LOGINมุกดา |Part
ฉันพูดได้เต็มปากอย่างไม่อายว่าชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันนี้นับตั้งแต่ได้เจอกับเฮียคิเรย์ รวมไปถึงเพื่อนๆ ของเขา หรือแม้แต่เฮียตินที่ตามจีบฉันอยู่ก็ตาม ชีวิตที่เคยขัดสนได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทานของอร่อยที่ไม่เคยทานมาก่อน มีคนคอยดูแลอารักขาราวกับเจ้าหญิง มีชีวิตหรูหราในแบบที่ไม่คิดว่าจะมี และถึงแม้โอมากาเสะคอร์สหมื่นจะอร่อยมากแค่ไหน ยังไงฉันก็ไม่ลืมแกงไตปลาปักษ์ใต้บ้านเกิดตัวเองหรอกนะ “พี่เมฆไปหาอะไรทำก่อนก็ได้ ไม่ต้องเดินตามฉันสองคนหรอก” “ไม่ได้ครับคุณมุกดา นายสั่งผมให้ดูแลคุณทั้งสองคน ผมต้องทำตามคำสั่งนายครับ” พี่เมฆบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ยอมห่างจากกันสักวินาที เดินตามราวเป็นหุ่นยนต์จนฉันและซาร่าห์อึดอัดอยู่บ้าง แต่จะทำไงให้ในเมื่อเฮียตินให้พี่เมฆผู้เป็นลูกน้องขับรถไปรับฉันและซาร่าห์เข้ามาในกรุงเทพเพื่อเดินทาง ทริปทะเลพรุ่งนี้จะได้เป็นไปอย่างสะดวก ฉันต้องการชอปปิงเสื้อผ้ารองเท้าตามประสาผู้หญิงกับซาร่าห์แค่สองคน เฮียตินก็ยังกำชับให้พี่เมฆตามมาคอยดูแล ไม่พอแค่นั้น เฮียยังสั่งพี่เมฆอีกว่าหากฉันและซาร่าห์ต้องการอะไรก็ให้พี่เมฆเป็นคนจัดการ จัดการในที่นี้เท่ากับเปย์ฉ่ำๆ ฉันแทบไม่ต้องออกเงินตัวเองสักบาท มีแค่ชาไข่มุกแก้วล่ะแปดสิบที่ใช้จังหวะพี่เมฆเผลอควักเงินตัวเองจ่าย และต่อให้ฉันปฏิเสธเพราะเกรงใจจะแย่ พี่เมฆก็ยังคงทำตามคำสั่งนาย รูดเอาๆ จนฉันไม่อยากชอปปิงแล้วเนี่ย “เจ้ เข้าไปดูชุดร้านนี้กัน” “เดี๋ยวก่อนซาร่าห์ ชุดร้านนี้แพงมากเลยนะ” ฉันรั้งข้อมือน้องไว้ จำได้ว่าแบรนด์นี้เห็นคนดังตามในทีวีใส่กันเยอะ ราคาคงแรงเอาเรื่อง “จะคิดมากทำไมเจ้ ไม่ใช่เงินเราสักหน่อย” “ไม่เอาน่า เกรงใจเฮียติน” ฉันส่ายหน้าปรามน้องที่ถอนหายใจเซ็ง มองเสื้อผ้าสวยๆ ในร้านด้วยสายตาละห้อย “พวกคุณอยากได้ตัวไหนเข้าไปเลือกเถอะครับ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะต่อให้เหมาทั้งร้านก็ไม่สะเทือนขนหน้าแข้งเจ้านายผมหรอก” คำพูดพี่เมฆเหมือนฟังดูโอ้อวดนะ แต่มันคือความจริงทุกอย่าง “เห็นไหมเจ้ ไม่ต้องคิดเยอะ เขาให้ชอปเราก็ช่วยสงเคราะห์ความใจดีของเขาสิ” ซาร่าห์ลากฉันเข้าในร้านเสื้อผ้าแแบรนด์ดังได้สำเร็จ ชักไม่แน่ใจว่าน้องอยากชอปปิงจริงๆ หรือแค่ต้องการละลายทรัพย์เฮียตินเล่นๆ เพราะสองคนนี้ไม่ค่อยถูกกันนัก เป็นไม้เบื่อไม้เมาแบบที่ใครต่อใครก็รู้ดี “เจ้ ตัวนี้เป็นไงสวยปะ” “อื้อ สวย” ฉันยิ้มชมซาร่าห์ที่ไม่ว่าจะหยิบจับชุดไหนก็ใส่เข้ากันไปเสียหมด