เข้าสู่ระบบคำแก้ตัวของเขาฟังดูงี่เง่าและเอาแต่ใจจนพิมพ์มาดาอยากจะเถียงกลับ แต่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีเหล็กที่ทอดมองมาอย่างขอโทษ เธอก็พบว่าตัวเองไม่สามารถหาคำพูดใดมาต่อว่าเขาได้เลย
“แต่ถึงยังไง ผมก็ต้องขอโทษที่ทำให้คุณตกใจนะครับ”
โรมวางแก้วกาแฟลงและโน้มตัวเข้ามาหาเธอเล็กน้อย สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าหวานซึ้งที่ไร้เครื่องสำอางอย่างพิจารณา
“ผมยอมรับว่าผมแสดงพฤติกรรมที่แย่มาก หวังว่าคุณจะยกโทษให้คนแปลกหน้าที่กำลังเหนื่อยล้าคนนี้นะครับ”
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังสับสนอย่างหนัก ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ไวกว่าพายุที่พัดถล่มเมื่อคืนเสียอีก เมื่อคืนเขาคือซาตานที่พร้อมจะฉีกทึ้งเธอเป็นชิ้น ๆ แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นสุภาพบุรุษที่แสนจะอ่อนโยนและใส่ใจ แม้กระทั่งผ้าห่มผืนนี้เขาก็คงเป็นคนห่มให้เธอตอนที่เธอเหลอหลับ
“ดิฉัน...ไม่เป็นไรค่ะ”
พิมพ์มาดาตอบเสียงแผ่ว พยายามเบือนหน้าหนีสายตาที่ทรงเสน่ห์ของเขา
“ในเมื่อคุณได้อาหารเช้าแล้ว ดิฉันก็ขอตัวกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดการงานที่รีสอร์ตก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวสิครับ”
โรมเอื้อมมือมาแตะที่ข้อมือเล็กของเธอเพียงแผ่วเบา ทว่าสัมผัสนั้นกลับทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่าง หญิงสาวชะงัก ช้อนสายตาขึ้นมองเขาด้วยความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึก
“ผมยังไม่ได้ทานอาหารเช้าเลย นั่งทานเป็นเพื่อนผมก่อนสิครับ ถือซะว่าเป็นการไถ่โทษที่ผมทำให้คุณต้องมาทนอุดอู้อยู่ในห้องนี้ทั้งคืน”
“แต่ดิฉันมีงานต้องทำ...”
“รีสอร์ตของคุณมีแขกพักอยู่แค่สองห้องรวมห้องผมด้วย ไม่ใช่เหรอครับ”
โรมเลิกคิ้ว ถามอย่างคนที่มีข้อมูลอยู่ในมือครบถ้วน
“หรือว่าการดูแลลูกค้าวีไอพีอย่างผม มันไม่สำคัญพอที่จะทำให้เจ้าของรีสอร์ตเสียเวลาสักสิบห้านาที”
คำพูดที่ดูเหมือนจะหยอกล้อแต่แฝงไปด้วยการกดดัน ทำให้เธอหมดทางปฏิเสธ เธอจำใจต้องนั่งลงบนโซฟาตามเดิมและหยิบแซนด์วิชที่เขาเตรียมไว้ให้ขึ้นมากัดคำเล็ก ๆ รสชาติของมันอร่อยเกินกว่าที่คาดไว้มากจนเธออดไม่ได้ที่จะลอบมองใบหน้าคมคายของคนทำ
โรมลอบยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นเหยื่อตัวน้อยเริ่มลดกำแพงลง
แผนการขั้นแรกของเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว การใช้กำลังข่มขู่จะทำให้ผู้หญิงคนนี้เตลิดหนีและหวาดระแวง แต่การใช้ ‘ความอ่อนโยน’ ล่อลวง จะทำให้เธอเดินเข้ามาติดกับดักของเขาด้วยความเต็มใจ
‘กินให้อร่อยเถอะพิมพ์มาดา...เพราะนี่จะเป็นมื้อเช้าที่แสนหวานมื้อสุดท้าย ก่อนที่ฉันจะลากเธอลงนรก’
โรมคิดในใจขณะทอดสายตามองริมฝีปากสีพีชที่กำลังเคี้ยวอาหารแก้มตุ่ย
“อร่อยไหมครับ” เขาแสร้งถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“ก็...ทานได้ค่ะ” เธอตอบอ้อมแอ้ม หลบสายตาร้อนแรงที่จ้องมองมาอย่างไม่ปิดบัง
“ดีครับ ถ้าคุณชอบ ต่อไปนี้ผมจะทำอาหารเช้าให้คุณทานทุกวันเลย ดีไหม”
คำพูดหวานหูประโยคนั้นทำให้พิมพ์มาดาแทบจะสำลักแซนด์วิช หญิงสาวเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ผู้ชายที่เพิ่งเจอกันแค่คืนเดียว แถมยังขู่จะจับเธอแก้ผ้าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้กลับมานั่งหยอดคำหวานราวกับกำลังตามจีบเธออย่างนั้นหรือ
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!
“นี่คุณกำลังล้อดิฉันเล่นใช่ไหมคะ”
เธอวางแซนด์วิชในมือลงบนจาน กระเถิบตัวออกห่างจากเขาอีกนิด
“เราเพิ่งรู้จักกัน แถมเมื่อคืนคุณยัง...”
