็ปท์น้ำแตกแล้วแยกย้าย เธอถึงได้ลงเอยด้วยการนั่งกินข้าวคนเดียวเหงาๆ นี่ไง ครืด! ครืด! สมาร์ตโฟนเคสสีดำตัดกับเล็บเรียวยาวสีแดงสดของเจ้าของยามยกขึ้นแนบใบหู กรอกน้ำเสียงหวานคุยกับปลายสาย “เฮียตินโทรมามีอะไรคะ” (จะมีอะไรอีกคะ เฮียคิดถึงน้องมุกน่ะสิ) น้ำเสียงอีกฝ่ายที่โต้กลับเห็นทีจะหวานหยดย้อยกว่าเธอมาก (วันนี้วันหยุดของน้องมุกใช่ไหม งั้นหนูก็น่าจะว่าง หนูอยู่บ้านรึเปล่าเดี๋ยวเฮียไปรับ) เขารัวคำพูดจนเธอตามเกือบไม่ทัน “เฮียจะมารับมุกทำไมคะ” (พวกเฮียจะไปดื่มกันที่ผับไอ้คิเรย์ หนูมาคุมเฮียหน่อย เผื่อเฮียเมา นะคะ) เป็นนะคะที่เสียงอ้อนมาก แต่มุกดาไม่ได้คล้อยตาม ยังชั่งใจขบคิดกับคำชวนนั้น ผับเฮียคิเรย์เหรอ หากเธอตอบตกลงก็จะได้เจอเขาอีกครั้ง แม้คนที่ชวนจะไม่ใช่คนที่เธอต้องการก็ตาม (นะคะน้องมุก) “ก็ได้ค่ะ” มุกดาตอบรับคำชวนและส่งพิกัดที่เธออยู่ในตอนนี้ให้เขา (เฮียคิดว่าหนูอยู่ที่บ้านนะเนี่ย มีธุระแถวนั้นเหรอคะ ใกล้คอนโดไอ้คิเรย์พอดีเลย) ลืมไปว่าเขาเป็นคนขี้สงสัย ด้วยระยะทางบ้านของเธอและคอนโดเฮียคิเรย์เรียกได้ว่าอยู่คนล่ะอำเภอ แม้แต่สถานที่ทำงานของเธอคือคลับของคุณพายัพ หนึ่งในเพื่อนสนิทแก๊งเดียวกับเฮียคิเรย์ก็อยู่ใกล้ที่พักเธอเหมือนกัน เฮียตินจะแปลกใจหลังเห็นพิกัดที่เธอส่งไปก็คงไม่แปลก มุกดาอ้ำอึ้งนิดหน่อยพลางรีบคิดหาคำตอบ “มุกมาหาเพื่อนน่ะค่ะ หรือว่าเฮียจะให้มุกไปรอที่ผับเฮียคิเรย์เลยคะ” (ไม่ต้องเลย เดี๋ยวหนูก็ชิ่งหนีเฮียไปอีก เฮียไปรับเองดีกว่าค่ะ รอก่อนนะคะ” “ค่ะเฮีย” วางสายแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก ‘มาร์ติน’ เสือผู้หญิงตัวพ่อที่ไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจให้คนหล่อโคตรๆ อย่างเขามาชอบเธอ ถึงขนาดตามจีบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ บอกกับใครต่อใครว่าเธอคือคนที่ใช่ มิหนำซ้ำเขายังเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทแก๊งเดียวกับเฮียคิเรย์ คนที่เธอมีความสัมพันธ์ลับๆ มาอย่างยาวนาน และเฮียตินนี่แหละเป็นคนทำให้เธอกับเฮียคิเรย์ต้องสร้างสัมพันธ์พวกนี้ขึ้นมา ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่.. ในเวลาต่อมารถยุโรปคันคุ้นตาของมาร์ตินก็จอดเทียบหน้าร้านอาหารตามสั่ง เขารีบลงมาเปิดประตูรถให้มุกดาทันทีที่เห็นหญิงสาวยืนรออยู่ สีหน้าชายหนุ่มแลดูอิ่มเอิบมีความสุข ปล่อยพลังบวกสร้างรอยยิ้มแก่ผู้พบเห็นเสมอ “เอ่อ มุกคาดเองได้ค่ะเฮีย” หากแต่หนึ่งในนั้นไม่ได้รวมมุกดาอยู่ด้วย แม้มาร์ตินคือชายหนุ่มรูปงามและเป็นที่หมายปองของเหล่าสาวๆ รอยยิ้มละมุนที่มักกระชากใจใครต่อใครให้เหลวเป็นน้ำ มันใช้ไม่ได้กับมุกดา กลับกันแล้วอยู่กับเขา..มีแต่อึดอัด “ก็ได้ค่ะ” มาร์ตินยอมให้มุกดาคาดเข็มขัดเองตามที่เธอต้องการ ไม่วายมือสากจับแก้มนิ่มเบาๆ แสดงความมันเขี้ยวปนคิดถึง ต่อหน้ามุกดาฝืนยิ้มแห้ง แต่เขาคงไม่ทันสังเกตเห็นว่าลับสายตาแล้วเธอมีสีหน้าจืดเจื่อนมากแค่ไหน ผับคิเรย์ไม่ได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใหญ่เฉกเช่นคลับหรูของพายัพ แต่ทำเลที่ชายหนุ่มเลือกคือชานเมืองติดแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศวนเวียนเข้าออกหาความสนุกยังสถานบันเทิงแห่งนี้เป็นว่าเล่น ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำจนแทบไม่ต้องทำธุรกิจอื่นเพิ่ม หากแต่นั่นก็ไม่ใช่คิเรย์ เพราะนอกจากผับที่เป็นธุรกิจของตัวเอง ก็ยังมีธุรกิจโรงแรมของคุณย่าที่ท่านทิ้งไว้ให้หลานรักอย่างเขาก่อนจะลาสิ้นจากไป ไหนจะธุรกิจยิบย่อยที่เขาเป็นหุ้นส่วนในองค์กรอีก พูดถึงองค์กรแล้วก็คงข้ามผ่านไม่ได้ มันคือส่วนหนึ่งในชีวิตเขา ตัวตนและจิตวิญญาณอีกด้านที่เขาทุ่มเทมากกว่าสิ่งอื่นใด ‘แบล็ดเรด’ องค์กรมาเฟียอันดับต้นๆ ของไทยที่รวบรวมเหล่านักธุรกิจและผู้มีอิทธิพลชื่อดังไว้ด้วยกัน คิเรย์และเหล่าเพื่อนๆ คือหนึ่งในสมาชิกขององค์กรนี้ พวกเขาก่อตั้งมันด้วยกันมาตั้งแต่เป็นพวกหัวโปกไม่มีคนรู้จักจนชื่อเสียงเรียงนามแผ่ขยายเต็มไปด้วยอำนาจ มันคือหนึ่งในความภูมิใจของเขา “ผับมึงนี่คึกคักดีเนอะ มาทีไรคนแม่งเยอะตลอด” ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงมาร์ตินเอ่ยขึ้น เขาคือแฝดพี่ผู้มีนิสัยต่างจากแฝดน้องสุดขั้ว ‘มาร์คัส’ นี่คือชื่อของเขา “ทำเลดีก็งี้” เจ้าของผับยกยิ้มตอบ กรอกน้ำเมาเข้าปากราวน้ำเปล่า สายตาที่กวาดมองผู้คนในผับมิวายหันมาชายตาแลสองหนุ่มสาวข้างๆ ที่นั่งกระหนุงกระหนิงโต๊ะเดียวกันนานสองนาน เห็นแล้วก็..