Masukชุดากุมขมับก้มหน้าหลับตานิ่ง ชั่วครู่ถึงเงยขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ได้มีแค่ลูกสาวยืนอยู่ตรงนี้ แม่หม้ายยังสาวจ้องร่างบางที่ยังยืนขาแข็งมองมาที่เธอนิ่งอย่างไตร่ตรอง ก่อนเอ่ยถามออกมา
“แล้วชายามาเมื่อไรจ๊ะ”
“เพิ่งมาถึงค่ะคุณน้า”
ชายายกมือไหว้พร้อมเอ่ยตอบเบาๆ หากยังไม่ทันจะได้ว่ายังไงกันต่อ เสียงห้าวของคนที่เพิ่งก้าวลงบันไดมาจากชั้นบนก็ดังลอยมาขัดจังหวะเสียก่อน
“นี่เฮอริเคนพัดถล่มชุดาไทยฟูดส์หรือไงเนี่ย”
“แหม! ดูลูกชายของแม่สิ เป็นสุภาพบุรุษซะจริงๆ โผล่หัวมาตอนที่พวกมันยกโขยงกันกลับไปหมดแล้ว ช่างเป็นลูกผู้ชายตัวจริงน่ายกย่องสรรเสริญสุดๆ” มาลินาเปิดปากกระแนะกระแหนพี่ชายทันที
“นังไมลี่ย์! เดี๋ยวเถอะนังตัวดี ลองฉันโผล่หัวออกมาสิ มีหวังถูกกระทืบจมพื้นแน่ๆ ยิ่งกำลังโดนหมายหัวอยู่ด้วย”
“ทำไม! พี่ไปก่อคดีอะไรเอาไว้อีกล่ะ เรื่องของแม่คนหนึ่งแล้ว นี่ยังจะมีเรื่องของพี่อีกคนหรือไงพี่ไมค์”
“ก็คืนนั้นฉันกับเพื่อนเมาเลยอาละวาดผับมันซะเละ มันก็เลยสั่งลูกน้องตามล่าฉันกับเพื่อนกันให้ควั่ก นี่ถ้าพวกมันรู้ว่าที่นี่เป็นบ้านของฉัน ร้านนี้คงเละไปแล้วแน่ๆ”
“เออ! ดี ทั้งแม่ทั้งพี่คอยแต่จะสร้างปัญหาพอกันเลย ให้พวกมันพังๆ ไปซะให้หมดก็ดีเหมือนกัน จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไปสักที ในเมื่อทุกคนไม่เคยคิดที่จะสนใจไยดีร้านนี้อยู่แล้วนี่ ตอนนี้ไม่พังก็เหมือนพังนั่นแหละ”
มาลินาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาจะหยดอยู่รอมร่อ ก่อนจะก้าวไปก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของที่เกลื่อนอยู่บนพื้นขึ้นไปวางบนเคาน์เตอร์ พอชายิกาเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปช่วยเพื่อนรักเก็บอีกแรง เธอรู้ว่ามาลินาเข้มแข็งมาโดยตลอด ไม่เคยร้องไห้ให้เธอเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่หนนี้มันคงจะเต็มกลืนแล้วล่ะ
ด้านไมเคิลยักไหล่ก้าวออกไปจากร้านอย่างไม่คิดจะแยแสกับสภาพของร้านสักนิด ส่วนนางชุดาก็ลุกจากพื้นเดินไปคว้าขวดเหล้าในตู้ข้างผนังก้าวหายเข้าไปทางหลังร้านหน้าตาเฉย ชายิกาจึงหันไปมองเพื่อนรักอย่างเห็นใจ มาลินากำลังเงยหน้าขึ้นเพื่อไล่น้ำตาไม่ให้ไหลลงมา เธอจึงเดินเข้าไปจับมือแล้วบีบให้กำลังใจ
“ไม่เป็นไรนะไมลี่ย์”
มาลินาหันมาเค้นยิ้มให้เพื่อนรัก แล้วเอ่ยออกมา
“ขอโทษนะชายา แกหนีร้อนมาพึ่งฉันแท้ๆ แต่ต้องมาเจอเรื่องน่าหดหู่แบบนี้ซะได้”
“อย่าพูดแบบนี้สิไมลี่ย์ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายรู้สึกไม่ดี แกเดือดร้อนซะขนาดนี้แต่ฉันยังมาเป็นภาระให้แกอีก”
มาลินาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เหมือนจะทำใจ ก่อนหันมาโอบกอดร่างเพื่อนรักเอาไว้แน่นแล้วเอ่ยออกมายิ้มๆ
“งั้นแกกับฉันก็ถือว่าเจ๊ากัน แกมาพึ่งฉัน แต่ตอนนี้ฉันต้องพึ่งแกช่วยเก็บกวาดร้านแล้วล่ะ ส่วนเรื่องของคนอื่นก็ช่างหัวเถอะ ใครผูกอะไรไว้ก็ให้แก้เอาเองก็แล้วกัน”
ชายิกาคลี่ยิ้มบางๆ เมื่อเห็นเพื่อนมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง หากสองสาวเพื่อนรักไม่ได้เห็นสายตาของชุดา ลาเวลล์ที่นั่งซดเหล้าอยู่ด้านหลังร้าน กำลังจ้องผ่านผนังกระจกออกมามองตามร่างสาวน้อยหนีออกจากบ้านแทบไม่วางตาอยู่เงียบๆ
หลังจากนั้นชายิกากับมาลินาก็ช่วยกันเก็บกวาดข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นให้เข้าที่เข้าทาง และมีเด็กในร้านอีกห้าหกคนซึ่งเมื่อตอนเกิดเรื่องต่างไปออกันอยู่ด้านหลังร้านออกมาช่วยตั้งโต๊ะเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาดกันคนละไม้ละมือ
**********
วันต่อมา ณ คาร์ตันเวลเรส โรงแรมสุดหรูตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจในเครือวิลเลียมเบอร์ลิซกรุ๊ปของมหาเศรษฐีตระกูลดัง คุณนายซาร่า วิลเลียมเบอร์ลิซในชุดสวยพริ้งเยื้องย่างอย่างสง่างามเข้ามาในล็อบบีของโรงแรมที่จัดเอาไว้สำหรับบริการแขกมีระดับ พอพาร่างเพรียวบางมาทรุดนั่งตรงโซฟาหรูเสร็จก็เอ่ยกับการ์ดสองนายที่ถือของพะรุงพะรังซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าแบรนด์เนมแทบทั้งสิ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เอาของไปเก็บที่รถเถอะ ฉันจะรอเจ้านายของพวกเธออยู่ตรงนี้แหละ”
การ์ดสองนายเมื่อได้ยินดังนั้นจึงหอบหิ้วข้าวของที่คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซไปช็อปปิ้งมาเอาไปเก็บให้ตามคำสั่ง วันนี้คุณนายแห่งตระกูลดังมีนัดทานมื้อเที่ยงกับสามีซึ่งกำลังเคลียร์งานอยู่ข้างบน ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว คิดว่าเดี๋ยวสามีก็คงจะลงมา
ทว่านั่งได้สักพัก พลันหูก็เริ่มกระดิกเมื่อได้ยินเสียงสนทนาของแขกที่นั่งกันอยู่ตรงโซฟาด้านหลัง ถึงแม้บทสนทนานั้นจะเป็นภาษาไทยแต่นางฟังออก เนื่องจากมีธุรกิจมากมายอยู่ที่เมืองไทย และลูกสะใภ้ก็เป็นคนไทยทำให้ครอบครัววิลเลียมเบอร์ลิซพูดได้และฟังออกกันทั้งบ้าน บรรดาลูกน่ะไม่ต้องพูดถึง สามารถพูด อ่าน เขียน ได้คล่องปร๋อไม่แพ้เจ้าของประเทศเลยเชียวละ เพราะเรียนมาตั้งแต่เด็ก
“คืนนี้สองทุ่มชุดาจะให้ลูกสาวมาพบท่านที่ห้องนะคะ”
“ก็ฉลาดดีนี่ แต่ฉันไม่เอาแม่หมูปากเสียนั่นหรอกนะชุดา เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันต้องการคนไหน”