เหมือนที่เขาว่าไม้แขวนดี ใส่อะไรออกมาก็สวย “แต่ฉันว่าชุดนี้เหมาะกับเจ้นะ ไหนเจ้ลุกขึ้นยืนหน่อย” ซาร่าห์ให้ฉันยืนตรงกับกระจก มองเห็นรูปร่างผอมเพรียวได้รูปของตัวเองที่มีเนื้อนมไข่ไม่น้อยหน้าใคร น้องหยิบชุดที่ว่าให้ฉันลองเอาทาบตัว สีหน้าทึ่งเป็นที่พอใจแก่ซาร่าห์ในทันมี “สวยมากเลยเจ้ สาวหวานสุดๆ” ฉันเริ่มจะเห็นดีเห็นงามคล้อยตามไปด้วย เราช่างเป็นคู่ที่เข้ากันได้ดีจริงๆ เพราะต่างคนต่างผลัดกันอวย ผลัดกันสปอยล์ “เอ่อ พี่คะ ไม่ทราบว่าชุดนี้แต่สีแดง ของยังมีไหมคะ” ซาร่าห์ค่อนข้างรู้เกี่ยวกับพวกแฟชั่นเหล่านี้มาก น้องหันไปถามพนักงานถึงสีที่ฉันชอบ รู้ใจพี่สาวที่สุด “มีค่ะ รอสักครู่นะคะคุณลูกค้า” พนักงานแย้มยิ้มก่อนเดินหายไปทางหลังร้าน ปล่อยฉันและซาร่าห์ลองตัวอื่นพลางๆ ระหว่างรอ จนผ่านไปสักครู่หนึ่งถึงได้กลับออกมาด้วยสีหน้าจืดเจื่อน “ทางเราต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะ พอดีชุดสีแดงของคอลเลคชั่นนี้มีคนจองไว้แล้วค่ะ” ฉันระบายยิ้มอ่อน พยักหน้าเข้าใจ “งั้นไม่เป็นไรค่ะ ฉันเอาสีนี้ก็ได้” “เอ่อ สีนี้เป็นตัวสุดท้าย มีคนจองไว้แล้วเหมือนกันค่ะ” แต่คราวนี้ฉันยิ้มไม่ออก ซาร่าห์ก็ดึงหน้าตึงไปตามๆ กัน “เป็นไปได้ไงคะ ก็ตัวนี้พวกเราลองอยู่ จะมีใครจองได้ไง” “เอ่อ ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ เป็นความผิดพลาดของทางร้านเองค่ะที่ไม่ได้ตรวจสอบให้ดี คุณลูกค้าลองเลือกชุดอื่นดีไหมคะ” พนักงานก็คงลำบากใจไม่ต่างกัน แต่ทำไมฉันรู้สึกทะแม่งๆ แปลกๆ “ใครจองคะ ทั้งที่พวกเราก็มาก่อน” ฉันว่าจะไม่พูดแล้วนะ แต่สายตาไม่รักดีมันชอบโฟกัสอย่างอื่นตลอด แล้วคราวนี้ฉันพอจะรู้ว่าใครคือเจ้าของสองชุดที่ฉันพลาดไป “ใช่ผู้หญิงคนนั้นรึเปล่า” พยักเพยิดหน้าไปทางนางแบบสาวท่านหนึ่งที่กำลังตรงดิ่งมาทางนี้พร้อมด้วยผู้หญิงอายุอานามแก่กว่า คงจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวอะไรประมาณนั้น ฉันจำแม่นี่ได้แม่นเลยล่ะ เห็นแล้วก็คันไม้คันมืออย่างบอกไม่ถูก “ใช่ชุดที่น้องน้ำฟ้าจองไว้รึเปล่า” คนที่น่าจะเป็นผู้จัดการมองชุดเดรสสีชมพูหวานแหววในมือฉัน แล้วจึงหันไปถามเอาคำตอบจากพนักงานขายด้วยสายตารีดเค้น “เอ่อ คือว่า..” คงลำบากใจที่จะตอบสินะ “ชุดนี้คุณจองเหรอคะ จองเมื่อไรล่ะ เพราะตอนที่ฉันมามันยังแขวนโชว์ตรงนี้อยู่เลย” ฉันขมวดคิ้วถามบ้าง ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจำฉันได้หรือเปล่า “ฟ้าจองชุดนี้ตอนไหนนะคะพี่อ้อย” “ห้านาทีที่แล้วค่ะ” “ได้ยินชัดเนอะ” ยิ้มมุมปากแบบนั้น