Masuk“มุกกลับแล้วนะคะเฮีย”
“อืม” “…” แม้แต่หางตายังไม่หันมองแล แล้วเธอจะคาดหวังไปทำไมว่าเฮียคิเรย์จะต้องเดินลงไปส่งข้างล่าง มันก็เหมือนทุกครั้งอยู่แล้วที่เขาปฏิบัติต่อเธอราวธาตุอากาศ ไร้ตัวตน จะมีเลือดเนื้อและความรู้สึกบ้างก็แค่ตอนอยู่บนเตียง มุกดาเรียกรถแท็กซี่มาลงร้านอาหารตามสั่งร้านประจำไม่ไกลจากคอนโดเฮียนัก เป็นร้านที่เธอมาฝากท้องบ่อยๆ เวลามาหาเฮียที่คอนโด ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดงานและมุกดาไม่มีแพลนไปเที่ยวไหนหรือทำธุระอะไรอยู่แล้ว เอาจริงๆ เธอรอข้อความของเฮียคิเรย์แค่คนเดียว พอเขารู้ว่าเธอได้วันหยุดก็เรียกให้ไปหา มุกดาไม่แม้แต่อิดออดคิดเสียเวลาเพราะต้องการอยู่กับเฮียตามลำพัง แม้รู้เต็มอกว่าที่เขาต้องการตัวเธอก็แค่เรื่องอย่างว่า ขลุกตัวใช้แรงในห้องกันตลอดทั้งวัน ข้าวปลาไม่ตกถึงท้อง ซ้ำตอนออกจากห้องเฮียไม่ได้ถามไถ่เกี่ยวกับปากท้องเธอสักคำ ต้องเข้าใจคอนเซ็ปท์น้ำแตกแล้วแยกย้าย เธอถึงได้ลงเอยด้วยการนั่งกินข้าวคนเดียวเหงาๆ นี่ไง ครืด! ครืด! สมาร์ตโฟนเคสสีดำตัดกับเล็บเรียวยาวสีแดงสดของเจ้าของยามยกขึ้นแนบใบหู กรอกน้ำเสียงหวานคุยกับปลายสาย “เฮียตินโทรมามีอะไรคะ” (จะมีอะไรอีกคะ เฮียคิดถึงน้องมุกน่ะสิ) น้ำเสียงอีกฝ่ายที่โต้กลับเห็นทีจะหวานหยดย้อยกว่าเธอมาก (วันนี้วันหยุดของน้องมุกใช่ไหม งั้นหนูก็น่าจะว่าง หนูอยู่บ้านรึเปล่าเดี๋ยวเฮียไปรับ) เขารัวคำพูดจนเธอตามเกือบไม่ทัน “เฮียจะมารับมุกทำไมคะ” (พวกเฮียจะไปดื่มกันที่ผับไอ้คิเรย์ หนูมาคุมเฮียหน่อย เผื่อเฮียเมา นะคะ) เป็นนะคะที่เสียงอ้อนมาก แต่มุกดาไม่ได้คล้อยตาม ยังชั่งใจขบคิดกับคำชวนนั้น ผับเฮียคิเรย์เหรอ หากเธอตอบตกลงก็จะได้เจอเขาอีกครั้ง แม้คนที่ชวนจะไม่ใช่คนที่เธอต้องการก็ตาม (นะคะน้องมุก) “ก็ได้ค่ะ” มุกดาตอบรับคำชวนและส่งพิกัดที่เธออยู่ในตอนนี้ให้เขา (เฮียคิดว่าหนูอยู่ที่บ้านนะเนี่ย มีธุระแถวนั้นเหรอคะ ใกล้คอนโดไอ้คิเรย์พอดีเลย) ลืมไปว่าเขาเป็นคนขี้สงสัย ด้วยระยะทางบ้านของเธอและคอนโดเฮียคิเรย์เรียกได้ว่าอยู่คนล่ะอำเภอ แม้แต่สถานที่ทำงานของเธอคือคลับของคุณพายัพ หนึ่งในเพื่อนสนิทแก๊งเดียวกับเฮียคิเรย์ก็อยู่ใกล้ที่พักเธอเหมือนกัน เฮียตินจะแปลกใจหลังเห็นพิกัดที่เธอส่งไปก็คงไม่แปลก มุกดาอ้ำอึ้งนิดหน่อยพลางรีบคิดหาคำตอบ “มุกมาหาเพื่อนน่ะค่ะ หรือว่าเฮียจะให้มุกไปรอที่ผับเฮียคิเรย์เลยคะ” (ไม่ต้องเลย เดี๋ยวหนูก็ชิ่งหนีเฮียไปอีก เฮียไปรับเองดีกว่าค่ะ รอก่อนนะคะ” “ค่ะเฮีย” วางสายแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก ‘มาร์ติน’ เสือผู้หญิงตัวพ่อที่ไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจให้คนหล่อโคตรๆ อย่างเขามาชอบเธอ ถึงขนาดตามจีบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ บอกกับใครต่อใครว่าเธอคือคนที่ใช่ มิหนำซ้ำเขายังเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทแก๊งเดียวกับเฮียคิเรย์ คนที่เธอมีความสัมพันธ์ลับๆ มาอย่างยาวนาน และเฮียตินนี่แหละเป็นคนทำให้เธอกับเฮียคิเรย์ต้องสร้างสัมพันธ์พวกนี้ขึ้นมา ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่.. ในเวลาต่อมารถยุโรปคันคุ้นตาของมาร์ตินก็จอดเทียบหน้าร้านอาหารตามสั่ง เขารีบลงมาเปิดประตูรถให้มุกดาทันทีที่เห็นหญิงสาวยืนรออยู่ สีหน้าชายหนุ่มแลดูอิ่มเอิบมีความสุข ปล่อยพลังบวกสร้างรอยยิ้มแก่ผู้พบเห็นเสมอ “เอ่อ มุกคาดเองได้ค่ะเฮีย” หากแต่หนึ่งในนั้นไม่ได้รวมมุกดาอยู่ด้วย แม้มาร์ตินคือชายหนุ่มรูปงามและเป็นที่หมายปองของเหล่าสาวๆ รอยยิ้มละมุนที่มักกระชากใจใครต่อใครให้เหลวเป็นน้ำ มันใช้ไม่ได้กับมุกดา กลับกันแล้วอยู่กับเขา..มีแต่อึดอัด “ก็ได้ค่ะ” มาร์ตินยอมให้มุกดาคาดเข็มขัดเองตามที่เธอต้องการ ไม่วายมือสากจับแก้มนิ่มเบาๆ แสดงความมันเขี้ยวปนคิดถึง ต่อหน้ามุกดาฝืนยิ้มแห้ง แต่เขาคงไม่ทันสังเกตเห็นว่าลับสายตาแล้วเธอมีสีหน้าจืดเจื่อนมากแค่ไหน ผับคิเรย์ไม่ได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใหญ่เฉกเช่นคลับหรูของพายัพ แต่ทำเลที่ชายหนุ่มเลือกคือชานเมืองติดแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศวนเวียนเข้าออกหาความสนุกยังสถานบันเทิงแห่งนี้เป็นว่าเล่น ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำจนแทบไม่ต้องทำธุรกิจอื่นเพิ่ม หากแต่นั่นก็ไม่ใช่คิเรย์ เพราะนอกจากผับที่เป็นธุรกิจของตัวเอง ก็ยังมีธุรกิจโรงแรมของคุณย่าที่ท่านทิ้งไว้ให้หลานรักอย่างเขาก่อนจะลาสิ้นจากไป ไหนจะธุรกิจยิบย่อยที่เขาเป็นหุ้นส่วนในองค์กรอีก พูดถึงองค์กรแล้วก็คงข้ามผ่านไม่ได้ มันคือส่วนหนึ่งในชีวิตเขา ตัวตนและจิตวิญญาณอีกด้านที่เขาทุ่มเทมากกว่าสิ่งอื่นใด ‘แบล็ดเรด’ องค์กรมาเฟียอันดับต้นๆ ของไทยที่รวบรวมเหล่านักธุรกิจและผู้มีอิทธิพลชื่อดังไว้ด้วยกัน คิเรย์และเหล่าเพื่อนๆ คือหนึ่งในสมาชิกขององค์กรนี้ พวกเขาก่อตั้งมันด้วยกันมาตั้งแต่เป็นพวกหัวโปกไม่มีคนรู้จักจนชื่อเสียงเรียงนามแผ่ขยายเต็มไปด้วยอำนาจ มันคือหนึ่งในความภูมิใจของเขา “ผับมึงนี่คึกคักดีเนอะ มาทีไรคนแม่งเยอะตลอด” ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงมาร์ตินเอ่ยขึ้น เขาคือแฝดพี่ผู้มีนิสัยต่างจากแฝดน้องสุดขั้ว ‘มาร์คัส’ นี่คือชื่อของเขา “ทำเลดีก็งี้” เจ้าของผับยกยิ้มตอบ กรอกน้ำเมาเข้าปากราวน้ำเปล่า สายตาที่กวาดมองผู้คนในผับมิวายหันมาชายตาแลสองหนุ่มสาวข้างๆ ที่นั่งกระหนุงกระหนิงโต๊ะเดียวกันนานสองนาน เห็นแล้วก็..