“ผมบอกแล้วไงว่าเมื่อคืนผมแค่เหนื่อยและหงุดหงิด” โรมแทรกขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่จางหาย “และผมก็ไม่ได้ล้อเล่น พิมพ์มาดาผมสนใจคุณ”
สองปีต่อมา... ภาพที่ปรากฏอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชสกุลไม่ใช่ภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โรมในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มสภาพยับย่น ผมเผ้าชี้ฟูไม่เป็นทรง กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนบุขนนุ่มสีพาสเทล ในอ้อมแขนแกร่งที่เคยใช้จับอาวุธและเซ็นสัญญาระดับพันล้าน บัดนี้กำลังตระกองกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยหกเดือนเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของปะป๊า หิวรึเปล่าเอ่ย หรือว่าหนูปวดท้องคะลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตวาดศัตรูจนหัวหด บัดนี้ถูกดัดให้เล็กและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายค
เวหากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวของพิมพ์มาดา รอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทุกก้าวเดินที่เขานำพาพี่สะใภ้เดินไปตามพรมแดง มั่นคงและสง่างามสมเกียรติ โรมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ขอบตาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งร้อนผ่าวเมื่อเห็นน้องชายที่เขาเกือบจะสูญเสียไป กำลังเดินพาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจมาส่งให้ถึงมือ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เวหาก็ค่อย ๆ จับมือเล็กของพิมพ์มาดาไปวางลงบนฝ่ามือหนาของพี่ชาย “ผมส่งนางฟ้าคืนให้มัจจุราชแล้วนะครับพี่โรม” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ฝากดูแลพี่พริ้มด้วยนะครับ แต่ถ้าวันไหนพี่ทำให้พี่พริ้มต้องร้องไห้เสียใจ ผมจะพาพี่สะใภ้หนีไปซ่อน จนพี่ตามหาไม่เจอเลยคอยดู”&nb
ภายในห้องพักรับรองระดับเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรูระดับหกดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนอบอวลไปด้วยความสุข ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมคิวทองระดับประเทศเพิ่งก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเจ้าสาวคนสวยที่กำลังนั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ พิมพ์มาดาในชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับล้อแสงไฟ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “สวยเหลือเกินค่ะคุณพริ้ม คุณพ่อคุณแม่ของคุณพริ้มบนฟ้า ถ้าได้มองลงมาเห็นท่านต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” เสียงสั่นพร่าของป้าสายดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาลูบเรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตของหญิงสาวเบา ๆ นัยน์ตาของอดีตคนดูแลรีสอร์ตที่เปรียบเสมือนญาติผ
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบอบบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอด พิมพ์มาดาซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน โรมเชยคางมนขึ้นมา สบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่ม จุมพิตในคราแรกนั้นแสนอ้อยอิ่งและทะนุถนอม ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชิ้นโปรด ทว่าเมื่อความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปะทุขึ้น จังหวะการเกี้ยวพาราสีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง โรมสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างบางให้แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน พิมพ์มาดาครางอือในลำคอ เรียวแขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้สามีนำพาเธอจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงที่เขาสร้างขึ้น โรมถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีเหล็กทอประกายวา
หลังจากการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปีติ โรมก็จูงมือพิมพ์มาดาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้ จุดหมายปลายทางของพวกเขาไม่ใช่เรือนรับรองหลังใหญ่ แต่เป็นเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่บนเนินเขา ‘เรือนไม้หอม’ พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก สถานที่แห่งนี้คือเรือนพักแขกวีไอพี และเป็นเรือนหลังที่โรมเข้ามาพักในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อหลายเดือนก่อน...ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะพลิกผัน “จำได้ไหม คืนแรกที่พี่มาพักที่นี่ พายุเข้าหนักมาก แล้วพี่ก็ใช้อำนาจบีบให้พริ้มต้องค้างคืนที่เรือนนี้ด้วย” โรมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มสอดฝ่ามือเข้าประสานกับเรียวนิ้วเล็ก กระชับแน่นเพื่อดึงเธอออกจากภวัง
“พริ้มไม่ได้ต้องการอะไรคืนเลยค่ะ แค่มีพี่โรมอยู่ตรงนี้ พริ้มก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุน “แต่พี่ต้องการ พี่อยากให้ผู้หญิงของพี่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และสมควรได้รับความสุขชดเชยกับน้ำตาทุกหยดที่เสียไป” ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับความสูงลง ภาพขุนเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบขนาดย่อมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางนี้...ภูมิประเทศแบบนี้...มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ลานกว้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ไกลจากลานจอดมีรถกอล์ฟคันใหญ่จอดรอรับอยู่ โรมประคองหญิงสาวลงจากเครื่องและพาขึ้นรถกอล์ฟ ขับลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวและ
จากที่เคยดิ้นรนต่อต้าน ร่างกายของเธอกลับเริ่มอ่อนระทวยเมื่อถูกความชำนาญของเขาหลอมละลาย โรมถอนริมฝีปากออกเพียงชั่วครู่เพื่อกอบโกยอากาศ ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาซุกไซ้ซอกคอระหงอย่างจาบจ้วง โดยไม่แยแสหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศที่ไหลอาบแก้มของคนใต้ร่างเลยแม้แต่น้อย มือหนาที่ว่างอยู่ออกแรงเพียงน
โรมหรี่ตามองใบหน้าหวานที่พยายามแสดงความเข้มแข็งทั้งที่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาเชยคางมนขึ้นมาบีบเบา ๆ“ตราบใดที่คุณยังทำตัวน่ารักและ ‘ปรน
“ฉัน... ฉัน...” เธออึกอัก น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งโรมที่จรดปากกาเซ็นชื่อของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว หันมามองท่าทีอิดออดของหญิงสาว เขาขยับ
บรรยากาศภายในเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังบินฝ่าก้อนเมฆมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพมหานคร ช่างแตกต่างจากตอนขามาโดยสิ้นเชิงไม่มีเสียงพูดคุยหยอกล้อ ไม่ม







