LOGIN“ไหนมุกดา?” บนเตียงว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาเธอในห้องนี้“เฮียว่าไงนะ” รีบตามไปดูบ้าง กวาดสายตาจนทั่วก็ไม่เห็นจะมีร่างคิเรย์และมุกดาอย่างที่เธอคิด “มุกดาอยู่ที่ไหน” โทนเสียงเข้มจัดและใบหน้าหล่อเหลาแต่ดูน่ากลัวในตอนนี้หันมาถามเอาคำตอบจากคนข้างกาย“นะ…หนูก็ไม่รู้” เธอไม่เข้าใจ ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ เสียงเอะอะดังลั่นเรือของมาร์ตินทำคนชั้นล่างแตกตื่น“เกิดอะไรขึ้น” ทะเลถามเพื่อนที่ดูหงุดหงิดเป็นอย่างมาก หน้าตาของมันในตอนนี้เหมือนโดนใครใส่ส้นสูงเหยียบเท้าเข้าก็ไม่เชิง“มุกดาหายไป” เค้นตอบเสียงลอดไรฟันอย่างเหลืออด“กูคิดว่าไม่ได้มีแค่มุกดานะที่หายไป ไอ้คิเรย์เพื่อนเราก็ด้วย”พายัพที่พึ่งเดินกลับมาจากห้องน้ำด้วยตั้งใจไปตามคิเรย์กลับไม่เจอวี่แววอะไรเลย“ฉิบหาย! อย่าบอกนะว่าสองคนนั้นยังอยู่ที่เกาะ” สีหน้าเคร่งเครียดของทะเลทำบรรยากาศบนเรือไม่ต่างอะไรจากการโดนเมฆฝนดำทะมึนลอยปกคลุม“ก็ไหนพี่น้ำฟ้าบอกว่าเฮียคิเรย์กับพี่มุกดาขึ้นมาบนเรือแล้วไงคะ ทำไมถึงไม่มีล่ะ” เห็ดหอมเอ่ยถึงคนที่น่าสงสัยสุดน้ำฟ้าผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าทุกคนบนเรือกำลังชุลมุนวุ่นวายแค่ไหน เธอถอดหูฟังออก ลุกขึ้นนั่งจิบน้ำ
“ฉันใส่ให้นะ หันหลังสิ” มุกดาเปล่งรอยยิ้มดีใจจนโลกทั้งใบเหมือนจะสว่างวาบขึ้นมาเพราะรอยยิ้มของเธอ รีบหันหลังให้คิเรย์สวมสร้อยในทันที คราวนี้ชายหนุ่มเช็คดูอย่างละเอียด ตะขอไม่หลุดอีกแน่นอน “เฮีย..” สัมผัสอบอุ่นเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวตั้งใจ แขนแกร่งที่โอบกำชับร่างแบบบาง กอดเธอแน่นจนรู้สึกได้ถึงแผงอกกำยำที่แนบแผ่นหลัง ก้อนเนื้อด้านซ้ายกะหน่ำเต้นตึกๆ เหมือนจังหวะรัวกลอง ความตื่นเต้นดีใจวิ่งพล่านไปทั่วร่างเหมือนกระแสไฟฟ้า ความรู้สึกสุขจนล้นปรี่มันเป็นแบบนี้นี่เอง ในขณะอีกทาง…ซาร่าห์และมาร์ตินเถียงกันมาตลอดเพราะชายหนุ่มโมโหที่ตัวเองโดนลากแขน บังคับให้มาด้วยกัน พอจะหันหลังกลับไปหามุกดาก็โดนลากให้เดินห่างมาอีก ผู้หญิงอะไร..แรงเยอะอย่างกับหมีควาย “เดี๋ยวสองคนนั้นหาเจอก็ตามมาเองนั่นแหละ เรารีบไปรวมกลุ่มกับคนอื่นเถอะ” ซาร่าห์พูดอย่างมั่นใจ เพราะเห็นสร้อยของมุกดาอยู่ในมือคิเรย์มาตลอด เธอเห็นตั้งแต่ตอนที่เขาเก็บได้เลยล่ะ แล้วคิดว่าจะหาช่วงเวลาสำคัญให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน เธอก็ทำสำเร็จ ป่านนี้คงจู๋จี๋กันอยู่ เดี๋ยวก็คงได้ตามออกมา “รีบเดินเถอะเฮีย” และเมื่อมาถึงจุดเดิมก็เห็นชาวคณะกำล