ขัดหูขัดตาพอสมควร “น้องมุกดื่มน้อยจัง กลัวเมาเหรอคะ” “ถ้ามุกเมาแล้วใครจะขับรถให้เฮียล่ะคะ” “ก็ไม่ต้องขับค่ะ ค้างที่นี่แทนไง ผับไอ้คิเรย์มีห้องข้างบนด้วยนะน้องมุกรู้ไหม” น้ำเสียงที่ใช้ สายตาที่มอง แถมยังขยับแนบชิดจนตัวติดกันเป็นปลิง คิเรย์มองแล้วก็ต้องเบนสายตาคมกล้าของตัวเองมองอย่างอื่นแก้เลี่ยน “เบาได้เบา มึงจะมอมเหล้ามุกดารึไง” ‘พายัพ’ เจ้านายของมุกดาเอ่ยปรามเพื่อนไม่จริงจังนัก ด้วยรู้นิสัยจอมกะล่อนขี้แกล้งของมาร์ตินเป็นอย่างดี คนอย่างมันถ้าคิดจะรวบหัวรวบหางจริงๆ ก็คงทำไปนานแล้ว แต่กับคนนี้มีอะไรบางอย่างที่พิเศษจนทำให้มันไม่กล้าคิดไปในทางแบบนั้นกับเธอ มีแต่จะถนอมและหยอกเล่นมากกว่า แต่ก็กลัวว่าหยอกมากๆ ไก่จะตื่นเสียก่อน.. “มึงก็พูดจาเลอะเทอะ เดี๋ยวน้องกลัวกูกันพอดี” มาร์ติน กลั้วหัวเราะในลำคอ สายตาพราวระยับจ้องมองคนตัวเล็กข้างกาย ที่เขาขอให้เธอมาช่วยคุมพฤติกรรมไม่ให้ดื่มเยอะจนเกินไป ทว่าเอาเข้าจริงตอนนี้กลับยกแก้วไม่หยุด แค่เห็นหน้าสวยๆ ของมุกดาก็อยากเมาจะได้อ้อน มาร์ตินชอบเวลาที่ได้วอแวคนน้องจนเธอแก้มแดงแจ๋ เป็นอะไรที่โคตรน่ารัก ไม่ช้าไม่นานก็เมาสมใจอยากจริงๆ มุกดาต้องหิ้วปีกร่างสูงลงมาที่รถด้วยกัน ทุลักทุเลจนเกือบจะล้มกลิ้งตั้งหลายรอบ “กุญแจล่ะคะเฮีย” ถามหากุญแจรถเพราะเฮียตินเป็นคนขอให้เธอขับไปส่งยังโรงแรมที่เขาพักอาศัย ปกติเวลาเฮียตินมาที่นี่ มาหาเพื่อนหรือมาหาเธอก็ตาม เขาจะพักโรงแรมในเครือของแบล็คเรด องค์กรธุรกิจมีเหล่ามาเฟียหลายร้อยชีวิตเป็นสมาชิก มุกดาจำทางไปโรงแรมได้ขึ้นใจ เธอเคยไปหลายครั้ง แค่ไปและกลับ ไม่เคยนอนค้าง อย่าได้คิดไปในทางแบบนั้นเชียวล่ะ “น้องมุก..” คนเมายิ้มตาลอย มือหนาป้วนเปี้ยนกับข้อมือเรียวเล็ก ช้อนสายตาหยาดเยิ้มมองร่างบางซึ่งยืนนอกประตูรถ ส่วนเขานั้นนั่งตัวโงนเงนบนเบาะ “เฮียติน มุกขอกุญแจ” “คุยกับเฮียก่อน” “จะคุยก็ต่อเมื่อเฮียให้กุญแจมุก” ท่าทางของเธอเวลาต่อรองอะไรกับเขาสักอย่างมันน่ารักจนใจเจ็บ มาร์ตินยอมล้วงกุญแจรถหรูส่งให้คนน้อง จากนั้นมุกดาก็โน้มตัวคาดเข็มขัดให้เขาจนจมูกชายหนุ่มสัมผัสกลิ่นน้ำหอมจากตัวเธอ แววตาหวานเยิ้มยังคงจ้องหน้าสะสวยไม่ละสายตา “ดูแลเฮียดีขนาดนี้ มีใจให้เฮียแล้วใช่ไหม” ถามอย่างคนมีความหวัง มุกดาทำเพียงแค่นยิ้มกลับไม่ได้ตอบอะไร มาร์ตินจึงถือวิสาสะลูบแก้มนิ่มทำเอาร่างบางสะดุ้ง จะจับมือเขาออกทว่ากลับถูกมือหนาฉุดดึงเข้าหาตัว เรี่ยวแรงชายทำเธอเซถลาจนหัวเกือบชนขอบหลังคารถ ลำตัวโน้มหาเขาแค่อีกนิดเดียวเกือบได้ขึ้นคร่อม ระยะระหว่างเราใกล้จนได้กลิ่นแอลกอฮอล์ของมาร์ตินชัดเจนเต็มสองรูจมูก “น้องมุกเปิดใจให้เฮียหน่อยเถอะ เฮียตามจีบหนูมานานแล้วนะ” เขาพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่หารู้ไม่ว่าคนฟังอย่างมุกดาอึดอัดใจมากแค่ไหน “เฮียปล่อยมุกก่อนค่ะ” “ไม่..น้องมุกบอกเฮียมาก่อนสิว่าเราเป็นอะไรกัน” ทั้งที่เมาขนาดนี้แต่ยังรั้นจะคุยเรื่องความในใจ ไม่ดูเวล่ำเวลาว่ามันสมควรหรือเปล่า มาร์ตินก็แค่อยากได้รับความชัดเจนจากคนตัวเล็กบ้าง เขากำลังทำในสิ่งที่มุกดาไม่ชอบ แต่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงปฏิเสธเขาไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้เขาตามจีบนานมาจนถึงทุกวันนี้เธอรีบลากแขนเขาพร้อมถุงมะม่วงเบาออกมา ก่อนที่คนตัวโตจะได้จัดการเผารังมดแดงแล้วลุกลามวอดวายกันไปทั้งสวนมุกดาเตรียมน้ำปลาหวาน ทีเด็ดขาดไม่ได้คือพริกเกลือลาว นั่งล้อมวงบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะยมริมทุ่งที่พ่อมักเอาวัวควายมาล่ามให้กินหญ้าบริเวณนี้ บรรยากาศตอนเย็นกำลังดี เป็นการกินมะม่วงที่มีแต่เสียงซู้ดปากเพราะทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด มาเฟียหนุ่มและลูกน้องหน้าแดงไปตามๆ กัน สักครู่เดียวมีสายโทรเข้ามา มุกดารีบรับสาย คุยตอบอะไรกับทางโน้นไม่กี่คำก็กดวาง“ใครโทรมาเหรอ”“พี่จูนค่ะ มุกถ่ายรูปมะม่วงเบาส่งไปอวด พี่อยากกินด้วย มุกก็เลยชวนมา ถ้าไม่พอมุกจะไปปีนให้อีก..”“พอเลย..หยุดความคิดไว้แค่นั้น” คิเรย์รีบเบรก ไม่อยากให้เมียตกต้นไม้รอบสอง และไม่อยากต้องทะเลาะกับมดแดงถ้าเกิดมันเข้าในกางเกงกัดจิ๋มน้อยๆ ของเมียเขา “พวกมึงสองคนถ้าปีนต้นไม้ไม่เป็นก็ไปหาไม้มาสอย อย่าให้ต้องถึงมือเมียกูอีก” มะม่วงเบาคาอยู่ในปากของนายน์และว่าน กินเพลินจนลืมไปว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ทั้งสองคนยิ้มแหยก่อนรีบวิ่งออกจากสวนเพื่อจัดการหาไม้มาสอย“เฮียก็ชอบดุพวกเขา หูลู่หางตกหมดแล้ว”“ถ้ามันอยากทำงานกับเฮียนานๆ ก็ต้องดุกัน
กว่าความเร่าร้อนจะลดทอนน้อยลง มุกดาเกือบหลับคาลำเอ็น คิเรย์ต้องอุ้มพาเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวด้วยกัน ก่อนออกมาจากห้องน้ำก็ยังช่วยซับแข้ง ซับขา ใส่แพนตี้ ใส่กางเกงนอนให้พร้อมเสร็จสรรพ คืนนี้เขาไม่อยากรังแกเธอเยอะ เหนื่อยมาทั้งวันกับการประกวดก็ควรได้นอนพักผ่อนบ้าง เขากินเธอแค่รอบเดียวก็อิ่มเอมแล้ว เก็บไว้ครั้งต่อๆ ไปได้ ถึงอย่างไรไม่มีความคิดเปลี่ยนใจไปจากคนนี้แล้ว “เฮียขา” “ขา~” ขานรับคนตัวเล็กเสียงหวาน เขาอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เมื่อก่อนติดคำว่าอาย