“ชุดารู้ค่ะ แต่ท่านคงไม่คิดว่าเด็กมันจะเต็มใจมาทำงานนี้ให้ชุดาหรอกนะคะ ชุดาแค่จะกล่อมให้มาพบท่านที่ห้อง จากนั้นท่านก็จัดการเอาเองแล้วกัน”
ขณะที่เด็กน้อยวัยตั้งแต่สองขวบถึงย่างห้าขวบ ซึ่งนับได้สิบชีวิตพอดีก็เล่นของเล่นกันไปพลาง ปากน้อยๆ ก็เจื้อยแจ้วเซ็งแซ่เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปหมดจนฟังแทบไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ประหนึ่งเนอร์สเซอรี่ขนาดย่อมๆ ก็ไม่ปาน บางทีคุณแม่ที่นั่งขนาบอยู่ใกล้ๆ ต้องทำหูผึ่งคอยเงี่ยหูฟังว่าบรรดาลูกๆ คุยอะไรกัน“ชาตี้กับชาต้าต้องกินนมให้เยอะๆ รู้ไหมจะได้ตัวโตเท่าพี่ๆ”เจ้าแฝดพี่คิงส์ตันวัยสี่ขวบครึ่ง ศิษย์เอกของอวัสดาจอมแสบเริ่มเปิดปฐมบทขึ้นมาเป็นคนแรก สองสาวฝาแฝดที่วัยเพิ่งสองขวบมาได้ไม่กี่เดือนซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเชื่อฟังคนที่มีศักดิ์เป็นพี่“ใช่ๆ แด๊ดดี้บอกว่าตอนเป็นเบบี๋ คิงส์ตันกับคินส์เตอร์หม่ำนมหม่ามี้เก่งมากๆ ตัวเลยโตเท่านี้ไง”แสบน้องเสริมทัพช่วยพี่ชายอีกแรง พร้อมกับกำมือทุบอกดูภาคภูมิใจในร่างอวบใหญ่เกินวัยสี่ขวบครึ่งของตนเองซะเหลือเกิน หารู้ไม่ที่ตัวเองตัวกลมดิกอยู่ในตอนนี้เพราะชอบปะเหลาะขอขนมมารดากินต่างหาก และความช่างพูดของสองแสบก็ทำเอาผู้เป็นแม่ใจอ่อนตกหลุมแสบอยู่ทุกครั้งไป“ไม่จริงหรอก หม่ำแต่นมไม่ได้นะ ต้องหม่ำข้าวด้วย ถึงจะตัวโตเหมือนแสนรักนี่ไง และคุณ
สามปีต่อมา...ณ คฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซในเมืองไทย เควินโอบเอวภรรยาสาวก้าวลงมายังสนามหญ้าหน้าบ้าน ในอ้อมแขนของทั้งสองมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่หน้าเหมือนกันราวกับแกะในชุดสีขาวฟูฟ่องอุ้มติดมือมาคนละข้าง มืออีกข้างของภรรยายังจูงเด็กชายตัวอ้วนกลมในชุดสูทสีขาวแสนน่ารักมาอีกคน ด.ญ.ชาลิตา และ ด.ญ.ชาลิสา วิลเลียมเบอร์ลิซ หรือสาวน้อยชาต้ากับสาวน้อยชาตี้วัยเพิ่งได้สองขวบเศษ ส่วนเจ้าหนูชาคินหรือชาร์เม่ได้สามขวบครึ่งพอดี และตอนนี้ชายิกาก็ทำการปิดอู่ถาวรไปแล้วเรียบร้อย เนื่องจากตอนผ่าคลอดลูกแฝดเธอก็ได้ทำหมันด้วยเลยทีเดียว เพราะตกลงกับสามีแล้วว่าจะมีลูกกันแค่สามคนเท่านี้พอดูจากการตั้งชื่อลูกก็รู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่ ถึงแม้หน้าตาลูกๆ แต่ละคนจะเชื้อพ่อแรง มีดวงตาสีฟ้า เค้าโครงหน้ากระเดียดไปทางบิดากันหมด แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษเป็นหลัก หากชายิกาก็ขอให้ลูกมีอะไรไทยๆ ติดตัวอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ขอชื่อจริงก็ยังดี และเด็กๆ จะพูดได้ทั้งภาษาไทยทั้งภาษาอังกฤษ เพราะชายิกาจะคุยกับลูกด้วยภาษาไทยตลอด พร้อมกับปลูกฝังความเป็นไทยให้อยู่เสมอ เลือดไทยครึ่งตัวที่ลูกๆ ของเธอมีจะได้ไม่สูญเปล่าคุณพ่อยังหน
ชายิกาจึงหัวเราะขำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นหน้ายับยุ่งของสามี เธอขยับเข้าไปกอดรอบลำคอแกร่ง จูบแก้มครึ้มไรหนวดนั้นหนักๆ อย่างมันเขี้ยว แล้วถึงกระซิบใส่หูเบาๆ“คราวนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”เควินถึงกับเบิกตาค้าง ก่อนจะดันร่างภรรยาออกมาจ้องหน้าแล้วเอ่ยถามร้อนรน“เจ้าหนูกำลังจะมีน้องงั้นเหรอชายา”ชายิกาพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับแย้มยิ้มหวานหยด ทำเอาสามีฉีกยิ้มกว้างจนจะถึงใบหูอยู่แล้ว โผเข้ามากอดร่างเธอเอาไว้แน่นเต็มอ้อมแขน ปากได้รูปจูบแก้มสีจัดน่าฟัดนั้นมารัวๆ ก่อนเขาจะผละมาประคองแก้มนุ่มดึงเข้าไปจูบกลีบปากแดงฉ่ำย้ำๆ อยู่หลายที แล้วถึงเอ่ยออกมาตาวาววับ บอกให้รู้ว่ากำลังดีใจแบบสุดขีด“แบบนี้เขาเรียกว่าฝีมือ เปิดอู่ปุ๊บติดปั๊บ”ภรรยาสาวจึงค้อนให้อย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้ ความจริงเธอกับสามีก็คุยกันแล้วว่าจะมีลูกต่อเลย จึงไม่คิดที่จะป้องกัน แต่ก็ไม่นึกว่าติดไวขนาดนี้“ตกลงคนนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”ชายิกาถามย้ำยิ้มๆ“จะหญิงหรือชายก็ลูกผมทั้งนั้น ผมอยากได้หมดนั่นแหละ”พูดพลางชายหนุ่มก็ขยับไปนั่งพิงหัวเตียง ดึงร่างอวบอิ่มของภรรยาเข้ามากอดเอาไว้แนบอก พลางลูบศีรษะเล็กตลอดจนเรือนผมสลวยไปมาแผ่วเบา
เสียงครางลั่นๆ ของสามีราวกับคนทรมานแสนสาหัสที่ดังอยู่ใกล้หูยิ่งทำเอาภรรยาสาวย่ามใจ ควบทะยานระรัวพาตัวเองและสามีที่รักไปให้สุดทางสรวงสวรรค์ ชั่วนาทีสองแขนแน่นหนั่นที่โอบอยู่กับแผ่นหลังของเธอก็เริ่มกอดรัดแน่นขึ้น พร้อมกับกายหนาเกร็งสั่นจนชายิการู้สึก เธอจึงกัดฟันเพิ่มแรงโหมกระหน่ำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอทำเอาน้ำในอ่างกระเพื่อมล้นเจิ่งนองพื้น หากเวลานี้ใครจะสนเควินกอดเรือนกายอวบอิ่มเอาไว้กับอกแน่นพลางครางลึกอยู่ในลำคออย่างคนสุขสม ปลดปล่อยพิษรักที่ถูกภรรยาสาวรีดซะแทบหมดเนื้อหมดตัวเข้าสู่กายอ่อนนุ่มจนหมดสิ้น ขณะที่ร่างละมุนในอ้อมแขนแกร่งก็บิดเกร็งค้างและกรีดร้องออกมาหวิวไหว เมื่อจับจูงพากันไปจนพานพบความสุขล้นในเวลาเกือบพร้อมๆ กันชายิกาทิ้งกายอ่อนแรงลงกับแผงอกกว้างของสามี ลมหายใจถี่กระชั้นอย่างคนเหนื่อยหอบ ก่อนฝ่ามือใหญ่จะประคองใบหน้าแดงเรื่อขึ้นไปจูบกลีบปากอิ่มหนักๆ แล้วกระซิบบอก“เยี่ยมที่สุดคนดี แล้วแบบนี้ผมจะไปไหนรอด”สายตาคมกริบกับรอยยิ้มที่แต้มบนเรียวปากได้รูปบอกชัดว่าเขากำลังมีความสุขและพอใจเป็นล้นพ้น ชายหนุ่มจูบกลีบปากนุ่มย้ำๆ อยู่หลายที ก่อนจะปล่อยให้เธอซุกซบอยู่บนแผงอกดังเด