มองด้วยสายตาดูแคลนเหมือนวันที่เดินซุ่มซ่ามมาชนฉันก่อน บวกคำตอบกวนตีนเมื่อสักครู่ แน่ใจแล้วล่ะว่าแม่นางแบบนิสัยแย่คนนี้จำฉันได้ และดูเหมือนว่าเธอพยายามจะเอาคืนฉันด้วยหลังอาบน้ำเสร็จจัดการตัวเองอยู่ในชุดพร้อมนอน แต่ฉันและซาร่าห์ยังไม่ง่วง นอนเล่นมือถือได้นานนับชั่วโมง จากที่บอกเฮียตินว่าอยากพักผ่อน ถ้าเฮียมาเห็นเราในสภาพนี้คงขายหน้าแย่“เจ้ ดูอะไรนี่สิ” “หืม มีอะไร” ฉันเลิกคิ้วมองซาร่าห์ที่ส่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ดูบางอย่าง สิ่งที่ปรากฏในจอคือข่าวเกี่ยวกับแม่นางแบบน้ำฟ้า พาดหัวข่าวทำนองว่าแอบเดตกับหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงฉันคงจะไม่สนใจหากไม่ติดตรงภาพในข่าวเพิ่งแอบโดนถ่ายสดๆ ร้อนๆ วันนี้ ดูได้จากชุดที่เธอใส่ กระเป๋าที่เธอถือ แล้วไหนจะหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงในข่าวแอบถ่ายได้ไกลมาก ต่อให้เห็นยัยน้ำฟ้าชัดแต่นักธุรกิจหนุ่มที่ว่าค่อนข้างจะเบลอไปหน่อย แต่ว่ารถนี่สิ รถที่พวกเขานั่งด้วยกันมันสะดุดตาสะดุดใจฉันเหลือเกิน “เห็นผู้ชายไม่ชัด แต่รถนี่คล้ายของเขามากเลยนะเจ้” ‘เขา’ ที่ซาร่าห์หมายถึงคงไม่ใช่ใครอื่นไกล และน้องก็คิดเหมือนฉันซะด้วยสิ“เฮียคิเรย์เหรอ..” เอ่ยออกไปแผ่วเบาเหมือนคนหาเสียงตัวเองไม่เจอ หัวสมองหนักอึ้งอย่างกับถูกทุบด้วยของแข็ง“แต่รถแบบเฮียไม่ได้มีคันเดียวสักหน่อยเนอะ เลขทะเบียนก็เห็นแบบลางๆ อาจไม่ใช่ก็ได้นะเจ้” น้องพยายามปลอบฉันเมื่อเห
“จองแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอคะ แต่คนที่จับชุดนี้ก่อนคือพวกฉันนะ และเราก็กำลังจะซื้อชุดนี้ด้วย” ซาร่าห์จิกลูกกะตาจ้องตอบอีกฝ่ายแบบไม่ยอมลงให้ง่ายๆ ปกติไม่ชอบแย่งชิงอะไรกับใครเขาหรอก แต่กับผู้หญิงคนนี้มีเซ้นส์บางอย่างที่บอกฉันว่าต้องห้ามอ่อนข้อให้เด็ดขาด “ฉันจะซื้อตัวนี้ค่ะ”“อ้าวแม่นี่ ก็บอกแล้วไงจ๊ะว่าชุดนี้น้องน้ำฟ้าจองแล้ว” ผู้จัดการแม่นางแบบไฟท์กลับ หล่อนพร้อมกระชากชุดที่ว่าไปอยู่ในกำมือตัวเองได้ทุกเมื่อหากฉันเผลอ “นี่ นังบ้านนอก อย่าดันทุรังอยากได้ของที่ไม่มีปัญญาซื้อได้ปะ” “เอ้าอีนี่ นั่นปากหรือส้วมห้ะ!” ซาร่าห์หมดความอดทน“แล้วแกจะทำไม!” ต่างฝ่ายต่างพร้อมปะทะกันสุดๆ ร้อนไปถึงพนักงานคนอื่นๆ ต้องเข้ามาช่วยห้ามปราม พี่เมฆช่วยจับแยกอีกแรง ซึ่งหากไม่มีคนห้ามก็คงได้ตบกันนัวกลางชอปไปแล้ว“เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันอยู่ในขั้นพิจารณารับเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์นี้ ถ้าฉันไม่ได้ชุดที่จองไว้ ก็อย่าหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกัน แล้วถ้าผู้บริหารถามว่าทำไมฉันไม่ตกลงเซ็นสัญญา ฉันก็จะบอกว่าเป็นความผิดเธอ” ยัยน้ำฟ้าขู่พนักงานเสียงขรมจนพวกเขาก้มหัวไม่กล้าสู้หน้า มาถึงขั้นนี้ฉันพอจะเข้าใจบ้างแล้ว ถ้าฉันไม่