แต่พอลองได้แสดงออกไป เขามีความสุข มุกดาก็มีความสุข ยิ้มเขินไม่หยุด “วันนี้ลอยกระทงมุกมีความสุขมาก” “…” “ปีแรกที่ได้ลอยกับเฮีย เหมือนฝันเลยอะ” คิเรย์ตั้งใจฟังทุกคำของอีกฝ่าย แม้เจ้าตัวนั้นจะสัปหงกแทบหลับเต็มทีก็ตาม “ปีหน้าเราไปต้องได้ลอยกระทงด้วยกันอีกนะคะ “แน่นอนครับ เฮียจะอยู่ลอยกับเธอทุกปี จะอยู่กับเธอทุกเทศกาลเลยนะ” มือหยาบลูบผมนิ่มจนคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม เธอถามคำถามอีกประโยค เล่นเอาใจแกร่งสั่นไหว “เฮียรักมุกมั้ยคะ” ทั้งที่ตาจะหลับแล้วแต่ยังอยากได้ยินอะไรดีๆ ก่อนนอน จะได้นอนฝันหวาน คิเรย์มองมุกดาด้วยสายตาคล้ายมีฟ
เสียงหยาบโลนปนไปกับเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจไม่ใช่เกิดการฆาตกรรมกันแต่อย่างใด แค่ผัวเมียคู่หนึ่งที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง พลอดรักเร่าร้อนบนเตียงชนิดที่ว่าหมอน ผ้าหม ผ้าปูที่นอนกระจุยกระจาย ร่างขาวโพลนอวดบั้นท้ายงามงอน ขณะช่องทางรักมีท่อนเนื้อขนาดใหญ่ผลุบโผล่เข้าออกเป็นจังหวะรุนแรง ควบขี่เธอเหมือนขี่ม้า ฟาดฝ่ามือสากใส่แก้มก้นนิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นรอยแดงเถือก คนถูกฟาดก็สะใจ ร่อนขย่มสะโพกสวนกลับเอาเป็นเอาตาย ร่องเนื้อบีบรัดแก่นกายยักษ์จนได้ยินเสียงซู้ดปากครั้งแล้วครั้งเล่า เพิ่มไฟร่านในตัวให้ลุกโชน“อ๊ะ! อ๊า..เสียวสุดๆ” ใบหน้าสวยหวานร้อนแรงตามอารมณ์กระสันซ่าน เชิดหน้าปลดปล่อยเสียงครางหวานขณะโดนกระแทกกระทั้นไม่มีพัก“ซี้ดดด ท่านี้โคตรดี เสียวชิบ” ลมร้อนพ่นหนักๆ ออกทางปากขณะสองมือรวบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ทำให้ความเป็นชายสอดใส่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เร่งโหมสะโพกหนักจนร่างเล็กสั่นคลอน เล็บสวยจิกแน่นบนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ “อื้อออ เฮียขา..มันจุก อ๊ะ..อ๊า ลึกเกินไปแล้ว” น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกับความเสียวมากมายที่เขามอบให้ไม่มีพัก เขากำลังจะส่งเธอไปสวรรค์โดยการฆ่ากันด้วยเซ็กส์รุนแรงใช่ไหม“อ
ตอบคำถามครบทุกคน เหล่ากรรมการปรึกษาหารือลงคะแนนอีกรอบ มุกดารู้สึกลุ้นจนฉี่จะแตกเมื่อการประกาศเข้ารอบสามคนสุดท้ายเริ่มขึ้น“หมายเลขเก้า น้องปูเป้” คนแรกยังไม่ใช่เธอ“หมายเลขสาม น้องแตงไทย”คนที่สองก็ยังไม่ใช่เหมือนกัน“และหมายเลขเจ็ด น้องมุกดาครับ”กรี๊ดดดด! หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกและดีใจ ข้างล่างเวทีเกิดเสียงโห่ร้องปรือมือให้กันเรื่อยๆ สีหน้าของทุกคนที่มาเชียร์เธอล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความภูมิใจทั้งนั้น