ขัดหูขัดตาพอสมควร “น้องมุกดื่มน้อยจัง กลัวเมาเหรอคะ” “ถ้ามุกเมาแล้วใครจะขับรถให้เฮียล่ะคะ” “ก็ไม่ต้องขับค่ะ ค้างที่นี่แทนไง ผับไอ้คิเรย์มีห้องข้างบนด้วยนะน้องมุกรู้ไหม” น้ำเสียงที่ใช้ สายตาที่มอง แถมยังขยับแนบชิดจนตัวติดกันเป็นปลิง คิเรย์มองแล้วก็ต้องเบนสายตาคมกล้าของตัวเองมองอย่างอื่นแก้เลี่ยน “เบาได้เบา มึงจะมอมเหล้ามุกดารึไง” ‘พายัพ’ เจ้านายของมุกดาเอ่ยปรามเพื่อนไม่จริงจังนัก ด้วยรู้นิสัยจอมกะล่อนขี้แกล้งของมาร์ตินเป็นอย่างดี คนอย่างมันถ้าคิดจะรวบหัวรวบหางจริงๆ ก็คงทำไปนานแล้ว แต่กับคนนี้มีอะไรบางอย่างที่พิเศษจนทำให้มันไม่กล้าคิดไปในทางแบบนั้นกับเธอ มีแต่จะถนอมและหยอกเล่นมากกว่า แต่ก็กลัวว่าหยอกมากๆ ไก่จะตื่นเสียก่อน.. “มึงก็พูดจาเลอะเทอะ เดี๋ยวน้องกลัวกูกันพอดี” มาร์ติน กลั้วหัวเราะในลำคอ สายตาพราวระยับจ้องมองคนตัวเล็กข้างกาย ที่เขาขอให้เธอมาช่วยคุมพฤติกรรมไม่ให้ดื่มเยอะจนเกินไป ทว่าเอาเข้าจริงตอนนี้กลับยกแก้วไม่หยุด แค่เห็นหน้าสวยๆ ของมุกดาก็อยากเมาจะได้อ้อน มาร์ตินชอบเวลาที่ได้วอแวคนน้องจนเธอแก้มแดงแจ๋ เป็นอะไรที่โคตรน่ารัก ไม่ช้าไม่นานก็เมาสมใจอยากจริงๆ มุกดาต้องหิ้วปีกร่างสูงลงมาที่รถด้วยกัน ทุลักทุเลจนเกือบจะล้มกลิ้งตั้งหลายรอบ “กุญแจล่ะคะเฮีย” ถามหากุญแจรถเพราะเฮียตินเป็นคนขอให้เธอขับไปส่งยังโรงแรมที่เขาพักอาศัย ปกติเวลาเฮียตินมาที่นี่ มาหาเพื่อนหรือมาหาเธอก็ตาม เขาจะพักโรงแรมในเครือของแบล็คเรด องค์กรธุรกิจมีเหล่ามาเฟียหลายร้อยชีวิตเป็นสมาชิก มุกดาจำทางไปโรงแรมได้ขึ้นใจ เธอเคยไปหลายครั้ง แค่ไปและกลับ ไม่เคยนอนค้าง อย่าได้คิดไปในทางแบบนั้นเชียวล่ะ “น้องมุก..” คนเมายิ้มตาลอย มือหนาป้วนเปี้ยนกับข้อมือเรียวเล็ก ช้อนสายตาหยาดเยิ้มมองร่างบางซึ่งยืนนอกประตูรถ ส่วนเขานั้นนั่งตัวโงนเงนบนเบาะ “เฮียติน มุกขอกุญแจ” “คุยกับเฮียก่อน” “จะคุยก็ต่อเมื่อเฮียให้กุญแจมุก” ท่าทางของเธอเวลาต่อรองอะไรกับเขาสักอย่างมันน่ารักจนใจเจ็บ มาร์ตินยอมล้วงกุญแจรถหรูส่งให้คนน้อง