มุกดา |Partฉันพูดได้เต็มปากอย่างไม่อายว่าชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันนี้นับตั้งแต่ได้เจอกับเฮียคิเรย์ รวมไปถึงเพื่อนๆ ของเขา หรือแม้แต่เฮียตินที่ตามจีบฉันอยู่ก็ตาม ชีวิตที่เคยขัดสนได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทานของอร่อยที่ไม่เคยทานมาก่อน มีคนคอยดูแลอารักขาราวกับเจ้าหญิง มีชีวิตหรูหราในแบบที่ไม่คิดว่าจะมี และถึงแม้โอมากาเสะคอร์สหมื่นจะอร่อยมากแค่ไหน ยังไงฉันก็ไม่ลืมแกงไตปลาปักษ์ใต้บ้านเกิดตัวเองหรอกนะ “พี่เมฆไปหาอะไรทำก่อนก็ได้ ไม่ต้องเดินตามฉันสองคนหรอก”“ไม่ได้ครับคุณมุกดา นายสั่งผมให้ดูแลคุณทั้งสองคน ผมต้องทำตามคำสั่งนายครับ” พี่เมฆบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ยอมห่างจากกันสักวินาที เดินตามราวเป็นหุ่นยนต์จนฉันและซาร่าห์อึดอัดอยู่บ้าง แต่จะทำไงให้ในเมื่อเฮียตินให้พี่เมฆผู้เป็นลูกน้องขับรถไปรับฉันและซาร่าห์เข้ามาในกรุงเทพเพื่อเดินทาง ทริปทะเลพรุ่งนี้จะได้เป็นไปอย่างสะดวก ฉันต้องการชอปปิงเสื้อผ้ารองเท้าตามประสาผู้หญิงกับซาร่าห์แค่สองคน เฮียตินก็ยังกำชับให้พี่เมฆตามมาคอยดูแล ไม่พอแค่นั้น เฮียยังสั่งพี่เมฆอีกว่าหากฉันและซาร่าห์ต้องการอะไรก็ให้พี่เมฆเป็นคนจัดก
ครั้นถึงเวลาเลิกงาน มุกดามัวแต่อยู่ช่วยน้องพนักงานคนอื่นๆ เก็บของ ทำให้กลับช้ากว่าปกติ แล้วบทจะดวงซวยมันก็ซวยแบบติดๆ ราวนัดกันมา“ทำไมเป็นงี้วะเนี่ย” หัวร้อนผ่าวเพราะสภาพยางล้อรถทั้งสี่แบนแต๋ติดพื้น แล้วรถของเธอคันใหม่เอี่ยมอ่องเพราะดูแลรักษาเป็นอย่างดี ก็อย่างว่าแหละ…เฮียคิเรย์เป็นคนซื้อให้เอง มุกดาเลยมั่นใจว่าที่รถของเธอล้อแบนแบบนี้ต้องเป็นฝีมือคนทำใครมันชั่งกล้า!“มีอะไรพี่ช่วยมั้ยครับ”“เชี่ย! มาได้ไงเนี่ย” ตกใจจนตัวสะดุ้ง มือเรียวยกทาบหน้าอกในขณะกำลังก้มๆ เงยๆ สำรวจรอบรถแล้วเจอเข้ากับชายคนเดิมที่พึ่งปะทะฝีปากกันไปไม่นานหรือว่าจะเป็นฝีมือหมอนี่?“ว่าไงครับคนสวย พี่ช่วยไหม”“ไม่ต้องค่ะ ถ้าจะช่วยแต่ช่วยหลีกไปไกลๆ ก็พอ” แม้สงสัยแต่ไม่อยากปรักปรำและหาเหาใส่หัว ดูท่าแล้วผู้ชายคนนี้คงดื่มไปใช่น้อย ตาแดงๆ กลิ่นเหล้าก็แรงแสบจมูก“เอาน่า พี่ช่วย ไหนมาดูหน่อย…โห แบนทั้งสี่ล้อเลย”หน็อยยยย! มันเหมือนเยาะเย้ยกันมากกว่าจะช่วยนะ มุกดายืนเท้าสะเอวนับหนึ่งถึงสิบให้ตัวเองใจเย็นๆ“แต่ยางแบนขนาดนี้พี่ซ่อมไม่เป็นหรอก เอางี้สิ..ให้พี่ไปส่งที่บ้าน ดีมั้ยครับ” ร่างสูงกว่าเธอหลายเซนติเมตรโน