หวังว่าการตอบคำถามรอบต่อไปจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ มุกดายกมือพนมสาธุในใจ คำถามต่อมาไม่ได้ยากจนเกินไป หากแต่ตัวเธอเองที่ตื้นเต้นเมื่อล่างเวทีเงียบกริบเพราะรอฟังคำตอบ หญิงสาวใจเต้นตึกตักแทบทะลุออกนอกโพรงอก ซึ่งคนเดียวที่จะทำให้เธอเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ก็คือคิเรย์เธอสบตาเขา จ้องลึกในแววตาสีเข้มคู่นั้นที่แม้แต่จะอยู่ไกลกันก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยน มุกดาผ่อนคลายมากขึ้น ใจเต้นช้าลง เธอสูดลมหายใจลึกเข้าปอดและเริ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานจับใจ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี “ในลำดับต่อมาคือการประกาศผลผู้ชนะ นางนพมาศปีนี้ รายชื่อคนชนะอยู่ในมือผมแล้วนะครับพ่อแม่พี่น้อง” พิธีกรสะบัด
“เสร็จละ หาที่ทิ้งด่วน”“ตามกูมา มึงถือดีๆ ด้วย อย่าให้มาโดนกู”“เออน่า มึงรีบออกไปสักที” สองบอดี้การ์ดหนุ่มพากันออกมาจากหลังเวที เดินหาถังขยะไกลๆ จากจุดจัดงานเพื่อทิ้งตัวต้นเรื่องปกปิดหลักฐานก่อนพากันเดินกลับเข้างานเหมือนไม่มีอะไร ขณะนั้นมุกดาเริ่มแนะนำตัวพอดี เจ๊หยก พี่จูน น้ำอ้อยภูมิใจในความกุลสตรีไทยเสียงหวานหยดย้อยสมกับที่ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างมาก แม้ตัวจริงจะปากจัดด่าเด็กแว้นแถวบ้านสาดเสียเทเสียเลยก็ตาม ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มุกดาเดินสวย ยิ้มสวย พูดจาฉะฉานอ่อนหวานน่าฟัง เรียกรอยยิ้มจากกรรมการทั้งสี่คน พี่เลี้ยงใจชื้นกันเป็นกอง ในลำดับต่อไปจะเป็นการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ มุกดาต้องเปลี่ยนชุด คนอื่นๆ ที่เตรียมการแสดงก็จัดเต็มจัดใหญ่ไม่แพ้กัน “กรี๊ดดด..แม่ นุ้ยคัน อ๊ายยย! คัน” (กรี๊ดดด..แม่ หนูคัน อ๊ายยย! คัน)ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายรีบทำทุกอย่างให้เสร็จก่อนถึงลำดับคิวของตัวเอง เสียงดังโดยหวนประหนึ่งผีขอส่วนบุญทำเอาทุกสายตาหันมองต้นเสียง มุมหนึ่งของห้องมีร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้นเร่าไปมา สองมือเกาไปทั่วตัวซึ่งสวมใส่ชุดราตรีสีแดงสด เป็นชุดที่คงจะใส่ขึ้นแสดงโชว์