จากนั้นมุกดาก็โน้มตัวคาดเข็มขัดให้เขาจนจมูกชายหนุ่มสัมผัสกลิ่นน้ำหอมจากตัวเธอ แววตาหวานเยิ้มยังคงจ้องหน้าสะสวยไม่ละสายตา “ดูแลเฮียดีขนาดนี้ มีใจให้เฮียแล้วใช่ไหม” ถามอย่างคนมีความหวัง มุกดาทำเพียงแค่นยิ้มกลับไม่ได้ตอบอะไร มาร์ตินจึงถือวิสาสะลูบแก้มนิ่มทำเอาร่างบางสะดุ้ง จะจับมือเขาออกทว่ากลับถูกมือหนาฉุดดึงเข้าหาตัว เรี่ยวแรงชายทำเธอเซถลาจนหัวเกือบชนขอบหลังคารถ ลำตัวโน้มหาเขาแค่อีกนิดเดียวเกือบได้ขึ้นคร่อม ระยะระหว่างเราใกล้จนได้กลิ่นแอลกอฮอล์ของมาร์ตินชัดเจนเต็มสองรูจมูก “น้องมุกเปิดใจให้เฮียหน่อยเถอะ เฮียตามจีบหนูมานานแล้วนะ” เขาพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่หารู้ไม่ว่าคนฟังอย่างมุกดาอึดอัดใจมากแค่ไหน “เฮียปล่อยมุกก่อนค่ะ” “ไม่..น้องมุกบอกเฮียมาก่อนสิว่าเราเป็นอะไรกัน” ทั้งที่เมาขนาดนี้แต่ยังรั้นจะคุยเรื่องความในใจ ไม่ดูเวล่ำเวลาว่ามันสมควรหรือเปล่า มาร์ตินก็แค่อยากได้รับความชัดเจนจากคนตัวเล็กบ้าง เขากำลังทำในสิ่งที่มุกดาไม่ชอบ แต่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงปฏิเสธเขาไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้เขาตามจีบนานมาจนถึงทุกวันนี้หลังอาบน้ำเสร็จจัดการตัวเองอยู่ในชุดพร้อมนอน แต่ฉันและซาร่าห์ยังไม่ง่วง นอนเล่นมือถือได้นานนับชั่วโมง จากที่บอกเฮียตินว่าอยากพักผ่อน ถ้าเฮียมาเห็นเราในสภาพนี้คงขายหน้าแย่“เจ้ ดูอะไรนี่สิ” “หืม มีอะไร” ฉันเลิกคิ้วมองซาร่าห์ที่ส่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ดูบางอย่าง สิ่งที่ปรากฏในจอคือข่าวเกี่ยวกับแม่นางแบบน้ำฟ้า พาดหัวข่าวทำนองว่าแอบเดตกับหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงฉันคงจะไม่สนใจหากไม่ติดตรงภาพในข่าวเพิ่งแอบโดนถ่ายสดๆ ร้อนๆ วันนี้ ดูได้จากชุดที่เธอใส่ กระเป๋าที่เธอถือ แล้วไหนจะหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงในข่าวแอบถ่ายได้ไกลมาก ต่อให้เห็นยัยน้ำฟ้าชัดแต่นักธุรกิจหนุ่มที่ว่าค่อนข้างจะเบลอไปหน่อย แต่ว่ารถนี่สิ รถที่พวกเขานั่งด้วยกันมันสะดุดตาสะดุดใจฉันเหลือเกิน “เห็นผู้ชายไม่ชัด แต่รถนี่คล้ายของเขามากเลยนะเจ้” ‘เขา’ ที่ซาร่าห์หมายถึงคงไม่ใช่ใครอื่นไกล และน้องก็คิดเหมือนฉันซะด้วยสิ“เฮียคิเรย์เหรอ..” เอ่ยออกไปแผ่วเบาเหมือนคนหาเสียงตัวเองไม่เจอ หัวสมองหนักอึ้งอย่างกับถูกทุบด้วยของแข็ง“แต่รถแบบเฮียไม่ได้มีคันเดียวสักหน่อยเนอะ เลขทะเบียนก็เห็นแบบลางๆ อาจไม่ใช่ก็ได้นะเจ้” น้องพยายามปลอบฉันเมื่อเห
“จองแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอคะ แต่คนที่จับชุดนี้ก่อนคือพวกฉันนะ และเราก็กำลังจะซื้อชุดนี้ด้วย” ซาร่าห์จิกลูกกะตาจ้องตอบอีกฝ่ายแบบไม่ยอมลงให้ง่ายๆ ปกติไม่ชอบแย่งชิงอะไรกับใครเขาหรอก แต่กับผู้หญิงคนนี้มีเซ้นส์บางอย่างที่บอกฉันว่าต้องห้ามอ่อนข้อให้เด็ดขาด “ฉันจะซื้อตัวนี้ค่ะ”“อ้าวแม่นี่ ก็บอกแล้วไงจ๊ะว่าชุดนี้น้องน้ำฟ้าจองแล้ว” ผู้จัดการแม่นางแบบไฟท์กลับ หล่อนพร้อมกระชากชุดที่ว่าไปอยู่ในกำมือตัวเองได้ทุกเมื่อหากฉันเผลอ “นี่ นังบ้านนอก อย่าดันทุรังอยากได้ของที่ไม่มีปัญญาซื้อได้ปะ” “เอ้าอีนี่ นั่นปากหรือส้วมห้ะ!” ซาร่าห์หมดความอดทน“แล้วแกจะทำไม!” ต่างฝ่ายต่างพร้อมปะทะกันสุดๆ ร้อนไปถึงพนักงานคนอื่นๆ ต้องเข้ามาช่วยห้ามปราม พี่เมฆช่วยจับแยกอีกแรง ซึ่งหากไม่มีคนห้ามก็คงได้ตบกันนัวกลางชอปไปแล้ว“เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันอยู่ในขั้นพิจารณารับเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์นี้ ถ้าฉันไม่ได้ชุดที่จองไว้ ก็อย่าหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกัน แล้วถ้าผู้บริหารถามว่าทำไมฉันไม่ตกลงเซ็นสัญญา ฉันก็จะบอกว่าเป็นความผิดเธอ” ยัยน้ำฟ้าขู่พนักงานเสียงขรมจนพวกเขาก้มหัวไม่กล้าสู้หน้า มาถึงขั้นนี้ฉันพอจะเข้าใจบ้างแล้ว ถ้าฉันไม่
มุกดา |Partฉันพูดได้เต็มปากอย่างไม่อายว่าชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันนี้นับตั้งแต่ได้เจอกับเฮียคิเรย์ รวมไปถึงเพื่อนๆ ของเขา หรือแม้แต่เฮียตินที่ตามจีบฉันอยู่ก็ตาม ชีวิตที่เคยขัดสนได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทานของอร่อยที่ไม่เคยทานมาก่อน มีคนคอยดูแลอารักขาราวกับเจ้าหญิง มีชีวิตหรูหราในแบบที่ไม่คิดว่าจะมี และถึงแม้โอมากาเสะคอร์สหมื่นจะอร่อยมากแค่ไหน ยังไงฉันก็ไม่ลืมแกงไตปลาปักษ์ใต้บ้านเกิดตัวเองหรอกนะ “พี่เมฆไปหาอะไรทำก่อนก็ได้ ไม่ต้องเดินตามฉันสองคนหรอก”“ไม่ได้ครับคุณมุกดา นายสั่งผมให้ดูแลคุณทั้งสองคน ผมต้องทำตามคำสั่งนายครับ” พี่เมฆบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ยอมห่างจากกันสักวินาที เดินตามราวเป็นหุ่นยนต์จนฉันและซาร่าห์อึดอัดอยู่บ้าง แต่จะทำไงให้ในเมื่อเฮียตินให้พี่เมฆผู้เป็นลูกน้องขับรถไปรับฉันและซาร่าห์เข้ามาในกรุงเทพเพื่อเดินทาง ทริปทะเลพรุ่งนี้จะได้เป็นไปอย่างสะดวก ฉันต้องการชอปปิงเสื้อผ้ารองเท้าตามประสาผู้หญิงกับซาร่าห์แค่สองคน เฮียตินก็ยังกำชับให้พี่เมฆตามมาคอยดูแล ไม่พอแค่นั้น เฮียยังสั่งพี่เมฆอีกว่าหากฉันและซาร่าห์ต้องการอะไรก็ให้พี่เมฆเป็นคนจัดก
ครั้นถึงเวลาเลิกงาน มุกดามัวแต่อยู่ช่วยน้องพนักงานคนอื่นๆ เก็บของ ทำให้กลับช้ากว่าปกติ แล้วบทจะดวงซวยมันก็ซวยแบบติดๆ ราวนัดกันมา“ทำไมเป็นงี้วะเนี่ย” หัวร้อนผ่าวเพราะสภาพยางล้อรถทั้งสี่แบนแต๋ติดพื้น แล้วรถของเธอคันใหม่เอี่ยมอ่องเพราะดูแลรักษาเป็นอย่างดี ก็อย่างว่าแหละ…เฮียคิเรย์เป็นคนซื้อให้เอง มุกดาเลยมั่นใจว่าที่รถของเธอล้อแบนแบบนี้ต้องเป็นฝีมือคนทำใครมันชั่งกล้า!“มีอะไรพี่ช่วยมั้ยครับ”“เชี่ย! มาได้ไงเนี่ย” ตกใจจนตัวสะดุ้ง มือเรียวยกทาบหน้าอกในขณะกำลังก้มๆ เงยๆ สำรวจรอบรถแล้วเจอเข้ากับชายคนเดิมที่พึ่งปะทะฝีปากกันไปไม่นานหรือว่าจะเป็นฝีมือหมอนี่?“ว่าไงครับคนสวย พี่ช่วยไหม”“ไม่ต้องค่ะ ถ้าจะช่วยแต่ช่วยหลีกไปไกลๆ ก็พอ” แม้สงสัยแต่ไม่อยากปรักปรำและหาเหาใส่หัว ดูท่าแล้วผู้ชายคนนี้คงดื่มไปใช่น้อย ตาแดงๆ กลิ่นเหล้าก็แรงแสบจมูก“เอาน่า พี่ช่วย ไหนมาดูหน่อย…โห แบนทั้งสี่ล้อเลย”หน็อยยยย! มันเหมือนเยาะเย้ยกันมากกว่าจะช่วยนะ มุกดายืนเท้าสะเอวนับหนึ่งถึงสิบให้ตัวเองใจเย็นๆ“แต่ยางแบนขนาดนี้พี่ซ่อมไม่เป็นหรอก เอางี้สิ..ให้พี่ไปส่งที่บ้าน ดีมั้ยครับ” ร่างสูงกว่าเธอหลายเซนติเมตรโน