คิเรย์หยิบอีกสองสามชุดขึ้นมาดู มันมีแต่ชุดว่ายน้ำวาบหวิวทั้งนั้น ไม่รู้ไอ้ตินคิดบ้าอะไรถึงได้เหมาชุดพวกนี้เตรียมไว้ให้มุกดา เธอจะมองเพื่อนเขาเป็นคนหมกมุ่นไหมนะ“ให้ใส่ชุดแบบนี้ ไม่หวงเหรอ” “หวงทำไม ต้องรู้จักใจกว้าง” มาร์ตินยิ้มขำ สีหน้ากะล่อนมองคิเรย์ที่ให้ความสนอกสนใจกับกองชุดเหล่านี้ “หรือมึงหวง” เลิกคิ้วถามเสียงเรียบคิเรย์จ้องหน้าอีกฝ่ายกลับ ยอมรับว่าเมื่อครู่ใจเต้นแรงกับคำถามสุ่มสี่สุ่มห้าของมัน “ทำไมกูต้องหวง”“ก็เห็นมึงดูไม่สบายใจ ดูเป็นเดือนเป็นร้อนแทนคนใส่”“กูก็แค่ถามไปงั้น” คิเรย์กลบเกลื่อนความรู้สึกหงุดหงิดใจ โยนชุดที่ถือในมือบนเตียง “เห็นมึงหวงมุกดานักหนาแต่ยอมให้ใส่ชุดพวกนี้”“กูยังไม่ได้เป็นผัวน้องไหมล่ะ ออกตัวเยอะเดี๋ยวน้องไม่ปลื้ม” ตอบทีเล่นทีจริงด้วยอารมณ์ขัน แต่คนที่ไม่ขำด้วยก็คือคิเรย์ปากบอกยังไม่เป็นผัว แต่แม่งทุกวันนี้มันสนใจแต่มุกดาจนคนอื่นเขาคิดว่าคบกันหมดแล้ว และต่อให้หงุดหงิดใจแค่ไหน ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ เก็บจนไปๆ มาๆ จะกลายเป็นระเบิดตู้มอยู่แล้วหลังลูกน้องสรรหาชุดที่โดนใจ ตรงสี ตรงไซต์มาได้สำเร็จเพื่อที่มาร์ตินจะเก็บชุดที่ว่าไว้เซอร์ไพรส์
ธุรกิจโรงแรมสุดหรูติดชานเมืองหลวงคืออีกหนึ่งมรดกที่คิเรย์ได้รับจากคุณย่าหลังจากท่านเสียชีวิตได้หลายปีแล้ว แรกเริ่มเดิมทีมันตกอยู่ในความดูแลของลูกพี่ลูกน้องคนสนิทแต่เมื่อเขากลับมาตั้งต้นชีวิตที่ไทยก็ต้องสืบต่อหน้าที่เจ้าของกิจการตัวจริงด้วยตัวเองปกติคิเรย์จะเทียวไปเทียวมากรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพราะต้องดูแลทั้งผับและโรงแรม แม้เทคโนโลยีสมัยใหม่จะสั่งงานทางไกลและควบคุมทุกอย่างได้ดี แต่การเข้ามาดูแลด้วยตัวเองย่อมดีกว่าอย่างในวันนี้มีแขกคนสำคัญเป็นถึงคณะท่านทูต คิเรย์จึงต้องมาดูแลต้อนรับด้วยตัวเอง พนักงานของเขาก็ช่วยจัดการเตรียมพร้อมทุกอย่างตามที่สั่งไป ไม่มีจุดไหนขาดตกบกพร่อง ทั้งแขกเข้าพักและเจ้าของโรงแรมหน้าตาชื่นบานกันถ้วนหน้า “ฝากที่เหลือด้วยนะครับพี่โสภา”“ได้ค่ะคุณคิเรย์ ไว้ใจพี่ได้เลยค่ะ” เลขาสาวรุ่นใหญ่ยิ้มแย้มรับคำ เรื่องงานเธอไม่เคยทำให้เจ้านายหนุ่มผิดหวังเลยสักครั้งฝากฝังงานเสร็จแล้ว คิเรย์รีบบึ่งออกจากโรงแรมเพราะเขามีที่ที่ต้องไปต่อ ยานพาหนะคันโปรดคู่ใจขับไปตามถนนสายหลักซึ่งเส้นทางที่ว่าพาเขามาถึงจุดหมายปลายทางในไม่ช้าไม่นานโรงพยาบาลสัตว์ pet BRตึกสีขาวทันสมัยสองช







