Masukโรมหรี่ตามองใบหน้าหวานที่พยายามแสดงความเข้มแข็งทั้งที่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาเชยคางมนขึ้นมาบีบเบา ๆ
“ตราบใดที่คุณยังทำตัวน่ารักและ ‘ปรนนิบัติ’ ผมได้ถึงใจ ผมก็จะเป็นเจ้าหนี้ที่ใจดี แต่ถ้าวันไหนคุณคิดจะเล่นตุกติก หรือพยายามหนีไปจากกรงทองนี้ล่ะก็ ผมรับรองได้เลยว่าป้าสายกับลุงหมายของคุณจะไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัว และบ้านอิงดาวจะถูกทุบทิ้งราบเป็นหน้ากลอง”
ร่างสูงใหญ่สะบัดมือออกอย่างเกลียดชัง ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังบาร์เครื่องดื่ม รินวิสกี้สีอำพันลงในแก้วแล้วยกขึ้นจิบหน้าตาเฉย ปล่อยให้พิมพ์มาดายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องโถงกว้างด้วยหัวใจที่แหลกสลาย
หญิงสาวค่อย ๆ ลากสองขาที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วเดินตรงไปยังห้องนอนที่เขาชี้บอก ทันทีที่บานประตูไม้ปิดลง ร่างบอบบางก็ทรุดฮวบลงกับพื้นพรมหนานุ่ม สองมือเล็กยกขึ้นปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น
เธอติดกับดักของปีศาจร้ายอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว อิสรภาพถูกพรากไปพร้อมกับรอยขีดเขียนบนทะเบียนสมรส ต่อจากนี้ไป ชีวิตของพิมพ์มาดาคงมีแต่ความมืดมิดและหยาดน้ำตาในกรงทองของมัจจุราชที่ชื่อว่า รเมศ อัครเดชสกุล
*******************************
แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องนอกสาดส่องทะลุกระจกบานใหญ่เข้ามาตกกระทบพื้นพรมสีเข้ม บ่งบอกว่าช่วงเวลาแห่งความมืดมิดได้มาเยือนมหานครแห่งนี้แล้ว และมันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พิมพ์มาดากลัวจับใจ
หญิงสาวเพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำหลังจากขังตัวเองอยู่ในนั้นนานนับชั่วโมง ร่างบอบบางสวมเพียงชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิทที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้ เนื้อผ้าที่บางเบาและเว้าลึกจนแทบจะปิดบังอะไรไม่มิด ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไร้ค่าราวกับเป็นเพียงสินค้าที่รอคอยให้เจ้าของมาเชยชม
เธอนั่งกอดเข่าอยู่บนปลายเตียงคิงไซซ์หลังใหญ่ นัยน์ตากลมโตที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจทำให้เธออยากจะหลับตาลงแล้วภาวนาให้ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ฝันร้าย ทว่าเสียงปลดล็อกประตูที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบกลับกระชากเธอให้ตื่นมาพบกับความจริงอันโหดร้าย
แกร๊ก...