ก่อนถึงเกาะลับที่ว่า ทะเลแนะนำให้เหล่าสาวๆ เข้าไปเปลี่ยนใส่ชุดลำลองสบายๆ กันก่อน เพราะภายในเกาะมีทั้งยุงป่า สัตว์มีพิษและอากาศชื้นแฉะ ให้เดินชมทั้งบิกินี่ตัวจ้อยก็กระไรอยู่ “โห นี่ทางเข้าหรือเขาวงกตคะ ทำไมมันสลับซับซ้อนจัง” ต้นหยงเอ่ยพร้อมกวาดตามองรอบตัวจนพี่ๆ พากันเอ็นดูมุกดาเห็นด้วยกับที่น้องว่ามา เพราะตั้งแต่เริ่มปากทางเข้าเกาะ เรือลำใหญ่เปิดไฟจนสว่างวาบขณะลอดผ่านถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยเต็มไปหมด ยามต้องประกายแสงไฟจากเรือ มันดูแวววาวระยิบระยับงดงามมากบรรยากาศภายในถ้ำเย็นชืดจนมาร์ตินต้องหาผ้าหนาๆ มาให้มุกดาคลุมตัว ทางทอดยาวคล้ายกับอุโมงค์ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งที่เกาะเล็กๆ นั่นอยู่ไม่ไกลตามคำบอกเล่าทะเล เขาพูดว่ามันคือเกาะที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์ ตอนได้ยินครั้งแรกมุกดายังคิดว่าเป็นแค่เรื่องอำเล่น แต่เมื่อได้มาสัมผัสและเห็นด้วยตาตัวเอง จึงรู้ว่ามันคือเรื่องจริง “ปกติอุโมงค์นี่แคบมากเลยนะ แคบจนเรือลำนี้ผ่านเข้าไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ต้องรีบคว้าโอกาสตอนน้ำลดนี่แหละ” ทะเลบอกลูกเรือทุกคน สายตาคู่คมทอดมองปากทางเบื้องหน้าซึ่งเริ่มเห็นแสงสว่างรำไร “ฉันขอเตือนทุกคนก่อนนะ ให้เกาะกลุ่มกันไว้ อย่าแตก
“อีบ้านนอก! แกกล้าหัวเราะฉันเหรอ” เธอผลักอกมุกดาจนร่างแบบบางเซถอยหลังชนราวเหล็ก เหมือนสุมไฟแค้นให้อัดแน่นจนต้องระเบิดออกมา “คำก็บ้านนอก สองคำก็บ้านนอก! งั้นลองโดนนังบ้านนอกอย่างฉันตบให้หายปากดีหน่อยเป็นไง” ถ้าต้องอดทนให้แม่นี่ยืนดูถูกนานกว่านี้ เธอก็พระอิฐพระปูนแล้วล่ะ มุกดาใช้มือขยุมเส้นผมจิกลึกถึงหนังหัวอีกฝ่าย กระชากตัวคนปากไม่มีหูรูดมาทางเธอจนเสียงกรีดร้องเรียกขอความช่วยเหลือดังลั่นเรือ สายตากลมโตเหลือบเห็นแก้วน้ำส้มซึ่งตั้งไว้ไม่ไกล มุกดาลากกำหนังหัวอีกฝ่ายมาด้วยกัน ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วว่าจะมีใครมาเห็นหรือเปล่า มือเรียวยกแก้วน้ำส้มสาดใส่หน้าสวยๆ ของน้ำฟ้าจนเข้าปากเข้าจมูก เสียงกรี๊ดอย่างกับผีร้องขอส่วนบุญดังแสบหูก้องลำเรือ“เกิดอะไรขึ้น!”“น้ำฟ้า”“น้องมุก” คิเรย์และมาร์ตินรีบเข้ามาแยกทั้งสองคนออกจากกัน สภาพหน้าผมของน้ำฟ้าเละเทะดูไม่ได้ ส่วนมุกดาหายใจเข้าออกรุนแรงด้วยความโมโหคั่งค้าง สายตาสองสาวที่ถลึงมองหน้าอีกฝ่ายแทบจะวางมวยกันอีกแล้ว“ทะเลาะกันเรื่องอะไร” พายัพที่ยืนอยู่ไม่ห่างถามเสียงเข้ม “ก็นังนี่จู่ๆ มันผีเข้า หนูแค่ขอให้มันถ่ายรูปให้ แต่มันจิกหัวหนูแล้วก็ยังเอ