“แต่ว่า...”เมื่อคนเป็นภรรยาอ้าปากจะแย้งมาอีก ชายหนุ่มก็รีบสกัดด้วยปลายนิ้วโป้ง แล้วก้มลงไปจูบหนักๆ ก่อนจะเอ่ยย้ำให้เธอเชื่อมั่น“คุณสวยที่สุดชายา มีลูกแล้วก็ยังเซ็กซี่สุดๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย ว่าคุณเอาผมอยู่แน่นอนทูนหัว”“จริงนะคะ” ชายิกาชักเสียงอ่อยเบา“จริงสิครับ ผมจะโกหกคุณไปเพื่ออะไร คุณเป็นเมียและเป็นแม่ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดแล้ว”เควินบอกพลางคลี่ยิ้มละมุนส่งให้ และจูบหน้าผากเนียนเกลี้ยงเกลาย้ำให้เธอมั่นใจไปหนักหน่วงหนึ่งที แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ แม่เมียรักจูบปากหยักได้รูปของเขาตอบกลับมาแผ่วๆ แล้วลากไล้กลีบปากนุ่มๆ ไปตามข้างแก้มสากไรหนวด ก่อนคุณเธอจะกระซิบใส่หูมาเบาๆ“ห้ามมีผู้หญิงอื่นนะคะ คุณอยากได้อะไรบอกชายา สอนชายานะคะ”คนเป็นสามีกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ลมหายใจก็ชักสะดุดขาดเป็นห้วงๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรอีกแล้ว แค่ได้เห็นหุ่นนาฬิกาทรายแสนอวบอิ่มนี้เขาก็แทบจะลุกเป็นไฟไปทั้งตัวได้อยู่แล้วรูปร่างของภรรยาสาวไม่ได้เผละอย่างที่เธอพูดสักนิด เพียงแต่อวบอัดขึ้นอีกนิด สะโพกผายกับทรวงอกผลิงามนั้นมันทำให้เธอดูเซ็กซี่เย้ายวนขึ้นอีกจมเลยต่างหากเควินกำลังจะอ้าปากบอกสิ
ทว่ายังไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดออกชนิดไม่เคาะบอกกล่าวใดๆ และร่างสูงใหญ่ของสามีก็ก้าวเอื่อยๆ เข้ามา ไม่ต้องถามว่าเขาเปิดประตูเข้ามาได้อย่างไรทั้งที่เธอล็อกประตูเอาไว้ดิบดี พวงกุญแจที่เขาโยนไปไว้บนชั้นตรงอ่างล้างหน้าเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว เรือนกายกำยำยังอยู่ในชุดสูทที่กลับมาจากงานเลี้ยง เพียงแต่เหลือแค่สแล็กเนื้อดีกับเชิ้ตขาวที่ถูกปลดกระดุมทุกเม็ด อวดมัดกล้ามเป็นลอนสวยให้ภรรยาสาวได้ยลกันจะจะตา ในมือมีแก้วเหล้าทรงสวยที่น้ำสีอำพันถูกจิบจนพร่องไปเหลือแค่ค่อนแก้ว เขาก้าวมานั่งตรงมุมอ่างอาบน้ำที่เธอกำลังนอนแช่อยู่ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเรียบๆ“คิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยไหม”“คุยอะไรล่ะคะ ชายาจะอาบน้ำ”ตอบเสร็จเธอก็มองเมินไปด้านข้าง พร้อมกับขยับปลายเท้าเข้ามาชิดอกและเบียดร่างเข้าหากัน เพราะขณะนี้เธอยังไม่ได้ลงครีมอาบน้ำตีฟอง น้ำในอ่างมันจึงยังใสแจ๋ว จริงอยู่ที่สามีเคยเห็นมาจนไม่รู้จะเห็นอย่างไรแล้ว แต่เวลาเขากวาดตาคมกริบมองราวกับจะกลืนกินเช่นนี้ เธอก็รู้สึกกระดากอายมันทุกครั้งนั่นแหละ ชายิกาเอื้อมมือจะไปหยิบขวดครีมอาบน้ำ หากสามีก็มือไวกว่าฉวยมันโยนท