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาภายในห้องนอน แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดกระทบใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยจากการทำงาน ทว่านัยน์ตาสีเหล็กคู่นั้นกลับวาวโรจน์และเต็มไปด้วยสัญชาตญาณของนักล่า ชายหนุ่มจัดการปลดเนคไทและกระดุมเสื้อเชิ้ตออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะโยนมันทิ้งไปบนเก้าอี้ปลายเตียงอย่างไม่ไยดี
พิมพ์มาดาสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวขยับถอยร่นไปจนชิดพนักเตียงโดยสัญชาตญาณ สองมือเล็กดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างที่สั่นสะท้านของตัวเองไว้แน่น
“ร้องไห้พอหรือยัง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเย็นชา ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดขอบเตียง ทอดสายตามองปฏิกิริยาหวาดกลัวของคนตัวเล็กด้วยความสมเพช
“ถ้าพอแล้วก็เลิกทำตัวเป็นเหยื่อที่น่าสงสาร แล้วมาทำหน้าที่นางบำเรอของคุณสักที ผมเหนื่อยและต้องการการปลดปล่อย”
“คุณโรม ขอเวลาให้ฉันบ้างเถอะนะคะ” พิมพ์มาดาวิงวอนเสียงสั่น น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง “ฉันเหนื่อย ฉันรับเรื่องพวกนี้ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ขอร้องล่ะค่ะ วันนี้ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ”
“ปล่อยงั้นเหรอ”
โรมแค่นยิ้มร้ายกาจ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง เอื้อมมือไปกระชากผ้าห่มที่หญิงสาวใช้กำบังตัวออกอย่างแรงจนมันร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรในชุดนอนผ้าซาตินที่แนบชิดไปกับสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน
“คุณลืมไปแล้วหรือไงพิมพ์มาดา ว่าคุณเซ็นสัญญายอมรับเงื่อนไขทุกอย่างแล้ว สินค้าที่ถูกซื้อมาด้วยราคาตั้งห้าสิบล้าน ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องเวลาพักผ่อน สิ่งเดียวที่คุณต้องทำ คือทำตามคำสั่งของผม”
สิ้นคำรามสิทธิ์ ร่างสูงก็โถมตัวลงมาทาบทับร่างบอบบางไว้กับฟูกนุ่มทันที พิมพ์มาดากรีดร้องเสียงหลง สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกแกร่งสุดแรงเกิด ทว่าแรงของเธอหรือจะสู้แรงของมัจจุราชที่กำลังหิวกระหายได้ โรมรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างจาบจ้วงและรุนแรง
“อื้อ! ปล่อยนะ คุณโรม คนใจร้าย! คุณมันไม่ใช่คน!”
หญิงสาวดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินลงมาอาบแก้ม เธอเกลียดสัมผัสที่ไร้ความปรานีนี้ เกลียดที่เขาเห็นเธอเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์
“ด่าอีกสิพิมพ์มาดา ยิ่งคุณด่า ผมก็จะยิ่งรังแกคุณให้ช้ำไปทั้งตัวเลยคอยดู”
โรมบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างดุดันและลงทัณฑ์ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างหิวกระหายและเอาแต่ใจ เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ประท้วงหรือแม้แต่จะหายใจ รสจูบที่เต็มไปด้วยความคุกคามและป่าเถื่อนสูบเรี่ยวแรงของหญิงสาวไปจนหมดสิ้น
สองปีต่อมา... ภาพที่ปรากฏอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชสกุลไม่ใช่ภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โรมในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มสภาพยับย่น ผมเผ้าชี้ฟูไม่เป็นทรง กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนบุขนนุ่มสีพาสเทล ในอ้อมแขนแกร่งที่เคยใช้จับอาวุธและเซ็นสัญญาระดับพันล้าน บัดนี้กำลังตระกองกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยหกเดือนเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของปะป๊า หิวรึเปล่าเอ่ย หรือว่าหนูปวดท้องคะลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตวาดศัตรูจนหัวหด บัดนี้ถูกดัดให้เล็กและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายค
เวหากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวของพิมพ์มาดา รอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทุกก้าวเดินที่เขานำพาพี่สะใภ้เดินไปตามพรมแดง มั่นคงและสง่างามสมเกียรติ โรมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ขอบตาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งร้อนผ่าวเมื่อเห็นน้องชายที่เขาเกือบจะสูญเสียไป กำลังเดินพาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจมาส่งให้ถึงมือ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เวหาก็ค่อย ๆ จับมือเล็กของพิมพ์มาดาไปวางลงบนฝ่ามือหนาของพี่ชาย “ผมส่งนางฟ้าคืนให้มัจจุราชแล้วนะครับพี่โรม” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ฝากดูแลพี่พริ้มด้วยนะครับ แต่ถ้าวันไหนพี่ทำให้พี่พริ้มต้องร้องไห้เสียใจ ผมจะพาพี่สะใภ้หนีไปซ่อน จนพี่ตามหาไม่เจอเลยคอยดู”&nb