คิเรย์หยิบอีกสองสามชุดขึ้นมาดู มันมีแต่ชุดว่ายน้ำวาบหวิวทั้งนั้น ไม่รู้ไอ้ตินคิดบ้าอะไรถึงได้เหมาชุดพวกนี้เตรียมไว้ให้มุกดา เธอจะมองเพื่อนเขาเป็นคนหมกมุ่นไหมนะ“ให้ใส่ชุดแบบนี้ ไม่หวงเหรอ” “หวงทำไม ต้องรู้จักใจกว้าง” มาร์ตินยิ้มขำ สีหน้ากะล่อนมองคิเรย์ที่ให้ความสนอกสนใจกับกองชุดเหล่านี้ “หรือมึงหวง” เลิกคิ้วถามเสียงเรียบคิเรย์จ้องหน้าอีกฝ่ายกลับ ยอมรับว่าเมื่อครู่ใจเต้นแรงกับคำถามสุ่มสี่สุ่มห้าของมัน “ทำไมกูต้องหวง”“ก็เห็นมึงดูไม่สบายใจ ดูเป็นเดือนเป็นร้อนแทนคนใส่”“กูก็แค่ถามไปงั้น” คิเรย์กลบเกลื่อนความรู้สึกหงุดหงิดใจ โยนชุดที่ถือในมือบนเตียง “เห็นมึงหวงมุกดานักหนาแต่ยอมให้ใส่ชุดพวกนี้”“กูยังไม่ได้เป็นผัวน้องไหมล่ะ ออกตัวเยอะเดี๋ยวน้องไม่ปลื้ม” ตอบทีเล่นทีจริงด้วยอารมณ์ขัน แต่คนที่ไม่ขำด้วยก็คือคิเรย์ปากบอกยังไม่เป็นผัว แต่แม่งทุกวันนี้มันสนใจแต่มุกดาจนคนอื่นเขาคิดว่าคบกันหมดแล้ว และต่อให้หงุดหงิดใจแค่ไหน ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ เก็บจนไปๆ มาๆ จะกลายเป็นระเบิดตู้มอยู่แล้วหลังลูกน้องสรรหาชุดที่โดนใจ ตรงสี ตรงไซต์มาได้สำเร็จเพื่อที่มาร์ตินจะเก็บชุดที่ว่าไว้เซอร์ไพรส์
ธุรกิจโรงแรมสุดหรูติดชานเมืองหลวงคืออีกหนึ่งมรดกที่คิเรย์ได้รับจากคุณย่าหลังจากท่านเสียชีวิตได้หลายปีแล้ว แรกเริ่มเดิมทีมันตกอยู่ในความดูแลของลูกพี่ลูกน้องคนสนิทแต่เมื่อเขากลับมาตั้งต้นชีวิตที่ไทยก็ต้องสืบต่อหน้าที่เจ้าของกิจการตัวจริงด้วยตัวเองปกติคิเรย์จะเทียวไปเทียวมากรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพราะต้องดูแลทั้งผับและโรงแรม แม้เทคโนโลยีสมัยใหม่จะสั่งงานทางไกลและควบคุมทุกอย่างได้ดี แต่การเข้ามาดูแลด้วยตัวเองย่อมดีกว่าอย่างในวันนี้มีแขกคนสำคัญเป็นถึงคณะท่านทูต คิเรย์จึงต้องมาดูแลต้อนรับด้วยตัวเอง พนักงานของเขาก็ช่วยจัดการเตรียมพร้อมทุกอย่างตามที่สั่งไป ไม่มีจุดไหนขาดตกบกพร่อง ทั้งแขกเข้าพักและเจ้าของโรงแรมหน้าตาชื่นบานกันถ้วนหน้า “ฝากที่เหลือด้วยนะครับพี่โสภา”“ได้ค่ะคุณคิเรย์ ไว้ใจพี่ได้เลยค่ะ” เลขาสาวรุ่นใหญ่ยิ้มแย้มรับคำ เรื่องงานเธอไม่เคยทำให้เจ้านายหนุ่มผิดหวังเลยสักครั้งฝากฝังงานเสร็จแล้ว คิเรย์รีบบึ่งออกจากโรงแรมเพราะเขามีที่ที่ต้องไปต่อ ยานพาหนะคันโปรดคู่ใจขับไปตามถนนสายหลักซึ่งเส้นทางที่ว่าพาเขามาถึงจุดหมายปลายทางในไม่ช้าไม่นานโรงพยาบาลสัตว์ pet BRตึกสีขาวทันสมัยสองช