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง~เสียงเพลงที่ว่ายังคงเปิดดังต่อเนื่องกว่าหนึ่งชั่วโมง เครื่องเสียงกระหึ่มดังทั่วเทศบาลที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานลอยกระทงของทุกๆ ปี ลานออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเปลี่ยนโฉมเป็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นไม่แพ้เวทีคอนเสิร์ต ด้านล่างเรียงรายไปด้วยเก้าอี้ซึ่งมีบรรดาผู้คนมาจับจองที่นั่งรอชมธิดานพมาศทั้งรุ่นจิ๋วและรุ่นสาว เสียงเพลงและเสียงคุยแซแซ่ดดังมาถึงหลังเวทีซึ่งเป็นที่เก็บตัวของเหล่านางนพมาศและพี่เลี้ยง ขณะนี้เป็นคิวการโชว์ความสามารถของหนูน้อยนพมาศ รอเวลาคัดตัวอีกรอบ ตอบคำถามและประกาศผลรับรางวัล ต่อไปก็จะถึงคราวนางนพมาศสาวสวยอย่างมุกดาหลังเวทีแออัดกันพอสมควร หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จำต้องไสหัวออกไปก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะถือว่าเกะกะการทำงานของช่างมาก แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับคิเรย์ การปรากฏตัวของชายหนุ่มท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาหลังเวที ดูเหมือนว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นจุดรวมความสนใจไปโดยปริยายแม้แต่ลูกป้าจ้วงอย่างยัยข้าวเจ้ายังมองผู้ชายของมุกดาไม่วางตา ปากนี่อ้าจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้อยู่แล้ว “น้ำค่ะ”“ขอบคุณค่ะที่รัก” มุกดายิ้มหวาน เน้นช้าๆ
ลัมโบร์กินีหรูขับเข้ามาในหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านเกิดมุกดา ละแวกโดนรอบมีทั้งป่าเขาลำเนาไพร แหล่งชุมชน วัด โรงเรียน ร้านชำน้อยใหญ่มีให้เห็นประปราย บ้านของมุกดาต้องขับเข้าไปลึกอยู่ใกล้ภูเขาลูกใหญ่ที่สุดของตัวตำบล บรรยากาศดีจนคิเรย์ต้องลดกระจก ยิ่งทำให้เขาเป็นที่สนใจของเหล่าชาวบ้านยามรถหรูขับผ่านไป พรุ่
“พวกมึงดูนี่ดิ น้องมุกอัปรูปล่าสุด โคตรสวยเลยว่ะ”“ออร่าคนโสดก็งี้”“วาสนาใครน้อจะได้น้องไปเป็นแฟน แต่ที่แน่ๆ กูหมดหวังแล้วหนึ่ง”บทสนทนาของเพื่อนสามคนราวกับตั้งใจคุยกันให้คิเรย์ได้ยิน เวลาล่วงเข้าวันที่สามก็ยังไม่เห็นแววมันคิดได้ว่าต้องเอาไงต่อ เหมือนจะปล่อยผ่านได้แล้วแต่พอได้ยินคนอื่นเอ่ยชื่อม
เขามันบ้า! เป็นผู้ชายที่หน้ามึนและเอาแต่ใจตัวเองที่สุด สายแข็งกร้าวจ้องประสานแววตาสั่นระริกด้วยความกลัวในขณะค่อยๆ บิดข้อมือของเธอจนมีดหล่นจากมือเมื่อเห็นว่าเธอดีแต่ปาก ไม่กล้าแทงจริงๆ “เฮียไล่มุก บอกให้เราเลิกยุ่งกัน แต่ทำไมตอนนี้เฮียทำไม่ได้เหมือนที่พูดวะ กลับกลอกชิบหาย” คิเรย์ไม่มีคำตอบให้มุก
มุกดาไม่ได้ตั้งใจจะตื่นสาย แต่ร่างกายเธอใช้งานหนักมาค่อนคืน จะขยับเขยื้อนทีก็เจ็บปวดทั้งตัว กระดูกกระเดี้ยวรวดร้าวไปหมดเธอไม่ขอโทษว่าเป็นความผิดใครในเมื่อสมยอมพร้อมใจกันทั้งคู่ อีกอย่างเมื่อคืนนี้มันสนุกและหนักหน่วงจริงๆ “ซาร่าห์ดูหน่อยว่าเจ้กลบรอยที่คอหมดยัง” เอียงตัวให้เพื่อนรุ่นน้องช่วยสังเ