ภายในห้องพักรับรองระดับเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรูระดับหกดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนอบอวลไปด้วยความสุข ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมคิวทองระดับประเทศเพิ่งก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเจ้าสาวคนสวยที่กำลังนั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ พิมพ์มาดาในชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับล้อแสงไฟ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “สวยเหลือเกินค่ะคุณพริ้ม คุณพ่อคุณแม่ของคุณพริ้มบนฟ้า ถ้าได้มองลงมาเห็นท่านต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” เสียงสั่นพร่าของป้าสายดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาลูบเรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตของหญิงสาวเบา ๆ นัยน์ตาของอดีตคนดูแลรีสอร์ตที่เปรียบเสมือนญาติผ
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบอบบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอด พิมพ์มาดาซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน โรมเชยคางมนขึ้นมา สบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่ม จุมพิตในคราแรกนั้นแสนอ้อยอิ่งและทะนุถนอม ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชิ้นโปรด ทว่าเมื่อความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปะทุขึ้น จังหวะการเกี้ยวพาราสีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง โรมสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างบางให้แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน พิมพ์มาดาครางอือในลำคอ เรียวแขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้สามีนำพาเธอจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงที่เขาสร้างขึ้น โรมถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีเหล็กทอประกายวา
หลังจากการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปีติ โรมก็จูงมือพิมพ์มาดาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้ จุดหมายปลายทางของพวกเขาไม่ใช่เรือนรับรองหลังใหญ่ แต่เป็นเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่บนเนินเขา ‘เรือนไม้หอม’ พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก สถานที่แห่งนี้คือเรือนพักแขกวีไอพี และเป็นเรือนหลังที่โรมเข้ามาพักในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อหลายเดือนก่อน...ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะพลิกผัน “จำได้ไหม คืนแรกที่พี่มาพักที่นี่ พายุเข้าหนักมาก แล้วพี่ก็ใช้อำนาจบีบให้พริ้มต้องค้างคืนที่เรือนนี้ด้วย” โรมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มสอดฝ่ามือเข้าประสานกับเรียวนิ้วเล็ก กระชับแน่นเพื่อดึงเธอออกจากภวัง
“พริ้มไม่ได้ต้องการอะไรคืนเลยค่ะ แค่มีพี่โรมอยู่ตรงนี้ พริ้มก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุน “แต่พี่ต้องการ พี่อยากให้ผู้หญิงของพี่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และสมควรได้รับความสุขชดเชยกับน้ำตาทุกหยดที่เสียไป” ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับความสูงลง ภาพขุนเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบขนาดย่อมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางนี้...ภูมิประเทศแบบนี้...มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ลานกว้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ไกลจากลานจอดมีรถกอล์ฟคันใหญ่จอดรอรับอยู่ โรมประคองหญิงสาวลงจากเครื่องและพาขึ้นรถกอล์ฟ ขับลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวและ
จากที่เคยดิ้นรนต่อต้าน ร่างกายของเธอกลับเริ่มอ่อนระทวยเมื่อถูกความชำนาญของเขาหลอมละลาย โรมถอนริมฝีปากออกเพียงชั่วครู่เพื่อกอบโกยอากาศ ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาซุกไซ้ซอกคอระหงอย่างจาบจ้วง โดยไม่แยแสหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศที่ไหลอาบแก้มของคนใต้ร่างเลยแม้แต่น้อย มือหนาที่ว่างอยู่ออกแรงเพียงน
“ฉัน... ฉัน...” เธออึกอัก น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งโรมที่จรดปากกาเซ็นชื่อของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว หันมามองท่าทีอิดออดของหญิงสาว เขาขยับ
บรรยากาศภายในเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังบินฝ่าก้อนเมฆมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพมหานคร ช่างแตกต่างจากตอนขามาโดยสิ้นเชิงไม่มีเสียงพูดคุยหยอกล้อ ไม่ม
“พี่โรม...”พิมพ์มาดาเอ่ยเรียกเขาเสียงแผ่ว พยายามหยัดตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงด้วยความยากลำบาก&nbs







