ログインจากที่เคยดิ้นรนต่อต้าน ร่างกายของเธอกลับเริ่มอ่อนระทวยเมื่อถูกความชำนาญของเขาหลอมละลาย โรมถอนริมฝีปากออกเพียงชั่วครู่เพื่อกอบโกยอากาศ ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาซุกไซ้ซอกคอระหงอย่างจาบจ้วง โดยไม่แยแสหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศที่ไหลอาบแก้มของคนใต้ร่างเลยแม้แต่น้อย มือหนาที่ว่างอยู่ออกแรงเพียงนิดเดียว ชุดนอนผ้าซาตินเนื้อบางก็ขาดวิ่นและหลุดลุ่ยออกจากร่างงาม
“ไม่...อย่ามองนะคะ”
พิมพ์มาดาสะอื้นไห้ พยายามเบือนหน้าหนีความอับอาย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับกวาดมองความเปลือยเปล่าของเธอด้วยความหลงใหลที่ปิดบังไม่มิด ผิวขาวเนียนละเอียดที่ประดับประดาไปด้วยรอยสีกุหลาบจาง ๆ จากค่ำคืนก่อน ยิ่งกระตุ้นให้ไฟปรารถนาในตัวของชายหนุ่มลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
“สวย...คุณสวยไปทั้งตัวเลยพิมพ์มาดา ทำไมร่างกายของคุณมันถึงได้เย้ายวนขนาดนี้”
เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหู ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงไปครอบครองความอวบอิ่มที่ชูชันท้าทายสายตา โรมดูดดึงและขบเม้มอย่างหนักหน่วงสลับกับใช้ปลายลิ้นสะกิดหยอกเย้า ความเสียวซ่านที่แล่นปราดเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวทำให้พิมพ์มาดาเผลอแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว
“อ๊ะ...คุณโรม...”
เสียงครางหวานหูที่หลุดลอดออกมาทำให้โรมกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาปล่อยมือที่ตรึงข้อมือของเธอออก เลื่อนต่ำลงมาลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะรุกล้ำเข้าไปในดินแดนหวงห้ามที่กำลังเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างแห่งความปรารถนา ปลายนิ้วร้ายกาจขยับเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ ปรนเปรอจนหญิงสาวบิดเร่าไปมาด้วยความทรมานที่แสนหวาน
ความขัดแย้งในใจของเธอตีรวนกันอย่างหนัก เธอเกลียดเขาที่ทำร้ายจิตใจเธอ แต่ร่างกายทรยศกลับตอบสนองต่อทุกการเล้าโลมของเขาอย่างซื่อตรง สัมผัสของมัจจุราชหนุ่มเปรียบเสมือนยาพิษที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง ยิ่งได้ลิ้มลองก็ยิ่งมัวเมาจนถอนตัวไม่ขึ้น
“พร้อมแล้วใช่ไหม นางบำเรอของผม”
โรมกระซิบถามเสียงกระเส่า จัดการปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปในช่องทางที่อ่อนนุ่มและคับแคบอย่างหนักหน่วงในคราวเดียว
“โอ๊ย! เจ็บ...ฉันเจ็บ อื้อ!”
พิมพ์มาดาหวีดร้อง น้ำตาซึมออกมาอีกรอบเมื่อความเจ็บปวดจากการถูกรุกล้ำอย่างกะทันหันแล่นปลาบเข้ามา สองมือเล็กจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความอึดอัด โรมกัดกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขาทำให้สติสัมปชัญญะแทบจะขาดผึง
เขาไม่รอให้เธอได้ปรับตัว ชายหนุ่มเริ่มขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบอบบางอย่างดุดันและเอาแต่ใจ บทรักในกรงทองไม่ได้มีความอ่อนโยนและทะนุถนอมเหมือนในค่ำคืนแรกที่เกาะกูด มีเพียงความดิบเถื่อนและแรงอารมณ์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อตอกย้ำชัยชนะของผู้เป็นนาย
“อ๊ะ...อ๊า...คุณโรม...เบาหน่อย พริ้ม...อื้อ!”
สรรพนามที่หลุดปากออกมาด้วยความลืมตัวยิ่งทำให้โรมคลุ้มคลั่ง เขาโหมกระหน่ำพายุสวาทเข้าใส่ร่างบางอย่างไม่หยุดหย่อน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องนอนหรู แข่งกับเสียงครางกระเส่าและเสียงสะอื้นไห้ที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก
ท่ามกลางความเจ็บปวดและอัปยศ หญิงสาวกลับถูกคลื่นความซ่านกระสันพัดพาให้ล่องลอยขึ้นสู่จุดสูงสุดของความปรารถนาครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายของเธอหลอมละลายอยู่ใต้ร่างแกร่ง ยอมจำนนต่อไฟสวาทที่เขาเป็นคนจุดขึ้นอย่างหมดรูป
จนกระทั่งพายุอารมณ์พัดผ่านไปจนถึงขีดสุด โรมปลดปล่อยสายธารแห่งความอบอุ่นเข้าไปในตัวเธอทุกหยาดหยด เขาทรุดตัวลงทาบทับร่างบอบบางที่กำลังหอบหายใจสะท้าน ซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นอย่างหมดเรี่ยวแรง
ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมห้องนอนกว้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ดังประสานกัน พิมพ์มาดานอนนิ่งน้ำตาไหลพราก ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินหัวใจอย่างเงียบ ๆ เธอสูญเสียทุกอย่างไปแล้วจริง ๆ ทั้งอิสรภาพ ศักดิ์ศรี และแม้กระทั่งร่างกายที่ไม่อาจต้านทานสัมผัสของเขาได้
มัจจุราชหนุ่มพลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้าง ๆ ดึงร่างบอบบางที่กำลังสั่นสะท้านเข้ามากอดรัดไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน แม้ปากจะพร่ำบอกว่าเธอเป็นแค่นักโทษและนางบำเรอ ทว่าอ้อมกอดที่รัดแน่นราวกับปลอกคอเหล็กนี้ กลับเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ ‘นกน้อย’ ตัวนี้บินหนีออกไปจากกรงทองของเขาได้ตลอดกาล
สองปีต่อมา... ภาพที่ปรากฏอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชสกุลไม่ใช่ภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โรมในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มสภาพยับย่น ผมเผ้าชี้ฟูไม่เป็นทรง กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนบุขนนุ่มสีพาสเทล ในอ้อมแขนแกร่งที่เคยใช้จับอาวุธและเซ็นสัญญาระดับพันล้าน บัดนี้กำลังตระกองกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยหกเดือนเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของปะป๊า หิวรึเปล่าเอ่ย หรือว่าหนูปวดท้องคะลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตวาดศัตรูจนหัวหด บัดนี้ถูกดัดให้เล็กและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายค
เวหากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวของพิมพ์มาดา รอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทุกก้าวเดินที่เขานำพาพี่สะใภ้เดินไปตามพรมแดง มั่นคงและสง่างามสมเกียรติ โรมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ขอบตาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งร้อนผ่าวเมื่อเห็นน้องชายที่เขาเกือบจะสูญเสียไป กำลังเดินพาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจมาส่งให้ถึงมือ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เวหาก็ค่อย ๆ จับมือเล็กของพิมพ์มาดาไปวางลงบนฝ่ามือหนาของพี่ชาย “ผมส่งนางฟ้าคืนให้มัจจุราชแล้วนะครับพี่โรม” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ฝากดูแลพี่พริ้มด้วยนะครับ แต่ถ้าวันไหนพี่ทำให้พี่พริ้มต้องร้องไห้เสียใจ ผมจะพาพี่สะใภ้หนีไปซ่อน จนพี่ตามหาไม่เจอเลยคอยดู”&nb
ภายในห้องพักรับรองระดับเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรูระดับหกดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนอบอวลไปด้วยความสุข ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมคิวทองระดับประเทศเพิ่งก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเจ้าสาวคนสวยที่กำลังนั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ พิมพ์มาดาในชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับล้อแสงไฟ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “สวยเหลือเกินค่ะคุณพริ้ม คุณพ่อคุณแม่ของคุณพริ้มบนฟ้า ถ้าได้มองลงมาเห็นท่านต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” เสียงสั่นพร่าของป้าสายดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาลูบเรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตของหญิงสาวเบา ๆ นัยน์ตาของอดีตคนดูแลรีสอร์ตที่เปรียบเสมือนญาติผ
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบอบบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอด พิมพ์มาดาซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน โรมเชยคางมนขึ้นมา สบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่ม จุมพิตในคราแรกนั้นแสนอ้อยอิ่งและทะนุถนอม ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชิ้นโปรด ทว่าเมื่อความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปะทุขึ้น จังหวะการเกี้ยวพาราสีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง โรมสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างบางให้แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน พิมพ์มาดาครางอือในลำคอ เรียวแขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้สามีนำพาเธอจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงที่เขาสร้างขึ้น โรมถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีเหล็กทอประกายวา
หลังจากการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปีติ โรมก็จูงมือพิมพ์มาดาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้ จุดหมายปลายทางของพวกเขาไม่ใช่เรือนรับรองหลังใหญ่ แต่เป็นเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่บนเนินเขา ‘เรือนไม้หอม’ พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก สถานที่แห่งนี้คือเรือนพักแขกวีไอพี และเป็นเรือนหลังที่โรมเข้ามาพักในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อหลายเดือนก่อน...ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะพลิกผัน “จำได้ไหม คืนแรกที่พี่มาพักที่นี่ พายุเข้าหนักมาก แล้วพี่ก็ใช้อำนาจบีบให้พริ้มต้องค้างคืนที่เรือนนี้ด้วย” โรมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มสอดฝ่ามือเข้าประสานกับเรียวนิ้วเล็ก กระชับแน่นเพื่อดึงเธอออกจากภวัง
“พริ้มไม่ได้ต้องการอะไรคืนเลยค่ะ แค่มีพี่โรมอยู่ตรงนี้ พริ้มก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุน “แต่พี่ต้องการ พี่อยากให้ผู้หญิงของพี่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และสมควรได้รับความสุขชดเชยกับน้ำตาทุกหยดที่เสียไป” ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับความสูงลง ภาพขุนเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบขนาดย่อมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางนี้...ภูมิประเทศแบบนี้...มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ลานกว้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ไกลจากลานจอดมีรถกอล์ฟคันใหญ่จอดรอรับอยู่ โรมประคองหญิงสาวลงจากเครื่องและพาขึ้นรถกอล์ฟ ขับลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวและ
โรมหรี่ตามองใบหน้าหวานที่พยายามแสดงความเข้มแข็งทั้งที่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาเชยคางมนขึ้นมาบีบเบา ๆ“ตราบใดที่คุณยังทำตัวน่ารักและ ‘ปรน
“ฉัน... ฉัน...” เธออึกอัก น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งโรมที่จรดปากกาเซ็นชื่อของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว หันมามองท่าทีอิดออดของหญิงสาว เขาขยับ
บรรยากาศภายในเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังบินฝ่าก้อนเมฆมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพมหานคร ช่างแตกต่างจากตอนขามาโดยสิ้นเชิงไม่มีเสียงพูดคุยหยอกล้อ ไม่ม
“พี่โรม...”พิมพ์มาดาเอ่ยเรียกเขาเสียงแผ่ว พยายามหยัดตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงด้วยความยากลำบาก&nbs