ทางฝั่งคิเรย์ที่มองร่างแบบบางมาตลอด รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาที่ใครต่อใครบนเรือต้องเห็นหุ่นของมุกดา ยิ่งเป็นมาร์ตินแล้วก็นึกอยากหาผ้ามาปิดตามันให้รู้แล้วรู้รอด “เฮีย..”“…”“เฮียคิเรย์”“อะไร!” เสียงเข้มเผลอตะคอกกลับ“เรียกแค่นี้ไม่ได้ยิน แล้วทำไมต้องทำหน้าดุด้วย” คิ้วเรียวสวยขมวดยุ่งไม่พอใจที่โดนเขาตะคอกใส่ น้ำฟ้าหายใจแรงส่งผลให้ใบหน้าสวยของเธอบูดบึ้งไม่น่ามอง“จะเอาอะไรอีกล่ะ” เกิดมาจนอายุเกือบสามสิบปียังไม่เคยต้องมาเอาใจใครเท่าน้ำฟ้า ขนาดแม่ของเขายังไม่จู้จี้เรื่องเยอะเท่านี้เลยน้ำฟ้าถอนหายใจหนึ่งเฮือก ยื่นโลชั่นกันแดดให้คิเรย์“ทาให้หนูหน่อย เอาให้ทั่วหลังนะ” สั่งเยอะเหมือนเขาเป็นผัว แต่ความเป็นจริงเขารู้อยู่เต็มอกว่าลูกคุณหนูเอาแต่ใจอย่างน้ำฟ้าไม่มีทางชอบเขาหรอกที่ตามติดไปไหนมาไหนด้วยเพราะอยากเรียกเรตติ้งให้ตัวเอง อีกอย่างคงไม่เคยมีบอดี้การ์ดเป็นมาเฟียแบบเขามาก่อน เล่นสั่งสนุกปากไปสิ คิเรย์บีบโลชั่นลงฝ่ามือก่อนละเลงให้ทั่วแผ่นหลังร่างบางซึ่งนั่งหันหลังให้ทาได้ถนัด โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาหงุดหงิดของใครบางคนกำลังจับจ้องทุกวินาที เห็นแล้วโคตรหมั่นไส้ มีความคิดวูบหนึ่ง
มุกดาไม่ได้ตั้งใจจะตื่นสาย แต่ร่างกายเธอใช้งานหนักมาค่อนคืน จะขยับเขยื้อนทีก็เจ็บปวดทั้งตัว กระดูกกระเดี้ยวรวดร้าวไปหมดเธอไม่ขอโทษว่าเป็นความผิดใครในเมื่อสมยอมพร้อมใจกันทั้งคู่ อีกอย่างเมื่อคืนนี้มันสนุกและหนักหน่วงจริงๆ “ซาร่าห์ดูหน่อยว่าเจ้กลบรอยที่คอหมดยัง” เอียงตัวให้เพื่อนรุ่นน้องช่วยสังเกต ซาร่าห์วางมือจากการแต่งหน้าเพื่อเช็คความเรียบร้อยให้พี่สาว“ยังมีตรงนี้อีกนิดนึง เจ้เอาคอลซีลเลอร์มาสิ เดี๋ยวหนูทำให้” มุกดาส่งของที่ว่าให้ซาร่าห์ช่วยกลบร่องรอย ไม่อย่างนั้นตอนเธอใส่บิกินี่สุดแซ่บ คนอื่นคงได้เห็นกันหมดแน่“เจ้ไม่ได้บอกเฮียคิเรย์เหรอว่าอย่าทิ้งรอย ดูสิคอแดงเป็นจ้ำเลย”“บอกแล้ว แต่พอช่วงหลังๆ ต่างคนต่างจอยกันเต็มที่ เจ้ก็เคลิ้มๆ ไปกับเขา เลยไม่ได้ห้าม”มุกดาตอบยิ้มๆ อย่างเขินอาย ซาร่าห์ได้แต่ส่ายหน้าปลงตกกับความคลั่งรักเกินเบอร์ของเพื่อนรุ่นพี่“แล้วเฮียคิเรย์นี่ยังไง ทำเจ้ระบมทั้งคืน จะอุ้มมาส่งถึงห้องหน่อยก็ไม่ได้ ต้องให้ลากสังขารกลับมาเอง โคตรแล้งน้ำใจ” เธอยังจำช่วงเวลาเกือบฟ้าสางที่มุกดาเดินลากขาเข้าห้อง สภาพเหมือนโดนรุมยำมาก็ไม่เชิง คิดแล้วก็หงุดหงิดแทน“อย่าไปว







![DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)